Ploynil Chitima 2560/04/24 10:43
Thumb lg page

สวยงามบนความน่ารัก! 10 ที่เที่ยวเด็ดเมือง 'นาระ' เมืองที่มีกวางมากกว่าคน

945 Spice

นาระเมืองเก่าของญี่ปุ่นซึ่งไม่ได้ขึ้นชื่อแค่สถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงามและศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่ยังแฝงความน่ารักของเจ้ากวางน้อยที่เดินอวดโฉมกันทั่วเมืองด้วย

deer Nara japan travel Tour Trip worldwide Japanese

'นาระ' เมืองทางภาคตะวันตกของเกาะฮอนชู ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมากมายไปเยือนทุกปี อดีตนครหลวงเก่าของประเทศญี่ปุ่นในช่วง ค.ศ.710 - 784 ด้วยเหตุนี้ ภายในเมืองจึงมีสิ่งก่อสร้างเก่าแก่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นวัด , ศาลเจ้า รวมไปถึงโบราณสถานต่างๆ จนทำให้เมืองนี้ได้รับขึ้นทะเบียนให้เป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์

นอกจากนี้นาระยังไม่ได้ขึ้นชื่อแค่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงามและศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่ยังแฝงความน่ารักของเจ้ากวางน้อยที่เดินอวดโฉมกันทั่วเมืองอีกด้วย

เที่ยวเมืองเดียวได้สองต่อแบบนี้ Spice ขอทำหน้าที่ไกด์แนะนำ 10 สถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆ ในนาระ ให้สาวๆ ได้ไปฟินทั้งกับเจ้ากวางและสถานที่ท่องเที่ยวดีๆ พร้อมจะไปกันหรือยังเอ่ย ตามมาเลยจ้า

#10 วัดโทไดจิ (Todaiji)

วัดโทไดจิ หรือที่รู้จักกันในนามของวัดหลวงพ่อโตแห่งเมืองนาระ (หลวงพ่อโตไดบุตสึ (Daibutsu of Nara)) เป็น 1 ในวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุด รวมไปถึงมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้อาคารหลักของวัดยังนับเป็นอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโตหรือไดบุตสึเดน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีความสูงถึง 15 เมตร

อีกจุดซึ่งได้รับความสนใจ และเป็นที่นิยมอย่างมากของนักท่องเที่ยวนั่นก็คือ เสาไม้ยักษ์ ซึ่งฐานขนาดรอบเสานี้มีขนาดเท่ากันกับรูจมูกของหลวงพ่อโตพอดี อีกทั้งด้านล่างของเสาจะเป็นช่องขนาดไม่ใหญ่มาก และมีความเชื่อกันว่าหากใครสามารถลอดผ่านช่องไม้นี้ไปได้ก็จะสามารถตรัสรู้ได้ในชาติหน้าอีกด้วย

สำหรับสาวๆ ที่ชื่นชอบและอยากสัมผัสกับกวางอย่างใกล้ชิดก็ไม่ควรพลาดการมาเยือนวัดนี้เด็ดขาด โดยด้านหน้าของประตูไม้ใหญ่บริเวณทางเข้าวัดนั้นจะมีฝูงกวางอยู่เป็นจำนวนมาก หากต้องการให้อาหารกวางก็สามารถซื้อขนมเซนเบ้ (senbei) ซึ่งเป็นขนมของโปรดของกวาง ซึ่งจะมีร้านจำหน่ายอยู่ในบริเวณนั้นอีกด้วย

ค่าเข้าชม : 500 เยน

วันเวลาเปิดทำการ : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00 - 16.30 น. (พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์) / 8.00 - 17.00 น. (มีนาคม) / 7.30 - 17.30 น. (เมษายน - กันยายน) / 7.30 - 17.00 น. (ตุลาคม)

วิธีการเดินทาง : เดินประมาณ 5-10 นาที จากป้าย Todaiji Daibutsuden Bus Stop

#9 สวนนารา (Nara Park)

สวนกวางเมืองนาระ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ในเมืองนาระ ซึ่งภายในอาณาบริเวณสวนแห่งนี้จะเป็นแหล่งรวมสถานที่ท่องเที่ยวเข้าไว้ด้วยกัน อาทิ วัดโทไดจิ (Todaiji) , ศาลเจ้าคาสุกะ (Kasuga Taisha) , วัดโคฟุคุจิ (Kofukuji) และพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเมืองนาระ (Nara National Museum)

โดยภายในสวนสาธารณะแห่งนี้จะเป็นที่อยู่ของฝูงกวางจำนวนมาก ซึ่งเมืองนาระนั้นมีประชากรกวางเกือบ 1,200 ตัวเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้ กวางจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองนาระไปในที่สุด

ค่าเข้าชม : เข้าชมฟรี

วันเวลาเปิดทำการ : เปิดทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

วิธีการเดินทาง : เดิน 5 นาที จาก Kintetsu Nara Station หรือเดิน 10 นาที จาก JR Nara Station

#8 วัดโคฟุคุจิ(Kofukuji)

วัดพุทธเก่าแก่ที่สร้างขึ้นโดยตระกูลของเจ้าผู้ครองนครในอดีต ซึ่งแต่เดิมเป็นวัดที่มีขนาดใหญ่และมีสิ่งปลูกสร้างมากมายราวๆ 150 -175 หลัง แต่ปัจจุบันหลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่หลังเท่านั้น ได้แก้ อาคารเก่า 3 ชั้น และเจดีย์ขนาดใหญ่ 5 ชั้นที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดของญี่ปุ่น

นอกจากนั้นวัดนี้ยังได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 7 วัดใหญ่แห่งนันโตะ และเป็น 1 ในสถานที่ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์นาระโบราณที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ภายในวัดยังมีส่วนของพิพิธภัณฑ์ที่จัดเก็บพระพุทธรูปโบราณ เศียรพระเก่าแก่ รวมไปถึงรูปปั้นที่สร้างขึ้นมาพร้อมกับวัดตั้งแต่สมัยอดีตกาลอีกด้วย

ค่าเข้าชม : 600 เยน (สำหรับ National Treasure Museum) / 300 เยน (สำหรับ Eastern Golden Hall) / 800 เยน (สำหรับ National Treasure Museum และ Eastern Golden Hall)

วันเวลาเปิดทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9.30 - 17.00 น. (National Treasure Museum และ Eastern Golden Hall)

วิธีการเดินทาง : เดิน 5 นาที จาก Kintetsu Nara Station หรือเดิน 5 นาที จากป้าย Kencho-mae bus stop

#7 พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเมืองนาระ (Nara National Museum)

พิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ในสวนนาระ (Nara Park) สร้างขึ้นเมื่อประมาณ 100 ปีมาแล้ว เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะซึ่งส่วนใหญ่จะจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา โดยปัจจุบันยังคงรักษาอาคารดั้งเดิมไว้และได้มีการต่อเติมอาคารด้านข้างขึ้นเพิ่มเติม ซึ่งอาคารด้านข้างทั้งสองจะมีการจัดแสดงรูปปั้นพระพุทธรูป , ภาพวาด รวมไปถึงวัตถุโบราณของประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังเป็นที่จัดแสดงงานนิทรรศกาลของวัดโทไดจิช่วงฤดูใบไม้ร่วงด้วย

ค่าเข้าชม : 520 เยน

วันเวลาเปิดทำการ : 9.30 - 17.00 น. (ทุกวันศุกร์ของเดือนเมษายน - ตุลาคม เปิด 9.30 - 19.00 น.) สามารถเข้าชมรอบสุดท้ายก่อนเวลาปิด 30 นาที

วันเวลาปิดทำการ : ปิดทุกวันจันทร์และวันที่ 1 มกราคมของทุกปี

วิธีการเดินทาง : เดิน 3 นาที จากป้าย National Museum bus stop

#6 ศาลเจ้าคะซุงะไทฉะ (Kasuga Taisha Shrine)

ศาลเจ้าอันเป็น 1 ใน 8 สถานที่ในเมืองนาระที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกให้เป็น Historic Monuments of Ancient Nara โดยองค์การยูเนสโก้ ถูกสร้างให้กับเทพเจ้าผู้ปกปักรักษาเมืองในยุคสมัยที่นาระยังเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังเป็นศาลเจ้าของตระกูลฟูจิวาระ (Fujiwara) ซึ่งเป็นตระกูลที่มีอิทธิพลมากในสมัยนาระและเฮอันอีกด้วย ศาลเจ้าแห่งนี้มีอาณาเขตกว้างขวาง บริเวณรอบๆ ยังเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าเล็กๆ จำนวนถึง 15 แห่ง

ในส่วนพื้นที่โดยรอบศาลเจ้าคะสุงะนั้นเข้าชมได้ฟรี ยกเว้นด้านในศาลเจ้าที่ต้องเสียค่าเข้าชม โดยอาคารหลักของศาลเจ้ามีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและสวยมาก นอกจากนี้ตลอดทางเดินยังมีตะเกียงนับพันอัน ทั้งตะเกียงแบบแขวน ตะเกียงตั้งพื้น และตะเกียงหิน เรียงรายภายในศาลเจ้าและตามทางเดิน

ยิ่งไปกว่านั้นในงานเทศกาลตะเกียงช่วงเดือนกุมภาพันธ์และกลางเดือนสิงหาคมจะมีการจุดไฟให้กับตะเกียงมองดูสวยงามมาก ส่วนภายในศาลเจ้าหลักยังมีต้นสนซีดาร์ยักษ์อายุมากกว่า 800 ปี และดอกวิสทีเรีย (Wisteria) อายุกว่า 400 ปี ซึ่งจะบานปีละครั้งในช่วงปลายเดือนเมษายนด้วย

ค่าเข้าชม : 500 เยน

วันเวลาเปิดทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 6.00 - 18.00 น. (ช่วงเดือนตุลาคม - มีนาคม เปิดตั้งแต่เวลา 6.30 - 17.30 น. )

วิธีการเดินทาง : เดิน 5 นาที จากป้าย Kasuga Taisha Honden bus stop

#5 วัดโทโชไดจิ (Toshodai-ji)

วัดพุทธเก่าแก่ซึ่งสร้างขึ้นโดย Ganjin พระภิกษุสงฆ์ชาวจีนที่ได้รับเชิญจากจักรพรรดิ์ให้มาเยือนญี่ปุ่น เพื่อฝึกอบรมพระสงฆ์ และปรับปรุงพุทธศาสนา โดยห้องโถงหลักของวัด (kondo) นั้น ได้รับการปรับปรุงและเปิดขึ้นอีกครั้งในปี 2009 ส่วนห้องบรรยาย (kodo) ได้ย้ายจากปราสาทนาระมายังวัดโทโชไดจิ ซึ่งเป็นอาคารเพียงหลังเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ของปราสาทในขณะนี้

ค่าเข้าชม : 600 เยน (ห้องสมบัติ 100 เยน)

วันเวลาเปิดทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 8.30 - 17.00 น. (สามารถเข้าชมได้ก่อนเวลา 16:30)

วิธีการเดินทาง : เดินทางจาก Kintetsu Nara Station ด้วยการโดยสารรถไฟสาย Kintetsu Nara Line ลงที่ Yamato-Saidaiji Station จากนั้นเปลี่ยนมานั่งขบวนรถไฟสาย Kintetsu Kashihara Line ใช้เวลา 25 นาที ค่าใช้จ่าย 260 เยน

หรือจาก JR Nara Station โดยสารรถบัสหมายเลข 70 , 72 หรือ 97 ออกชั่วโมงละ 3 คัน ใช้เวลา 15 นาที ค่าใช้จ่าย 250 เยน (จาก Kintetsu Nara Station ใช้เวลา 20 นาที ค่าใช้จ่าย 250 เยน)

หากโดยสารรถบัสหมายเลข 70 และ 72 ให้ลงที่ป้าย Toshodaiji bus stop / หากโดยสารรถบัสหมายเลข 97 ให้ลงที่ป้าย Toshodaiji-higashiguchi bus stop

#4 วัดยาคุชิจิ (Yakushi-ji)

1 ในวัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น โดยบริเวณวัดประกอบไปด้วยอาคารห้องโถงและห้องบรรยายหลัก ขนาบข้างด้วยเจดีย์ทั้ง 2 ซึ่งห้องโถงใหญ่นั้นได้รับการสร้างขึ้นใหม่ในปี 1970 เนื่องจากถูกไฟไหม้ ส่วนเจดีย์ทางทิศตะวันออกนั้นรอดพ้นจากการถูกเพลิงเผาผลาญ ดูภายนอกเหมือนมี 6 ชั้น แต่แท้จริงแล้วมีเพียง 3 ชั้น เช่นเดียวกับเจดีย์ฝั่งตะวันตก (เจดีย์ฝั่งตะวันออกอยู่ในระหว่างการปรับปรุง จะแล้วเสร็จในปี 2019)

นอกจากนี้ภายในอาณาบริเวณวัดยังมี Genjo-sanzoin Garan พื้นที่สำหรับเป็นที่จำพรรษาของพระสงฆ์ Genjo-sanzo จากประเทศจีน ซึ่งมาพักในช่วงศตวรรษที่ 7 โดยอาคารหลักในพื้นที่แห่งนี้คือ ห้องโถงแปดเหลี่ยมที่ตั้งอยู่ตรงกลาง อีกทั้งด้านหลังยังเป็นอาคารจัดแสดงผลงานของ Hirayama Ikuo หนึ่งในจิตรกรที่มีชื่อเสียง ซึ่งเป็นภาพวาดของ Genjo-sanzo ด้วย

ค่าเข้าชม : 800 เยน (หาก Genjo-sanzoin Garan ปิด เหลือเพียง 500 เยน)

วันเวลาเปิดทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00 - 17.00 น. (สามารถเข้าชมได้ก่อนเวลา 16.30 น.) แต่ Genjo-sanzoin Garan จะปิดทำการช่วงกลางมกราคม - กุมภาพันธ์ และกรกฎาคม - กลางเดือนกันยายน (ยกเว้นวัน Obon ในกลางเดือนสิงหาคม) รวมทั้งเดือนธันวาคมด้วย

วิธีการเดินทาง : จาก Kintetus Nara Station โดยสารรถไฟขบวน Kintetsu Nara Line ลงที่ Yamato-Saidaiji Station แล้วเปลี่ยนมาโดยสารขบวน Kintetsu Kashihara Line ลงที่ Nishinokyo Station ใช้เวลา 25 นาที ค่าใช้จ่าย 260 เยน

หรือจาก JR Nara Station ให้โดยสารรถบัสหมายเลข 70, 72 หรือ 97 (รถบัสออกชั่วโมงละ 3 คัน) ใช้เวลา 15 นาที ค่าใช้จ่าย 250 เยน (จาก Kintetsu Nara Station ใช้เวลา 20 นาที ค่าใช้จ่าย 250 เยน) หากโดยสารรถบัสหมายเลข 70 หรือ 72 ลงที่ป้าย Yakushiji bus stop / หากโดยสารรถบัสหมายเลข 97 ลงที่ป้าย Yakushiji-higashiguchi bus stop

#3 ศาลเจ้าฮิมุโระ (Himuro Shrine)

ศาลเจ้าเก่าแก่อายุกว่าพันปีประจำเมืองนาระ ตั้งอยู่ตรงข้ามพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของเมืองนาระ โดยภายในศาลเจ้าจะมีปลาที่แช่แข็งไว้ในแท่นน้ำแข็งเพื่อบูชาเทพเจ้าด้วย นอกจากนั้นศาลเจ้าแห่งนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องการเป็นสถานที่สำหรับชมซากุระบานในช่วงต้นฤดูร้อนของเมืองนาระ (ราวปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน) ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งอีกด้วย

ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม

วิธีการเดินทาง : เดิน 3 นาที จากป้าย National Museum bus stop

#2 เขตโบราณสถานพระราชวังเฮโจ แห่งเมืองนาระ (Heijo Palace / Nara Imperial Palace)

อดีตพระราชวังเก่าแก่ของในสมัยนาระยังเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น มีพื้นที่ประมาณ 1 ตารางกิโลเมตร โดยภายในเป็นพระราชฐานขององค์จักรพรรดิ อีกทั้งยังมีอาคารสำหรับหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ปัจจุบันนับว่ามีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม รวมทั้งเป็นหนึ่งในมรดกโลก UNESCO World Heritage Sites ของเมืองนาระอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอประวัติศาสตร์ของพระราชวังเฮโจในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ ซึ่งภายในพื้นที่ปราสาท แบ่งออกเป็น 3 โครงสร้างที่ซับซ้อน อาคารที่สำคัญที่สุดคือ Audience Hall (Daigokuden) เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุด มีการเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมเมื่อเดือนเมษายน ปี 2010 ซึ่งในสมัยโบราณใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีการสำคัญต่างๆ รวมไปถึงการจัดการประชุม กลางห้องโถงยังเป็นที่ตั้งของบัลลังก์ แต่ภายหลังอาคารแห่งนี้ก็ถูกแทนที่ด้วยห้องโถงอาคารใหม่ทางทิศตะวันออก

ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพะราชวังเป็นบริเวณศูนย์แสดงนิทรรศการ (Excavation site Exhibition Hall) เปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมได้ ส่วนทางทิศตะวันตกเป็นพิพิธภัณฑ์พระราชวังนาระ (Nara Palace Site Museum) เป็นสถานที่รวบรวมข้อมูล สิ่งประดิษฐ์ โมเดลจำลอง รูปภาพ และแผนที่ อีกทั้งยังมีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เฮโจเคียว (Heijokyo History Museum) รวมอยู่ในอาณาบริเวณพระราชวังด้วย

ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ : 500 เยน

วันเวลาเปิดทำการ : 9.00 - 16.30 น. (สามารถเข้าชมได้ก่อนเวลา 16.00 น.)

ปิดทำการ : ทุกวันจันทร์ (หากวันจันทร์เป็นวันหยุดราชการจะปิดวันอังคาร) , วันที่ 29 ธันวาคม – 3 มกราคมของทุกปี

วิธีการเดินทาง : จาก Kintetsu Nara Station โดยสารรถไฟขบวน Kintetsu trains ลงที่ Yamato-Saidaiji Station ใช้เวลา 5 นาที ค่าใช้จ่าย 210 เยน แล้วเดินไปทางตะวันออกอีกประมาณ 15 นาที

หรือโดยสารรถบัสจาก JR Nara Station (ใช้เวลา 20 นาที ค่าใช้จ่าย 260 เยน มีรถออกทุกๆ 30 นาที) (จาก Kintetsu Nara Station ใช้เวลา 15 นาที ค่าใช้จ่าย 260 เยน มีรถออกทุกๆ 30 นาที) ลงที่ป้าย Yamato-Saidaiji Station

หมายเหตุ : Excuvation Site Exhibition Hall ตั้งอยู่ใกล้กับป้ายรถบัส Heijokyuseki bus stop / Imperial Audience Hall ตั้งอยู่ใกล้กับป้ายรถบัส Sakicho bus stop / Nara Palace Site Museum ตั้งอยู่ใกล้กับป้ายรถบัส Nijocho bus stop

#1 วัดกันโกจิ (Gango-ji)

1 ในวัดพุทธเก่าแก่ของญี่ปุ่น และเป็น 1 ใน 7 ของวัดที่สำคัญที่สุดของเมืองในสมัยที่นาระยังเป็นเมืองหลวง ตัววัดดั้งเดิมนั้นถูกไฟไหม้ในช่วงศตวรรษที่ 18 แต่ก็ยังมีซากปรักหักพังให้พบเห็นอยู่ทั่วไปในเขตวัด ส่วนตัววัดที่เห็นในปัจจุบันนั้นเป็นการสร้างขึ้นใหม่โดยเลียนแบบของเดิมให้ได้มากที่สุด

จุดเด่นของวัดแห่งนี้ คือ รูปปั้นหินต่างๆ ที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัด ทั้งที่เป็นรูปปั้นของพระ รูปปั้นอสุรกาย รวมไปถึงรูปปั้นมนุษย์ในอากัปกิริยาพิสดารมากมาย

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 400 เยน , นักเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลาย 300 เยน , นักเรียนประถม 100 เยน (ช่วงนิทรรศการพิเศษฤดูใบไม้ร่วงมีค่าเข้าเพิ่มเติม)

วันเวลาเปิดทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9.00 - 16.30 น. (ปิดเวลา 17.00 น.)

วิธีการเดินทาง : เดิน 15 นาทีจากสถานี Kintetsu Nara และ Kintetsu-Nara Line หรือเดิน 20 นาทีจากสถานี JR Nara

และเหล่านี้คือ 10 สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ในเมืองนาระ ซึ่งหลายๆ ที่สาวๆจะได้พบเจ้ากวางน้อยฝูงใหญ่อีกด้วย อย่าลืมจดบันทึกไว้เป็นจุดหมายปลายทางในครั้งหน้ากันนะ

สาวๆ ชอบเจ้ากวางน้อยแห่งเมืองนาระกันไหมเอ่ย?

Preload

Author

Thumb lg 0c1d5d79 0482 479f b136 d0fdd48d4e23

Ploynil Chitima

นักเขียนตัวเล็กๆ

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Hot boards


รวมผมสีน้ำตาลสวยๆ แบบซอฟๆ
I Woke Up Llike This Makeupღ

คำค้นหาที่ใกล้เคียง


deer Nara japan travel Tour Trip worldwide Japanese