maybee. 2560/05/14 15:34
Thumb lg collage6

เที่ยวเกียวโตทั้งที! ต้องไม่พลาด 15 สถานที่ท่องเที่ยวต่อไปนี้ !!

2379 Spice

15 ที่เที่ยวโตเกียวที่คนเที่ยวญี่ปุ่นไม่ควรพลาด !!

Tokyo travel Tsukiji Fish Market Daikanyama jiyugaoka Fushimi Inari-taisha Kyoto Tower Tenryuji Temple Arashiyama Kiyomizu-dera Higashiyama Monkey Park Iwatayama Pontocho and Kamogawa River Kibune Toei Uzumasa Eigamura Gion Togetsukyo Bridge

รวมที่เที่ยวในโตเกียว สำหรับสายกิน สายช้อป สายวัฒนธรรม สายรักธรรมชาติชอบความโรแมนติก ตามไปชมกันเลยค่ะกับ 15 ที่เที่ยวโตเกียวที่คนเที่ยวญี่ปุ่นไม่ควรพลาด ญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้รับความนิยมจากต่างชาติในเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวมาก ด้วยภูมิประเทศที่น่าไป ธรรมชาติที่สวยงาม อากาศในแต่ละฤดู ตามมากันเลยว่าจะมีที่เที่ยวไหนบ้างที่จะนำมาแนะนำสมาชิก spice !!

#1. Daikanyama

ถ้าคุณเบื่อความวุ่นวายของชิบุย่า เราขอแนะนำให้คุณนั่งรถไฟมาเพียง 1 สถานีจากชิบุย่า คุณก็จะพบกับ ย่านช้อปปิ้งน่ารักที่สงบ

ที่นี่จะต่างจาก Shimokitazawa ร้านค้าจะเป็นแบรนด์ใหญ่กว่า ร้านดูเนี้ยบ ดูหรูหราขึ้นมาจาก Shimo อีกนิดนึง Shimo ซึ่งก็จะมีทั้งเสื้อผ้าผู้หญิง ผู้ชาย ร้านกระเป๋า ร้านขายของแฟนชั่น ร้านรองเท้ายี่ห้อดังๆ รวมถึงร้าน คาเฟ ร้านกาแฟเก๋ๆ ที่ก็มีโผล่ตรงนู้นตรงนี้รอบบริเวณค่ะ
Daikanyama T Site ซึ่งเป็นโครงการที่รวมเอาร้านหนังสือ ร้านกาแฟ ร้านอาหารเอาไว้ด้วยกัน เดินชนถนนไปเพลินๆ

ย่าน Daikanyama เป็นส่วนผสมที่น่าสนใจของน่ารัก มี zakka ของ่น่ารัก เล็กๆที่เอาตกแต่งบ้าน ตัดกับวัฒนธรรมที่เปลีย่นไปมาอย่างเรวดเร็วในย่านอื่นๆ เพราะย่านนี้จะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมบูติกอบอวลไปด้วยความหลังทำให้นึกถึงบรรยากาศแบบยุโรปเลยทีเดียว ที่ไม่ควรพลาดคือ ร้าน Adidas แม้ราคาจะเกินเอื้อม แต่ถ้าลองเข้าร้าน Adidas ที่นี่ คุณจะไม่เห็นเพียงรองเท้ารุ่นล่าสุด แต่จะเห็น วิวัฒนาการของรองเท้ายี่ห้อนี้ตั้งแต่แรกเริมเลยทีเดียว

พิกัดร้าน Central Daikanyama Bldg 5F, 14-23
Daikanyama-cho, Shibuya-ku,Tokyo

วิธีการเดินทาง: เริ่มต้นที่ Shibuya และนั่งรถไฟสาย Tokyu Toyoko Line ลงที่สถานี Daikanyama (ออกทาง East Exit) ใช้เวลาประมาณ 2 นาที ค่าโดยสาร 120 เยน

#2. ตลาดปลาซึกิจิ (Tsukiji Fish Market)

ตลาดปลาซึกิจิ (Tsukiji Fish Market) ซึ่งที่นี่เรียกว่าป็นครัวของกรุงโตเกียว และเป็นตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดยแต่ละวันจะมีการรับส่งสินค้าทางทะเลประมาณ 2,000 ตัน/ วัน โดยสินค้าที่นี่มีทั้ง ปลา อาหารทะเล เนื้อ พืชผัก ผลไม้ นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วยร้านอาหารหารชื่อดังมากมาย ใครอยากมาทานซูชิอร่อยๆ ก็ต้องมาที่นี่

ส่วนภายในหรือส่งค้าส่งนั้น จะเป็นร้านค้าเล็กๆจำนวนมากตั้งเรียงกันอยู่ โดยจะมีช่องทางเดินแคบๆตรงกลางไว้เดิน ทั้งคนซื้อและคนขายจะดูเร่งรีบมาก แต่ก็เป็นบริเวณที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบเนื่องจากสามารถถ่ายภาพอิริยาบทต่างๆของการซื้อขายปลาได้ที่นี่ ซึ่งในการเข้าชมนั้นจะสามารถเข้าชมได้หลังจากเวลา 9 โมงเช้าเป็นต้นไป

ด้านนอกนั้นจะเต็มไปด้วยร้านค้าปลีก ร้านอาหารมากมาย โดยมากจะเป็นอาหารทะเลสดๆ เต็มสองข้างทาง ร้านค้าส่วนมากเป็นตั้งแต่ตี 5 ไปจนถึงช่วงบ่ายๆ ผู้คนที่มาที่นี่จะนิยมมาและลองชิมซูชิ ซาซิมิ ปลาที่นี่จะค่อนข้างสด,อร่อย และราคาไม่แพง ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ติดใจและกลับมาอีกหลายต่อหลายครั้ง

การเข้าชม: เข้าชมฟรี เวลาเปิด-ปิด: 5.00 - 14.00 น.
วันปิดทำการ: เปิดทุกวัน

วิธีการเดินทาง
รถไฟใต้ดิน: เดิน 3 นาที จาก Tsukiji Shijo Station [Oedo Subway Line]
: เดิน 5 นาที จาก Tsukiji Station [Hibiya Subway Line]
รถไฟ: เดิน 15 นาที จาก Shimbashi JR Station
GPS: 35.666060, 139.770252

#3. jiyugaoka

สำหรับสาวๆ ที่ชอบร้านน่ารัก และขนมหวาน เราอยากให้คุณเดินทางมาที่ย่าน Jiyugaoka ย่านสุดน่ารัก ในโตเกียว. เริ่มจากสถานี Jiyugaoka จะมีถนนสายเล็กๆ ที่ชื่อ Jiyu Dori Green Street มีร้านน่ารักมากมาย รวมทั้ง Sweet ที่รวมร้านขนมหวาน รวมทั้งอุปกรณ์ในการทำขนมสุดน่ารัก จากสถานีเดินต่อไป คุณจะพบร้านชาสไตล์เกียวโตที่น่านั่งมากๆอยู่ตรงข้ามกับla vita แหล่งช้อปปิ้งสไตล์เวเนเชี่ยนที่สามารถ ไปถ่ายรูปสวยๆ ได้อีกด้วย

นัดพบปะพูดคุยกันตามร้านคาเฟ่ต่างๆ บางคนจูงสุนัขออกมาเดินเล่น แต่ละคนหน้าตาสดใส กิฟเก๋มีไสตล์กันทุกคน ได้ฟิวน่ารักๆ ผู้หญิงๆ ดูมีชีวิตชีวาดีค่ะ นอกจากเดินเล่นแล้ว เรายังมีจุดหมายที่เราอยากมาคือดงขนม Sweet Forest เปิดgoogle map นำทางไป ระยะทางไม่ไกลจากสถานีเท่าไร แต่กว่าจะถึงที่หมายก็แวะร้านโน้นร้านนี้ไปเรื่อยค่ะ

ด้วยร้านค่าที่น่ารักและน่าสนใจเหล่านี้ ทำให้ Jiyuoka เป็นอีกหนึ่งย่านไม่มีความสงบแต่เต็มไปด้วยความน่ารักในเมืองโตเกียว

ที่อยู่ 1 Chome-31 Jiyūgaoka, Meguro-ku, Tōkyō-to 152-0035, Japan
วิธีเดินทาง นั่งรถไฟสาย Tokyu-Oimachi Line มาลงที่สถานี Jiyugaoka
ดูแผนที่ Jiyugaoka

#4. ศาลเจ้าฟุชิมิอินะริ (Fushimi Inari-taisha)

ศาลเจ้าฟุชิมิอินะริหรือศาลเจ้าจิ้งจอกตั้งอยู่ไม่ห่างจากสถานีรถไฟเกียวโตนัก นักท่องเที่ยวมากมายเดินทางไปยังศาลเจ้านี้เพื่อขอพรและชมความงามของ “โทริอิ” หรือเสาสีแดงที่เรียงกันยาวนับหมื่นคู่ขึ้นไปตามเนินเขา ที่แห่งนี้ใช้เป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่อง รวมถึงเรื่อง Memoirs of a Geisha อีกด้วย

ระหว่างทางเดินขึ้นเขาจะพบศาลเจ้าเล็กๆได้ตลอดทาง รวมถึงเสาโทริอิแบบเล็กๆ และจิ้งจอกตัวเล็กๆด้วย สำหรับคนที่งบน้อยสามารถเลือกบริจาคซื้อแบบเล็กๆเอามาวางได้เหมือนกัน อีกทั้งยังมีจะมีร้านอาหารและขนมระหว่างทางที่ขายอาหารแบบชุดพิเศษให้เข้ากับสถานที่เช่น ซูชิจิ้งจอก อูด้งจิ้งจอก โดยถ้าจะเดินทั้งเขาอาจจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง ด้วยระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร วนเป็นวงกลมลงมาที่จุดเดิม ช่วงประมาณ 1 กิโลเมตรแรกของทางขึ้นเขาจะมีจุดชมวิวที่เรียกว่า ทางแยกโยซึซึจิ(Yotsutsuji intersection) ที่จะสามารถเห็นวิวเมืองโตเกียวได้

ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน ตลอดเวลา
วิธีการเดินทาง :ศาลเจ้าจิ้งจอกแดงอยู่ด้านหน้าสถานี JR Inari ในสาย JR Nara Line หรือจะเดินจากสถานีรถไฟ Fushimi Inari ของสาย Keihan Main Line ก็ได้เหมือนกัน
GPS: 34.967127, 135.772704

#5. Kyoto Tower

โตเกียวทาวเวอร์ เป็นหอคอยสื่่อสารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเขตมินะโตะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น มีความสูง 332.6 เมตร (1,091 ฟุต)สร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2501 (ค.ศ. 1958)

นอกจากจะเป็นหอคอยที่ไว้ส่งสัญญาณคลื่นวิทยุโทรทัศน์ต่างๆ เช่น NHK TBS ฯลฯ แล้ว โตเกียวทาวเวอร์ยังเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของกรุงโตเกียวอีกด้วย โดยปีหนึ่งจะมีคนเข้าชมหอมากกว่า 2 ล้าน 5 แสนคน บริเวณหอคอยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน ส่วนล่างสุดเป็นอาคารสูง 4 ชั้นที่ตั้งอยู่ใต้หอโดยตรง ภายในประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์ ร้านคา ภัตตาคาร ฯลฯ อีก 2 ส่วนที่เหลือเป็นจุดชมทัศนียภาพของหอคอย ตั้งอยู่บนความสูง 150 เมตร และ 250 เมตรตามลำดับ โตเกียวทาวเว่อร์แม้ว่าจะเป็นสิ่งปลูกสร้างใหม่แต่ก็ถือว่าเป็นเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเกียวโต

การเข้าชม
ค่าเข้าชม: Main observatory: 900 เยน
Special observatory: 1600 เยน

เวลาเปิด-ปิด: Main observatory: 9:00 - 22:00 น.
Special observatory: 9:00 - 21:30 น.
วันปิดทำการ: เปิดทุกวัน

วิธีการเดินทาง :เดิน 10 นาที จาก Akabanebashi Station
GPS: 35.658828, 139.745476

#6. Tenryuji Temple

วัดเทนริวจิ(Tenryuji) เป็นวัดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในเขตอาราชิยาม่าของเกียวโต เป็นอันดับ 1 จาก 5 อันดับสูงสุดของวัดเซนและยังได้ถูกบันทึกเป็นมรกดโลก นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนสอนศาสนาพุทธนิกายรินซาย เซน อยู่ภายใต้การดูแลของวัดเทนริวจิอีกด้วย วัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1339 ท่านโชกุนอาชิคากะ ทาคาอุจิ เพื่ออุทิศให้กับจักรพรรดิ โก-ไดโกะ ผู้ได้เสด็จสวรรคตล่วงลับไปแล้ว

อาคารต่างๆของวัดได้ถูกเผาทำลายในระหว่างสงคราม และได้มีการสร้างอาคารต่างๆขึ้นมาใหม่ในสมัยเมจิ (1868-1912) ซึ่งรวมถึงเรือน Hojo, เรือนวาดภาพ (Shoin), และห้องครัวของวัด (Kuri) แต่ว่าสวนโดยรอบนั้นเป็นสวนที่อยู่มาตั้งแต่เริ่มต้นสร้างวัด และยังคงรูปแบบเดิมไว้อย่างดี ซึ่งออกแบบโดยท่านมุโซ โซเซคิ (Muso Soseki) เป็นท่านเดียวกับที่ออกแบบสวน Kokedera และสวนอื่นๆที่มีความสำคัญในเกียวโต

การเข้าชม
ค่าเข้าชม: 500 เยน (หากต้องการเข้าชมภายในอาคารวัด จ่ายเพิ่ม 100 เยน)
เวลาเปิด-ปิด: 8:30 - 17:30 น. (ตุลาคม - มีนาคม: 8:30 - 17:00 น. )
วันปิดทำการ: เปิดทุกวัน
วิธีการเดินทาง
รถไฟ: เดิน 5 นาที จากป้ายรถบัส Keifuku Arashiyama Station [Keifuku trains]
รถไฟ: เดิน 5-10 นาที จากป้ายรถบัส JR Saga-Arashiyama Statio
GPS: 35.015921,135.673703

#7. Arashiyama

อาราชิยาม่า(Arashiyama)เป็นอีกเขตหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมากัน อยู่ทางตะวักตกของเกียวโต โดยเริ่มเป็นที่นิยมตั้งแต่สมัยเฮอัน (794-1185) เป็นต้นมา และจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมกันอย่างคับคั่งในช่วงที่ดอกซากุระบานและช่วงใบไม้แดงหรือใบไม้เปลี่ยนสี

ตัวเมืองอาราชิยาม่านั้นจะคึกคักมากในช่วงวันหยุด มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และบริเวณโดยรอบก็สามารถเดินเที่ยวได้เรื่อยๆ สถานที่ที่ได้รับความนิยมอีกที่หนึ่งเมื่อมาถึงเมืองนี้ก็คือวัดป่าไผ่เทนริวจิ (Tenryuji Temple) ซึ่งด้านหลังวัดจะเป็นทางเดินที่โอบล้อมด้วยต้นไผ่สีเขียวที่สูงมาก เมื่อเดินผ่านจะรู้สึกเหมือนเดินในอุโมงค์ต้นไผ่

ทางตอนเหนือของเมืองนั้นจะมีวัดเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วไปตามภูเขาที่เขียวชะอุ่ม แต่ที่เป็นจุดท่องเที่ยวที่สวยงามอีกทีนึงก็คือซากาโน่ ที่ตั้งของสะพาน Togetsukyo ซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์อาราชิยาม่า เป็นสะพานที่ใช้ข้ามแม่น้ำสายใหญ่ของเมือง ซึ่งอยู่ไม่ใกล้กับตัวเมืองมากนัก ที่ซากาโน่นี้สามารถที่จะเช่าจักรยานและปั่นชมวิวเรียบแม่น้ำไปเรื่อยๆได้ หรือจะนั่งรถไฟท้องถิ่นของที่นี่ก็ได้เช่นเดียวกัน

ช่วงเวลาที่แนะนำให้มาเที่ยวอาราชิยาม่าก็คือเดือนเมษายนและประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน เพื่อมาชมซากุระและใบไม้เปลี่ยนสี และในเดือนธันวาคม ที่วัดป่าไผ่จะเปิดไฟในช่วงกลางคืน สามารถเข้าไปชมแสงสีได้

การเข้าชม
ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี
เวลาเปิด-ปิด: เปิด 24 ชม.
วันปิดทำการ: เปิดทุกวัน

วิธีการเดินทาง
เดิน 10 นาที จาก Saga Arashiyama Station [JR Sagano line]
เดิน 15 นาที จาก Arashiyama Station [Henkyu railway]
ทางเข้าสวนป่าไผ่อยู่ด้านบนของวัดเทนริว-จิ (Tenryu-ji Temple)
GPS: 35.018103, 135.674970

#8. Kiyomizu-dera

ในสมัย ​​Heian Kiyomizu-dera เป็นสถานที่แสวงบุญที่สำคัญที่สุดในกรุงเกียวโตและอาจเป็นที่นิยมมากที่สุด ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่รู้จักกันทั่วไปว่าเป็นเนินเขาทางทิศตะวันออก (Higashiyama)
ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 798 มีห้องย่อยย่อยและห้องโถงจำนวนมากกระจายอยู่เหนือเนินเขา มีชื่อเสียงในด้านเจดีย์และระเบียงซึ่งมองเห็นทัศนียภาพที่งดงามของเกียวโต วัตถุหลักของวิหารแห่งความจงรักภักดีคือภาพที่ซ่อนอยู่ของKannonและห้องโถงใหญ่หันหน้าไปทางใต้สู่ "Southern Paradise" ของ Kannon

ศาลเจ้า Jishu-jinja ที่เป็นที่นิยมตั้งอยู่บริเวณวัดและทั้งศาลเจ้าและวัดจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญทุกวันในสัปดาห์

วัดวัดคิโยะมิซุนั้นมีอาคารทั้งหมด 9 อาคาร โดยทางวัดจะมีการบูรณะและซ่อมแซมอาคารเหล่านี้ที่ละอาคาร และในปัจจุบันอาคารโอคุโนะอิง (Okunoin Hall ), อาคารอะมิดา (Amida Hall) และอาคารชากะ (Shaka Hall) อยู่ในระหว่างการซ่อมแซมบูรณะ นอกจากนี้ยังมีเจดีย์ 3 ชั้นตรงทางเข้าที่กำลังเตรียมปรับปรุงเช่นกัน

ค่าเข้าชม: 300 เยน
เวลาเปิด-ปิด: 6:00 - 18:00 น.
วันปิดทำการ: เปิดทุกวัน

วิธีการเดินทาง
รถบัส: เดินประมาณ 10-15 นาที จากป้ายรถบัส Gojo-zaka หรือป้ายรถบัส Kiyomizu-michi [รถบัสสาย 100, 206]
รถไฟ: เดินประมาณ 20 นาที จากสถานี Kiyomizu-Gojo Station [ Keihan Railway Line]
GPS: 34.995216, 135.785003

#9. Higashiyama

ย่านฮิกาชิยาม่า (Higashiyama) เป็นย่านแหล่งเดินเล่นช้อปปิ้ง สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านขนมมากมาย โดยย่านนี้จะอยู่บนเนินเขาทางตะวันออกของเกียวโต เสน่ห์ของย่านนี้ก็คือรูปแบบอาคารบ้านเรือนร้านค้าที่ยังคงความเก่าแก่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณระหว่างวัดน้ำใสหรือคิโยะมิสุ (Kiyomizudera) ไปจนถึงศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka) จะเป็นถนนทางเดินแคบๆ สองข้างทางจะมีอาคารไม้ทรงโบราณแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ซึ่งเป็นทั้งร้านอาหาร ร้านขนมพื้นเมือง ให้ความรู้สึกถึงเมืองเก่าที่ยังคงมีความเป็นเอกลักษ์ของเกียวโตในสมัยก่อนอยู่

ถนนใน Higashiyama เรียงรายไปด้วยร้านค้าคาเฟ่และร้านอาหารขนาดเล็กที่จัดไว้ให้นักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญมานานหลายศตวรรษ ธุรกิจเหล่านี้ยังคงมีการออกแบบดั้งเดิมแม้ว่าจะมีหลายร้านที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาและยังคงให้บริการลูกค้าในปัจจุบัน เช่นการขายเครื่องปั้นดินเผา Kiyomizu-yaki ขนมหวานผักดองงานฝีมือและของที่ระลึกอื่น ๆ

ร้านค้าและร้านอาหารในพื้นที่โดยทั่วไปจะเปิดประมาณ 9 หรือ 10โมงเช้าและใกล้ช่วงเช้าหรือเย็นประมาณ 5 หรือ 6 โมงเย็นยกเว้นในช่วง 10 วัน Hanatoroเมื่อเดือนมีนาคม ถนน Higashiyama เรียงรายไปด้วยโคมไฟนับพัน ๆ แห่งและหลายแห่ง ของวัดวัดศาลเจ้าและธุรกิจต่างๆได้ขยายเวลาออกไปเป็นชั่วโมงและแสงสว่างพิเศษ

ในขณะที่เดินผ่านเขต Higashiyama ระหว่างKiyomizuderaและศาลเจ้า Yasakaมีระยะเวลาเพียงสองกิโลเมตรและสามารถทำได้ภายในครึ่งชั่วโมงคุณสามารถใช้เวลาครึ่งวันหรือมากกว่าในพื้นที่เยี่ยมชมวัดต่างๆศาลเจ้าร้านค้าและคาเฟ่ ระหว่างทาง. คนเดินดีๆมีแนวโน้มที่จะได้เดินจากศาลเจ้า Yasaka Shrine ไปทางChioninและShorenin TempleไปยังHeian ShrineและอาจถึงNanzenjiและPath to the Gouldakuji Templeอีกด้วย

ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาเปิด-ปิด: 10:00 - 18:00 น.
วันปิดทำการ: เปิดทุกวัน

วิธีการเดินทาง
รถบัส: เดิน 10 นาที จากป้ายรถบัสโกโจซากะ (Gojozaka) [สายรถบัส 100, 206]
รถบัส: เดิน 15 นาที จากป้ายรถบัสกิออน (Gion) [สายรถบัส 100, 206]
รถไฟ: เดิน 10-15 นาที จากสถานีคิโยะมิสุ โกโจ (Kiyomizu-Gojo) หรือสถานีกิออน-ชิโจ (Gion-Shijo) [สายรถไฟ Keihan Line]
รถไฟ: เดิน 10-15 นาที จากสถานีคาวารามาชิ (Kawaramachi Station) [สายรถไฟ Hankyu Line]
GPS: 34.996394, 135.780381

#10. Monkey Park Iwatayama

สวนลิงอิวาตายามา หรือบางคนเรียกว่า สวนลิงอาราชิยามา(Iwatayama) เพราะสวนแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาอาราชิยามานั่งเอง ทางเข้าจะอยู่ทางตอนใต้ของสะพานโทเง็ตสึเคียว (Togetsukyo Bridge) และเดินขึ้นไปบนเขาประมาณ 10 นาที ก็จะพบกับสวนลิงอิวาตายามา ซึ่งมีลิงมากกว่า 100 ตัวอาศัยอยู่บนนั้น นอกจากนี้ยังสามารถมองเห็นวิวของตัวเมืองอาราชิยามาได้อีกด้วย

การเข้าชม
ค่าเข้าชม: 550 เยน
เวลาเปิด-ปิด: 9:00 - 17:00 น. (พฤศจิกายน-มีนาคม 9:00 - 16:00 น.)
วันปิดทำการ: ปิดในวันที่ฝนและหิมะตกหนัก

วิธีการเดินทาง
จากตัวเมืองอาราชิยามา -> เดินข้ามสะพานโทเง็ตสึเคียว – Togetsukyo Bridge -> เดินขึ้นเขาอาราชิยามาไปประมาณ 10 นาที ก็จะถึงสวนลิง
GPS: 35.009224, 135.674747

#11. Pontocho and Kamogawa River

พอนโตโชะ(Pontocho) – เป็นย่านเดินเล่นริมน้ำสุดชิวยามเย็น และแหล่งกินดื่มยอดฮิตของหนุ่มสาวเกียวโต Pontocho เป็นทางเดินแคบๆไม่กว้างมากจากถนนชิโจ(Shijo-dori) ถึงถนนซันโจ(Sanjo-dori) ทางเดินยาวขนานกับแม่น้ำคาโมะ สองข้างทางมีร้านอาหาร ผับ บาร์ มากมาย โดยเฉพาะยากิโทริ (yakitori) อาหารปิ้งย่างแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นที่ขึ้นชื่อมากในย่านนี้ ร้านอาหารและบาร์ส่วนมากจะเปิดในช่วงเย็น แต่บางร้านก็อาจจะเปิดในตอนกลางวันด้วยเช่นกัน ร้านส่วนใหญ่จะอยู่ทางฝั่งขวาของเส้นพอนโตโชะ ดังนั้นถ้านั่งในร้านอาหารเราก็จะสามารถมองเห็นแม่น้ำคาโมะ (Kamogawa) พร้อมกับบรรยากาศสุดชิวและโรแมนติกยามเย็น

ทุกฤดูร้อนร้านอาหารริมแม่น้ำ Kamo River ตั้งอยู่บนไม้ค้ำไม้ (หรือที่เรียกว่า yuka) เพื่อสร้างระเบียงริมฝั่งแม่น้ำ Kamo ซึ่่งลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับอาหารท่ามกลางสายลมเย็นและแม่น้ำมองดูแม่น้ำที่ไหลผ่าน เป็นภาพของบรรยากาศที่น่าหลงใหลอีกภาพในเกียวโต

การเข้าชม
ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาเปิด-ปิด: 17:00 - 22:00 น.
วันปิดทำการ: -

วิธีการเดินทาง
BUS: ขึ้นรถบัสสาย 17, 205 -> มาลงที่ Shijo Kawaramachi Bus Stop
TRAIN: ขึ้นรถไฟสาย Hankyu Line -> มาลงที่ Kawaramachi Station
TRAIN: ขึ้นรถไฟสาย Keihan Line -> มาลงที่ Shijo Station
GPS: 35.008636,135.771251

#12. Kibune

คิบูเนะเป็นเมืองชนบทเล็กๆที่อยู่ในเขาทางตอนเหนือของเกียวโต มีชื่อเสียงด้านความงามตามธรรมชาติที่ผสานกับศิลปะและวัฒนธรรมของญี่ปุ่น โดยมีศาลเจ้าคิบูเนะที่มีชื่อเสียงตั้งอยู่ด้วย ตามตำนานเทพเจ้าเดินทางจากเมืองโอซาก้าโดยใช้เรือสีเหลือง ล่องตามแม่น้ำขึ้นมาที่ภูเขาทางเหนือของเกียวโต และมาถึงปลายทางที่เมืองแห่งนี้ จึงเรียกตั้งชื่อเมืองตามตำนานว่า คิบูเนะ หรือ เรือสีเหลือง

ศาลเจ้าคิบูเนะ (Kibune Shrine) ถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเทพเจ้าน้ำและฝนและเชื่อกันว่าจะช่วยดูแลพิทักษ์รักษาผู้ที่ออกทะเล และที่ศาลเจ้าแห่งนี้จะมีการทำนายดวงชะตาที่ไม่เหมือนกับที่อื่น โดยจะให้สุ่มเลือกกระดาษคำทำนาย ซึ่งเป็นกระดาษพิเศษ (omikuji) โดยจะยังมองไม่เห็นข้อความบนกระดาษ จากนั้นเมื่อนำกระดาษจุ่มลงในน้ำ ข้อความคำทำนายก็จะปรากฏขึ้นมา

ที่เมืองแห่งนี้จะมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ โดยเส้นทางนี้สามารถเดินไปยังเมือง คุมาระ (Kurama) เมืองบนภูเขาและแหล่งแช่ออนเซนที่โด่งดังได้อีกด้วย โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการเดิน

การเข้าชม
ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี
เวลาเปิด-ปิด: 6:00 - 20:00 น. (ธันวาคม - เมษายน 6:00 - 18:00 น.)
วันปิดทำการ: เปิดทุกวัน

วิธีการเดินทาง
รถไฟ: เดิน 20-30 นาที จาก Kibune-guchi Station [Eizan Kurama Line]
รถบัส: เดิน 5 นาที จาก Kyoto Bus Stop Kibune
GPS: 35.122155,135.762838

#13. Toei Uzumasa Eigamura

สตูดิโอโทเออิ อุซุมาสะ อิกามูระ(Toei Studio) เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Kyoto Studio Park หรือ Movie Land เป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์และมีสวนสนุกอยู่ในแห่งเดียวกัน มีการจำลองเมืองเล็กๆยุคเอโดะ อาคารบ้านเรือนต่างๆเป็นแบบสมัยก่อนซึ่งถูกนำมาใช้เป็นฉากหลังในการถ่ายทำภาพยนตร์และละครเชิงประวัติศาสตร์

ภายในสตูดิโอแห่งนี้มีภาพวาดโบราณ, แบบจำลองสะพานเก่านิฮอนบาชิ (Nihonbashi Bridge), ที่ว่าการศาลโบราณ, สถานีตำรวจสมัยเมจิ และ ย่านเมืองเก่าโยชิวาระ เพื่อให้บรรยากาศดูสมจริง เจ้าหน้าที่ของสตูดิโอจะใส่ชุดแบบสมัยก่อน ทำให้รู้สึกเหมือนได้อยู่ในบรรยากาศในยุคเอโดะของญี่ปุ่นจริงๆ

การเข้าชม
ค่าเข้าชม: 2200 เยน
เวลาเปิด-ปิด: 9:00 - 17:00 น. (ธันวาคม - กุมภาพันธ์: 9:30 - 16:30 น. )
* เข้าชมรอบสุดท้ายก่อนเวลาปิด 60 นาที
วันปิดทำการ: หากมีการซ่อมบำรุง สตูดิโอจะปิดทำการ
วิธีการเดินทาง

รถไฟ: เดิน 5 นาทีจาก Uzumasa Station [Keifuku Arashiyama Line]
รถไฟ: เดิน 15 นาทีจาก JR Hanazono Station [JR Line]
รถบัส: Kyoto City Bus สาย 75 หรือ Kyoto Bus สาย 71, 72, 73
GPS: 35.017304, 135.708538

#14. Gion

มาเมืองเก่าอย่างเกียวโตก็ต้องนึกถึงสาวงาม เกอิชา ค่ะ ย่านกิออนนี้จะเป็นอาคารบ้านเรือนไม้แบบดั้งเดิม ซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านดื่มชา และร้านอาหารมากมายค่ะ และแต่ละร้านก็จะการแสดงโชว์จากเกอิโกะ (geiko) และ ไมโกะ (maiko) ให้เราได้ดูอีกด้วย หรือใครอยากลองแปลงโฉมเป็นเกอิโกะดูสักวันก็ได้นะ

ในย่านนี้อาคารบ้านเรือนจะเป็นอาคารไม้แบบดั้งเดิม แต่ละหลังจะขนาดไม่ใหญ่ความกว้างประมาณ 5-6 เมตรเท่านั้น ถนนเส้นที่มีสีสันและผู้คนพลุกพล่านมากที่สุดก็คือเส้น ฮานามิ-โคจิ(Hanami-koji) เป็นเส้นที่อยู่ระหว่างถนนชิโจและวัดเคนนินจิ(Kenninji Temple) ร้านอาหารและร้านชาโดยมากที่อยู่ในเส้นนี้ ราคาค่อนข้างสูงเนื่องจากในระหว่างที่รับประทานอาหารนั้น จะมีการแสดงโชว์ศิลปะของญี่ปุ่น อย่างเช่น การร่ายรำและการชงชาจากเกอิโกะและไมโกะ นอกจากนี้ยังมีดนตรีและเพลงญี่ปุ่นดังเดิมบรรเลงให้ฟังอีกด้วย

การเข้าชม
ค่าเข้าชม: 3,150 เยน (ถ้ามีคูปอง 2,800 เยน)
เวลาเปิด-ปิด: รอบโชว์วันละ 2 รอบ 18:00 น. และ 19:00 น.
วันปิดทำการ: ปิดวันที่ 16 ก.ค., 16 ส.ค., 29 ธ.ค. - 31 มี.ค. (ธันวาคมถึงกลางเดือนมีนาคม ปิดวันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี)

วิธีการเดินทาง
รถบัส: เดิน 5 นาที จาก Gion bus stop [รถบัสสาย 100, 206]
รถไฟ: เดิน 5 นาที จาก Gion Shijo Station [Keihan Line]
รถไฟ: จาก 10-15 นาที จาก Kawaramachi Station [Hankyu Line]
GPS: 35.005581, 135.775121

#15. Togetsukyo Bridge

สะพานโทเง็ตสึเคียว(Togetsukyo Bridge) หรือนิยมเรียกว่า “Moon Crossing Bridge” เป็นเสมือนสัญลักษ์ของอาราชิยาม่า ถูกสร้างขึ้นในสมัยเฮอันและมีการบูรณะซ่อมแซมอยู่เรื่องๆ สะพานนี้มีความสวยงามอย่างมากเพราะด้านหลังนั้นเป็นภูเขาสูงใหญ่และด้านล่างเป็นแม่น้ำที่ทั้งสองฝั่งมีแนบต้นซากุระเรียงรายเรียบแม่น้ำไปเรื่อยๆ ทำให้เป็นจุดชมซากุระที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง จากตัวเมืองเมื่อข้างสะพานไปจะเป็นเหมือนเกาะเล็กๆที่อยู่กลางแม่น้ำ ภายในเกาะเป็นร้านขายอาหาร ขายสินค้า ผู้คนนิยมมาเดินเล่นเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะช่วงเทศกาลฮานามิหรือฤดูชมซากุระ

การเข้าชม
ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี
เวลาเปิด-ปิด: เปิด 24 ชม.
วันปิดทำการ: เปิดทุกวัน

วิธีการเดินทาง
เดิน 20 นาที จาก Saga Arashiyama Station [JR Sagano line]
เดิน 10 นาที จาก Arashiyama Station [Henkyu railway]
GPS: 35.013169, 135.677734

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับ 15 สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าเที่ยวของเกียวโต ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวก็ใส่สถานที่เหล่านี้เข้าไปในแผนการเดินทางด้วยนะคะ

ช่วงนี้ใครมีแพลนกำลังจะไปเที่ยวเกียวโตบ้างคะ ??

Preload

Author

Thumb lg 170f995e 9347 4a0a a0a4 77b64a26910b

maybee.

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!