RoseBlack 2560/09/26 09:58
Thumb lg 2

เริดอ่ะแกร๊!!! 7 "เคล็ด(ที่ไม่)ลับ" สร้างผิวขาวแบบไม่ต้องฉีด

3518 Spice

แนะนำวิธีทำให้ผิวขาวกระจ่างใส แบบง่ายๆ ทำเองได้ ไม่ต้องกลัวเจ็บ

ผิวขาว วิธีทำให้ผิวขาว ผิวดี ขาว วิตามิน ขัดผิว อาหารเสริม

การมีผิวที่ขาวกระจ่างใสเป็นความฝันของสาวๆ หลายคน วันนี้เราเลยจะมาเอาใจสาวๆ ที่รักสวยรักงาม และ... อยากขาว! กันด้วย 7 เคล็ด(ที่ไม่)ลับ ทำอย่างไรให้ขาวใสได้โดยไม่ต้องฉีดกลูต้า ไม่ต้องฉีดยาให้เจ็บตัวกันจ้า 7 วิธีที่จะทำให้สาวๆ มีผิวที่ขาวกระจ่างใสเป็นธรรมชาติ ดูมีออร่า ไม่โบ๊ะและไม่เป็นอันตรายอย่างแน่นอน อยากรู้กันแล้วใช่ม๊า งั้นไปดูกันเล้ยยย...

#7 ขัดผิว

อย่างแรกเลยสำหรับสาวๆ ที่อยากมีผิวขาวใส นั่นก็คือการขัดผิว ไม่ว่าจะขัดด้วยเกลือสปาหรือผลไม้รสเปรี้ยว เช่นมะขาม มะนาว สัปปะรด เป็นต้น ซึ่งในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวนั้นจะมีกรดที่ช่วยในการขจัดเซลล์ผิวที่ตายไปแล้วให้หลุดลอกออก เผยผิวใหม่ทำให้ผิวขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ควรขัดผิวอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพราะการขัดผิวทุกวันจะทำให้ผิวบางลง ผิวจะไวต่อแสงซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผิวไหม้และคล้ำลงกว่าเดิม
การใช้ใยบวบ ใยสังเคราะห์หรือฟองน้ำขัดผิวร่วมกับการขัดผิวจะยิ่งได้ผลดียิ่งขึ้น เพราะใยเหล่านี้จะมีลักษณะหยาบและสาก จึงสามารถขัดเซลล์ผิวที่ตายออกได้ง่ายดาย

#6 ผลัดเซลล์ผิวด้วย AHA

AHA เป็นกรดผลไม้ชนิดหนึ่ง โดยมีความเข้มข้นตั้งแต่ 5-70% AHA จะมาช่วยเร่งปฏิกิริยาให้ผิวมีการผลัดเซลล์ให้เร็วขึ้น เผยผิวใหม่ที่ขาวกระจ่างใส มีขายตามร้านขายยาและคลินิกเสริมความงาม ข้อควรระวังในการใช้ AHA ก็คือจะทำให้ผิวบางลงและไวต่อแดด ฉะนั้นในช่วงที่ใช้ก็ควรหลีกเลี่ยงการออกแดดให้มากที่สุดและหลังจากที่ผลัดเซลล์ผิวด้วย AHA แล้วควรทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องและบำรุงผิวด้วย การผลัดเซลล์ผิวด้วย AHA ควรทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

#5 ทาโลชั่น/ไวท์เทนนิ่ง

การทาโลชั่นที่มีส่วนผสมของไวท์เทนนิ่งเป็นประจำทุกวัน นอกจากจะช่วยให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้นแล้วยังทำให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้นด้วยเพราะในโลชั่นอุดมไปด้วยวิตามินบำรุงผิว ซึ่งสารที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของโลชั่นไวท์เทนนิ่ง เช่น
- อัลฟาอาร์บูติน ซึ่งช่วยปรับสีผิวให้ขาวกระจ่างใสขึ้น
- ไนอาซินาไมด์ ที่จะช่วยบำรุงให้ผิวเนียนนุ่ม
- โคเอ็นไซม์คิวเท็น ที่ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว ลดการเกิดริ้วรอย ช่วยให้ผิวกระชับ
- วิตามินซี ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวดูขาวใส สุขภาพดี เป็นต้น

* ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทาโลชั่นไวท์เทนนิ่งก็คือหลังอาบน้ำ

#4 ทาโลชั่น/ครีมกันแดด

แม้จะทาโลชั่นไปแล้วแต่ก็ไม่ควรลืมทาครีมกันแดดควบคู่กันไปด้วย โดยเฉพาะหลังการขัดผิวหรือผลัดเซลล์ผิวด้วย AHA ยิ่งต้องบำรุงเป็นพิเศษเพราะผิวช่วงนี้จะค่อนข้างไวต่อแดด โลชั่นธรรมดาแค่ทำช่วยให้ผิวขาว เนียนนุ่ม แต่ไม่ช่วยป้องกันแสงแดดที่เป็นตัวการหลักทำให้ผิวคล้ำเสีย นอกจากจะป้องกันรังสี UV แล้ว ยังช่วยให้ผิวขาว กระจ่างใสขึ้นอีกด้วยเพราะสารบำรุงที่มีอยู่ในครีมกันแดดนั่นเอง ควรทากันแดดอย่างน้อย 15-20 นาทีก่อนออกแดด 2-3 ชั่วโมงต่อวัน และควรเลือกใช้โลชั่น/ครีมกันแดดที่มีค่ากันแดดที่เหมาะสมกับกิจกรรมในแต่ละวัน เช่นวันที่ไม่มีกิจกรรมกลางแจ้งหรืออยู่บ้าน อยู่ในร่มเป็นส่วนใหญ่ ค่ากันแดด SPF 10+, SPF 15+ ก็เพียงพอ แต่สำหรับวันที่ต้องเผชิญแดดนานๆ ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีค่ากันแดดสูงขึ้นมา เช่น SPF 40+, SPF 50+ เป็นต้น

#3 หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง

รังสี UV หรือรังสีอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet) คือรังสีชนิดหนึ่งที่แผ่มาจากดวงอาทิตย์ แต่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งมีอยู่ 3 ชนิด ได้แก่ UVA, UVB และ UVC แน่นอนเรารู้กันดีอยู่แล้วว่ารังสี UV คือตัวการทำร้ายผิว ทำให้ผิวหมองคล้ำ เพราะเมื่อเราโดนแดดร่างกายก็จะสร้างเม็ดสีเมลานินขึ้นมาใต้ชั้นผิวหนัง ฉะนั้นยิ่งเราโดนแดดมากเท่าไหร่ร่างกายก็จะยิ่งสร้างเม็ดสีเมลานินขึ้นมาสะสมมากเท่านั้นและทำให้สีผิวของเราคล้ำขึ้น ฉะนั้นการหลีกเลี่ยงเผชิญกับแสงแดดโดยตรงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้เราควรจะตั้งรับอย่างถูกวิธี เช่นการสวมใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาวหรือกางร่มกันแดดในเวลาที่ต้องเผชิญกับแสงแดดโดยตรงเป็นเวลานาน และก่อน/หลังการออกแดดควรทาโลชั่น/ครีมกันแดดเพื่อปกป้องและบำรุงเอาไว้ด้วย

* รังสี UV ไม่ได้ส่งผลแค่ทำให้ผิวของเราหมองคล้ำเท่านั้น แต่ยังสามารถก่อเซลล์มะเร็งอีกด้วย

#2 กินผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง

เรารู้กันอยู่แล้วว่าวิตามินซีมีประโยชน์ช่วยให้ผิวสวยสดใส เพราะวิตามินซีสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวทำให้ผิวดูขาวขึ้น เรียบเนียน เต่งตึงกระชับ ช่วยลดเลือน/ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยและยังช่วยในเรื่องการขับถ่ายได้อีกด้วย ดังนั้นการกินผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงคืออีกหนึ่งทางเลือกที่ดีและมีประโยชน์ทั้งต่อผิวพรรณรวมถึงสุขภาพภายใน ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ได้แก่ มะเขือเทศ ส้ม แอปเปิล มะนาว มะละกอ แตงโม น้ำมะพร้าว ฝรั่ง องุ่น ทับทิม สับปะรด อะโวคาโด สตรอว์เบอร์รี เป็นต้น

นอกจากนี้การดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 8 แก้วต่อวันก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผิวดูสดใส ไม่เหี่ยวย่นและยังเป็นตัวช่วยกำจัดของเสียออกจากร่างกาย, รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่, พักผ่อนอย่างเพียงพออย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง จะทำให้ระบบต่าง ๆ ในเพื่อให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า สดใส ไม่เสื่อมโทรม และออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน ก็จะช่วยให้สุขภาพกาย/ผิวดี สดใส เปล่งปลั่งและยังช่วยลดความอ้วนได้ดีอีกด้วย

#1 กินอาหารเสริม

วิตามินซี : ช่วยให้ผิวขาว กระจ่างใส ดูอ่อนเยาว์ เรียบเนียน ไร้จุดด่างดำ
วิตามินอี : ช่วยให้ความชุ่มชื้นกับผิว ทำให้รอยสิว จุดด่างดำต่าง ๆ ดูจางลง จึงทำให้ผิวเนียน เปล่งปลั่งและสดใส
วิตามินบีรวม : ช่วยบำรุงให้ผิวสดชื่น สดใส เปล่งปลั่ง
คอลลาเจน (Collagen) : คือโปรตีนชนิดหนึ่ง ช่วยป้องกันเซลล์ผิวเสื่อมสภาพ ทำให้ผิวเรียบเนียน กระชับ เปล่งปลั่ง ดูสดใส
กลูต้าไธโอน (Glutathione) : เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ประเภทเดียวกับโปรตีน ไข่และนม ช่วยให้ผิวขาวใส มีออร่า ลดเลือนริ้วรอย จุดด่างดำ ทำให้ผิวเนียนใส ช่วยเสริมฤทธิ์การทำงานของตับในการกำจัดสารพิษและอาจช่วยป้องกันมะเร็งโดยเฉพาะมะเร็งตับได้
โคเอนไซม์ คิวเทน (Q10) : จะช่วยสร้างพลังงานให้เซลล์ในร่างกาย ส่งผลให้เซลล์และกล้ามเนื้อทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันริ้วรอย ชะลอการแก่ก่อนวัย

* การเลือกกินอาหารเสริม ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความน่าเชื่อถือ มีการรับรองจาก อย. เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆ มีความปลอดภัย

7 วิธีง่ายๆ ที่ไม่ต้องฉีด แต่ได้ผิวที่ขาว กระจ่างใสแน่นอน ไม่ยากเลยใช่มั้ยล่ะคะ ลองไปทำกันดูนะจ๊ะ

สาวๆ SPICE ชอบเคล็ดลับนี้กันมั้ยจ๊ะ

Preload

Author

Thumb lg 6bcbef6d 62b3 469d b4fc 54771551d0c5

RoseBlack

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Hot boards


รวมผมสีน้ำตาลสวยๆ แบบซอฟๆ
I Woke Up Llike This Makeupღ