Solotraveler 2561/01/15 16:02
Thumb lg 5d6a956d 283b 4811 ae7b 9665ea7e881c

15 เทศกาลและงานเฉลิมฉลองต่างแดนที่ควรค่าแก่การไปเยือนสักครั้ง

813 Spice

ไม่ว่าประเทศไหน ทวีปใดๆ ก็ล้วนแล้วแต่มีเทศกาลประจำชาติกันทังนั้น วันนี้เลยรวบรวมเทศกาลแปลกๆ แต่สวยๆ เทศกาลที่น่าไปร่วมสักครั้งในชีวิตมาให้ชมกัน ไปดูกันเลยเน๊อะ

เทศกาล งานรื่นเริง เทศกาลประจำชาติ เทศกาลทั่วโลก festival Festival of each country

เทศกาล คือเหตุการณ์ชนิดหนึ่ง (งานหรือกิจกรรมก็ว่า) ซึ่งตามปกติธรรมดาจัดตั้งขึ้นโดยชุมชนท้องถิ่น ที่มุ่งความสนใจและเฉลิมฉลองเอกลักษณ์บางอย่างของชุมชนนั้นและเทศกาลนั้น เทศกาลมักเกี่ยวข้องกับประเพณี ความเชื่อ หรือศาสนาของชุมชน ตัวอย่างเช่น สงกรานต์ ลอยกระทง สารทไทย สารทจีน ตรุษจีน กินเจ อีสเตอร์ ฮัลโลวีน คริสต์มาส เป็นต้น เทศกาลส่วนใหญ่มักจัดขึ้นปีละครั้ง คือการถือเอาวันครบรอบปีของเทศกาลครั้งก่อนมาตั้งเป็นครั้งถัดไป

และ ไม่ว่าประเทศไหนๆ ทวีปใดๆ ก็ล้วนแล้วแต่มีเทศกาลประจำชาติกันทังนั้น วันนี้เลยรวบรวมเทศกาลแปลกๆ แต่สวยมากมาย เทศกาลที่น่าไปร่วมสักครั้งในชีวิตมาให้ชมกัน จะมีเทศกาลอะไร ประเทศอะไรบ้าง มาชมกันเล๊ย

1.เทศกาลกระโดดข้ามทารก - สเปน

โดยพิธีนี้จะกระทำโดยให้ชายที่ใส่ชุดสีเหลือง ซึ่งเปรียบเสมือนสิ่งชั่วร้าย หรือที่เรียกกันว่า "เอล โกลาโช่" กระโดดข้ามเด็กทารกที่นอนอยู่บนฟูก เพื่อเป็นการชำระล้างสิ่งชั่วร้ายออกไปจากตัวเด็ก

ถึงแม้ว่าจะดูหน้าหวาดเสี่ยวไม่ใช่น้อย แต่ไม่เคยได้รับรายงานว่ามีเด็กได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจะพิธีนี้เลยค่ะ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ดีแล้วเน๊อะ

นี่ถือเป็นประเพณีที่มีการสืบต่อกันมาช้านานแล้วนะค่ะ ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1620 โดยมีความเชื่อที่ว่า เด็กทารกจะได้รับการชำระล้างบาปและนำสิ่งชั่วร้ายออกไปจากชีวิต ซึ่งในพิธีดังกล่าวก็จะมีขบวนพาเหรดจากผู้คนที่แต่งตัวเป็นภูติผีและเทวดา เดินไปตามถนนในเมือง ร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน

2.เทศกาลปามะเขือเทศ - สเปน

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินมาบ้างแล้วมั้งเน๊อะ เกี่ยวกับเทศกาลประจำปีของสเปนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก กับสงครามมะเขือเทศกว่า 100 ตันบนถนนเมืองบูโยล

ในเมืองบูโยล ประเทศสเปน ใกล้กับบาเลนเซีย จะมี 'เทศกาลปามะเขือเทศ' ( La Tomatina) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก กลับมาให้บรรดาชายหญิงสุดคะนอง ได้สนุกสนานไปกับการปามะเขือเทศใส่กันในทุกๆปี ในช่วงท้ายเดือนสิงหาคม

3.เทศกาลสวมเขา - ประเทศอิตาลี

อ่าววว!!!นี้มันเป็นประเพณีหรอเนี่ย ถึงว่าเดี๋ยวนี้โดนสวมเขาบ่อยจัง อย่าเพิ่งหัวเราะ เพราะที่มาของเทศกาลนี้คือแบบนี้เลยจร๊ะ ทุกๆปีที่เมือง Rocca Canterano จะมีเทศกาลสวมเขา เป็นเทศกาลที่ให้ผู้ชายสวมที่เคยถูกนอกใจมาสวมเขา

ว่ากันว่ามีต้นกำเนิดมาตั้งแต่สมัยยุคโรมัน ที่นักรบออกไปต่างแดนไกลๆนานๆ รบมีชัยกลับมาของขวัญที่ได้จากภรรยา คือ "เขา" โถ่วๆๆๆ ไม่ขำเห็นมั้ยคุณ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังมีไอ่การสวมเขาจากคู่รักของเรา หรือ ของคุณอยู่เน๊อะ ฮ่าๆๆๆ

ในเทศกาลที่เมือง Rocca Canterano แห่งนี้ ผู้ชายที่ล้วนเคยถูกนอกใจต่างก็มารวมตัวกันเดินขบวน พร้อมด้วยสัญลักษณ์ที่แสดงถึง การโดน ‘สวมเขา’ในงานที่จัดขึ้นเพื่อให้เกียรติและปลอบใจชายผู้โชคร้ายเหล่านั้นนั่นเอง อ่าว แล้วผู้หญิงละ อุแหม่ๆ ใช่ว่าผู้ชายจะโดนอยู่ฝ่ายเดียวซะเมื่อไร (อินเกิน ขออภัย แหะๆ)

4. เทศกาลอุ้มเมียชิงแชมป์โลก - ฟินแลนด์

หัวข้อที่ 3มะกี้ออกแนวรักคุดตุ๊ดเมิน อันนี้รักเมียที่สุดในโลก อุ้มเมียไปทิ้ง เอ๊ย!!!!!! อุ้มเมียชิงแชมป์โลก ที่ฟินแลนด์

เมืองซอนกกายาวิ ประเทศฟินแลนด์เป็นสถานที่ แข่งขันอุ้มเมียชิงแชมป์โลกในประจำเดือนกรกฎาคมของทุกปี การแข่งขันนี้เพิ่งเริ่มขึ้นในทศวรรษ 1990 แต่คนท้องถิ่นบอกตลกๆ ว่ามันเริ่มมาชั่วนาตาปีแล้ว เพราะเมื่อก่อนผู้ชายจะขโมยผู้หญิงจากหมู่บ้านอื่นมาเป็นศรีภรรยา ( อ่าววววไปขโมยทำม๊ายยยยย ) โดยมีรางวัลเป็นเบียร์ตามน้ำหนักตัวภรรยาของพวกเขา

ผู้ชายจะแบกภรรยาของตัวเอง หรือของเพื่อนบ้าน หรืออาจเป็นคู่รัก เทคนิกการอุ้มมีหลายวิธี แต่ในภาพนี้เป็นเทคนิคที่นิยมมากที่สุด และก็สำเร็จมากที่สุดด้วย สถิติโลกที่รอให้ทลายคือการอุ้มผ่านสิ่งกีดขวางระยะทาง 235.5 เมตรในเวลา 55 วินาที

5.เทศกาลสีสัน Holi (โฮลี) - อินเดีย

หรือที่ทุกคนรู้จักในชื่อเทศกาลสาดสีอะแหละคร้าาาาา เทศกาลสาดสี (Holi festival) ที่ฉลองกันทั่วประเทศอินเดีย เป็นเทศกาลของชาวฮินดู จัดเป็นประจำทุกปี ปีละสองวันในช่วงเดือนมีนาคม เทศกาลนี้เรียกอีกอย่างว่า “เทศกาลแห่งสีสัน” โดยทุกคนจะสาดผงสีใส่กันอย่างสนุกสนาน หรืออาจจะสาดน้ำด้วยเช่นกัน

รูปแบบของการเฉลิมฉลองเทศกาลโฮลี่นี้เทียบได้กับสงกรานต์ของไทย คือมีการสาดน้ำใส่กันแต่เป็นน้ำที่ผสมสีสันต่างๆ บ้างก็ไม่ใช้น้ำ แต่ใช้ผงสีซัดใส่กันหรือป้ายหน้าป้ายตัวกันอย่างสนุกสนาน นิยมเล่นกันในเวลาเช้าถึงเที่ยงวันก็เลิก ต่างคนต่างกลับบ้านไปอาบน้ำและพักผ่อน พอตกตอนเย็นจะออกมาพบปะสังสรรค์กัน แจกขนมหวานและสวมกอดกัน เทศกาลโฮลี่จึงถือเป็นเทศกาลแห่งมิตรภาพ มิตรสหายได้แสดงไมตรีเข้าสวมกอดกัน ผู้ที่เคยขัดแย้งกันก็จะได้ปรับความเข้าใจและคืนสู่มิตรภาพนั่นเอง

6.เทศกาลอูฐเมืองพุชคาร์ - อินเดีย

อูฐ คือสัญลักษณ์แห่งทะเลทรายและความอดทน ในเทศกาลอูฐแห่งเมืองพุชคาร์ (Pushkar Camel Fair) อูฐกว่า 20,000 ตัวจะมารวมตัวกันบนทะเลทรายราชาสถาน (Rajasthan dessert) ประเทศอินเดีย เทศกาลนี้ติดอันดับ 1 ใน 10 เทศกาลที่โด่งดังที่สุดในโลก จัดขึ้นกลางทะเลทรายเมืองพุชคาร์ ใครที่มีโอกาสไปร่วมงานนอกจากจะได้ขี่อูฐชมวิถีชีวิตคนทะเลทรายแบบใกล้ชิดแล้ว ยังจะได้ชมกิจกรรมประจำปีอีกด้วย

7.เทศกาลช้าง เมืองชัยปุระ - อินเดีย

เมื่อกี้พูดถึงอูฐ ข้อนี้คือช้าง

ในเมืองชัยปุระของอินเดีย ช้างเป็นทั้งพาหนะของนักท่องเที่ยว สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ และงานศิลป์คนอินเดียถือว่าช้างเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์มาช้านานและนั่น “ก็มีส่วนช่วยอย่างมาก” ในการปกป้องพวกมัน “ช้างในอินเดียจึงเหลือรอดมากกว่าพื้นที่อื่นๆในเอเชีย” ก่อนเริ่มทำกิจกรรมใหม่ๆ

คนอินเดียจะบูชาพระพิฆเนศ เทพผู้มีเศียรเป็นช้างและเชื่อว่า ทรงปัดเป่าอุปสรรคทั้งปวง และ ช้างยังช่วยเสริมบารมีให้วัดวาอารามและอำนวยพรแก่สาธุชน

8.เทศกาลดิวาลี - อินเดีย

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมาเป็นวันสำคัญของศาสนาฮินดู นั่นคือเทศกาลดิวาลี หรือ เทศกาลแห่งแสงสว่าง บรรดาชาวอินเดียจำนวนมากพากันจุดประทัดและดอกไม้ไฟเพื่อเฉลิมฉลองให้กับพระรามณ์ ตามคัมภีร์รามายณะ ที่พระองค์สู้รบกับเหล่าอสูร จนได้รับชัยชนะแล้วก็เดินทางกลับมาสู่อาณาจักรอโยธยา นอกจากนั้นยังเป็นวันปีใหม่ของชาวฮินดูอีกด้วย

คำว่า ดิวาลี (Diwali หรือ Divali) กร่อนมาจากคำว่า “ทีปวาลี” (Deepavali หรือ Dipavali) ในภาษาสันสกฤต

แปลว่า “แถวของตะเกียง” ซึ่งมาจากการจุดตะเกียงดินเล็กๆ จำนวนมากข้ามคืนยามราตรีเพื่อแสดงถึงความดีที่ชนะความชั่ว

เทศกาลดิวาลีเป็นเทศกาลสำคัญที่สุดเทศกาลหนึ่งสำหรับผู้ที่นับถือศาสนาฮินดู เชน และซิกข์ มีตำนานความเชื่อแตกต่างกันไป มีการเฉลิมฉลองเรียกว่าแทบจะทั่วโลกที่มีผู้นับถือศาสนาทั้งสามไปอาศัยอยู่ ไล่ไปตั้งแต่ในอินเดียเองซึ่งในแต่ละรัฐก็ฉลองตามความเชื่อที่ต่างกัน

ผู้คนจะทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ในรอบปีเพื่อรอรับพระนางลักษมี พระชายาของพระศิวะ ที่เชื่อกันว่าจะมาเยี่ยมบ้านฮินดูชนในวันนี้ มีการจุดประทัดเพื่อขับไล่ความชั่วร้าย ผู้คนจะสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ แจกขนมหวาน ของทานเล่น ในหมู่สมาชิกครอบครัวและเพื่อนฝูงญาติสนิทมิตรสหาย เพื่อเป็นสิริมงคล

9.เทศกาลบอลลูนนานาชาติอัลบูเกอเก-เม็กซิโก

เทศกาลบอลลูนนานาชาติอัลบูเควียร์ก (Albuquerque International Balloon Fiesta) เป็นงานเทศกาลบอลลูนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก จัดขึ้นที่ รัฐนิวเม็กซิโก (New Mexico) ประเทศสหรัฐอเมริกา เทศกาลนี้ดึงดูดผู้เข้าร่วมงานหลายหมื่นคน และจะมีบอลลูนรูปทรงต่าง ๆ มาร่วมจัดแสดงโชว์เหนือน่านฟ้าของรัฐนิวเม็กซิโกกว่า 750 ลูก ไฮไลท์ของงานก็คือการลอยบอลลูนในช่วงกลางคืน รวมไปถึงการแสดงลอยบอลลูนหมู่อย่างพร้อมเพรียงกันด้วย

10.เทศกาลวันแห่งความตาย - เม็กซิโก

วันแห่งความตาย ประเทศเม็กซิโก โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 1-2 พฤศจิกายน ของทุกปี เป็นเทศกาลต่อจากเทศกาลฮาโลวีน ซึ่งฉลองให้กับคนตาย สำหรับผู้ที่ยังอยู่ จะเชิญดวงวิญญาณ (ญาติสนิทเท่านั้น) ให้มาเยี่ยมครอบครัว อย่างน้อยๆ ทั้งคนเป็น และคนตาย ทุกคนก็จะได้รับประทานขนม และอาหารในแบบสยองขวัญด้วยกันทั้งครอบครัว

11.เทศกาลบูชาพระอาทิตย์อินตีย์ไรย์มี-เปรู

เทศกาลบูชาพระอาทิตย์ เป็นประเพณีโบราณของชาวอินคาที่สืบต่อกันมา ในปัจจุบันถือเป็นประเพณีระดับประเทศ มีงานใหญ่และการเฉลิมฉลองทุกปี

แต่เดิมเมืองกุสโก ณ ที่นี้เป็นเมืองหลวงของชาวเผ่าอินคา และชาวเผ่านี้ก็มีความเชื่อกันว่าพระอาทิตย์เป็นต้นกำเนิดของสรรพสิ่งทั้งมวล

ในวันที่ 24 มิถุนายน ของทุกปีจะมีการจัดพิธีบูชาสุริยะเทพ ซึ่งมีเพียงปีละครั้งเท่านั้นตามความเชื่อของชาวอินคาที่ว่าเป็นวันที่พระอาทิตย์เข้าใกล้โลกมากที่สุด

12.เทศกาลกาลเผาหุ่น - สเปน

ทุก ๆ ปีจากวันที่ 15-19 มีนาคม เมืองวาเลนเซียจะมีงานฉลอง ที่สำคัญที่สุดในสเปน คือ "ลาสฟัลลาส (ไฟ)" ในช่วงงานเทศกาลนี้ ซึ่งดึงดูดผู้คนมาจากทั่วสเปน รวมไปถึงจากประเทศอื่นๆ จากทั่วทุกมุมโลก

เมืองนี้จะเต็มไปด้วยเสียงดนตรี ศิลปะ แฟชั่น ดอกไม้ไฟที่งดงาม เพื่อระลึกถึง นักบุญโจเซฟ (บิดาผู้ซึ่งอุปถัมภ์ศาสนาคริสต์) โดยจะมีการสร้างหุ่นยักษ์ขึ้น ซึ่งเรียกว่า "ฟัลลาส" เป็นหุ่นรุปตัวการ์ตูน บุคคลต่างๆ ทั้งที่มีตัวตนจริงๆ และ รวมทั้งที่มีตัวตนในเทพนิยายปรัมปราอีกด้วย

แถมยังมีหุ่นที่เข้ากับสถาการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน จากนั้นผู้คนก็จะทำการแห่หุ่นยักษ์ขนาดต่างๆ ไปรอบเมือง บาเลนเซีย ของสเปน แล้วทำการจุดไฟเผา เพื่อเฉลิมฉลองแก่นักบุญโจเจฟ ท่ามกลางสายตานับหมื่นคู่ที่มาชมภาพสวย

13.เทศกาลอ็อกโทเบอร์เฟสต์-เยอรมนี

อ็อกโทเบอร์เฟสต์ เทศกาลเฉลิมฉลองประจำปียิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ที่เมืองมิวนิก รัฐบาวาเรีย อีกความภาคภูมิใจของชาวเยอรมัน เทศกาลดื่มเบียร์เยอรมันเย็นเจี๊ยบ แกล้มอาหารสไตล์บาวาเรียน หืมมมมมม น่าไปมั้ยเล่า

เทศกาลนี้จัดกันตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายน ลากยาวไปจนถึงวันอาทิตย์แรกของเดือนตุลาคมให้ถึงวันที่ 3 ต.ค. เป็นวันรวมชาติเยอรมนี (German Unity Day)

14.เทศกาลหิมะที่ซัปโปะโร - ญี่ปุ่น

ทศกาลหิมะเริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1950 โดยเด็กมัธยมชาวญี่ปุ่นได้ช่วยกันปั้นหิมะจนกลายเป็นประติมากรรมสุดยิ่งใหญ่ที่สวนโอโดะริจนผู้คนให้ความสนใจอย่างมากและมันก็กลายเป็นเทศกาลอันน่าสนใจในเวลาต่อมา แต่ทว่าเทศกาลดังกล่าวก็ได้ถูกระงับไปพักหนึ่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แต่หลังจากสงครามสิ้นสุดก็พบว่าเหล่าทหารและประชาชนได้ร่วมกันปั้นและแกะสลักหิมะให้เป็นรูปร่างต่าง ๆ อย่างสนุกสนานและเพิ่มความอลังการมากขึ้นด้วยขนาดและรูปร่างที่สวยงาม และมันก็กลับมาเป็นเทศกาลสุดรื่นเริงอีกครั้งกระทั่งทุกวันนี้

15.เทศกาลอิเล็คทริค ฟอเรสต์ มิวสิค เฟสติวัล - มิชิแกน

Electric Forest Music Festival เป็นเทศกาลที่จะทำให้คุณตื่นตาไปกับแสงไฟหลากสีท่ามกลางป่าไม้ ถือเป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีดนตรีสดให้คุณได้สัมผัสถึงความชิลสุด ๆ แต่จะว่าไปมันก็โรแมนติกไม่เบาเลย ที่สำคัญผู้ที่แวะเวียนมาเที่ยวชมยังได้ทำบุญไปในตัวด้วย เพราะรายได้บางส่วนนั้นเขาจะนำไปบริจาคให้กับหมู่บ้านยากไร้ด้วยค่ะ

เป็นยังไงกันบ้าง กับ 15 เทศกาลสวยตระการตา มีทั้งแปลกๆ และน่าทึ่ง ไปจนถึงสวยงาม อยากจะไปกันแล้วใช่มั้ยละ จริงๆมันก็มีอยู่เยอะกว่านี้ แปลกกว่านี้ก็มี อย่างเช่น เทศกาลกลิ้งชีลงเขา ประเทศอังกฤษงี้ เทศกาลกินอัณฑะไก่งวงเมืองไบรอน เทศกาลแข่งงัดนิ้วเท้างี้ นี้ผู้เขียนเลือกมาเพียงแค่ 15 ที่ที่ดูน่าสนใจและพอจะมีรายละเอียดอะไรบ้าง วันนี้ขอจบไว้เพียงแค่ 15 ที่นี้นะค่ะ ไปแล้วคร้า

คิดยังไงกับเทศกาลเหล่านี้

Preload

Author

Thumb lg c827d89d 946a 4f09 ba05 7c4463a11be8

Solotraveler

สวัสดีเราเป็นนักเดินทางเดี่ยว เป็นบล็อกเกอร์ เป็นช่างภาพ 555+ เป็นทุกอย่างที่ "ใจรักจะเป็น" สามารถติดตามเรื่องราวการเดินทางของได้ที่ เพจ แบกกล้องชิวเที่ยวคนเดียว นะคร้า

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!