Ploynil Chitima 2561/05/03 16:31
Thumb lg 828b2a0f 6c26 4c71 9dcf 4a4f1b26f169

ตะลุย 'หมู่บ้านชิราคาวะ' ในชิราคาวาโกะ เมืองเล็กแสนอบอุ่นที่คนรักญี่ปุ่น 'ต้องไป'

4990 Spice

หมู่บ้านชิราคาวะสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมติดอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น หรือที่รู้จักกันในชื่อชิราคาวะโกะ แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่เราอาจยังไม่เคยรู้ อยากรู้ก็ตามมาเลย!

Shirakawa shirakawa-go japan travel Gifu

พิกัด : 517 Hatogaya, Shirakawa-mura, Ōno-gun, Gifu-ken501-5692

เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ : 05769-6-1311

การเดินทาง : โดยสารรถบัสของบริษัท Nohi Bus ซึ่งจะวิ่งจากทาคายามะไปยังเมืองคานาซาวะ โดยจะผ่านหมู่บ้านชิราคาวะด้วย นอกจากนี้ยังสามารถนั่งรถ Nohi Bus จากเมืองคานาซาวะไปยังหมู่บ้านได้เช่นกัน โดยสามารถเช็คเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้ที่ https://www.nouhibus.co.jp/english/highwaybus/shirakawago.pdf

ดาวนโหลดแผนที่หมู่บ้านชิราคาวะ ฉบับภาษาไทย : https://www.picz.in.th/image/03WeUE

เว็บไซต์หมู่บ้านชิราคาวะโกะ (ภาษาอังกฤษ / ภาษาญี่ปุ่น) : http://ml.shirakawa-go.org/en/

หมู่บ้านชิราคาวะ (Shirakawa) หรือชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) ที่เรารู้จักกัน เป็นหมู่บ้านเล็กๆ แสนอบอุ่นบริเวณตอนกลางค่อนไปทางใต้ของเกาะฮอนชู ทางเหนือของจังหวัดกิฟุ (Gifu) ซึ่งได้รับการโอบล้อมจากภูเขาและแม่น้ำลำธาร นอกจากนีั้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 19 เมื่อปี พ.ศ. 2538 ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี คู่กับหมู่บ้านโกคายามะ (Gokayama) จังหวัดโทยามะ (Toyama) ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันอีกด้วย

สำหรับที่ตั้งของหมู่บ้านชิราคาวะนั้น ทางด้านตะวันตกของหมู่บ้านจะถูกล้อมรอบด้วยภูเขาฮาคุ (Hakusan) ซึ่งเป็นภูเขาที่กั้นระหว่างจังหวัดอิชิคาวะ (Ishikawa) กับจังหวัดกิฟุ จนดูเหมือนเป็นหมู่บ้านกลางหุบเขา นอกจากนี้ยังมีแม่น้ำโชกาวะ (Shogawa) ไหลผ่าน โดยที่นี่เป็นหมู่บ้านเกษตกรเก่าแก่ซึ่งยังคงอนุรักษ์สิ่งก่อสร้างแบบดั้งเดิมเอาไว้ตั้งแต่ในอดีตจวบจนปัจจุบันอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ โดยเฉพาะบ้านทรงกัสโซ ซึ่งเป็นรูปแบบบ้านและหลังคาที่ออกแบบมาเพื่อให้สามารถรองรับน้ำหนักของหิมะในฤดูหนาวได้ และเพื่อหิมะที่ทับถมกันบนหลังคาตกลงไปบนพื้นดินได้โดยง่ายอีกด้วย

ชื่อเรียกเต็มๆ ของหมู่บ้านชิราคาวะนั้นคือ กัสโชซึคุริโอกิมาฉิ ชิราคาวาโกะ จากความโดดเด่นของหลังคาบ้านที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน โดยเรียกว่าเป็นบ้านในแบบกัสโชสึคุริ (Gassho-zukuri) บ้านแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม อันมีที่มาจากคำว่า “กัสโช” ซึ่งแปลว่า “พนมมือ” เนื่องจากมีความชันถึง 60 องศาคล้ายกับการพนมมือเข้าหากัน ขณะที่วัสดุที่ใช้ในการสร้างบ้านก็ล้วนนำมาจากธรรมชาติที่รายล้อมอยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นต้นหญ้าที่ปลูกในหมู่บ้านที่นำมามุมหลังคาหรือดินเหนียว ส่วนตัวบ้านจะไม่มีการตอกตะปูใด ๆ ยิ่งไปกว่านั้นบ้านบางหลังยังมีอายุยาวนานกว่า 250 ปีอีกด้วย โดยทุกๆ 25-30 ปี ชาวบ้านก็จะร่วมแรงร่วมใจช่วยกันเปลี่ยนหลังคาที่ผุพังแล้วใหม่ และปัจจุบันพวกเขาก็ยังคงดำเนินชีวิตประจำวันไปตามปกติเหมือนอย่างเช่นที่เคยเป็น

บ้านทุกหลังภายในหมู่บ้านจะมีการสร้างให้หันหน้าไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้ผู้คนในบ้านรู้สึกเย็นสบายในฤดูร้อนและอบอุ่นในฤดูหนาว นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันลมพายุพัดบ้านพังอีกด้วย ซึ่งนักท่องเที่ยวคนใดต้องการเข้าพักในบ้านโบราณเหล่านี้ ก็มีบ้านที่เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวให้สามารถเข้าพักได้หรือที่เรียกว่า มินชุคุ (Minshuku) ด้วย นอกจากนี้ภายในหมู่บ้านยังมีพิพิธภัณฑ์สำหรับจัดแสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในหมู่บ้านอย่าง Wada House หรือ Kanda House อีกทั้งยังมีศาลเจ้า ร้านอาหาร รวมไปถึงร้านขายของที่ระลึกให้ได้ช้อปปิ้งกระจายสมใจอยากไม่แพ้ที่อื่นเลย

ชิราคาวะในฤดูหนาว

สำหรับเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จัดเป็นช่วงฤดูหนาวที่ถือเป็นไฮไลท์ของการท่องเที่ยวหมู่บ้านชิราคาวะซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมากันมากที่สุด เนื่องจากบรรยากาศที่เต็มไปด้วยสีขาวสะอาดสุดลูกหูลูกตาของหิมะ ไม่ว่าจะเป็นบนพื้นดินหรือหลังคาบ้าน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการจัดงานเทศกาลและการเปิดไฟ (Light-up) ในช่วงเวลากลางคืนตั้งแต่ห้าโมงเย็นเป็นต้นไปอีกด้วย โดยจะงานเทศกาล Light-up ของหมู่บ้านแห่งนี้จะมีเพียงแค่ 7 วันเท่านั้น

ใครที่อยากมาชมเทศกาลที่ว่าก็จำเป็นจะต้องจองรถบัสรอบเย็นเข้ามาที่หมู่บ้านแห่งนี้ล่วงหน้า เนื่องจากทางหมู่บ้านอนุญาตให้เข้าเฉพาะรถบัสที่มีสัญลักษณ์การเข้าชมงานจัดแสดงไฟเข้าชมงานอย่างถูกต้องเท่านั้น ด้านเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายก็ต้องจัดเต็มมาเพื่อป้องกันความหนาวเย็นโดยเฉพาะเช่นกัน เพราะภายในหมู่บ้านอากาศหนาวเย็นมาก รวมทั้งมีหิมะตกหนักด้วย

ชิราคาวะในฤดูใบไม้ผลิ

ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม จัดเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในช่วงนี้บรรยากาศภายในหมู่บ้านชิราคาวะก็จะงดงามไปด้วยการบานสะพรั่งของดอกซากุระไม่ต่างจากพื้นที่อื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้นอากาศก็แจ่มใสกำลังดี ไม่ทำให้เรารู้สึกหนาวหรือร้อนจนเกินไป ใครที่มีเป้าหมายจะมาดูซากุระที่ประเทศญี่ปุ่นก็สามารถมาชมดอกซากุระที่หมู่บ้านนี้ได้เช่นกัน

ชิราคาวะในฤดูร้อน

ช่วงฤดูร้อนหรือระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคมนั้น หมู่บ้านชิราคาวะจะเต็มไปด้วยความเขียวขจีของต้นไม้ใบหญ้า รวมไปถึงดอกไม้สีสันสดใสมากมาย ทั้งดอกไฮเดรนเยีย ดอกหงอนไก่ ดอกดาเลีย ดอกทานตะวัน ดอกลิลลี่ ฯลฯ นอกจากนี้เรายังสามารถเดินเล่นภายในหมู่บ้านได้แบบสบายๆ ยิ่งไปกว่านั้นถ้าโชคดีล่ะก็ยังมีโอกาสได้เห็นกิจกรรมการฉีดน้ำไปบนหลังคาบ้านเพื่อเพิ่มความเย็นให้ตัวบ้านของเหล่าชาวบ้านอีกด้วย เนื่องจากบ้านทรงกัสโซที่ทำจากวัสดุธรรมชาตินั้นติดไฟง่ายนั่นเอง

ชิราคาวะในฤดูใบไม้ร่วง

ปิดท้ายกันที่ฤดูใบไม้ร่วงในช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน ภายในหมู่บ้านชิราคาวะก็เป็นเช่นเดียวกับจุดชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่อื่นๆ ภายในญี่ปุ่น โดยต้นไม้ใบหญ้าภายในหมู่บ้านก็เปลี่ยนจากสีเขียวไปเป็นสีเหลือง ส้ม และแดง สวยงาม แปลกตา ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย เหมาะกับการเดินชิลๆ ถ่ายรูปที่สุดไม่แพ้ฤดูอื่นๆ เลย

และนี่คือชิราคาวะ 4 ฤดูในแบบที่หลายๆ คนยังไม่เคยเห็น ขอบอกว่าควรไปเที่ยวให้ครบทุกฤดูพร้อมเข้าพักในหมู่บ้านด้วย แล้วคุณจะหลงรักหมู่บ้านแห่งนี้อีกเยอะ

เพื่อนๆ เคยไปเที่ยวหมู่บ้านชิราคาวะกันไหม?

Preload

Author

Thumb lg 0c1d5d79 0482 479f b136 d0fdd48d4e23

Ploynil Chitima

นักเขียนตัวเล็กๆ

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!