Ploynil Chitima 2561/04/28 15:55
Thumb lg 9b3368cc f495 4031 b3ce 24532db6f14d

Go Japan!! 5 ที่เที่ยว 'ต้องไป' ใน 'เกียวโต'

1047 Spice

เกียวโตเป็นอีกเมืองในญี่ปุ่นที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ไม่ว่าใครก็ต้องไปเยือน แต่มีอยู่ 5 สถานที่ท่องเที่ยวในเกียวโตที่ต้องไปให้ได้ ไม่ไปเหมือนไปไม่ถึง อยากรู้ไปดูกัน

travel japan KYOTO kansai

เกียวโตเป็นอีกเมืองในประเทศญี่ปุ่นที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ที่ทำให้ไม่ว่าใครก็ต้องไปเยือน ไม่ว่าจะเพราะที่นี่เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น เพราะวัดวาอารามและศาลเจ้าอันเป็นเอกลักษณ์ หรือเพราะเหตุผลอื่นใดก็ตาม แต่มีอยู่ 5 สถานที่ท่องเที่ยวในเกียวโตที่ต้องไปให้ได้ ไม่ไปเหมือนไปไม่ถึง

Spice จะพาเพื่อนๆ ไปท่องเกียวโต กับ 5 ที่เที่ยว 'ต้องไป' ใน 'เกียวโต' อยากรู้ว่าเป็นที่ไหน ไปอย่างไร และทำไมต้องไป ตามมาดูพร้อมกันเลย!!

เกียวโต (Kyoto) เป็นจังหวัดหนึ่งในภูมิภาคคันไซ (Kansai) ประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังเคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นมาอย่างยาวนานที่สุด คือตั้งแต่ปี ค.ศ. 794 จวบจนถึงปี ค.ศ. 1868 หรือราว 1,100 ปี ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 7 ของประเทศญี่ปุ่น จากการที่มีประชากรมากถึง 1.4 ล้านคน รวมทั้งเป็นเมืองสำคัญที่เปรียบเสมือนศูนย์รวมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเก่าแก่ของญี่ปุ่น และเนื่องจากสามารถรอดพ้นจากการโจมตีในช่วงสงครามครั้งต่างๆ และรอดพ้นจากระเบิดนิวเคลียช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วย ที่นี่จึงยังคงความสมบูรณ์ของวัดวาอาราม ศาลเจ้า และสิ่งก่อสร้างที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าในด้านศิลปะวัฒนธรรมเก่าแก่เอาไว้ให้พวกเราได้ไปเยี่ยมชม

การเดินทางไปยังเกียวโต

หากต้องการเดินทางไปยังเกียวโต ควรเริ่มต้นเดินทางจากโอซาก้าจะเหมาะสมและสะดวกรวดเร็วที่สุด เนื่องจากขบวนรถไฟที่เชื่อมระหว่าง 2 เมืองนั้นมีให้บริการถึง 3 สายด้วยกัน ได้แก่

JR Kyoto Line สถานีรถไฟ JR ที่เชื่อมระหว่าง Osaka Station กับสถานี JR-Kyoto โดยใช้เวลาเพียง 30 นาที นอกจากนี้รถไฟสายนี้ยังผ่านสถานี Shin-Osaka ซึ่งเป็นสถานีของขบวนรถด่วน Shinkansen ที่มีเส้นทางผ่านไปยังโตเกียวในระยะเวลาเพียง14 นาทีเท่านั้น

Hankyu Kyoto Main Line (โดย Hankyu Railway) ซึ่งเชื่อมระหว่างสถานี Umeda ของโอซาก้า กับสถานี Karawamachi ในย่านการค้าหลักใจกลางเกียวโต

Keihan Main Line (โดย Keihan Electric Railway) ที่เชื่อมระหว่างสถานี Yodoyabashi ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากย่าน Umeda ของโอซาก้า และยังผ่านสถานีสำคัญอย่าง Kyobashi Station ใกล้กับย่าน Tennoji และสามารถเดินทางไปยังฝั่งตะวันออกของเกียวโตได้สบายๆ โดยจะผ่าน สถานี Gion-Shijo ในย่าน Gion, สถานี Kiyomizu-Gojo ใกล้กับวัด Kiyomizu Dera หรือสถานีปลายทางอย่าง Demachiyanagi ที่เป็นจุดเชื่อมต่อไปยังรถไฟสาย Eizan Line หรือรถรางขนาดเล็กในเกียวโตนั่นเอง

#5 Kinkaku-ji Temple

วัดคินคะคุจิหรือวัดทอง สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่สามารถเที่ยวชมได้ตลอดปี ซึ่งชื่อเสียงเรียงนามนี้ก็ได้มาจากอาคารหลักของวัดที่มีสีทองเหลืองอร่ามอยู่กลางน้ำ ทว่าที่นี่ยังมีอีกชื่อตามการเรียกขานของคนท้องถิ่นนั่นก็คือ “วัดโระคุงอนจิ (Rokuon-ji Temple)” หรือวัดสวนกวาง และในปี ค.ศ. 1994 วัดคินคะคุจิแห่งนี้ก็ยังได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย

เดิมวัดคินคะคุจิได้รับการสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นที่พำนักของโชกุนโยชิมิสุ รวมไปถึงใช้เป็นสถานที่รับรองแขกระดับสำคัญๆ เท่านั้น แต่ภายหลังที่ท่านเสียชีวิตก็ได้มีการยกที่พักแห่งนี้ให้จัดสร้างเป็นวัดในนิกายเซน ซึ่งยังกลายมาเป็นต้นแบบของวัดกินคะคุจิหรือวัดเงินที่ถูกสร้างโดยหลานชายของท่านในเวลาต่อมาอีกด้วย

ในอดีตอาคารหลายๆ ส่วนของวัดคินคะคุจิเคยถูกเผาทำลายในช่วงสงครามโอนิน (Onin ) เมื่อปี ค.ศ. 1950 แต่ก็ได้รับการบูรณะก่อสร้างวัดขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ.1955 จึงยังคงความสวยงามเหมือนที่เราเห็นกันในปัจจุบันนั่นเอง

พิกัด : 1 Kinkakujicho, Kita Ward, Kyoto

ค่าเข้าชม : 400 เยน

วันและเวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9.00 – 17.00 น.

วิธีการเดินทาง : รถบัส เดิน 3 นาที จากป้ายรถบัส Kinkakuji-mae bus stop [รถบัสสาย 12, 59] หรือเดิน 5-10 นาทีจากป้ายรถบัส Kinkakuji-michi [รถบัสสาย 101, 205]

#4 Kyōto Gosho

พระราชวังอิมพีเรียลเกียวโต หรือพระราชวังเกียวโต (Kyoto Imperial Palace) ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองเกียวโต ติดกับสวนอิมพีเรียลเกียวโต ซึ่งเป็นสวนร่มรื่นขนาดใหญ่ใจกลางเมืองเช่นเดียวกับสวนประจำปราสาทต่างๆ โดยพระราชวังแห่งนี้นับเป็นสถานที่ประทับขององค์จักรพรรดิของญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน จนกระทั่งในปี ค.ศ.1868 ที่มีการย้ายเมืองหลวงจากเกียวโตไปเป็นโตเกียว ทำให้พระราชวังแห่งนี้ไม่ใช่ที่พำนักขององค์จักรพรรดิและราชวงศ์อีกต่อไป

พระราชวังอิมพีเรียลถูกเผาทำลายหลายครั้ง ซึ่งเป็นผลมาจากสงครามในอดีต ทว่าก็ได้รับการบูรณะและปรับปรุงขึ้นใหม่ในปี ค.ศ.1855 นอกจากนี้ยังมีการก่อสร้างกำแพงและจัดสวนเพิ่มเติม ซึ่งหลังวันที่ 26 กรกฎาคม 2016 เป็นต้นมา ได้มีการเปิดพระราชวังแห่งนี้ให้นักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถเข้าชมได้เอง โดยไม่ต้องมีการจองล่วงหน้าแล้ว แต่ยังคงมีบริการไกด์นำเที่ยวฟรีอยู่ ยกเว้นบางตึกที่ยังคงมีการปิดไม่ให้เข้าชมเช่นเดิม

พิกัด : 3 Kyotogyoen, Kamigyo Ward, Kyoto

ค่าเข้าชม: ไม่เสียค่าเข้าชม

วันและเวลาเปิด-ปิด : เดือนตุลาคม - เดือนกุมภาพันธ์ 9.00 -16.00 น. (ประตูทางเข้าปิด 15.20 น.)
เดือนเมษายน - เดือนสิงหาคม 9.00 -17.00 น. (ประตูทางเข้าปิด 16.20 น.)
เดือนมีนาคม และ เดือนกันยายน 9.00 -16.30 น. (ประตูทางเข้าปิด 15.50 น.)

บริการไกด์แนะนำพระราชวังฟรีเป็นภาษาอังกฤษ 2 รอบต่อวัน เวลา 10.00 น. และ 14.00 น. ใช้เวลารอบละประมาณ 50 นาที

วันปิดทำการ : ปิดทุกวันจันทร์ หรือวันทำการถัดไป ถ้าวันจันทร์เป็นวันหยุด, ปิดช่วงสิ้นปีตั้งแต่ 28 ธันวาคม - 4 มกราคม และปิดทุกๆวันที่มีการใช้งานของทางราชการ

วิธีการเดินทาง : โดยสารรถไฟใต้ดินสาย Karasuma Subway Line ลงที่สถานี Imadegawa Station ใช้ประตูทางออกที่ 6 แล้วเดินต่อประมาณ 10 นาที

#3 Gion

กิออนนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวและช้อปปิ้งยามยามราตรีของเกียวโต ซึ่งยังคงกลิ่นอายของวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่นอย่างเกอิชาเอาไว้อย่างโดดเด่นและชัดเจน นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านดื่มชา และร้านอาหารท้องถิ่นมากมาย ยิ่งไปกว่านั้นแต่ละร้านยังมีโชว์การร่ายรำและชงชาจากเกอิโกะ (geiko) และ ไมโกะ(maiko) ให้บรรดานักท่องเที่ยวอย่างพวกเราได้ชื่นชมความงดงามกันอีกด้วย

ย่านกิองยังถือเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine) รวมทั้งยังมีวิวทิวทัศน์อันสวยงามของแม่น้ำคาโมะ (Kamo River) โดยเฉพาะในช่วงซากุระบานให้เราได้สัมผัสกันอีกด้วย ที่นี่จึงเป็นอีกจุดที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเยือนเกียวโตเลยทีเดียว

ค่าเข้าชม : 3,150 เยน (ถ้ามีคูปอง จะเหลือเพียง 2,800 เยน)

เวลาเปิด-ปิด : รอบโชว์วันละ 2 ได้แก่รอบ 18.00 น. และ 19.00 น.

วันปิดทำการ : ปิดวันที่ 16 ก.ค., 16 ส.ค., 29 ธ.ค. - 31 มี.ค. (ตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงกลางเดือนมีนาคม ปิดวันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี)

วิธีการเดินทาง : รถบัส เดิน 5 นาที จาก Gion bus stop (รถบัสสาย 100, 206) / รถไฟ เดิน 5 นาที จาก Gion Shijo Station (Keihan Line) / รถไฟ เดิน 10-15 นาที จาก Kawaramachi Station (Hankyu Line)

#2 Kiyomizu-dera

วัดคิโยมิซุหรือวัดน้ำใสนับเป็นสถานที่ชมซากุระและใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมแห่งหนึ่งของเกียวโต โดยเมื่อถึงฤดูชมดอกไม้หรือใบไม้เปลี่ยนสี จะมีการเปิดไฟที่ต้นไม้และอาคารของวัดในช่วงหัวค่ำ ทำให้สวยงามแตกต่างไปจากตอนกลางวันมาก นอกจากนี้ที่นี่ยังมีสถาปัตยกรรมโบราณที่ทำให้วัดแห่งนี้ได้รับการขึ้นเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO world heritage sites) อีกด้วย โดยวัดคิโยมิซุได้รับการสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 780 และมีน้ำจากน้ำตกโอโตวะ (Otowa Waterfall) ไหลลงมาผ่านตัววัด ทำให้เป็นที่เรียกขานกันในชื่อวัดน้ำใส ส่วนอาคารไม้ขนาดใหญ่ก็ได้รับการสร้างขึ้นโดยปราศจากการใช้ตะปู ทั้งที่เสาของอาคารมีความสูงถึง 13 เมตรจากพื้นดิน และโถงอาคารถูกสร้างให้ยื่นออกไปภายนอกเพื่อให้จุดชมวิวเมืองเกียวโตอีกด้วย

สำหรับการบูรณะซ่อมแซมอาคารหลักๆ ทั้งหมด 9 อาคาร นั้นได้มีการทยอยปรับปรุงไปตั้งแต่เดือนมกราคม 2017 และมีกำหนดจะแล้วเสร็จประมาณปี 2020 โดยทางวัดจะมีการบูรณะและซ่อมแซมอาคารเหล่านี้ที่ละอาคาร และในปัจจุบันอาคารโอคุโนะอิง (Okunoin Hall ), อาคารอะมิดา (Amida Hall) และอาคารชากะ (Shaka Hall) อยู่ในระหว่างการซ่อมแซมบูรณะ นอกจากนี้ยังมีเจดีย์ 3 ชั้นตรงทางเข้าที่กำลังเตรียมทำการปรับปรุงเช่นกัน

พิกัด : 294 Kiyomizu 1-chome, Higashiyama Ward, Kyoto

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 300 เยน

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 6.00 - 18.00 น.

วิธีการเดินทาง : รถบัส เดินขึ้นเนิน (ค่อนข้างชัน) ประมาณ 10-15 นาที จากป้ายรถบัส Gojo-zaka หรือป้ายรถบัส Kiyomizu-michi (รถบัสสาย 100, 206) หรือรถไฟ เดินประมาณ 20 นาที จากสถานี Kiyomizu-Gojo Station (Keihan Railway Line)

#1 Fushimi Inari Taisha

ศาลเจ้าของเทพเจ้าจิ้งจอกอินาริ หรือที่เรียกขานกันในนามศาลเจ้าแดง หรือศาลเจ้าจิ้งจอก เป็นศาลเจ้าในลัทธิชินโตซึ่งมีเอกลักษณ์และความโดดเด่นอยู่ตรงโทริอิสีแดงนับหมื่นต้น เป็นระยะทางขึ้นเขากว่า 1 กิโลเมตร โดยผู้คนเชื่อกันว่าเป็นภูเขาลูกนี้เป็นเขาศักดิ์สิทธ์ และมีเทพอินาริเป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ การเก็บเกี่ยวข้าว รวมไปถึงพืชผลไร่นาต่างๆ นั่นเอง

ว่ากันว่าศาลเจ้าแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ก่อนสร้างเมืองเกียวโตเสียด้วยซ้ำ ในช่วงประมาณปี ค.ศ. 794 นอกจากนี้ด้านหลังศาลเจ้ายังเป็นทางเดินขึ้นเขา ที่เรียงรายไปด้วยเสาโทริอิที่มาจากการบริจาคทั้งจากบุคคลและองค์กรเลย อีกทั้งยังมีศาลเจ้าเล็กๆ และเสาโทริอิแดงเล็กๆ มากมายระหว่างทาง รวมไปถึงมีร้านอาหารท้องถิ่นและร้านขนมที่ขายอาหารแบบชุด และมีจุดชมวิวบริเวณทางแยกโยซึซึจิ (Yotsutsuji intersection) ให้ชมวิวเมืองเกียวโตด้วย

พิกัด : 68 Fukakusa Yabunouchicho, Fushimi Ward, Kyoto

ค่าเข้าชม : ฟรี

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

วิธีการเดินทาง : ศาลเจ้าตั้งอยู่ด้านหน้าสถานี JR Inari ในสาย JR Nara Line หรือจะเดินจากสถานีรถไฟ Fushimi Inari ของสาย Keihan Main Line ก็ได้เช่นเดียวกัน

และนี่คือ 5 ที่เที่ยว 'ต้องไป' ใน 'เกียวโต' ที่ไม่ว่าใครไปเกียวโตก็ไม่ควรพลาด เพราะถ้าคุณพลาดก็เท่ากับคุณไปไม่ถึงนั่นเอง

เพื่อนๆ ชอบเมืองเกียวโตไหม?

Preload

Author

Thumb lg 0c1d5d79 0482 479f b136 d0fdd48d4e23

Ploynil Chitima

นักเขียนตัวเล็กๆ

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!