neko.gaaru 2561/06/18 10:03
Thumb lg eee01c29 0253 4272 952d bc1c236e0bfd

ยิ่งเยอะยิ่งดี! 10 STEP บำรุงผิวหน้า เพื่อผิวเรียบเนียน ใสเด้งแบบครบสูตรตามสไตล์สาวเกาหลี

891 Spice

รู้ไหมว่า "Glass Skin" ผิวเนียนใสชุ่มชื้นแบบสาวเกาหลี นั้นไม่ได้ได้มาง่ายๆ นะจ๊ะ แต่ต้องอาศัยความพิถีพิถันในการบำรุงผิว มากถึง 10 ขั้นตอนเลยทีเดียวค่ะ


สาวๆ รู้จักคำว่า "Korean Glass Skin" กันไหมเอ่ย...???

Korean Glass Skin หรือผิวเนียนใสกิ๊งๆ ประดุจแก้วของสาวเกาหลี นั้นคือเทรนด์บิ้วตี้ล่าสุดที่เขาว่ากันว่าจะเข้ามาแทนที่ Dewy Skin หรือผิวฉ่ำน้ำนั่นเองค่ะ ซึ่ง Glass Skin นั้นจะยังคงความเด้งและชุ่มชื้น เหมือนมีน้ำหล่อเลี้ยงในผิวหน้าอยู่ตลอดเวลาเอาไว้ แต่จะเน้นไปที่ความเรียบเนียนเหมือนกระเบื้องเคลือบ จนไม่สามารถมองเห็นรูขุมขนได้ และที่สำคัญยังมีความแววาวเหมือนสามารถสะท้อนกับแสงได้ด้วย

ซึ่ง Glass Skin ผิวเนียนใสชุ่มชื้นนั้น ย่อมไม่ได้ได้มาง่ายๆ นะจ๊ะ แต่ต้องอาศัยความพิถีพิถันในการบำรุงผิวบ่อยๆ มากถึง 10 ขั้นตอนในทุกๆ วันเลยทีเดียวนะ ถ้าสาวๆ อยากรู้ว่าต้องทำอย่างไร ขั้นตอนต่างๆ เพื่อผิวเนียนใสเบอร์นี้ประกอบด้วยอะไรบ้าง เราก็มาดูกันเลยค่ะ

#1. Oil Cleanser ล้างเครื่องสำอาง

ความสะอาด นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดของการมีสุขภาพผิวพรรณที่ดี ดังนั้น ไม่ว่าจะไปทำงานกลับบ้านมาดึกๆ จนรู้สึกเหนื่อยล้า หรือขี้เกียจล้างหน้ามากแค่ไหนก็ตาม แต่ยังไงๆ สาวๆ ก็ต้องคำนึงถึงผิวหน้าของตนเองเป็นสำคัญ แล้วกัดฟันขึ้นมาทำความสะอาดผิวก่อนนะคะ ไม่อย่างนั้นเครื่องสำอางหรือคราบครีมกันแดดก็จะตกค้างอยู่ในผิว อาจก่อให้เกิดเป็นปัญหาผิวสารพัด ไม่ว่าจะเป็นสิว ผดผื่น หรือการระคายเคือง
การทำความสะอาด Make Up นั้นแน่นอนว่าต้องใช้คลีนเซอร์ ซึ่งถ้าหากเอาตามแบบฉบับสาวเกาหลีเป๊ะๆ แล้ว จะแนะนำให้ล้างด้วยออยล์หรือน้ำมันค่ะ เพราะไม่จำเป็นต้องใช้สำลีเช็ดถูหลายๆ แผ่น แค่นวดออยล์เป็นวงกลมทั่วทั้งใบหน้าไปเรื่อยๆ จนคราบเครื่องสำอางหลุดออก จึงนับว่าเป็นวิธีที่อ่อนโยนกับผิวหน้าที่บอบบาง ทั้งยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวไว้ได้อีกด้วย

#2. Foam Cleanser ล้างหน้า

เมื่อเราใช้คลีนเซอร์ สิ่งสกปรกตกค้างบนใบหน้าก็จะถูกทำความสะอาดไปในระดับหนึ่ง ทีนี้เราก็ต้องมาทำความสะอาดกันต่อให้หมดจดโดยใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าค่ะ ซึ่งสาวเกาหลีจะแนะนำให้ใช้สบู่ล้างหน้าแบบโฟม เนื่องจากมีสัมผัสที่นุ่มละมุน ทั้งยังมีความเข้มข้นของสบู่ที่ไม่มากจนทำให้ผิวหน้าแห้งตึง โดยสาวๆ ควรจะอาบน้ำฟอกสบู่ชำระล้างร่างกายให้เสร็จเรียบร้อยก่อน แล้วจึงค่อยใช้โฟมล้างหน้าปิดท้าย เนื่องจากจะได้มั่นใจว่าไม่มีคราบสบู่หรือแชมพูครีมนวดมาตกค้างอยู่บนใบหน้าของเรานั่นเอง
และที่สำคัญ เวลาใช้โฟมล้างหน้า สาวๆ ไม่จำเป็นต้องบีบเนื้อครีมออกมาเยอะเกินไปนะคะ ให้บีบครีมออกมาในปริมาณเล็กน้อย แล้วใช้ตาข่ายตีให้กลายเป็นโฟม ซึ่งจะช่วยให้ตีได้โฟมออกมาในปริมาณมาก เรียกว่าใช้น้อยๆ แต่ล้างนานๆ หน่อย แค่นี้ก็เวิร์คสุดๆ แล้วค่ะ

#3. Scrub ผิวเนียนใส

การขัดผิวหรือสครับ นับเป็นขั้นตอนที่สำคัญแต่หลายๆ คนมักจะละเลยไปบ้าง เพราะขั้นตอนนี้ไม่จำเป็นต้องทำทุกวัน แค่สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งตามสภาพผิวก็เพียงพอค่ะ การขัดผิวคือการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วชั้นนอกออกไป ช่วยเผยผิวใหม่ที่เรียบเนียนกระจ่างใสยิ่งขึ้นกว่าเดิม ถ้าสาวๆ ไม่ขัดผิวเลย ก็อาจส่งผลให้ใบหน้าดูหมองคล้ำและเกิดสิวอุดตันได้ แต่ในทางกลับกัน ถ้าสาวๆ สครับผิวหน้าบ่อยเกินไป (มากกว่าอาทิตย์ละ 3 ครั้ง) ก็จะส่งผลให้ผิวบาง แห้งตึง และเกิดอาการระคายเคืองได้ง่าย ที่สำคัญเวลาขัดผิวหน้า ไม่ควรลงน้ำหนักมือมากเกินไป แค่ขัดวนๆ เป็นวงกลมอย่างเบามือ จะได้ไม่เป็นการทำร้ายผิวหน้าของเราค่ะ

#4. Toner ปรับสภาพผิว

หลังจากชำระล้างทำควมสะอาดผิวหน้ามาแล้ว ค่า pH ที่เป็นด่างที่อยู่ในสบู่หรือโฟมล้างหน้า อาจส่งผลให้ผิวของเราเสียสมดุลไปบ้าง ทีนี้ Toner จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ เพราะนอกจากจะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างล้ำลึกแล้ว มันยังสามารถช่วยปรับสภาพผิวของเราให้กลับมาสู่ความสมดุลได้ เพียงใช้สำลีชุบโทนเนอร์แล้วเช็ดบนผิวหน้าเบาๆ ให้ทั่ว (สำหรับสาวๆ บางคนที่ผิวค่อนข้างแห้งหรือมีอาการระคายเคืองใต้ชั้นผิวอยู่อาจรู้สึกร้อนวาบอยู่บ้างขณะเช็ด แต่อาการเหล่านี้มักจะหายไปเองโดยไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้) เพียงเท่านี้สภาพผิวหน้าของเราก็จะพร้อมสำหรับการลงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในขั้นตอนต่อๆ ไปแล้วละค่ะ

#5. Essence บำรุงผิวชั้นใน

Essence หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ "น้ำตบ" (หรือสำหรับบางแบรนด์อาจใช้คำว่า Lotion) นับเป็นหัวใจสำคัญของการบำรุงผิวในแบบฉบับของสาวเกาหลีตัวจริง เพราะเจ้า Essence ตัวนี้นี่แหละค่ะที่สามารถตรงเข้าไปบำรุงผิวหน้าได้ลึกถึงผิวชั้นใน โดยหลักๆ แล้วจึงช่วยส่งผลให้ผิวหน้ามีความแข็งแรงขึ้น แต่ก็สามารถช่วยเพิ่มความขาวกระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอย ฟื้นฟูผิวที่โทรมให้ดูมีชีวิตชีวาได้ด้วยเช่นกัน
หลังจากเช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์เพื่อทำความสะอาดปรับสภาพผิวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ให้สาวๆ เทน้ำตบ หรือ Essence นี้ลงบนฝ่ามือ ถูมือกันเบาๆ เพื่อเกลี่ยน้ำให้ทั่ว แล้วใช้ฝ่ามือค่อยๆ ตบลงบนผิวหน้าหลายๆ ครั้งจนเนื้อ Essence ซึ่มลงไปในผิวหน้าจนหมด ซึ่งหลังจากขั้นตอนนี้ ก็จะช่วยลดความแห้งตึงหลังการทำความสะอาด จนสามารถสังเกตเห็นความชุ่มชื้นของผิวขึ้นมาได้อย่างชัดเจนเลยค่ะ

#6. Serum ลดจุดด่างดำ

อันที่จริงแล้วสำหรับ Serum นั้น สาวๆ ที่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องฝ้ากระจุดด่างดำ หรือแผลเป็นจำพวกรอยแดงรอยดำที่เกิดจากสิว ก็สามารถข้ามขั้นตอนนี้ไปได้ค่ะ เพราะโดยหลักๆ Serum จะเป็นขั้นตอนที่ดูแลเรื่องความสม่ำเสมอของสีผิวเป็นหลัก แค่หยดลงบนผิว 2-3 หยดแล้วเกลี่ยให้ทั่วใบหน้าก็เอาอยู่ค่ะ
แต่สำหรับสาวๆ ที่ผิวแห้งถึงแห้งมาก แนะนำให้ใช้เซรั่มที่เป็นสูตรสำหรับเติมความชุ่มชื้นโดยเฉพาะ ได้แก่ประเภท Face Oil ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เพียงหยดลงบนใบหน้าแล้วเกลี่ยให้ทั่ว เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยเติมความชุ่มชื้นเข้าสู่ผิวชั้นในได้อย่างล้ำลึกค่ะ

#7. Mask ฟื้นฟูผิวกระจ่างใส

สำหรับการบำรุงผิว Essence นั้นเปรียบเสมือนหัวใจสำคัญอันดับหนึ่ง ส่วนสิ่งที่สำคัญเป็นอันดับที่สองรองลงมานั่นก็คือการมาส์กหน้า (Mask) นั่นเองค่ะ ถึงแม้ว่าเราจะมาส์กหน้าอย่างมากเพียงแค่ 3-4 ครั้งต่ออาทิตย์ (นับเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่ไม่ต้องทำทุกวัน) แต่การมาส์กหน้านับเป็นการเติมสารอาหารระดับเข้มข้นให้แก่ผิว เพื่อฟื้นฟูสภาพผิวหน้าอย่างเร่งด่วน มีทั้งแบบแผ่นและแบบกระปุกให้เลือกใช้ตามความชอบ และมีหลายสูตรให้เลือกตามสภาพผิว โดยสาวๆ สามารถทำหลังจากการสครับหน้าทันที หรือทำในวันรุ่งขึ้นหลังจากวันที่สครับผิวหน้าก็ได้ค่ะ
ในกรณีที่ผิวของสาวๆ ถูกทำร้ายอย่างหนักจนเกิดอาการแห้งตึงหรือระคายเคืองมาก เช่นโดนแดดจัดจนผิวไหม้ หรือใช้ยารักษาสิวมากเกินไปจนผิวบางและแสบแดง ก็สามารถมาส์กหน้าเป็นประจำทุกวัน เพื่อเป็นการบำรุงผิว เติมความชุ่มชื้นแบบขั้นสุดได้ โดยผิวจะสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังจากการมาส์กทุกวันภายใน 4 วันถึง 1 สัปดาห์ค่ะ

#8. Eye Cream รอบดวงตาก็สำคัญ

บำรุงผิวหน้าแล้ว ก็อย่าลืมบำรุงผิวใต้ตาด้วยค่ะ เพราะอย่างที่เขาบอกกัน ว่าดวงตาเปรียบเสมือนหน้าต่างของหัวใจ ถ้าดวงตาดูไม่สดใส ก็จะทำให้ใบหน้าโดยรวมดูโทรม อิดโรย ไม่สดชื่นตามไปด้วย ซึ่งปัจจัยต่างๆ ที่อาจส่งผลให้ใต้ตาหมองคล้ำก็ได้แก่ การพักผ่อนน้อย การขยี้ตาบ่อยๆ โรคภูมิแพ้ หรือแม้แต่การบริโภคคาเฟอีนในปริมาณมาก
แต่อย่าลืมนะคะว่าผิวบริเวณรอบดวงตานั้นมีความบอบบางมากเป็นพิเศษ ดังนั้นการบำรุงผิวในส่วนนี้จึงต้องทำอย่างเบามือสุดๆ ใช้นิ้วนางข้างที่ถนัดแต้ม Eye Cream แล้วเกลี่ยๆ แตะๆ รอบใต้ตา เปลือกตา และใต้คิ้วแบบเบาๆ ที่ให้เลือกใช้นิ้วนางก็เพราะว่าเป็นนิ้วที่มีแรงกดน้อยที่สุดค่ะ และต้องระวังอย่าใช้ครีมในบริเวณนี้มากเกินไปนะคะเพราะอาจทำให้แสบตา หรือเกิดอาการระคายเคืองได้

#9. Moisturizer เติมความชุ่มชื้น

อากาศบ้านเราร้อนเบอร์นี้ เชื่อว่าสาวๆ หลายๆ คนคงชอบเปิดแอร์เย็นๆ นอนแทบจะทุกคืนถูกไหมคะ แต่ก็อย่างที่หลายๆ คนทราบกันดี ว่าอากาศเย็นๆ ก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวแห้งกร้านสูญเสียความชุ่มชื้นได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการปกป้องผิวโดยเฉพาะในเวลากลางคืน เราจึงต้องมีมอยส์เจอร์ไรเซอร์ชนิดเข้มข้นเอาไว้ "ล็อค" ความชุ่มชื้นบนผิวหน้าเอาไว้ตลอดเวลา ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องการรักษาความชุ่มชื้นเป็นหลักแล้ว ครีมบำรุงผิวยังมีคุณสมบัติช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอกระจ่างใส ช่วยลดเลือนริ้วรอยก่อนวัยได้ด้วย
ซึ่งมอยส์เจอร์ไรเซอร์ในปัจจุบันก็มีหลายสูตรให้เลือกใช้ สำหรับสาวผิวแห้งควรใช้ครีมเนื้อเข้มข้นที่อาจมีส่วนผสมของน้ำมันบำรุงผิว สาวผิวแพ้ง่ายควรเลือกใช้ครีมสูตรอ่อนโยนช่วยปลอบประโลมผิว ส่วนสาวผิวมันหรือผิวผสมอาจเลือกใช้มอยส์เจอร์ไรซ์เซอร์เนื้อเจลครีม ที่มีความบางเบา ซึมเข้าสู่ผิวหน้าได้รวดเร็ว จะทำให้รู้สึกเบาสบายผิวหน้าได้มากกว่าค่ะ

#10. Sun Screen เกราะป้องกันมลภาวะ

มาถึงขั้นตอนท้ายสุด ที่มีความสำคัญไม่แพ้ข้ออื่นๆ นั่นก็คือการปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะด้วยครีมกันแดด เพราะเมื่อเราออกจากบ้าน เราย่อมต้องเผชิญกับแสงแดด ฝุ่นควัน มลภาวะในอากาศสารพัดชนิด ที่จะเข้ามาทำร้ายผิวเราโดยกระตุ้นการสร้างอนุมูลอิสระซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพผิวในระยะยาวได้ ดังนั้นหากสาวๆ ไม่อยากเป็นฝ้า กระ ผดผื่น หรือมะเร็งผิวหนัง ก็อย่าลืมดูแลผิวด้วยครีมกันแดด (ทั้งผิวหน้า ลำคอ และผิวกาย) โดยทาเป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังจากครีมบำรุงผิว ก่อนออกจากบ้านเป็นเวลา 15-20 นาที ที่สำคัญควรเลือกสูตรที่สามารถป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB ที่ช่วยปกป้องผิวจากทั้งแสงแดดและรังสียูวีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเลือก SPF อยู่ที่ 30-50 เพื่อการปกป้องยาวนานตลอดวันค่ะ
และยุคนี้ก็มีครีมกันแดดที่เรียกว่า Physical Sunscreen ออกมาให้สาวๆ ได้เลือกใช้กันหลากหลายยี่ห้อ ซึ่ง Physical Sunscreen นั้นจัดว่าเป็นครีมกันแดดที่ไม่กักเก็บรังสียูวี ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้และอาการอุดตันบนผิว จึงสามารถป้องกันได้ทั้งปัญหาผิวหมองคล้ำและปัญหาสิว ทั้งยังไม่ทิ้งสารตกค้างไว้บนผิวอีกด้วยค่ะ

ทราบไหมว่าในยุคนี้ สาวๆ ฝั่งตะวันตกเขาก็เริ่มหันมาสนใจเทรนด์ Glass Skin กันมากขึ้นแล้วนะจ๊ะ เพราะความชุ่มชื้นเหมือนมีน้ำหล่อเลี้ยงในผิวนี่แหละ ที่กำลังจะเข้ามาแทนที่ผิวแมตต์ที่สาวสายฝ. เคยนิยมกันอยู่พักใหญ่ๆ ดังนั้นสาวไทยเราต้องไม่รอช้า มาลงมือบำรุงผิว 10 ขั้นตอน เพื่อผิวเนียนใสสุขภาพดีแบบครบสูตรกันเถอะค่ะ!

สาวๆ คิดอย่างไรกับการบำรุงผิวแบบ Korean Glass Skin ทั้ง 10 ขั้นตอนนี้กันบ้างคะ?

Preload

Author

Thumb lg b0404443 b49f 4458 b5ec c2941bf9496a

neko.gaaru

Cats are the girl's best friend.

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!