Ploynil Chitima 2561/04/27 10:08
Thumb lg c9d68e45 3f81 48cf 9e0b d87f4630c801

ฟิน in Osaka! 6 ที่เที่ยวใน 'โอซาก้า' ที่ไม่ไปเท่ากับ 'พลาด' ความฟิน

2327 Spice

คนรักญี่ปุ่นย่อมต้องวางแผนไปโอซาก้าสักครั้งในชีวิต แต่รู้ไหมว่ามีที่เที่ยวในโอซาก้าที่หากไม่ไปล่ะก็ ถือว่าคุณพลาด จะมีที่ไหนบ้างมาดูกัน!!

travel OSAKA japan kansai

คนรักญี่ปุ่นย่อมต้องวางแผนไปเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่าง 'โอซาก้า' สักครั้งในชีวิต ไม่ว่าจะเพราะอยากช้อปปิ้ง อยากไปเที่ยวปราสาท อยากไปสวนสนุก หรือแม้แต่อยากไปกินของอร่อยๆ แต่ไม่ว่าจะอยากไปเพราะอะไรก็ตาม เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากพลาดความฟินเหล่านี้แน่นอน

Spice จะพาทุกท่านไปตะลุย 6 ที่เที่ยวใน 'โอซาก้า' ที่ไม่ไปเท่ากับคุณ 'พลาด' ความฟิน มาดูกันว่าเป็นที่ไหนบ้าง เราจะไปเที่ยวได้ยังไง และจะฟินแค่ไหน ตามมาเลย!!

มารู้จักโอซาก้ากัน

โอซาก้า นับเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ และมีประชากรมากเป็นอันดับ 3 ของประเทศญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในไม่กี่เมืองที่มีสถานะเป็นนครโดยข้อบัญญัติรัฐบาลญี่ปุ่น ในช่วงเวลาปกติจะมีประชากรทั้งหมดประมาณ 2.7 ล้านคน แต่ในช่วงเวลาทำงานจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.7 ล้านคน ซึ่งเป็นรองเพียงแค่โตเกียวเท่านั้น นอกจากนี้โอซาก้ายังเป็นเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมไปถึงด้านการค้า และวัฒนธรรมอีกด้วย โดยได้สมญานามว่าเป็น 'ครัวของชาติ' เนื่องจากเป็นศูนย์กลางการค้าข้าวของญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยเอะโดะ และปัจจุบันก็ยังเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมเมืองหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

เทศกาลสำคัญของโอซาก้า

เทศกาลเท็นจิน นับเป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของเทศกาลในประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังเป็นเทศกาลเรือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกด้วย โดยจะจัดขึ้นที่ศาลเจ้าเท็นมังกุ (Tenmangu-Shrine) ในจังหวัดโอซาก้า ซึ่งเป็นศาลของลัทธิชินโตที่บูชาเทพเจ้าเท็นจิน จึงมีการประกอบพิธีกรรมเฉลิมฉลองประจำปีเพื่อระลึกถึงเทพเท็นจินนั่นเอง เป็นศาลเจ้าและเทพเจ้าที่ชาวโอซาก้าให้ความเคารพนับถืออย่างสูง ตั้งแต่สมัยเฮอันตอนปลายจนปัจจุบันเป็นเวลานานถึง 1,050 ปี เทศกาลนี้จึงเป็นงานแห่เทพเจ้าที่ได้รับการจัดอย่างยิ่งใหญ่ทั้งทางบกและทางน้ำ และจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันที่ 24 และ 25 กรกฏาคมของทุกๆ ปี

#6 Ōsaka-jō

1 ในสถานที่ท่องเที่ยวระดับประเทศที่ใครไม่ไป ถือว่ายังมาไม่ถึงโอซาก้า โดยตัวปราสาทยิ่งใหญ่อลังการเพราะมีถึง 8 ชั้น อีกทั้งยังห้อมล้อมด้วยกำแพงหิน คูน้ำ และถึงสวนนิชิโนมารุ (Nishinomaru Garden) ท่ามกลางตึกรามอาคารสูงภายนอก โดดเด่นด้วยต้นซากุระภายในสวนที่มีมากกว่า 600 ต้น เป็นภาพที่งดงามยามผลิบานพร้อมกันในฤดูใบไม้ผลิ จึงเป็นสถานที่ชมซากุระยอดนิยมอีกแห่งด้วยเช่นกัน

แต่เดิมพื้นที่ปราสาทเคยเป็นที่ตั้งของวัดอิชิยาม่า ฮอนกันจิ (Ishiyama Honganji Temple) ทว่าหลังจากที่ถูกโอดะ โนบุนากะ (Oda Nobunaga) ทำลายลง ก็ได้มีการสร้างปราสาทโอซาก้าขึ้นมาในช่วงประมาณ 30 ปีให้หลัง หรือในปี ค.ศ.1583 โดยท่านโทโยมิ ฮิเดะโยชิ และมีจุดประสงค์ให้ที่นี่เป็นจุดศูนย์กลางแห่งใหม่ของญี่ปุ่น แต่หลังจากที่ท่านเสียชีวิตลงไม่นาน ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ปราสาทถูกโจมตีจากการสั่งการของโชกุนโทคุกาว่า แม้จะมีการปรับปรุงบูรณะใหม่ในปี ค.ศ. 1620 อีกครั้ง ก็ยังเกิดความเสียหายจากการถูกฟ้าผ่าโดยเฉพาะในส่วนของหอคอย ถึงอย่างนั้นก็ยังมีการบูรณะเรื่อยมากระทั่งปัจจุบัน โดยมีการสร้างลิฟต์เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมปราสาทด้วย

พิกัด : 1-1 OsakaJo,Chuo-ku,Osaka City

ค่าเข้าชม: 600 เยน

วันและเวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 9.00 – 17.00 น. (สามารถเข้าชมรอบสุดท้ายก่อนเวลาปิดได้ 30 นาที)

วันปิดทำการ: 28 ธันวาคม – 1 มกราคมของทุกปี

การเดินทาง : สามารถเลือกลงได้ในหลายๆ สถานี แล้วให้เดินต่อไปจนถึงตัวปราสาท ซึ่งจะใช้เวลาเดินประมาณ 10-20 นาที แต่สถานีที่ใกล้ที่สุดจะเป็นสถานี Morinomiya เพราะอยู่ใกล้ทางเข้าหอคอยปราสาทโอซาก้าที่สุด

รถไฟใต้ดิน : เดิน 10 นาที จาก Tanimachi Yonchome Station (Taimachi 4-chrome Station) ([Tanimachi Subway Line, Chuo Subway Line)

รถไฟ : เดิน 10-15 นาที จาก Osakajokoen Station (JR Loop Line)

แผนที่ปราสาทโอซาก้า

#5 Osaka Mint Bureau

อีกหนึ่งสถานที่ชมซากุระยอดนิยมคงหนีไม่พ้นโรงกษาปณ์ญี่ปุ่น หรือ Japan Mint/Osaka Mint Bureau โดยจะเป็นอาคารรูปทรงคลาสสิกอยู่ริมแม่นํ้าโยโดะ (Old Yodo) มีหน้าที่ในการดูแลเรื่องการผลิตเหรียญและเครื่องราชอิสริยาภรณ์ นอกจากนี้ด้านในยังมีพิพิธภัณฑ์เหรียญตราต่างๆ ซึ่งเปิดให้เข้าชมฟรีอีกด้วย และหากต้องการทัวร์ชมการผลิตเหรียญ ก็จะต้องจองก่อนล่วงหน้าและเข้าชมเป็นรอบๆ ไป ส่วนจุดชมซากุระจะเป็นบริเวณสวนด้านนอกอาคาร ที่จะมีต้นซากุระกว่า 350 ต้น แยกเป็น 131 พันธุ์ ล้วนหาชมได้ยาก อีกทั้งยังมีการออกร้านขายของด้วย

ทุกๆ ปีช่วงเดือนเมษายน โรงกษาปณ์แห่งนี้จะมีการจัดงาน Sakurano Torinuke ซึ่งเป็นงานชมอุโมงค์ดอกซากุระทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน แต่จะเปิดให้ชมเแค่เพียง 7 วันใน 1 ปีเท่านั้น และยังมีช่วงเวลาจัดงานไม่ตรงกันในแต่ละปีด้วยขึ้นอยู่กับช่วงเวลาบานของดอกซากุระ โดยจะมีการแจ้งวันและเวลาในการจัดงานประมาณช่วงกลางเดือนมีนาคมบนหน้าเว็บไซต์ https://www.mint.go.jp/

ภายในงานเทศกาลจะมีซุ้มขายอาหารประเภท Street food ขายของกินเล่น เบียร์ เครื่องดื่ม โอโคโนมิยากิ ทาโกะยากิ ฯลฯ รวมไปถึงมีกิจกรรมต่างๆ ให้ร่วมสนุกชิงรางวัลด้วย อาทิเช่น เกมยิงปืนและตกปลาทอง

พิกัด : 1-1-79 Temma, Kita-ku, Osaka City

ค่าเข้าชม : ฟรี

เวลาเปิด-ปิด : เปิดตั้งแต่ 09.00-17.00 น.

วันปิดทำการ : พิพิธภัณท์จะเปิดให้บริการเฉพาะวันจันทร์-ศุกร์เท่านั้น และจะปิดให้บริการในช่วงที่มีงานเทศกาลดอกซากุระ

การเดินทาง : โรงกษาปณ์จะตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ตรงกลางระหว่างสถานีรถไฟถึง 4 สถานี โดยสามารถเดินจากสถานีรถไฟได้ภายในเวลา 10 โดยสถานีรถไฟทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ Sakuranomiya หรือ Kyobashi station สาย Osaka Loop Line / Osaka Temmangu station สาย JR Tozai Line / Temmabashi station สาย Keihan Railway หรือ Subway Tanimachi Line / Miamimorimachi station สาย Subway Tanimachi Line หรือ Subway Sakaisuji Line

#4 Osaka Shopping Area

โอซาก้ามีแหล่งช้อปปิ้งสำหรับละลายทรัพย์อยู่หลายแห่ง โดยนอกจากจะมีสินค้าแบรนด์เนมและสินค้าราคาถูกให้เลือกซื้อแล้ว ยังมีอาหารขึ้นชื่อของญี่ปุ่นให้ได้ชิมกันจนพุงกางอีกด้วย โดยเฉพาะทาโกะยากิหรือขนมครกญี่ปุ่นที่ไม่ว่าใครมาก็เป็นต้องซื้อหามาชิมกัน ซึ่งแหล่งช้อปปิ้งยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวนิยมไปกันก็มีอยู่ 3 ย่านหลักๆ ได้แก่

Dotonbori

สำหรับย่านนี้จะเริ่มต้นตั้งแต่สะพานโดทงโบริบาชิไปจนถึงสะพานนิปปงบาชิ ถือเป็นย่านที่มีสีสันมากในยามค่ำคืน มีร้านอาหารและร้านค้ามากมายที่ต่างสร้างความอลังการกันด้วยปูยักษ์ หมึกยักษ์ เกี๊ยวซ่ายักษ์ที่ประดับอยู่ด้านหน้าร้าน นอกจากนี้ยังมี Kuidaore Taro ตุ๊กตาตัวตลกตีกลอง และร้านดองกี้หรือดองกิโฮเต้ขวัญใจนักช้อปด้วย โดยสัญลักษณ์ของย่านนี้ที่ทุกคนต้องไปถ่ายรูปกันก็คือป้ายไฟกูลิโกะนั่นเอง

ส่วนประวัติของย่านโดทงโบรินั้น ต้องกล่าวย้อนไปเมื่อปี ค.ศ. 1612 พ่อค้านามว่า ยาซุอิ โดทง ได้เริ่มต้นการขุดขยายแม่น้ำเพื่อเพิ่มรายได้จากการค้า ต่อมาเมื่อเขาเสียชีวิตลงในศึกการล้อมโอซาก้า การขยายคลองก็ยังคงได้รับการสานต่อโดยหลานชายของเขา จึงมีการขนานนามชื่อของคลองและถนนเลียบคลองนี้ว่าโดทงโบริ รวมทั้งกลายเป็นแหล่งบันเทิงที่เต็มไปด้วยโรงละครคาบูกิและโรงละครบุนระกุ ทว่าก็ถูกทำลายลงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เช่นกัน

พิกัด : ญี่ปุ่น 〒542-0071 Osaka Prefecture, 大阪市中央区道頓堀

การเดินทาง : จากตัวเมืองโอซาก้า ให้โดยสารรถไฟใต้ดินของโอซาก้าสาย Midosuji Line, Yotsubashi Line, Sennichi Line ไปลงที่สถานี Osaka-Namba แล้วออกทางออกเบอร์ 14 เดินไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือหรือโดยสารรถไฟใต้ดินสาย Sennichimae Line・Sakaisuji Line ไปลงสถานี Nihombashi แล้วออกทางออกหมายเลข 2 และเดินไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

กรณีมาจากที่อื่นๆ นอกจากโอซาก้า ให้โดยสารรถไฟชินคันเซ็นมาลงที่สถานีชินโอซาก้า แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟใต้ดินสาย Midosuji Line ไปลงที่สถานี JR Namba

กรณีมาจากสนามบินคันไซ ให้โดยสารรถไฟสาย Nankai Airport Line ที่สถานี Kansai Airport ไปลงที่สถานี Izumino แล้วเปลี่่ยนเป็นรถไฟสาย Nankai Honsen Line ไปลงที่สถานี Namba หรือลงที่สถานี Hineno แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟสาย JR Hanwa Line ไปลงที่สถานี Tennoji และเปลี่ยนเป็นรถไฟใต้ดินสาย Midosuji Line ไปลงที่สถานี Namba ก็ได้เช่นกัน

Shinsaibashi

แหล่งช้อปปิ้งที่ทอดตัวจากทิศเหนือจรดใต้ความยาวประมาณ 580 เมตร ซึ่งเต็มไปด้วยแหล่งช้อปอย่างร้านค้าปลีก ร้านแฟรนไชส์ ร้านเครื่องสำอาง ร้านรองเท้า กระเป๋า นาฬิกา คาเฟ่กาแฟนั่งชิล รวมไปถึงร้านอาหาร ร้านขนม และร้านเสื้อผ้าสตรีทแบรนด์ทั้งญี่ปุ่นและต่างประเทศ อาทิ Zara H&M Beans ABC Mart รวมทั้งหมดเกือบ 200 ร้าน หรือจะบอกว่ามีทุกอย่างที่นักช้อปต้องการก็ไม่ผิด

พิกัด : 2-2-22 Shinsaibashisuji, Chuo-ku, Osaka-shi, Osaka

การเดินทาง : โดยสารรถไฟใต้ดินไปลงสถานี Namba แล้วออกทาง exit 14 หรือโดยสารรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี Nippombashi ออกทาง exit 2 หรือโดยสารรถไฟสาย JR ไปลงที่สถานี JR Namba แล้วเดินตามป้าย Namba walk มาออกตรงทางออกบนถนน Mido-Suji (จะเดินใกล้กว่ารถไฟใต้ดิน)

เว็บไซต์ : http://www.shinsaibashi.or.jp/lang/en

แผนที่ช้อปปิ้งถนนชินไซบาชิ (Shinsaibashi Shopping Map) : http://www.shinsaibashi.or.jp/lang/en/

Namba

ย่านที่มีอีกชื่อที่รู้จักกันคือ มินามิ ที่แปลว่าทิศใต้ โดยย่านนี้นั้นนับเป็นแหล่งบันเทิง ย่านท่องเที่ยว และ ย่านช้อปปิ้งที่สำคัญอีกย่านของโอซาก้า และอยู่ใกล้กับสถานี Namba หรือทางด้านทิศใต้ของ Osaka Loop Line ซึ่งถือว่าสะดวกในการเดินทางเป็นอย่างมาก ส่วน Namba Parks นั้นได้รับการออกแบบให้คล้ายหุบเขา มีทั้งสวนแบบธรรมชาติ และห้างสรรพสินค้ากว่า 120 ร้าน โรงภาพยนตร์ สวนดาดฟ้า รวมไปถึงร้านอาหารนานาติ ทั้งอาหารเกาหลี อิตาเลียน เวียดนาม และอื่นๆ โดยร้านค้าจะเปิดเวลา 11.00-21.00 น. และร้านอาหารเปิดเวลา 11.00-23.00 น.

พิกัด : Namba Chuo-ku, Osaka 542-0076, Osaka Prefecture

การเดินทาง : ย่านนัมบะ กินบริเวณค่อนข้างใหญ่ สามารถมาได้ด้วยสถานีรถไฟ 4 สถานีหลักๆ คือ สถานีนัมบะ (Namba), สถานีนิปปอมมาชิ (Nippombashi) , สถานีชินไซบาชิ(Shinsaibashi) และ สถานีนากะโฮริบาชิ (Nagahoribashi) แล้วลงที่ สถานีนัมบะ(Namba)

#3 Tsutenkaku Tower

หอคอยที่เคยเป็นอดีตอาคารที่มีความสูงมากที่สุดในเอเชีย เป็นที่มาของชื่อหอคอย โดย Tsutenkaku แปลว่าสูงเท่าฟ้า หอคอยนี้ตั้งอยู่ใจกลางย่านชินเซไก (Shinsekai) และได้รับการประดับประดาด้วยไฟนีออนจนกลายเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกจุดในยามค่ำคืน ทั้งยังเป็นจุดชมวิวโอซาก้าแบบมุมมอง 360 องศา ซึ่งหอคอยแห่งนี้ได้รับการสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1912 ตามหอไอเฟลในปารีสที่มีความสูง 64 เมตร ทว่าระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง หอคอยแห่งนี้ก็ถูกทำลายลง และได้รับการสร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้งในปี ค.ศ. 1956 พร้อมกับเพิ่มความสูงขึ้นเป็น 103 เมตร

หอคอย Tsutenkaku Tower เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวขึ้นไปชมวิวเมืองโอซาก้าได้ที่ชั้น 4 และ 5 โดยให้ขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้น 2 เพื่อซื้อตั๋วเข้าชมก่อน จากนั้นจึงค่อยขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้น 5 เลย ซึ่งที่ชั้น 5 จะมีรูปปั้นบิลลิเคน (Billiken) หรือเทพแห่งโชคลาภ เชื่อกันว่าใครได้ลูบเท้าของบิลลิเคนที่ชั้น 5 ครบทุกองค์จะทำให้ความปรารถนาเป็นจริง ส่วนชั้น 4 จะเป็นลานชมวิวที่จะหมุนอย่างช้าๆ ให้สามารถชมวิวได้รอบโดยไม่ต้องเดิน ขณะที่ชั้น 3 จะเป็นภาพถ่ายของย่านชินเซไกสมัยก่อน และมีร้านขายขนมกูลิโกะที่มีหลายอย่างที่จะสามารถซื้อชิมได้แค่เฉพาะที่นี่เท่านั้น

พิกัด : 1-18-6 Ebisuhigashi, Naniwa Ward, Osaka

ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 700 เยน และเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี 300 เยน

เวลาให้บริการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9.00-20.30 น (ประตูปิดก่อนเวลา 30 นาที)

การเดินทาง: โดยสารรถไฟใต้ดิน Osaka Subway สถานี Ebisucho [K18] (Tanimachi Subway Line) แล้วออกทางออก 3 หรือโดยสารรถไฟจากสถานีต่อไปนี้ Shin-Imamiya Station (JR Loop Line), Dobutsuen-mae Station (Midosuji and Tanimachi Subway Lines) แล้วเดินต่ออีก 5 นาที

#2 Tennōji Park

สวนสาธารณะเทนโนจิอันร่มรื่น ได้รับการเปิดให้เข้าไปพักผ่อนครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1909 แต่ต่อมาก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้สวยงามมากยิ่งขึ้น ภายในเต็มไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้ อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของสวนสัตว์เทนโนจิ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ (Osaka City Museum of Fine Arts), สุสานโบราณ, สระน้ำ และ สวนญี่ปุ่นอีกด้วย

ภายในสวนเทนโนจิยังมีสวนเคทาคุเอ็น (Keitakuen)อซึ่งเป็นสวนเซนแบบ Chisen-kaiyushiki คือจะมีการวางบ่อน้ำไว้ตรงกลางสวนแล้วทำทางเดินรอบๆ มีการออกแบบโดยนำเอาส่วนประกอบที่หลากหลายมารวมเข้าด้วยกัน เช่น เนินเขา บ่อน้ำ ทางเดินหิน สะพาน และศาลาจิบชาริมน้ำ โดยสถาปนิกชื่อดังของญี่ปุ่นนามา Jihei Ogawa หรือ Ueji สำหรับพื้นที่บริเวณนี้แต่เดิมเป็นคฤหาสน์ของพ่อค้าที่มีอิทธิพลมากที่สุดของเมืองมาตั้งแต่ยุคเอโดะ ก่อนจะบริจาคให้ทั้งสวนและคฤหาสน์ให้กับเมืองโอซาก้าเมื่อปี ค.ศ. 1926

พิกัด : 1−108 Chausuyamacho, Tennoji-ku, โอซาก้า 543-0063, จังหวัดโอซาก้า

เวลาเปิด-ปิด : เปิดตั้วแต่ 09.30-17.00 น. (วันหยุดเปิดถึง 20.00 น.)

ค่าเข้าชม : ค่าเข้าสวนสาธารณะ ผู้ใหญ่ 150 เยน เด็ก 80 เยน, สวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ และสวนญี่ปุ่น มีค่าเข้าชมต่างหาก

การเดินทาง : โดยสารรถไฟใต้ดินมาลงที่สถานี Tennoji แล้วใช้ทางออกที่ 3, 5

#1 Universal Studios Japan

สวนสนุกของ Universal Studio ค่ายหนังใหญ่แห่งสหรัฐอเมริกา เริ่มเปิดให้บริการในนครโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001 โดยธีมของสวนสนุกและเครื่องเล่นต่างๆ ล้วนได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์ของ Universal Studio ทั้งสิ้น โดยสามารถซื้อตั๋วล่วงหน้าได้บนเครื่องบินของสายการบิน Thai AirAsia X หรือซื้อจากในเว็บไซต์ที่เป็นเอเจนซี่ หรือซื้อจากตู้กดที่ตู้ Loppi ใน Lawson เพื่อไม่ให้ต้องเสียเวลาต่อคิวซื้อตั๋วภายในสวนสนุกนั่นเอง

Universal Studio Japan มีเครื่องเล่นทั้งหมด 8 โซน ได้แก่ The Wizarding World of Harry Potter (โลกเวทมนตร์ของแฮร์รี่) , Amity Village (หมู่บ้านริมท่าเรือจาก JAWS) , Water World (การแสดงสุดตื่นเต้นเร้าใจบนผิวน้ำ) , Jurassic Park (ตะลุยดินแดนไดโนเสาร์) , Sanfrancisco (ตะลุยซานฟรานฯ ถิ่นมินเนี่ยน) , New York (บุกบ้านเกิดสไปเดอร์แมน) , Hollywood (สุดมันส์กับเครื่องเล่นหวาดเสียว) และ Universal Wonderland (โซนสำหรับคุณหนูๆ)

พิกัด : 2 Chome-1-33 Sakurajima, Konohana Ward, Osaka, Osaka Prefecture 554-0031 ญี่ปุ่น

เวลาทำการ : 9.00-19.00 น.(วันหยุดปิด 22.00 น.)

การเดินทาง : โดยสารรถไฟ JR สาย Sakurajima Line มาลงที่สถานี Ningyocho ใช้เวลาเดินอีก 5 นาที

เว็บไซต์ : https://www.usj.co.jp/e/

และเหล่านี้คือ 6 ที่เที่ยวใน 'โอซาก้า' หลากหลายแบบหลากหลายสไตล์ความชอบ ที่หากไม่ได้ไปแล้วล่ะก็ เท่ากับคุณ 'พลาด' ความฟินนั่นเอง รู้แล้วก็อย่าลืมลิสต์ไว้ในแผนเที่ยวนะ

เพื่อนๆ ชอบโอซาก้ากันไหม?

Preload

Author

Thumb lg 0c1d5d79 0482 479f b136 d0fdd48d4e23

Ploynil Chitima

นักเขียนตัวเล็กๆ

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!