Saranya Sae-jung 2561/08/09 09:50
Thumb lg 0e8bb135 f7bf 43e3 837d 5ad3d00ae9a9

13 วิธีเริ่มบทสนทนากับหนุ่มๆ แบบไม่โป๊ะ รับรองเค้าสนใจเธอแน่นอน

3329 Spice

ไม่อยากนกตั้งแต่เริ่มต้นก็เข้ามาดูกัน

ความรัก บทสนทนา แฟน จีบ

เชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงเคยรู้สึกตกหลุมรักใครสักคนจนอยากจะเข้าไปทำความรู้จักกับเขา อยากเข้าไปพูดคุยอยากรู้เรื่องราวต่างๆ จากเขา แต่ยังไงก็ตามหลายๆ คนก็ยังประสบปัญหาเขิน อาย หรือประหม่า ไม่รู้จะเริ่มต้นบทสนทนายังไงดี กลัวเขาไม่ตอบบ้าง กลัวเขามองไม่ดีบ้าง วันนี้ Spice จึงขอนำ 13 วิธี การเริ่มต้นบทสนทนากับหนุ่มที่คุณหมายปองมาฝากกันค่ะ รับรองว่าเป็นการเริ่มต้นบทสนาที่ดีและมีลุ้นที่จะได้รู้จักเขามากยิ่งขึ้นเลยทีเดียว

#1 กล่าวทักทายง่ายๆ ด้วยคำว่า "สวัสดี"

เป็นประโยคเบสิคสำหรับสาวๆ ที่คิดอะไรไม่ออกจริง การกล่าวคำว่าสวัสดีถือเป็นการทักทายกลางๆ ไม่ได้ดูออกตัวแรงจนเกินไป การทักทายพร้อมส่งยิ้มหวานๆ ให้เขารับรองว่าสามารถเรียกความสนใจจากเขาได้อย่างแน่นอน เมื่อเขากล่าวสวัสดีกลับมา เขาอาจจะสงสัยว่าคุณมีธุระหรือจะพูดอะไรกับเขาต่อไหม คุณก็เริ่มต้นด้วยบทสนทนาพื้นๆ เลยอย่างเช่น ทานข้าวหรือยังคะ งานเยอะไหมคะวันนี้ คุยพอหอมปากหอมคอแล้วผละออกมา ไม่ต้องคุยนานแต่พยายามคุยทุกวัน หลังจากนั้นเมื่อเริ่มคุ้นชินกันแล้วเขาอาจจะเป็นฝ่ายที่ทักคุณก่อนก็ได้

#2 สบตาพร้อมส่งยิ้มให้เขา

หากสาวๆ ที่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับเขาดี หรือรู้สึกเขินที่จะเดินเข้าไปคุยกับเขาก่อน ก็เพียงแค่สบตาเขา แล้วยิ้มให้เขาอย่างจริงใจ ทำบ่อยๆ ทำทุกครั้งที่เห็นหน้าเขา อย่างน้อยเขาก็ต้องยิ้มกลับมาบ้างแหละน่า แต่ถ้าเราส่งยิ้มให้เขาทุกทีที่สบตากัน แน่นอนว่าหากเขาไม่เป็นคนที่มนุษยสัมพันธ์ติดลบแล้วล่ะก็ อีกไม่นานเขาก็จะต้องเป็นฝ่ายทักทายคุณก่อนอย่างแน่นอน ทีนี้ก็ถึงเวลาสานสัมพันธ์และทำความรู้จักเขาให้มากขึ้นแล้วล่ะค่ะ

#3 เริ่มต้นด้วยการขอความช่วยเหลือ

สารพัดมารยาหญิงเราต้องงัดออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์ค่ะ เราอาจจะต้องฝึกอ่อนแอบ้าง (ถึงแม้ปกตกเราจะยกตู้ยกเตียงเองก็เถอะ #มองกล้าม) สาวๆ ที่ไม่รู้จะพูดอะไรดีก็ลองใช้วิธีขอความช่วยเหลือจากเขา เช่น ขอคำแนะนำเรื่องงานเล็กๆ น้อยๆ หรือวานให้เขาช่วยยกของย้ายของให้บ้าง เมื่อเขาช่วยเหลือคุณแล้วก็อย่าลืมขอบคุณเขาอย่างจริงใจพร้อมส่งยิ้มหวานๆ ให้เขา หากสาวคนไหนกล้าหน่อยอาจจะชวนเขาไปเลี้ยงตอบแทนความสัมพันธ์ก็จะพัฒนาเร็วขึ้นแต่ถ้าไม่กล้าอาจจะซื้อขนมหรือของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ติดหมายติคมือไปฝากเขาเป็นการขอบคุณก็ดูดีค่ะ

#4 ขอนั่งข้างๆ เขา

อันนี้ในกรณีน้องๆ วัยเรียน หรือสำหรับสาวๆ ทั่วไปที่มีโอกาสได้จังหวะที่จะได้นั่งข้างๆ หนุ่มที่ชอบ ในการประชุมหรืออบรมต่างๆ หรือแม้กระทั่งจังหวะที่เขากำลังนั่งกินข้าวคนเดียว เราก็สามารถใช้จังหวะนี้ขอนั่งข้างๆ เขาเนียนๆ ไปเลยด้วยคำว่า "ขอนั่งด้วยได้ไหมคะ" แต่ก็ต้องเช็คให้ดีว่าเขามาคนเดียวจริงๆ เพราะหากเขามากับเพื่อนๆ ของเขาอาจจะเขินกันไปใหญ่ และคุณอาจจะทนไม่ได้กับสายตาแซวๆ ของเหล่าเพื่อนๆ เขาอีกต่างหาก พอถ้าคุณได้นั่งข้างๆ เขาแล้วการเริ่มต้นบทสนทนาก็ไม่ได้ยากเลยใช่ไหมล่ะ

#5 ได้ยินมาว่าเธอชอบ...เหรอ เราก็ชอบเหมือนกัน

อันนี้ต้องอาศัยการสืบนิดนึงว่าเขามีความชอบอะไรเป็นพิเศษ เช่น ชอบไปออกกำลังกาย หรือชอบทีมฟุตบอลทีมไหนเป็นพิเศษ หนังสือ ภาพยนตร์ งานอดิเรก พยายามหาเรื่องที่เขาชอบตรงกันกับคุณจะได้มีเรื่องคุยได้นานๆ หน่อยและการพูดคุยจะได้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นอีกด้วย ลองทักเขาด้วยประโยคเกี่ยวกับความชอบนั้นแล้วเขาจะเป็นฝ่ายพรั่งพรูออกมาเอง และชวนคุณคุยเสียด้วยซ้ำ เป็นการสร้างความจดจำให้เขาเกี่ยวกับตัวคุณได้อย่างเนียนๆ เลยล่ะ

#6 เธอชอบผู้หญิงแบบไหนเหรอ

คำถามนี้เหมาะสำหรับคนที่พอรู้จักกันบ้างแล้ว และเป็นคำถามชวนคุยที่ค่อนข้างเปิดเผยว่าคุณกำลังสนใจเขาอยู่ สาวๆ คนไหนที่ต้องการสื่อให้เขารู้ว่าเรากำลังแอบสนใจเขาอยู่ก็ลองแย็บถามเขาด้วยประโยคนี้เลยจ้า นอกจากจะเป็นการเปิดบทสนทนาที่นำไปสู่ความสนิทสนมมากขึ้นแล้วยังเป็นการแอบสืบสเปกเขาอีกด้วย จะได้รู้ว่าเราเข้าข่ายสเปกเขาหรือเปล่านะ แต่อย่างไรก็ตามแต่ถึงแม้ว่าเขาจะมีสเปกไม่ตรงกับเราก็อย่าเพิ่งถอดใจไปล่ะเพราะบางทีผู้ชายถ้าได้รักแล้วก็ไม่ได้ยึดติดกับสเปกขนาดนั้นหรอกค่ะ

#7 แกล้งมือลั่นส่งสติกเกอร์หรือข้อความอะไรไปหาเขาทางแชท

ลองงัดมุกมือลั่นมาใช้ หากคุณไม่กล้าที่จะทักทายเขาไปก่อนจริงๆ เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ใช้ประโยชน์จากความเจริญก้าวหน้าของโซเชียลให้เป็นประโยค แกล้งมือลั่นส่งสติกเกอร์หรือข้อความอะไรไปก็ได้ แต่ต้องเป็นข้อความกลางๆ นะคะ เช่น สบายดีไหม หรืออะไรก็ตามแต่ที่ไม่ได้ดูเหมือนคุณกำลังจีบผู้ชายคนอื่นอยู่นะ เมื่อเขาตอบกลับมาแบบงงๆ เราก็ได้ที อุ๊ยขอโทษนะพอดีเรามือลั่นค่ะ แล้วก็ชวนคุยเนียนๆ ไปเลยจ้า ถ้าเขาสนใจเราอยู่เหมือนกันเขาก็คงไม่ใจร้ายตัดบทเราหรอกใช่ไหมล่ะ

#8 ส่งความเป็นห่วงด้วยการถามไถ่

หากได้จังหวะที่ช่วงนั้นเขากำลังไม่สบาย ทุกข์ใจ เครียด หรือเจอเรื่องแย่ๆ มา นั่นเป็นโอกาสที่จะทำให้คุณและเขาสนิทสนมกันมากขึ้น เพียงแค่คุณถามไถ่เขา แสดงออกถึงความห่วงใยที่คุณมีต่อเขาด้วยคำพูดว่า เป็นยังไงบ้าง มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า เล่าให้เราฟังได้นะ เพียงเท่านี้หากเขารู้สึกไว้ใจคุณเขาก็จะเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่อัดอั้นตันใจออกมาให้คุณฟังเองแหละค่ะ แต่ถ้าเขาไม่อยากเล่าก็อย่าไปคาดคั้นนะ ชวนเขาคุยหรือหากิจกรรมที่ทำแล้วสบายใจให้เขาทำจะดีกว่า

#9 ชอบฟังเพลงแนวไหน

คำถามชวนคุยสบายๆ ในบรรยากาศหรือสถานการณ์สบายๆ สามารถบอกอะไรได้มากกว่าที่คิด แถมยังเป็นคำถามกลางๆ ดูไม่ละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัว นอกจากนี้แนวเพลงที่ฟังยังสามารถบ่งบอกตัวตนหรือลักษณะนิสัยใจคอของคนฟังได้อีกด้วย หรือแม้กระทั่งบ่งบอกถึงอารมณ์ ณ ตอนนั้นของเขาว่าเขากำลังมีเรื่องที่ทำให้สุข เศร้า เสียใจ ทุกข์ใจหรือกลุ้มใจได้อีกด้วย หากเจอคอเพลงคอดนตรีรับรองว่าคุยต่อได้เรื่อยๆ ไม่มีเบื่อกับหัวข้อนี้ แต่ถ้าคุณไปเจอหนุ่มที่ไม่ฟังเพลงเลยก็คงจะไม่ค่อยเวิร์คค่ะวิธีนี้

#10 ถามเรื่องที่เขาโพสต์บนโซเชียล

อันนี้กรณีที่รู้จักกันแล้ว เป็นเพื่อนกันในเฟซบุีค หรือมีสื่อโซเชียลไว้ติดต่อกัน แต่จนแล้วจนรอดคุณก็ไม่กล้าทักไปหาเขาก่อนหรือไม่รู้จะทักอะไรไปดี ลองใช้สิ่งที่เขาโพสตฺ์ลงบนไทม์ไลน์เขานั่นแหละเป็นเครื่องมือในการสานสัมพันธ์ เช่นว่าเขาไปเที่ยวหรือเช็คอินที่ร้านอาหาร คุณอาจจะลองทักส่วนตัวเขาไปว่าร้านอยู่ตรงไหน รสชาติเป็นยังไงบ้าง อาจจะอ้างว่าอยากไปเลยมาถามข้อมูลคล้ายๆ ขอความช่วยเหลือนั่นแหละ แต่ถ้าเราเริ่มต้นคุยกันแล้วครั้งต่อๆ ไปก็คงไม่ยากที่จะทักไปหาเขาแล้วล่ะจริงไหม

#11 แนะนำตัวพร้อมถามข้อมูลทั่วไป

วิธีเบสิคอีกหนึ่งวิธี ลองจินตนาการว่าเรากำลังจะทำความรู้จักเพื่อนใหม่อยู่ (ถึงเราจะแอบคิดอะไรไปไกลกว่านั้นก็เถอะนะ) พยายามทำตัวให้เป็นธรรมชาติที่สุด เข้าไปทักเขาก่อนพร้อมแนะนำตัวให้เขาได้รู้จักเรา พอทีนี้ก็ถึงคิวที่จะถามเขากลับบ้างว่าชื่ออะไร เรียนที่ไหน บลาๆ สารพัดคำถามเกี่ยวกับดินฟ้าอากาศที่จะทำให้เราและเขาคุยกันได้อย่างสนิทใจมากขึ้น วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่ยังไม่เคยคุยกันมาก่อนหรือรู้จักกันมาก่อน (แม้ว่าเราจะแอบส่องเขาอยู่นานแล้วก็ตาม ฮาาา)

#12 อาสาช่วยเหลือเขา

ใครบอกว่าผู้ชายต้องเป็นฝ่ายแมนๆ ให้ความช่วยเหลืออยู่ฝ่ายเดียวล่ะ เพราะผู้หญิงอย่างเราก็ทำได้ค่ะ หากงานนั้นไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงเรา เช่น อาจจะเห็นเขากำลังยุ่งๆ อยู่กับการถือของสารพัดชิ้นที่ดูจะไม่ไหวก็เข้าไปช่วยเขาบ้าง การหยิบยื่นน้ำใจให้เขานี่แหละจะเป็นการเริ่มต้นบทสนทนาที่ดีต่อกัน ทั้งยังเป็นการสร้างความประทับใจให้เขารู้สึกดีอีกด้วย แต่อย่าเผลอช่วยจนตัวเองเดือดร้อนนะคะ ทุกอย่างควรอยู่ในความพอดีเนาะ

#13 ถามเขาไปตรงๆ ว่ามีแฟนหรือยัง

สำหรับสาวๆ ที่ใจร้อน ไม่อยากเสียเวลามากมายก็พุ่งตรงเข้าประเด็นเลยจ้า คือถามเขาไปเลยว่ามีแฟนหรือยัง โสดอยู่หรือเปล่า ขอจีบได้ไหม อาจจะดูตรงไปนิดนึงสำหรับสาวๆ ที่ต้องการสงวนท่าทีวิธีนี้อาจจะไม่เหมาะสักเท่าไหร่ แต่ก็เป็นวิธีที่ค่อนข้างรวดเร็ว หากเขามีใจเขาก็ย่อมไม่ปฏิเสธและสานสัมพันธ์ต่อ แต่ถ้าเขาไม่มีใจเราก็จะได้ไม่เจ็บหนักเพราะอาการคิดเข้าข้างตัวเองหรือตีความไปเองจากพฤติกรรมชวนเข้าใจผิดของเขา แมนๆ คุยกันไปเลย

เป็นยังไงกันบ้างคะสำหรับวิธีการทักทายและเริ่มต้นบทสนทนาที่เราเอามาฝากกันในวันนี้ เหมาะกับสาวๆ หลากหลายสไตล์เลยทีเดียว ลองเลือกวิธีที่คิดว่าเหมาะสมกับตัวเองไปใช้ดูนะคะ อย่าปล่อยให้ความสัมพันธ์คลุมเครือหรือปล่อยให้ความแอบชอบเป็นแค่การแอบๆ เคลียร์ๆ ไปเลย ถ้าใช่ก็แฮปปี้แต่ถ้าไม่ใช่ก็แค่ถอยมาตั้งหลักแล้วเริ่มใหม่เนาะ อกหักดีกว่ารักไม่เป็นจริงไหมล่ะ

เป็นยังไงกันบ้างคะสำหรับวิธีการทักทายและเริ่มต้นบทสนทนาที่เราเอามาฝากกันในวันนี้ เหมาะกับสาวๆ หลากหลายสไตล์เลยทีเดียว ลองเลือกวิธีที่คิดว่าเหมาะสมกับตัวเองไปใช้ดูนะคะ อย่าปล่อยให้ความสัมพันธ์คลุมเครือหรือปล่อยให้ความแอบชอบเป็นแค่การแอบๆ เคลียร์ๆ ไปเลย ถ้าใช่ก็แฮปปี้แต่ถ้าไม่ใช่ก็แค่ถอยมาตั้งหลักแล้วเริ่มใหม่เนาะ อกหักดีกว่ารักไม่เป็นจริงไหมล่ะ

แอบชอบใครอยู่หรือเปล่า

Preload

Author

Thumb lg aeb2187f 9bff 4d62 a9df fee42a5a7498

Saranya Sae-jung

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!