Ploynil Chitima 2559/10/04 10:02
Thumb lg page6

ผิวขาวแบบง่ายๆ ! มาดูประโยชน์ของ "น้ำมะเขือเทศ" กินทุกวัน สวยขึ้นทุกวัน !

9420 Spice

มีผักผลไม้มากมายที่เป็นตัวช่วยในการบำรุงผิวและทำให้สาวๆ สุขภาพดี แต่สุดยอดอาหารบำรุงผิวที่จะช่วยให้ผูัหญิงอย่างเราสวยสมบูรณ์แบบ คงหนีไม่พ้นราชินีอย่างมะเขือเทศ

food Tomato beauty

เป็นที่รู้กันดีในหมู่ผู้หญิงอย่างเราๆ ว่ามะเขือเทศคือสุดยอดอาหารบำรุงสุขภาพ ผิว และความสวยชั้นเลิศ โดยเฉพาะเมื่อนำมาแปรรูปเป็นน้ำมะเขือเทศ ก็จะยิ่งทำให้ได้สารอาหารเพิ่มขึ้น แต่ที่ว่าดีนั้นดีอย่างไร สารอาหารที่ว่ามากมายนั้นมีอะไรบ้าง และจะช่วยให้ผิวพรรณ รวมไปถึงสุขภาพของเราดีได้จริงไหม เรามาศึกษาข้อมูลไปพร้อมๆ กันเลย

มีสารอาหารมากมายในมะเขือเทศจริงหรือ?

จากการศึกษาข้อมูลโภชนาการในมะเขือเทศของกระทรวงเกษตรฯ ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าในมะเขือเทศ 100 กรัมนั้นมีสารอาหารดังต่อไปนี้

-พลังงาน 18 กิโลแคลอรี่
-น้ำ 94.34 กรัม
-โปรตีน 0.95 กรัม
-ไขมัน 0.11 กรัม
-คาร์โบไฮเดรต 4.01 กรัม
-ไฟเบอร์ 0.7 กรัม
-น้ำตาล 2.49 กรัม
-แคลเซียม 11 มิลลิกรัม
-ธาตุเหล็ก 0.68 มิลลิกรัม
-แมกนีเซียม 9 มิลลิกรัม
-ฟอสฟอรัส 28 มิลลิกรัม
-โพแทสเซียม 218 มิลลิกรัม
-โซเดียม 11 มิลลิกรัม
-สังกะสี 0.14 มิลลิกรัม
-วิตามินซี 22.8 มิลลิกรัม
-โฟเลต 13 µg
-วิตามินเอ 498 IU
-วิตามินอี 0.56 มิลลิกรัม
-วิตามินเค 2.6 µg
-ลูทีน และซีแซนทีน 123 µg
-เบต้าแคโรทีน
-ไลโคปีน
-และวิตามินอื่นๆ อีกหลายชนิด

'ไลโคปีน' สารอาหารมหัศจรรย์ในมะเขือเทศ

ไลโคปีน (Cycopene) เป็นสารอาหารสำคัญในกลุ่มแคโรทีนอยด์ พบมากในผักผลไม้ที่มีสีส้มและสีแดง อาทิ มะเขือเทศ แตงโม แครอท ฟักข้าว มะละกอ เกรปฟรุ๊ต สตรอเบอร์รี่ เชอรี่ บีทรูท ฝรั่งสีชมพู และกระเจี๊ยบแดง โดยไลโคปีนถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระประเภทแอนตี้ออกซิแดนท์ ซึ่งช่วยในการป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะอาหาร

จากข้อมูลการศึกษาด้านโภชนาการในมะเขือเทศของมหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า มะเขือเทศสด 100 กรัม จะมีปริมาณไลโคปีนตั้งแต่ 0.9-9.30 มิลลิกรัม ซึ่งนับว่าเป็นปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

คุณค่าของไลโคปีนต่อร่างกายมนุษย์

- มีส่วนช่วยในการกำจัดคอเลสเตอรอลบริเวณผนังหลอดเลือด ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้เป็นอย่างดี
- วิตามินเอช่วยบำรุงสายตา
- รักษาโรคลักปิดลักเปิด หรือที่รู้จักกันในชื่อของโรคเลือดออกตามไรฟัน
- ช่วยควบคุมและลดระดับน้ำตาลในเลือด รวมไปถึงไขมันในเส้นเลือด
- วิตามินเคในมะเขือเทศช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ไม่เปราะแตกง่าย ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ
- ควบคุมของเหลวในเซลล์และเนื้อเยื่อ ลดอาการบวมน้ำของร่างกาย
- ทำความสะอาดและลดระดับคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด รวมไปถึงตามผนังหลอดเลือด
- ลดความเครียด อาการซึมเศร้า วิตกกังวล
- บำรุงเส้นให้นุ่มสลวยเงางาม แข็งแรง สุขภาพดี

สรรพคุณด้านอื่นๆ ของสารอาหารในมะเขือเทศ

- ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก
- ไลโคปีน ส่วนประกอบของน้ำ และไฟเบอร์ในมะเขือเทศ ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ได้เช่นกัน
- ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปอด มะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม รวมไปถึงมะเร็งบริเวณตับอ่อน
- คุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอความแก่ ลดเลือนและป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
- ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น อิ่มน้ำ ลดการเกิดของสิว รวมทั้งทำให้รอยแผลเป็นจางลง

มะเขือเทศดิบ VS มะเขือเทศปรุงสุก

ผลการวิจัยจากหลายสถาบันยืนยันว่า มะเขือเทศที่ผ่านความร้อนในการปรุงอาหารแล้ว จะทำให้การยึดจับของไลโคปีนกับเนื้อเยื่อของมะเขือเทศอ่อนตัวลง ด้วยเหตุนี้ไลโคปีนจึงถูกร่างกายนำไปใช้ได้ดีและรวดเร็วกว่าการรับประทานมะเขือเทศที่ยังไม่ผ่านการปรุงสุก

ในผลการวิจัยยังชี้แจงเพิ่มเติมอีกว่า ไลโคปีนเป็นสารอาหารที่ละลายได้ดีในไขมัน หากเราใช้น้ำมันในการประกอบอาหารที่มีมะเขือเทศ ก็จะยิ่งทำให้ร่างกายสามารถดึงไลโคปีนไปใช้ได้ดียิ่งขึ้น

แต่... สารอาหารบางตัวในมะเขือเทศที่มีประโยชน์ด้านการบำรุงผิวพรรณ อาทิ วิตามินซี อาจถูกทำลายระหว่างผ่านความร้อนในการปรุงสุก จึงมีคำแนะนำให้ผู้หญิงอย่างพวกเรารัยประทานมะเขือเทศสดร่วมด้วย ขณะที่ผู้ชายควรรับประทานแบบปรุงสุก เพื่อให้ร่างกายได้รับสารไลโคปีนในปริมาณที่พอเหมาะ ช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากได้

เรื่องของน้ำมะเขือเทศ

จากการวิจัยของ อ.แววตา เอกชาวนา นักโภชนาการบำบัดและผู้เชี่ยวชาญเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ พบว่าวิธีการดื่มน้ำมะเขือเทศเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดนั้น หากเป็นการดื่มระหว่างท้องว่างหรือก่อนการรับประทานอาหาร ให้หยดน้ำมันลงในน้ำมะเขือเทศด้วย เพื่อช่วยในเรื่องของการดูดซึมไลโคปีน ขณะที่การดื่มน้ำมะเขือเทศหลังอาหาร สามารถดื่มได้ทันที เนื่องจากไขมันในอาหารที่เรารับประทานเข้าไป สามารถส่งเสริมการดูดซึมไลโคปีนได้มากขึ้นอยู่แล้ว

ผู้ป่วยกับน้ำมะเขือเทศ

หากไม่มีการเติมน้ำตาลลงในน้ำมะเขือเทศ ก็สามารถให้ผู้ที่เป็นโรคอ้วน เบาหวาน รวมทั้งผู้ที่กำลังลดน้ำหนักสามารถรับประทานได้

สำหรับผู้ที่ไม่ควรรับประทานมะเขือเทศ รวมไปถึงน้ำมะเขือเทศด้วยนั้น นั่นก็คือผู้ป่วยโรคไต และผู้ที่มีภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง เนื่องจากในมะเขือเทศมีปริมาณของโพแทสเซียมค่อนข้งมาก และร่างกายอาจทำการขับโพแทสเซียมออกไม่หมด

นอกจากนี้ ผู้ช่วยโรคกรดไหลย้อน ก็ไม่ควรรับประทานมะเขือเทศมากเกินไป เพราะฤทธิ์ที่เป็นกรดอ่อนๆ อันจะเข้าไปกระตุ้นให้เกิดอาการกำเริบของโรคได้

เคล็ดลับการทำน้ำมะเขือเทศให้กินง้าย ง่าย โดย อาจารย์แววตา นักโภชนาการบำบัดและผู้เชี่ยวชาญเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ คือ

ให้นำมะเขือเทศจุ่มลงไปในน้ำร้อนประมาณ 20-30 วินาที แล้วจึงค่อยนำไปปั่นรวมกับโยเกิร์ตและน้ำแข็ง หรืออาจผสมน้ำส้มสด น้ำมะนาว น้ำผึ้ง รวมไปถึงน้ำผลไม้อื่นๆ เพื่อให้กลบกลิ่นและรสชาติเดิมของมะเขือเทศด้วยก็ย่อมได้

ปริมาณของน้ำมะเขือเทศที่ควรดื่มต่อวัน

สำหรับผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวใดๆ ควรดื่มน้ำมะเขือเทศไม่เกินวันละ 2 แก้ว หรือ 2 กล่อง ในปริมาณกล่องละ 200 มิลลิลิตรต่อวัน อันเป็นปริมาณที่ร่างกายสามารถขับโพแทสเซียมส่วนที่เหลือใช้ออกได้หมด

ส่วนข้อควรระวังในการรับประทานน้ำมะเขือเทศกล่อง ควรเลือกซื้อน้ำมะเขือเทศที่บนฉลากระบุปริมาณโซเดียมไว้ต่ำ เนื่องจากหากร่างกายของเรามีปริมาณโซเดียมในเกณฑ์ที่ค่อนข้างสูง อาจส่งผลร้ายทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมามากมายได้

น้ำมะเขือเทศกับผิวขาวอมชมพู?

จากการศึกษาของรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ รัชนี คงคาฉุยฉาย อาจารย์ประจำสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าสารอาหารในน้ำมะเขือเทศ อาทิ เบต้าแคโรทีน ไลโคปีน และเม็ดสีส้มแดงของมะเขือเทศนั้น เมื่อมนุษย์รับประทานเข้าไปเป็นระยะเวลาติดต่อกันนาน ๆ และมากเพียงพอ จะช่วยกระตุ้นให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง อมชมพูได้จริง แต่หากหยุดรับประทานสัก 1 สัปดาห์ สีผิวของเราก็จะเปลี่ยนกลับไปเป็นสีผิวเดิมเช่นกัน

12 บทสรุปกับการรับประทานมะเขือเทศเพื่อบำรุงผิว

1. ควรเลือกรับประทานมะเขือเทศปรุงสุก เพื่อให้ร่างกายได้รับสารไลโคปีนในปริมาณที่เพียงพอ
2. มะเขือเทศปรุงสุกมีไลโคปีน ในปริมาณที่สามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชายได้
3. มะเขือเทศที่ยังไม่ผ่านการการปรุงสุก มีวิตามินและสารอาหารสำคัญต่อการบำรุงผิว
4. ควรดื่มน้ำมะเขือเทศหลังอาหาร เพื่อช่วยในการดูดซึมไลโคปีนได้ดีและรวดเร็วยิ่งขึ้น
5. ไม่ควรดื่มน้ำมะเขือเทศเกินวันละ 2 แก้ว หรือในปริมาณ 200 มิลลิลิตร เพราะอาจมีโพแทสเซียมตกค้างในร่างกายได้
6. เลือกน้ำมะเขือเทศบรรจุกล่องหรือขวดที่มีปริมาณโซเดียมต่ำ
7. ผู้ป่วยโรคไตไม่ควรดื่มน้ำมะเขือเทศ
8. ผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนไม่ควรรับประทานน้ำมะเขือเทศมากเกินไป
9. วิตามินในน้ำมะเขือเทศช่วยบำรุงผิวพรรณ แต่ไม่ได้ช่วยให้ผิวขาวขึ้น หรือขาวอมชมพูขึ้นแต่อย่างใด
10. ไม่ควรดื่มน้ำมะเขือเทศในปริมาณมากๆ หรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ เพราะอาจทำให้เป็นโรคนิ่วได้
11. มะเขือเทศเป็นผลไม้ที่คนทั่วโลกนิยมรับประทานกันมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ
12. ซอสมะเขือเทศช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดหลังจากการหกล้ม หรือถูดมีดบาดได้ นอกจากนี้สามารถนำมาหมักผมเพื่อป้องกันการเปลี่ยนไปของสีผม อันเนื่องมาจากการว่ายในน้ำในสระที่มีคลอรีนได้อีกด้วย

จากข้อมูลที่เชื่อถือได้ของการค้นคว้าวิจัยโภชนาการในมะเขือเทศ ทำให้เราได้รู้ว่าผลไม้ลูกเล็กสีสวยชนิดนี้มีคุณค่าเกินตัว ซึ่งสามารถช่วยสร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้กับผู้ที่รับประทานเป็นประจำได้ รู้แบบนี้แล้วสาวๆ Spice ก็อย่าลืมซื้อมะเขือเทศติดบ้านไว้ เพื่อเสริมสร้างร่างกายและความสวยความงามกันให้ถ้วนหน้าเลย

เป็นยังไงกันบ้าง สาวๆ Spice ชอบ 'ประโยชน์ของ "น้ำมะเขือเทศ" กันบ้างมั้ยเอ่ย??

Preload

Author

Thumb lg 0c1d5d79 0482 479f b136 d0fdd48d4e23

Ploynil Chitima

นักเขียนตัวเล็กๆ

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


Hot boards


รวมผมสีน้ำตาลสวยๆ แบบซอฟๆ
แฟชั่นหน้าหนาว

คำค้นหาที่ใกล้เคียง


food Tomato beauty