★YUIYUIYUI★ 2562/03/13 14:49
Thumb lg 74293afa f4b5 4999 acf3 8292670f6eeb

9 ความเชื่อผิดๆ ที่ทำให้การลดความอ้วนของเราไม่ได้ผล

5532 Spice

ไดเอ็ทมาเป็นปีไม่มีอะไรดีขึ้น? มาเช็คกันหน่อยซิ เข้าใจเรื่องการลดความอ้วนแค่ไหนกัน

ลดความอ้วน อ้วน ลดน้ำหนัก ฟิตเนส ออกกำลังกาย ไดเอ็ท ไดเอ็ต อาหาร หุ่นดี เฟิร์ม ผอม เอวเอส กล้าม ซิกส์แพ็ค พุง ขาใหญ่ แขนใหญ่ gym wellness fitness health Diet food Nutrition Workout exercise คาร์ดิโอ เวท cardio weight training

ปัญหาสุดคลาสสิคที่ผู้หญิง (และผู้ชาย) เราเจอกันมาแทบจะทุกคน นั่นคือการพยายามลดความอ้วนแต่ไม่ค่อยจะได้ผลสักเท่าไหร่ หลายครั้งหลายคนถึงกับต้องพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (ยาลดความอ้วน) เพื่อให้น้ำหนักตัวกระดิกลงบ้าง แต่ถึงแม้จะเป็นเคสคลาสสิค ข้อมูลความรู้มหาศาลมีตั้งมากมายในปัจจุบันก็ยังไม่สามารถทำให้ประชาชนเข้าใจได้อย่างทั่วถึงว่าการลดความอ้วนให้ได้ผลนั้นต้องทำอย่างไรกันแน่ อีกทั้งหลายๆ อย่างที่เรารู้ๆ กันมากลับกลายเป็นว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันไปซะงั้น .. นี่ล่ะน้าถึงลดกันไม่ลงสักที

1. ความอ้วนไม่ใช่น้ำหนัก ตัวเลขมากใช่จะอ้วนเสมอไป

เป็นเรื่องที่สาวๆ ส่วนใหญ่รับไม่ได้เมื่อน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นพวกเธอจึงพยายามทุกอย่างเพื่อไม่ให้ตัวเองตกใจกับตัวเลขบนตาชั่งโดยที่อาจไม่สนเลยว่าความจริงแล้วปริมาณไขมันต่างหากที่เป็นตัวกำหนดรูปร่างว่าจะอ้วนจะผอมจะฟิตจะหุ่นดีเบอร์ไหน เมื่อมัวแต่ยึดติดว่าจะต้องไม่เกิน 50 นะ จะต้องเท่านี้เท่านั้นนะ ไม่ยังงั้นจะรู้สึกเป็นผู้หญิงตัวใหญ่ ดูไม่บอบบางน่าทะนุถนอม จึงทำให้สาวๆ หลายคนเลือกที่จะไม่ออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อ เพราะเชื่อว่ายิ่งหนักยิ่งอ้วน ทั้งที่จริงแล้วน้ำหนักของกล้ามเนื้อนั้นหนักมากกว่าไขมันหลายเท่า บางคนตัวใหญ่กว่าเดิมมากแต่น้ำหนักขึ้นมาแค่ 2-3 โลนั่นคือไขมันค่ะ ในขณะที่ถ้าเป็นกล้ามเนื้อ ทุกคนดูเพรียวกระชับขึ้น แขนขาเรียว หน้าท้องแบน แต่น้ำหนักมากขึ้นหรืออาจจะเท่าเดิม และเมื่อพูดถึงกล้ามเนื้อ กรุณาลบภาพความคิดถึงกล้ามเป็นมัดๆ แบบอาร์โนลด์ทิ้งไป มันคือเวลาที่เราจับแขนตัวเองแล้วรู้สึกกระชับนั่นล่ะ ส่วนย้วยๆ ใหญ่ๆ เหลวๆ เวลาเอาแขนแนบตัวแล้วดูบวมๆ เผละๆ นั่นน่ะ ไขมัน จะเลือกเอาแบบไหนล่ะ? น้ำหนักน้อยแต่อ้วน หรือน้ำหนักเยอะแต่หุ่นดี?

2. ลดอาหารไม่ออกกำลังกาย ผอมได้แต่ไม่นาน

การลดความอ้วนในระยะยาวขึ้นอยู่กับปัจจัยสองอย่างหลักๆ ควบคู่กันไปคือการคุมปริมาณนำเข้า (กิน) และเร่งระบายปริมาณส่งออก (ออกกำลังกาย) ถามว่าทำแค่อย่างใดอย่างหนึ่งได้มั้ย ได้แต่ได้ผลดีไม่เต็มที่เท่าทำทั้งสองอย่างควบคู่กัน สาวๆ หลายคนเลือกจะกินน้อยๆ ซึ่งทำให้ผอมเร็วมาก น้ำหนักลดฮวบ แต่กล้ามเนื้อไม่มี (กลับไปอ่านข้อเมื่อกี้อีกรอบ) ความเผละย้วยก็ยังไม่ไปไหน (หนัก 50 แทนที่จะดูเหมือนคนหนัก 50 กลับดูเหมือนหนัก 58 เป็นต้น) อีกทั้งเราต้องยอมรับความจริงที่ว่าเราไม่สามารถอดอาหารหรือกินในปริมาณน้อยมากๆ แบบนั้นได้ตลอดชีวิต ดังนั้นกลับมากินเมื่อไหร่ก็อ้วนใหม่หรืออาจจะอ้วนกว่าเดิม ในขณะที่หากออกกำลังกายควบคู่ไป ความอ้วนจะกลับมาได้ยากกว่า

3. ไม่เล่นเวทเพราะกลัวกล้าม .. กลัวกล้ามหรือกลัวอ้วนมากกว่ากัน?

เช่นเดียวกับข้อแรก สาวๆ ส่วนใหญ่กลัวกล้าม เพราะกลัวไม่สวย ดูตัวใหญ่ เหมือนผู้ชาย ไม่บอบบางเหมือนผู้หญิง ร่างกายของชายหญิงแตกต่างกันมากในเรื่องนี้ ผู้ชายลดความอ้วนได้ง่ายและเร็วกว่ามากเพราะมีกล้ามเนื้อเยอะกว่า (แต่ก็ดูไม่อ้วน นั่นล่ะเห็นภาพยัง?) แต่กว่าจะบิวด์หุ่นให้ล่ำได้ พวกเขาต้องฝึกหนักมากกกกก ยกน้ำหนักเกือบร้อยโล หลายครั้งต่อเซ็ท ทำหลายๆ เซ็ท ทุกๆ ส่วนของกล้ามเนื้อในร่างกาย ทุกๆ วัน เป็นปีๆ แล้วอาจต้องกินเวย์โปรตีนและฮอร์โมนเสริมกว่ากล้ามจะขึ้นให้เห็นเป็นลูก นั่นคือผู้ชายที่มีฮอร์โมนพร้อมต่อการสร้างกล้ามเนื้ออยู่แล้ว คิดว่าผู้หญิงยกเวทกันแค่ 10 โล 10 ครั้งต่อเซ็ท ทำ 3 เซ็ท แค่กล้ามเนื้อบางส่วนในร่างกาย จะขึ้นเป็นลูกแบบนั้นได้หรือ? ไม่มีทาง กล้ามเนื้อผู้หญิงมีแนวโน้มการขยายน้อยกว่ามาก ด้วยสภาพร่างกายและฮอร์โมนที่ไม่อำนวย ไหนเราจะออกเบาและน้อยกว่า จะเอากล้ามจากไหนมาใหญ่ล่ะเอ้อ?

4. อยากหุ่นดีต้องคาร์ดิโอแต่พอดี

อยากลดไขมันต้องทำคาร์ดิโอ (การออกกำลังกายเร่งการเต้นของหัวใจ ช่วยดึงเอาไขมันมาใช้เผาผลาญเป็นพลังงาน) พอได้ยินแบบนี้ สาวๆ ทั้งหลายก็ตั้งตาวิ่งกันอย่างเดียวเลย การวิ่งและคาร์ดิโอเป็นการออกกำลังกายที่ดีนะ แต่ต้องทำอย่างพอดี เพราะร่างกายเราฉลาดมากจนรู้ได้ว่าเมื่อเล่นเบาไปไม่เกิดผลเท่าที่ควร แต่ถ้าเล่นหนักไปก็ต้องใช้พลังงานสำรองจากกล้ามเนื้อมาแทน ดังนั้นแทนที่จะเบิร์นไขมันแล้วรักษากล้ามเนื้อไว้ จะกลายเป็นสลับกันได้คือดึงกล้ามเนื้อมาเบิร์นแล้วสำรองไขมันไว้เผื่อร่างกายเข้าสู่ภาวะใกล้ตาย (ไขมันช่วยให้ร่างกายอบอุ่น และถูกเก็บไว้ได้นานกว่า ร่างกายจึงรู้สึกปลอดภัยกว่าที่จะเก็บไขมันเอาไว้ก่อน) ดังนั้นคาร์ดิโอน่ะ 20-30 นาทีก็พอแล้วเก็บแรงไปยกเวทเถอะ

5. กินเมื่อไหร่ กินมากแค่ไหน ไม่สำคัญเท่า “กินอะไร”

ความเชื่อดึกดำบรรพ์บอกเราว่าควรคุมอาหารมื้อเย็นถ้าอยากหุ่นดี เป็นความจริงแค่ส่วนหนึ่ง เพราะถ้าอยากหุ่นดีจริง ต้องคุมอาหารทั้งวันถึงจะถูก การกินของอ้วนๆ ในตอนเช้าไม่ได้ช่วยบล็อกไม่ให้เกิดการสะสม คือถ้ามันเกินพอดียังไงก็สะสม ยกตัวอย่างให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นคือ กินผักสดตอนเย็นชามใหญ่ๆ ยังไงก็ไม่อ้วน แต่กินชีสเค้กหรือพิซซ่า ต่อให้ชิ้นเดียวตอนเช้าตอนเที่ยงก็อ้วนอยู่ดี

6. อย่าตามใจปากแต่จงฟังร่างกาย

เรื่องนี้ทำคนอ้วนมานักต่อนัก นั่นคือการไม่ฟังร่างกาย หลายๆ ครั้งเรา “อยาก” แค่อยากกินเท่านั้นเอง ทั้งที่ร่างกายไม่ได้ต้องการ ไม่ได้หิว ไม่ได้อยากได้คุณค่าจากสารอาหารจานนั้น ไม่ได้ต้องการพลังงานมากกว่าที่มีอยู่ แต่เราก็กินจะเพราะว่ามันน่ากิน มันหอม เสียดายของ เบื่อ ง่วง หรืออะไรก็ตามแต่ ผลก็คืออาหารจานที่ร่างกายไม่อยากรับนั้นต้องกลายเป็นส่วนเกินที่ฝังตัวอยู่ในร่างกาย ไปไหนไม่ได้ (ถ้าไม่ออกกำลังกาย)

7. เทรนด์ไดเอ็ทเยอะแยะมากมาย หลักการง่ายๆ มีแค่ประการเดียว

การไดเอ็ทที่ดีต้องทำได้ไปตลอดชีวิต ทุกวันนี้เราได้ยินวิธีไดเอ็ทแปลกๆ เยอะแยะมากมาย กินมังสวิรัติบ้าง กินโปรตีนอย่างเดียวบ้าง กินแป้งไม่กินไขมัน กินไขมันไม่กินแป้ง กินขนมแทนข้าว กินแต่ของเหลว ฯลฯ ถามว่าเราสามารถทำสิ่งเหล่านั้นไปได้ตลอดชีวิตหรือเปล่า ส่วนใหญ่คงรู้อยู่แก่ใจว่าอาจจะไม่ หลักการการลดความอ้วนนั้นไม่ต่างอะไรไปจากการดูแลสุขภาพเลย คือเลือกที่จะกินสิ่งที่ดีต่อร่างกายเป็นหลัก ส่วนสิ่งที่ไม่ดีก็กินให้น้อย ดื่มน้ำเปล่าให้มากที่สุด ชากาแฟดื่มได้แต่ต้องน้อยกว่าน้ำเปล่า ออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ รักษาสมดุลพลังงานระหว่างสิ่งที่กินกับสิ่งที่ใช้ กลับมาเรื่องเดิมนั่นล่ะ คุมอาหารด้วยการเลือกสิ่งที่มีประโยชน์แล้วออกกำลังกาย จบ!

8. เลือกกินสิ่งที่ดี แม้แคลอรีจะเยอะกว่า

ระหว่างผลไม้กับน้ำอัดลมแบบศูนย์แคลอรี่ คุณจะเลือกอะไร? ถ้าดูจากแคลอรี่เชื่อว่าหลายๆ คนคงเลือกน้ำอัดลม แต่เชื่อหรือไม่ว่าฟิตเนสกูรู คนหุ่นดี สุขภาพดี และนักโภชนาการ ออกแบบอาหารให้คนดังทั้งหลายต่างตอบว่าผลไม้เป็นทางเลือกที่ดีกว่า อีกครั้งที่ตัวเลขบอกคุณค่าอะไรไม่ค่อยได้ (เช่นเดียวกับน้ำหนักกล้ามเนื้อและไขมัน) เพราะแคลอรี่จากผลไม้ส่วนใหญ่ไม่ได้สูง สามารถถูกดึงไปใช้ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว แต่สิ่งที่ร่างกายได้รับเป็นของแถมคือไฟเบอร์ วิตามิน แร่ธาตุ ในขณะที่น้ำอัดลมศูนย์แคลอรี่ ถึงจะปราศจากน้ำตาล แต่ก็เต็มไปด้วยสารสังเคราะห์ซึ่งไม่ดีต่อร่างกาย แบบนี้เขาเรียกว่า “Empty Calorie” คือแคลอรี่ที่ว่างเปล่า

9. ความอ้วนคือผลจากนิสัยและไลฟ์สไตล์ ถ้าเปลี่ยนไม่ได้ก็อ้วนต่อไป

เราไม่ได้อ้วนจากอาหารมื้อเดียว และเราไม่ได้ผอมจากการออกกำลังกายแค่ครั้งเดียว ทุกอย่างคือผลจากพฤติกรรมที่เราทำอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งก็คือนิสัยของเรานั่นล่ะ นิสัยขี้เกียจออกกำลังกาย ขึ้นลงชั้นเดียวต้องใช้ลิฟต์ นิสัยติดกินของหวาน ของเค็ม ของมัน เดินผ่านร้านหมูปิ้งต้องซื้อกินเป็นประจำแม้จะไม่ได้หิว เวลาเครียดๆ ต้องกินช็อคโกแลตหรือมันฝรั่งทอด เวลานั่งดูทีวีเบื่อๆ เหงาๆ ถึงจะไม่ได้หิวก็ต้องหาอะไรมาเคี้ยวเล่นให้เพลินปาก กินน้ำเปล่าน้อยมากแต่เน้นกาแฟใส่นมใส่คาราเมลเป็นหลัก ฯลฯ ซึ่งหากไม่คิดจะเปลี่ยน ไม่อยาก หรือยืนยันว่าทำไม่ได้ก็ไม่มีทางเป็นคนหุ่นดี สุขภาพดีได้เลย รอแค่อ้วนขึ้นเรื่อยๆ หรือเป็นโรคนั่นล่ะ เวลานั้นมีเงินแค่ไหนก็กินหมูกระทะไม่ได้แล้วนะ ต้องเอาไปให้หมอค่ะ

รู้อย่างนี้แล้วก็ต้องปรับทัศนคติกันใหม่ เพื่อให้เข้าใจกลไกและกระบวนการต่างๆ ของร่างกายอย่างถูกต้องกันนะคะ จะได้ไม่ต้องเหนือยเปล่า และที่สำคัญที่สุดคือต้องไม่ทำร้ายสุขภาพของเราเองโดดเด็ดขาดค่ะ

ความเชื่อเรื่องการลดความอ้วนแบบไหนที่เคยได้ยินมา?

Preload

Author

Thumb lg 662187a7 b0af 4c62 a72c 47793619d5d3

★YUIYUIYUI★

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Hot boards


รวมผมสีน้ำตาลสวยๆ แบบซอฟๆ
I Woke Up Llike This Makeupღ