LilReindeer 2562/08/15 12:24
Thumb lg 887bbbeb 3775 4fc8 b0f0 9a9d77d892e8

แจกวิธีสร้างสมาธิให้โฟกัสกับงานได้ยาวๆ

87 Spice

ไม่ว่าจะการเรียนหรือการงาน ก็จัดการได้อยู่หมัด กับวิธีสร้างสมาธิให้จดจ่ออยู่กับงาน ชีวิตสดใส งานเสร็จตามกำหนดไม่มีพอกหางหมูแน่นอน

การทำงาน ไลฟ์สไตล์ ออฟฟิศ productive ทริคการทำงาน แบ่งเวลา การเรียน สมาธิ การแบ่งเวลา

ในปัจจุบันนี้การจะนั่งทำงานยาว ๆ ให้เสร็จได้เป็นชิ้นเป็นอันนั้น บางทีก็ยากกว่าที่คิด เพราะในปัจจุบันมีสิ่งยั่วยวนมาคอยทำให้จิตใจว่อกแว่กได้อยู่เสมอ ทั้งจากคนรอบข้าง บรรยากาศรอบข้าง รวมบรรดาโซเชียลเน็ตเวิร์กต่าง ๆ ที่กะว่าจะเข้าไปเช็กแป๊บเดียว แต่เงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็ผ่านไปเป็นชั่วโมงแล้ว วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีที่จะทำให้คุณสามารถมีใจจดจ่อกับงาน สร้างความ Productive ให้เกิดขึ้นได้กันค่ะ

#1. ตั้งเป้าหมายในแต่ละวันให้ชัดเจน

ขยันแค่ไหนแต่ไม่มีการวางแผนก็อาจจะไร้ประโยชน์ หรือทำให้เราเสียเวลาไปโดยไม่ได้งานได้ จึงควรจัดตารางชีวิตให้เป็นระเบียบมากขึ้น ด้วยการวางแผนล่วงหน้าไปเลยว่าวันนี้เราจะทำงานอะไรบ้าง และให้ตั้งเป้าหมายไปเลยว่าวันนี้งานนี้จะต้องเสร็จสิ้น หรือให้เสร็จสิ้นถึงขั้นไหน การมีเป้าหมายที่ชัดเจนจะทำให้เราไม่เผลอไผลไปทำอย่างอื่นเสียก่อน โดยเป้าหมายที่ว่าไม่ควรจะไฟแรงเกินเหตุแล้วตั้งเยอะจนเกินไป เอาเท่าที่คิดว่าน่าจะทำเสร็จได้จริง ๆ เพราะถ้าตั้งเยอะไปแล้วทำไม่ได้ อาจจะทำให้คุณหมดไฟและล้มเลิกการตั้งเป้าหมายไปเลยก็ได้

#2. จัดเรียงงานตามความสำคัญ

ชั่วโมงแรกในการไปถึงที่ทำงานนั้นจะเป็นช่วงที่เรายังมีความสดชื่นและมีพลัง สามารถทำงานให้เสร็จลุล่วงได้มากที่สุด ดังนั้นในช่วงเช้าแบบนี้งานที่ทำควรเป็นงานที่มีความยุ่งยากและซับซ้อนมากเป็นพิเศษ ก่อนจะตามด้วยงานที่ยากรองลงมา ก่อนจะปิดท้ายด้วยงานที่เป็นงานง่าย ๆ แบบงานที่เป็นกิจวัตรต่าง ๆ เช่นงานเอกสาร งานแบบฟอร์ม ทั่ว ๆ ไป รวมทั้งการตอบอีเมล์ด้วย การทำเช่นนี้จะทำให้คุณสามารถใช้ช่วงเวลาที่ดีที่สุดไปอย่างคุ้มค่า และไม่ต้องมาเครียดกับงานยาก ๆ ตอนใกล้จะเลิกงานอีกด้วย

#3. ตั้งเดดไลน์เอาไว้และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

ไม่เห็นเดดไลน์ไม่หลั่งน้ำตา สำหรับคนที่ไม่สามารถบังคับจิตใจตัวเองไว้ได้นั้นก็คงจะต้องใช้วิธีหักดิบเอาเดดไลน์หรือกำหนดส่งงานมาบังคับเอาซะเลย โดยเดดไลน์นั้นไม่ควรจะเป็นอะไรที่คุณกำหนดด้วยตัวเอง เพราะอาจจะเผลอหย่อนยานไม่ปฏิบัติตามได้ ควรจะต้องเป็นเดดไลน์ที่ได้มีการทำข้อตกลงไว้กับผู้อื่นเช่นเจ้านายหรือหัวหน้างานค่ะ เพราะจะได้เป็นเดดไลน์ที่มีความสำคัญและกระตุ้นให้เราต้องปฏิบัติตามค่ะ

#4. จัดโต๊ะทำงานให้มีระเบียบ

เพื่อให้เรามีสมาธิจดจ่อกับงานตรงหน้า บริเวณโต๊ะทำงานของเราก็ไม่ควรมีอะไรที่รกรุงรัง หรือจะมาชักจูงเราได้วางอยู่ในระยะเอื้อมมือถึงค่ะ ให้มีเฉพาะของจำเป็นอย่างเอกสารการทำงาน อุปกรณ์เครื่องเขียนก็พอ ของอื่นเช่น ของว่าง ขนม กระเป๋าถือ เครื่องสำอาง ให้มีที่วางเฉพาะแยกไปเลยเป็นสัดส่วนค่ะ วิธีนี้นอกจากจะช่วยให้เรามีสมาธิมากขึ้นแล้ว โต๊ะทำงานที่สะอาดและเป็นระเบียบก็จะช่วยให้จิตใจเราปลอดโปร่งคิดงานได้ง่ายมากขึ้นด้วยค่ะ

#5. หลีกเลี่ยงการเข้า Social Network

ด้วยความง่ายดายของเทคโนโลยีในปัจจุบัน เชื่อได้เลยว่าหลาย ๆ คนคงจะมี account ในเว็บไซต์โซเชียลต่าง ๆ มากกว่า 1 ชนิดแน่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น facebook, instgarm, twitter ซึ่งหลาย ๆ คนก็อดไม่ได้ที่จะต้องแวะเวียนเข้าไปเช็กอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหลายต่อหลายครั้ง ความตั้งใจที่จะเข้าไปอ่านแว้บเดียวนั้น ก็กลับกลายเป็นมักจะพาไปเจอเรื่องต่าง ๆ ให้อ่านต่อจนใช้เวลานานกว่าที่คิดค่ะ อีกทั้งหากเข้าไปเจอเรื่องราวดราม่าของคนอื่นก็อาจจะทำให้เราเก็บมาคิดจนว้าวุ่นใจได้อีกด้วย สำหรับคนที่ต้องทำงานด้วยคอมพิวเตอร์นั้น ก็ให้งดการตั้ง bookmark เว็บไซต์เหล่านั้นในบราวเซอร์ไปเลยค่ะ นอกจากนี้ก็ห้ามตั้ง login แบบอัติโนมัติด้วยนะคะ การที่ต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอนก็จะช่วยให้เราหมดความอยากที่จะเข้าเว็บไซต์เหล่านั้นไปได้ และมีสมาธิกับการทำงานมากขึ้นค่ะ

#6. เอาโทรศัพท์ไปไว้ไกล ๆ ตัว

ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดียร์หรือบรรดาแชทต่าง ๆ นั้น กลายเป็นสิ่งที่ขโมยเวลาของเราไปได้มากกว่าที่คิดนะคะ ในอเมริกามีการวิจัยว่าผู้คนใช้เวลามากกว่า 5 ชั่วโมงต่อวัน ไปกับมือถือค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการแชท การดูเว็บบันเทิง การเล่นเกมออนไลน์ หรือใช้แอปต่าง ๆ ดังนั้นจึงควรวางไว้ห่าง ๆ ตัว แค่ให้ได้ยินเสียงโทรเข้าสำหรับติดต่องานก็พอ และห้ามใจเอาไว้ให้หยิบมาดูในช่วงเวลาพักเท่านั้น หรือไม่งั้นอย่างน้อยก็ปิดบรรดา notifications ต่าง ๆ เอาไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เผลอใจกดเข้าไปดูค่ะ

#7. ปฏิเสธให้เป็น

เมื่อเราได้มีการวางแผนการทำงานเอาไว้อย่างมีแบบแผนแล้ว ก็ต้องพยายามทำตามตารางนั้นให้ได้มากที่สุด แต่สิ่งที่จะมาทำให้แผนเราไขว้เขวไปนั้น ก็ได้แก่บรรดาคนรอบข้างหรือเพื่อนร่วมงานนั่นเองค่ะ เช่น อาจจะแวะเข้ามาชวนเมาท์ หรือมานัดไปเที่ยว นัดไปกินข้าวกลางวันในร้านเปิดใหม่ หรือไปแฮงก์เอาท์ต่อในยามเย็น ซึ่งหากเวลาเหล่านั้นดันมาตรงกับแผนที่คุณวางไว้ คุณก็ต้องรู้จักใจแข็งที่จะปฏิเสธให้เป็นค่ะ ไม่ฉะนั้นเวลาที่คุณวางไว้สำหรับทำงานนั้นก็อาจจะหายไปเปล่า ๆ แถมยังจะไปกองพอกทบกับแผนของวันอื่นด้วย ใครที่ขี้เกรงใจหรือกลัวเพื่อนจะโกรธนั้น ก็ต้องรู้จักทำใจปล่อยวางอย่าไปแคร์คนอื่นมากค่ะ เพราะถ้าเค้าเป็นเพื่อนที่ดีจริง ๆ ก็ต้องย่อมเข้าใจเหตุผลของคุณแน่นอนค่ะ

#8. ใส่หูฟัง

สำหรับคนทำงานที่อยู่ในออฟฟิศแบบไม่ได้มีห้องทำงานส่วนตัวนั้น ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะมีสิ่งรบกวนจากสภาพแวดล้อมรอบข้าง ไม่ว่าจะเสียงเพื่อนร่วมงานคุยกัน เสียงเครื่องถ่ายเอกสาร คนเดินเข้าเดินออกไปมา ในเมื่อสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยแวดล้อมที่เราควบคุมไม่ได้ เราก็ต้องพยายามควบคุมที่ตัวเราเองค่ะ โดยสิ่งที่จะช่วยชีวิตเราได้นั้นก็คือการใส่หูฟังเพื่อตัดเสียงรบกวนต่าง ๆ ออกไป ทำให้เรามีสมาธิจดจ่อกับงานได้มากขึ้นค่ะ

#9. เลือกเสียงดนตรีให้เหมาะกับการทำงาน

ใส่หูฟังเฉย ๆ ก็อาจจะแค่ลดเสียงรบกวนภายนอกได้นิดหน่อย แต่ก็ไม่ทั้งหมด การเลือกฟังเพลงหรือเสียงอื่นแทนนั้น ก็จะช่วยกลบเสียงภายนอกได้อีกทั้งสำหรับงานบางประเภท ดนตรีก็อาจจะช่วยให้มีแรงบันดาลใจดี ๆ ในการคิดงานได้อีกด้วย โดยเรื่องของแนวเพลงนั้นก็อาจจะขึ้นกับความชอบของแต่ละคนค่ะ บางคนอาจจะชอบเพลงแนวสนุก ๆ หรือบีทหนัก ๆ เพื่อกระตุ้นอดรีนาลินและมีพลังฮึกเหิมในการทำงานและทำให้ไม่หลับด้วยค่ะ ส่วนบางคนที่ต้องการสมาธิมาก ๆ ก็อาจจะเลือกฟังเพลงแบบสบาย ๆ แนวอคูสติก บอสซาโนวา หรือสไตล์เพลงบรรเลงค่ะ ซึ่งคุณก็สามารถหาเพลย์ลิสต์เหล่านี้ได้ตามบริการสตรีมมิ่งหรือช่องใน youtube กันเลยค่ะ

#10. จัดช่วงเวลาพักให้เหมาะสม

การขยันทำงานก็เป็นสิ่งที่ดีค่ะ แต่คนที่จะทำงานได้มีประสิทธิภาพที่แท้จริงนั้น ต้องมีการแบ่งเวลาให้เป็นด้วยค่ะ เพราะการมีช่วงพักก็จะเป็นการจัดเวลาให้สมองและความคิดของเรานั้นได้มีการพักผ่อนและชาร์จพลังขึ้นมาได้อีกครั้งค่ะ ซึ่งวิธีนี้ก็จะช่วยให้สมองปลอดโปร่งคิดงานได้ดีขึ้น ดีกว่านั่งเครียดทำงานแบบต่อเนื่องยาวนานเกินไป ซึ่งก็จะทำให้เกิดการล้าทั้งทางด้านร่างกายและสมองได้ โดยอาจจะกำหนดระยะเวลาพักให้เป็นระบบเช่น ทำงานหนึ่งชั่วโมงพัก 10 นาที เป็นต้นค่ะ โดยช่วงเวลาพักนั้นก็ขอให้ได้พักจริง ๆ และทำตามเวลาที่กำหนดเอาไว้อย่างเคร่งครัด ในช่วงเวลาพักนั้นก็ให้มีการเปลี่ยนบรรยากาศ เปลี่ยนอิริยาบถ ไปเข้าห้องน้ำ ชงกาแฟ เดินยืดเส้นยืดสายบ้าง เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการเกิด office syndrome ได้ด้วย

สำหรับวิธีเหล่านี้ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งในสาว ๆ วัยเรียนและวัยทำงานกันเลยนะคะ ใครที่เคยมีปัญหาทำงานไม่เสร็จตามกำหนดบ่อย ๆ ล่ะก็ ลองเอาไปใช้กันดูค่ะ จะได้ฝึกความเป็นระเบียบ และช่วยให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พอทำงานได้ดีใช้เวลาได้คุ้มค่า ก็จะทำให้คุณเหลือเวลาส่วนตัวเอาไว้พักผ่อน หรือเอาไปทำกิจกรรมงานอดิเรกที่ชอบได้เยอะขึ้นอีกด้วยล่ะค่ะ

ทริคเหล่านี้มีประโยชน์ในการพัฒนาการทำงานของคุณหรือไม่

Preload

Author

Thumb lg dc3b7fbb da79 47c6 90a0 86ccc8ecfef4

LilReindeer

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Hot boards


รวมผมสีน้ำตาลสวยๆ แบบซอฟๆ
I Woke Up Llike This Makeupღ