♡BeamHNB♡ 2562/11/07 10:20
Thumb lg 63cc4d43 05db 4f3c bfa9 64502d4bf916

เทพลีลา สองหนุ่มนี้คือผู้ครีเอทคอนเทนต์หลักล้านวิว

125 Spice

เรามีโอกาสได้คุยกับพี่เหว่ง และพี่เติ้ด คอนเทนต์ครีเอเตอร์จากเพจ เทพลีลา ก่อนคุยตอนแรกก็คิดว่าจะฮาอย่างเดียว แต่เอาเข้าจริงพวกเขากลับมีมุมซีเรียสออยู่เหมือนกัน


ในบ่ายวันหนึ่ง เรามีโอกาสได้คุยโทรศัพท์กับพี่เหว่ง (หรือพ่อเหว่งจากเพจ Little Monster) และพี่เติ้ด คอนเทนต์ครีเอเตอร์จากเพจ “เทพลีลา” ก่อนคุยตอนแรกก็คิดว่าจะฮาอย่างเดียว แต่เอาเข้าจริงพวกเขากลับมีมุมซีเรียสออยู่เหมือนกัน ไม่ได้เล่นตลกเฮฮากันไปวันๆ หรอกนะ เพราะสิ่งที่เขาทำอยู่มันคืองาน เพียงแต่ภายใต้ความจริงจัง ก็ต้องมีความสนุก ทุกอย่างต้องบาลานซ์ ซึ่งระหว่างที่คุยก็สัมผัสได้ถึงความสนิทเกินเพื่อนร่วมงานของทั้งสองคน เหมือนคู่หูร่วมอุดมการณ์ที่กำลังสนุกกับการกำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง พวกเขาเลือกที่จะลาออกจากงานเงินเดือนดีๆ เพื่อมาเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ จนวันนี้เขากลายเป็นผู้สร้างคอนเทนต์ที่มีบริษัทเป็นของตัวเอง แล้วในบ่ายวันนั้นพวกเขาก็ยอมเล่าทุกมุมมองในการเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ให้เราฟัง

ทำไมต้องเป็น “เทพลีลา”

เชื่อว่าทุกคนน่าจะมีคำถามนี้อยู่ในใจ เดากันไปพวกเขาน่าจะเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนหรือเปล่า “คนชอบถามว่าเรียนรุ่นไหน” แต่พี่แกบอกว่าไม่ได้เกี่ยวกับโรงเรียนเลยสักนิด มันเริ่มจากที่ว่าพี่เหว่งแกเป็นคนชอบเต้น จะชวนพี่เติ้ดมาทำคลิปเต้น ซึ่งลีลาที่ว่าก็คือการเต้น แล้วก็เป็นลีลาระดับเทพซะด้วย “เต้นขำๆ เราชอบเต้น มันตลก....เพจเต้นเป็นเหมือนกิมมิค เทพลีลาแปลความหมายได้ว่าความสนุก การทำอะไรก็ที่เราจะสนุกในลีลาของเรา” ก็เลยกลายเป็นชื่อนี้ขึ้นมา พี่ๆ เขาบอกว่าตอนคิดชื่อไม่มีชื่ออื่นเป็นตัวเลือกเลยนะ มีแต่ชื่อนี้ชื่อเดียว แต่ก็รู้สึกว่าใช่เลย!

เขาถึงง่าย และมีเสน่ห์ที่ความตลกแบบธรรมชาติ

ด้วยความที่เป็นคนตลกทั้งคู่ แล้วทีมงานก็สนิทกันอยู่แล้ว การทำคอนเทนต์ฮาๆ ก็ถือว่าเป็นแก่นของเทพลีลาเลย เป็นตัวเองมากที่สุด ไม่ต้องพยายาม พี่แกบอกว่าเวลาทำคลิปแต่ละครั้งจะไม่มีสคริป อาศัยการด้นสด จะมีคอนเซ็ปท์และไอเดียของคอนเทนต์นั้นเป็นหัวข้อครอบไว้ และก็ทำทุกอย่างที่เหลือสดเลย “แต่ละคนมีความคิดเห็นยังไงก็จะพูดออกไป ไหล่ๆ ไปเลย”

แหล่ง: https://www.youtube.com

มันธรรมชาติถึงขั้นที่ว่าเวลาลูกค้ามาให้ทำคอนเทนต์ขายของ พี่เขาจะอ่านคีย์เมสเสจให้เห็นจังๆ ไปเลย “บางทีเราก็อ่านคีย์เมสเสจที่ลูกค้าให้เอาเลยอะครับ เพราะจำไม่ได้”

โชคชะตาทำให้ให้ทั้งคู่เวียนมาเจอกัน จนเป็น "เทพลีลา"

กว่าจะมาเป็น "เทพลีลา" แบบทุกวันนี้ก็ต้องเล่าย้อนไปสมัยโน่นที่พี่เหว่งยังเป็นหุ้นสวนของบริษัทอนิเมชั่นที่ชื่อว่า Igloo Studio ตอนนั้นพี่เติ้ดไปสมัครงานที่บริษัทพอดี ก็มีโอกาสทำงานด้วยกัน 5 ปี ตอนนั้นพี่เติ้ดทำงานเป็น Media Lighting Supervisor ดูแลแสงสีภาพของหนัง ส่วนพี่เหว่งก็ดูแลหนังเรื่องนั้นพอดี พอหนังจบพี่เหว่งก็เริ่มเข้าช่วงอิ่มตัว เขาตัดสินใจแยกตัวออกมา พอพี่เหว่งออกจากบริษัทได้สักพักพี่เติ้ดก็ออกไปเป็นอาจารย์ แล้วก็ไปช่วยธุรกิจขายทองของที่บ้าน

แต่เหมือนโลกจะหมุนทั้งคู่ให้มาเจอกัน เพราะตอนนั้นพี่เหว่งย้ายบ้านมาอยู่ที่บ้านพ่อตา ซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านของพี่เติ้ดพอดี ห่างกันแค่ประมาณ 200 เมตรเอง พี่เหว่งก็เลยตัดสินใจชวนพี่เติ้ด “มาเต้นกันดีกว่า” เพราะตอนนั้นพี่เหว่งแกกำลังอยากจะทำคลิปโชว์เสต็ปพอดี หลังจากนั้นพี่เติ้ดก็เลยหยุดช่วยงานที่บ้าน “ไปลาออกกับแม่ อยากมาเต้นกับพี่เหว่ง” แล้วมันก็เริ่มจากตรงนั้น

ทำเรื่องเล่นๆ ให้เป็นเรื่องจริงจัง

ตอนที่เริ่มทำเพจเทพลีลา พี่เหว่งก็ช่วนภรรยาทำเพจ Little Monster อยู่แล้ว พี่แกก็เลยคิดว่าอยากทำอะไรที่สนุก ได้เป็นตัวเองด้วยแล้วก็เลี้ยงดูตัวเองได้ด้วย “จริงๆ พี่อยากเล่น อยากสนุก อะไรก็ได้ที่สนุกที่เป็นตัวเรา...ถ้าเราคุยเล่นสนุกแล้วมีคนสนใจเรา แล้วเราสนุกแบบที่เราเป็นแบบนี้ แล้ววันหนึ่งมันเลี้ยงชีพเราได้ มันน่าจะดี” ก็เลยกลายเป็นว่าพี่เหว่งทำสองเพจ

แรกๆ ก็เริ่มจากทำ 2 คน ใช้มือถือนี่แหละถ่าย แล้วก็ตัดต่อกันเอง แต่ตอนนี้ด้วยความที่อยากให้บริษัทเติบโต มันก็เลยมีงานเยอะมากเกินกว่าที่คนๆ หนึ่งจะทำสองหน้าที่ได้ ก็เลยเกิดการแบ่งหน้าที่ พี่เติ้ดสตรองด้านครีเอทีฟอยู่แล้ว พี่เหว่งก็เลยให้ทำ ส่วนพี่เหว่งเองก็กลายเป็นคนแสดงและดูแลเรื่องธุรกิจ เพราะเป็นผู้ใหญ่ ตัดสินใจได้ดีกว่า แล้วพอทำๆ ไปก็เริ่มมีฟอลโลเวอร์เยอะขึ้น ก็เลยชวนพี่ตั้มที่ตอนแรกเป็นบก.หนังสืออยู่ เขาอยากจะเปลี่ยนสาย “อยากจะเต้นเหมือนกัน”สุดท้ายก็เลยตั้งเป็นบริษัทชื่อ “So Good” ขึ้นมา หลังจากนั้นก็มีรับทีมงานเข้ามาเรื่อยๆ จนตอนนี้มี 10 คนแล้ว!!!

มาสมัครงานกับพี่แกต้องพร้อมออกกล้องนะจ๊ะ

เวลาสมัครงานแต่ละครั้งพี่แกจะบอกน้องๆ ที่มาสมัครงานว่า “มาสมัครงานที่นี่ อยู่หน้ากล้องได้มั้ย อาจจะต้องมีออกกล้องบ้างนะ” หนึ่งในเหตุผลก็เพราะว่าพี่เขาอยากให้ในคลิปไม่ได้มีแค่พี่แกสองคน “เราอยากมีตัวเล่นเยอะๆ” และด้วยความธรรมชาติตามคอนเซปท์ที่บางทีก็ “ถ่ายเรื่อยเปื่อย” ทำให้บางทีทีมงานนั่งอยู่ก็อาจจะหลุดเข้ามาในกล้องได้ เรียลจริงๆ

แหล่ง: https://www.youtube.com

การคิดคอนเทนต์สไตล์เทพลีลา

งานครีเอทีฟของเพจส่วนใหญ่จะมาจากพี่เติ้ด พี่แกเล่าว่าเวลาทำคอนเทนต์ทุกครั้งต้องรู้ก่อนว่าใครดู แต่อาการคิดไม่ออกนี่ถือเป็นเรื่อง “ประจำ” ของงานครีเอทีฟ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นตอนที่ต้องทำโฆษณาให้ลูกค้า เพราะไม่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ แต่พี่เขาจะมีมุมๆ หนึ่ง เป็นกำแพงที่เวลาคิดอะไรออกก็จะเขียนใส่โพสต์อิทแล้วก็เอามาแปะไว้ พอมีสินค้าเข้ามาก็จะไปดูที่กำแพงก่อนแล้วก็เอาสินค้ามาแมทช์

แหล่ง: https://www.youtube.com

แต่ถ้าเกิดว่าบนกำแพงไม่มีอะไรที่แมทช์เลย ก็ยังมีแผนที่สอง อย่างที่เรารู้ๆ กันอยู่ว่าพี่แกจะมีรายการภาษาอังกฤษที่เราชอบติดตามกันอยู่ พี่เขาจะเอารายการนี้แหละไปพ้วงกับสินค้า มันอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับสินค้าโดยตรง แต่พอมันเป็นภาษาอังกฤษ พี่เขาก็จะพูดถึงสินค้าได้เลย แล้วคนดูก็สนุกไปด้วย เป็นไอเดียที่ดีมากๆ!!!

สังเกตดีๆ คอนเทนต์ของเทพลีลาจะเกี่ยวกับผู้หญิงซะส่วนใหญ่

ถ้าสังเกตกันดีๆ พี่แกจะทำคอนเทนต์เล่าเรื่องผู้หญิงบ่อยมาก แต่จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้เริ่มจากจับกลุ่มเด็กก่อน แต่เด็กไม่ดู พอทำไปเรื่อยๆ ก็เลยเปลี่ยนทาง เป็นผู้ใหญ่ แล้วสุดท้ายทั้งคู่ก็สังเกตว่าผู้หญิงเนี้ยเป็นเพศที่แชร์เก่ง ดูจาก news feed ของตัวเองก็เจอว่าเพื่อนผู้หญิงจะแชร์เยอะกว่ามาก ก็เลยจับทางผู้หญิงเลย นักศึกษาไปจนถึงวัยทำงาน เอาอินไซท์ของเขามาทำคอนเทนต์ ลองให้ผู้ชายมาลองทำกิจกรรมผู้หญิงดูบ้าง ซึ่งพี่เขาบอกว่าบางทีก็มีเขินๆ เหมือนกันนะ

แหล่ง: https://www.youtube.com

แต่ถ้าฮาอย่างเดียวก็ไม่ได้อะไร

เราแอบนึกไม่ออกเลยว่าเวลาพี่แกซีเรียสกันจะเป็นยังไง หน้ากล้องออกจะฮาขนาดนั้น พี่แกบอกว่าขึ้นชื่อว่าเป็นการทำงาน ยังไงก็ต้องมีมุมซีเรียสบ้างแหละ แต่ไม่ได้เวอร์ขนาดหน้ากล้องหลังกล้องไม่เหมือนกันฟ้ากับดิน “เราแค่ไม่ได้เครียดต่อหน้ากล้องเท่านั้นเอง” พี่เขาเล่าว่า หลังกล้องเรื่องวุ่นวายก็เยอะ เรื่องทำงานไม่ทัน งานเกิดความผิดพลาดบ้าง ถ่ายแล้วเสียงไม่มีบ้าง แต่ก็ต้องรีบส่งลูกค้าแล้ว เรื่องพวกนี้มีหมดแหละ ซึ่งสิ่งที่ยากที่สุดก็คือการทำงานลูกค้า การทำให้เมสเสจของลูกค้าถูกส่งออกไป แต่ก็ยังคงความสนุกแบบเทพลีลาอยู่ “เจอกันครึ่งทาง ระหว่างความสนุกเพื่อทำให้คนดูแฮปปี้ที่ได้ดู แล้วก็ยังต้องให้ลูกค้าพอใจด้วย ผมว่าอันนี้ยาก”

โอกาสไม่ค่อยมาหรอก จะออกไปหาโอกาสมากกว่า

พอถามว่าเคยคิดมั้ยว่าถ้าไม่ได้เป็นคอนเทนต์ ครีเอเตอร์แล้วจะเป็นอะไร พี่เติ้ดบอกว่าก็คงจะไปทำธุรกิจที่บ้าน แล้วก็สอนหนังสือ ส่วนพี่เหว่ง ขอทำอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่งานออฟฟิส “พี่ไม่รู้หรอกว่าพี่จะทำอะไร พี่ทำมาเยอะมากแล้ว” ตั้งแต่จบสถาปัตย์มาก็ทำมาแล้วทุกอย่าง ตั้งแต่ตัดเพลง ร้องเพลง ขายส้มตำ ไม่เคยเป็นมนุษย์เงินเดือน “พี่เป็นคนทำอะไรตามใจตัวเอง ” พี่เหว่งเล่าว่าเขาติดนิสัยของแม่ ทำอะไรมีความคิดเป็นของตัวเอง ทำอะไรเอง ลงทุนเอง พร้อมที่จะเจ๋งเอง

แล้วพี่แกก็จะหมั่นหาโอกาสให้ตัวเองเสมอ “ส่วนใหญ่โอกาสไม่ค่อยมาหรอก จะออกไปหาโอกาสมากกว่า....เราต้องมองหาโอกาสที่เราสนใจก่อน” แต่พี่เหว่งก็บอกว่ายังไงก็ขอมีพาร์ทเนอร์ไว้ก่อน “ทำคนเดียวมันไม่สนุก พี่เบื่อกับการคิดคนเดียว ก็เลยต้องมีพาร์ทเนอร์ ดีมั้งไม่ดีมั้งว่ากันไป”

“แปะแหว่ง” และ “เจ็กเติ้ด”

คำว่า “แปะเหว่ง” มาจากที่พี่เติ้ดแซว “พี่เป็นคนเชื้อสายจีน หน้าตาก็จะดูรัสเซียนิดหนึ่ง (แหนะ หาช่องยิ่งมุกได้ตลอด!) เติ้ดก็เลยเรียกแปะ” พอเรียกบ่อยๆ คนก็ชอบ คราวนี้เลยติดเลย ซึ่งพี่เหว่งเองก็เลยพยายามตั้งฉายาให้พี่เติ้ดด้วย จะได้เสมอกัน “นี่พยายามเรียกมันว่าเจ็กเติ้ด ไม่มีใครเรียกตาม” ทุกคนต่อไปนี้ให้เรียกเติ้ดว่าเจ็กเติ้ดนะ เดี๋ยวแปะเหว่งน้อยใจ!!!

ซึ่งพี่เหว่งเองก็บอกว่าเรียกแบบนี้ก็ดีนะ เพราะถ้าเรียก “แปะ” หรือ “เจ็ก” กัน ก็จะได้รู้ว่าเขาติดตามเพจ เทพลีลา ส่วนถ้าเรียกว่า “คุณพ่อ” กับ “อาเติ้ด” ก็จะมาจากเพจ Little Monster

คำแนะนจากรุ่นพี่นักคิดถึงรุ่นน้อง

พี่ทั้งสองคนเล่าว่าหลายคนชอบเข้าใจผิดว่ามันเป็นงานง่ายๆ สบายๆ แต่ความจริงแล้วมันเป็นงานที่หนักนะ “มันเป็นงานที่ไม่สบายนะ แต่ถ้าเราทำแบบที่ชอบ มันก็อาจจะง่ายขึ้น แต่มันก็หนักอยู่ดี ไม่ใช่แค่หยิบสิ้นค้ามา พูดๆ แล้วก็ได้เงิน มันไม่ใช่ มันยากครับ ต้องใช้ความตั้งใจจริงๆ เพื่อสำเร็จ” ในหนึ่งคลิปมันมีกระบวนการหลายอย่าง ต้องผ่านการคิด คิดว่าต้องการสื่ออะไร ต้องการขายอะไร ต้องตัด ต้องเล่าเรื่องยังไง พี่เขาเล่าต่ออีกว่าถ้าอยากทำให้ดีมากๆ ก็ควรจะลงคอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอและเป็นเวลา “จะลงคลิปหนึ่งแล้วปล่อยไว้เลย แล้วค่อยลงเดือนหน้า หรือเดือนหนึ่งลงเยอะหน่อย มันไม่ได้”

แล้วก็ต้องเตรียมใจที่จะผิดหวัง และรับการตั้งคำถามจากคนใกล้ตัวให้ได้ “ช่วงแรกถ้าอยากเปิดช่องอะไรสักอย่าง มีแต่ความตั้งใจแต่มันไม่มีผลอะไรตอบแทนกลับมา ไม่มีอะไรการันตี ไม่มีเงิน ไม่มีคนดู” แถมยังต้องโดนเพื่อนล้อ เพราะพี่ทั้งสองคนยอมทิ้งงานตำแหน่งใหญ่โต เงินเดือนดีมาทำเรื่องที่คนอื่นคิดว่าเป็นเรื่องเล่นๆ ยิ่งสมัยก่อนไม่ค่อยมีคนยอมรับอาชีพนี้ คนก็จะยิ่งตั้งคำถามว่า “มึงทำอะไรหว่ะ” ก็ต้องเตรียมใจผ่านอุปสรรคเหล่านี้ไปให้ได้ “คนที่ประสบความสำเร็จ มันไม่มีง่ายๆ แน่นอน”

แล้วเรื่องหน้าตาเกี่ยวกับการประสบความสำเร็จในอาชีพนี้มั้ย?

พี่ทั้งสองคนบอกว่าถ้าพูดถึงเรื่องหน้าตา มันก็อาจจะทำให้ทำอาชีพนี้ได้ง่ายขึ้น แต่ก็ไม่ได้การันตี 100% รูปร่างดี หน้าตาดี ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นคอนเทนต์ ครีเอเตอร์, ยูทูบเบอร์, อินฟลูเอนเซอร์ ที่ดีนะ มันไม่เกี่ยวกัน ที่สำคัญคือต้องรู้คุณค่าในตัวเอง มีความเข้าใจในคอนเทนต์ของตัวเอง มีความขยัน อันนี้สำคัญสุดๆ เพราะถ้าไม่มีจบเลย “วัยรุ่นรุ่นใหม่อาจจะคิดว่ามันแค่ถ่ายเฉยๆ สุดท้ายความมุ่งมั่นไม่จริง มีความหลอกตัวเองอยู่ ไม่ได้อยากทำขนาดนั้น อยากได้แค่เงิน ก็จะเสียเวลาฟรี ทิ้งการทิ้งงานที่ควรจะเติบโต”

จากที่ได้พูดคุยกับพี่ๆ ทั้งสอง เราเข้าใจเลยว่าคนที่ประสบความสำเร็จเขาต้องกล้าที่จะคิด กล้าที่จะทำ กล้าที่จะเสี่ยง และต้องมีวินัย ไม่ได้เกิดจากความอยากได้อยากมีเฉยๆ เพราะทุกกระบวนการต้องอาศัยความทุมเท แต่ก็ต้องไม่ลืมที่จะสนุกกับงานที่ทำด้วย แล้วก็ต้องไม่หยุดนิ่ง นี่พวกเขาก็เริ่มคิดถึงโปรเจ็คท์ใหญ่ที่จะทำต่อไปแล้ว พี่แกแอบกระซิบว่าอยากจะทำคอร์สสอนทำคอนเทนต์ แล้วก็อยากขยายช่องอื่นที่ไม่ใช่ "เทพลีลา" เปลี่ยนแปลงรูปแบบการนำเสนอคอนเทนต์ต่างๆ อาจจะไม่ได้อยู่หน้ากล้องแล้ว แต่จะเป็นคนคิด ใช้คอนเทนต์เป็นตัวนำแทน ให้คนเข้ามาดูเพราะตัวคอนเทนต์เลย ตื่นเต้นดีแท้ ยังไงเราก็จะขอติดตามความยิ่งใหญ่ของพวกพี่นะ!!!

คุณเป็นแฟนคลับของ แปะเหว่ง และ เจ๊กเติ้ดหรือเปล่า

Preload

Author

Thumb lg e8a9c8de e008 42f1 b258 29341d530cfe

♡BeamHNB♡

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Hot boards


รวมผมสีน้ำตาลสวยๆ แบบซอฟๆ
I Woke Up Llike This Makeupღ