Miss P♡ 2562/11/25 11:20
Thumb lg 955e113e 454d 4d4d a780 195684ec8c5b

พาตัวเองไปอยู่ให้ถูกที่ "Binko บิ๊ง" ถึงกับหยุดวาดรูปไปกว่าสองปี เพื่อกลับมาสร้างงานที่เธอรักกว่าเดิม

245 Spice

ศิลปินหญิงวัย 24 ปี หลังจากลาออกมาเลี้ยงตัวเอง เชื่อไหมว่า เธอผ่านอะไรมามากกว่าที่คนวัยเดียวกันจะนึกภาพออกซะอีก

Bbinko นักวาดภาพประกอบ สัมภาษณ์ ไต้หวัน ศิลปิน

หลายคนอาจจะรู้จักเธอมาก่อน และเคยอ่านบทสัมภาษณ์ของ บิ๊ง – ภาพฟ้า พุทธรักษา มาบ้าง เธอคือนักวาดภาพประกอบอายุ 24 ปีที่แม้จะไม่แน่ใจนักแต่เธอก็เลือกเส้นทางชีวิตด้วยตัวเธอเอง

ศิลปะในยีน (gene)

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเกือบทุกคนในครอบครัวของเธอคลุกคลีอยู่กับอาชีพทางด้านศิลปะทั้งหมด จนทำให้บิ๊งรู้สึกชอบ สนุกกับการสร้างสรรค์งานศิลปะตั้งแต่เด็กหรือเปล่า แต่เมื่อถึงเวลาต้องเลือกทางเดินชีวิต บิ๊งก็เคยเกือบจะไปสุดทางด้านวิทยาศาสตร์แล้ว “ที่บ้านอยากให้เรียนหมอ เพราะทุกคนคิดว่างานศิลปินไม่มั่นคง ยิ่งคุณแม่เป็นฟรีแลนซ์ก็จะรู้ว่ามันจะมีช่วงที่ลำบาก ตอนนั้นบิ๊งเคยสนใจ food-sci ก็เลยเลือกแผนวิทย์-คณิตตอนม.ต้น เป็นห้อง gifted เขาจะปูพื้นฐานวิชาวิทย์ฯ ให้เราค่อนข้างแน่น” แม้การเรียนจะไม่เด่น แต่เธอก็ยอมรับว่าถือว่าเรียนดีเลยทีเดียว “บิ๊งจดเลคเชอร์เป็นรูปภาพ เราจำได้ดีกว่าตัวหนังสือ มองเห็นทุกอย่างเป็นรูป แต่วาดไม่เก่งเลยไม่คิดว่าจะทำเป็นอาชีพได้”

เธอย้ายมาโรงเรียนหญิงล้วนตอนมัธยมปลาย และก็เริ่มค้นหาจริงๆ จังๆ แล้วว่าอยากทำอะไรกันแน่ “ตอนปิดเทอมขึ้นม.4 ไปเทคคอร์สสั้นเยอะมาก หลากหลาย ทั้งทำอาหาร ต่อเรือบังคับวิทยุ อะไรต่างๆ เยอะมาก จนสุดท้ายเรากลับมาที่วาดรูป เราสนใจที่สุด ต่อให้ทำได้ไม่ดีก็พร้อมที่จะทุ่มใจให้มันไปเรื่อยๆ” แต่แล้วช่วงขึ้นม.5 ที่บ้านก็มีปัญหาทั้งเรื่องการเงินและความสัมพันธ์ “ตอนนั้นบิ๊งเริ่มวาดรูปได้ดีขึ้น ก็เลยขายของออนไลน์ วาดเคสโทรศัพท์ให้เพื่อนในห้องใช้ พอคนบอกกันปากต่อปากก็เลยทำเป็นอาชีพ” และพร้อมกันนั้นบิ๊งเลยคิดว่าค่าเทอมที่เรียนอยู่เป็นภาระที่บ้าน เธอเลยตัดสินใจลาออกจากโรงเรียน

ขีดเส้นชีวิตด้วยตัวของเธอเอง

“พอมีเวลาร้อยเปอร์เซ็นต์ในการมานั่งคิดว่าอยากทำอะไร อยากพัฒนาตัวเองในด้านไหน ก็เลยฝึกวาดรูปไปเรื่อยๆ หาความรู้ใหม่ๆ ใน TCDC แต่ก็ยังพยายามสอบเทียบวุฒิ เพราะยังอยากเรียนต่อมหาวิทยาลัย ตั้งใจจะสอบเข้าคณะเดียวกับพ่อกับแม่ นิเทศศิลป์ ศิลปากร แต่วุฒิที่ได้มาเข้าได้แค่อินเตอร์กับเอกชน ค่าเล่าเรียนจนจบเกือบสองล้าน อีกทางออกก็คือไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัย”

นาทีนั้นบิ๊งมีเวลาคิดตัดสินใจสั้นมาก สเต็ปต่อไปมาแล้ว “ถึงเราจะไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัย แต่ก็จะไม่หยุดหาความรู้ให้ตัวเอง “ตอนนั้นธุรกิจขายของออนไลน์เริ่มชะลอ วันหนึ่งมันเคยฮิต แต่ก็ต้องมีอย่างอื่นมาแทนที่ เราเลยต้องคิดทำอะไรใหม่ๆ ให้มันต่างจากเดิมเสมอ” เธอเลยออกไปหาความรู้ในโลกความเป็นจริง ทำงานแลกความรู้ ทำอยู่แบบนั้น 2-3 ปี “คนเห็นไลฟ์สไตล์เราผ่านทางโซเชียลมีเดียทำให้มีคนติดตามเยอะขึ้น เลยมีงานแบบที่เราไม่เคยรู้จักเข้ามา คือการพีอาร์ลงบนโซเชียล” เธองงกับสิ่งนี้อยู่บ้าง แต่ก็เลือกที่จะรับแต่สินค้าที่เธอชอบและใช้จริงๆ

“แล้วเราก็เจอสิ่งที่ชอบและคิดว่าเหมาะกับตัวเอง มันคือการได้ collaboration กับหลายๆ แบรนด์ในฐานะศิลปินหรือนักวาดภาพประกอบ แม้ว่าจะมีแบรนด์ต่างๆ ติดต่อเข้ามามากมาย แต่สินค้าที่บิ๊งซื้อใช้เองจริงๆ ตั้งแต่แรกเลยนะ คือ iPad แล้ววันหนึ่งแบรนด์ Apple ก็ติดต่อมาให้เราไปร่วมทำเวิร์คช็อปด้วย” ซึ่งครั้งล่าสุดก็คือที่กรุงเทพฯ

"ฉันคือนักวาดภาพประกอบ"

มันอาจไม่ใช่เรื่องยากของคนหลายคนที่จะบอกว่า ฉันเป็นใคร มีอาชีพอะไร เพราะมันค่อนข้างชัดเจน ตรงสาย และเป็นอาชีพที่ไม่พลิกแพลงมากนัก แต่สำหรับสายศิลปะแล้วพวกเขาทำได้หลากหลาย นักร้องอาจจะแสดงละครได้ดีเช่นกัน เลยมีจุดหนึ่งที่บิ๊งก็ยังตอบตัวเองไม่ได้ว่าเธอเป็นใคร แต่เธอก็ค้นจบพบ

“ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงบอกไม่ได้ เพราะทำหลายอย่างมาก แต่ตอนนี้บิ๊งว่า ‘นักวาดภาพประกอบ’ เป็นเราค่อนข้างชัด แม้งานของเราไม่ได้ไปปรากฎในบทความหรือสื่อสิ่งพิมพ์ แต่คนก็ยังมองเห็นงานของบิ๊งได้บนสินค้าบางอย่าง แค่นี้ก็รู้สึกว่าเราแฮปปี้กับงานที่ทำอยู่แล้ว

บิ๊ง หรือ BBinko ถือว่าเป็นศิลปินยุคใหม่ที่กล้านำเอาเทคนิคหรือวิธีการสร้างศิลปะที่หลากหลายมาใช้กับงานของเธอเอง เพราะล่าสุดเธอเพิ่งจัดนิทรรศการแบบ AR ที่จัดแสดงอยู่ที่ชั้น 36 Pullman Bangkok Hotel G เธอได้ไอเดียนี้มาจากตอนที่ไปสิงคโปร์กับ Apple

“เราได้ไปดูงานศิลปะที่ประเทศเขาด้วย การนำเสนอแบบ AR และ VR ที่เขาทำมันเกี่ยวกับสัตว์ทะเลและพลาสติก เพื่อให้คนรู้สึกว่าเข้าถึงเรื่องนี้ได้ง่าย” จากเรื่องที่เธอคิดว่าทั้งจริงจังและไกลตัว แต่สวมแว่นตาปั๊บ เธอก็เข้าไปสู่ขวดน้ำพลาสติกทันที “เราได้เรียนรู้ความอันตรายจากพลาสติกจากการสอนแบบเข้าใจง่าย เลยรู้สึกว่าถ้าสักวันบิ๊งได้ทำงานศิลปะต่อให้อาจจะยังไม่สามารถช่วยเหลือสังคมได้มาก แต่ก็อยากให้คนเข้าถึงงานของเราได้ง่ายเหมือนกัน”

ไปพักใจเพื่อกลับไปสร้างสิ่งที่ดีกว่า

เธอใช้เวลาหาข้อมูลเป็นหลายเดือน สร้างและแก้ไขจนกว่าที่จะกลายเป็นผลงานครั้งล่าสุดของเธอ Places & Traces Exhibition by BINKO “เมื่อสองสามปีที่ผ่านมาบิ๊งหยุดวาดรูปไป เพราะรู้สึกเสียใจกับฟีดแบคแย่ๆ ที่ได้รับมา ถ้าให้บิ๊งประเมินตัวเองคิดว่าเราได้รับโอกาสที่ดี โตเร็วในความสามารถที่ยังไม่เพียงพอ ด้วยจังหวะชีวิตมันนำพาให้บิ๊งมาอยู่จุดนี้ในวันที่เราอาจจะไม่ได้พร้อมขนาดนั้น”

เธอกลับมาย้อนดูงานที่ได้รับโอกาสจากแบรนด์ต่างๆ แม้ว่าตอนทำเธอทำเต็มร้อย แต่ในตอนนี้เธอคิดว่าเธอน่าจะทำได้ดีกว่านั้น “ก็เลยอยากให้เวลาที่เราได้พัก พัฒนาตัวเอง เพื่อที่จะรับโอกาสในอนาคตแล้วคืนกลับไปเท่าที่เขาสมควรได้รับ” เธอเลยพักยาว ออกเดินทาง

“มีวันหนึ่งที่เดินสายกับปากกาซากุระแล้วเราได้อยู่กับศิลปินคนอื่นๆ มันส่งพลังอะไรบางอย่างให้เราอยากกลับมาวาดรูปแล้วล่ะ” แล้ว Pullman Bangkok Hotel G ก็ติดต่อเธอมาพอดี “ทุกอย่างจังหวะมันพอดี แม้ว่านี่เป็นครั้งแรกของการทำ AR แต่เราก็คิดว่าอยากลอง เรื่องที่ใช้ก็เลยไม่อยากให้มันไกลตัวมาก เลยหยิบเอาสถานที่จากภาพจำที่เราเคยไปมาก”

ใครอาจจะมองว่าเธอดูแข็งแรง เป็นเด็กที่เก่ง ลุกขึ้นสู้กับช่วงชีวิตที่ลำบาก แต่บางครั้งเธอก็มีมุมเศร้าเหมือนกันนะ “ช่วงวัยรุ่นที่เพื่อนๆ เป็นเฟรชชี่ ใช้ชีวิตวัยรุ่น บิ๊งกำลังพยายามหาเงินเพื่อที่จะมีเงินจ่ายค่าที่อยู่ในเดือนนั้นอยู่ แต่ไม่ได้อยากเปลี่ยนอะไรนะ เพราะทุกอย่างมันนำพาให้เรามาสู่จุดนี้ คิดแบบนี้ ทำแบบนี้ และเราก็แฮปปี้กับมัน”

ความรักดีๆ จะส่งพลังบวกใส่ชีวิตเราแบบไม่ต้องร้องขอ

“ส่วนหนึ่งเลยที่บิ๊งกลับมาวาดรูปก็เพราะได้เจอกับคนๆ นี้ เวลาเราเห็นเขาทำอะไรสักอย่าง เขาจะทุ่มเทโดยที่ไม่คิดว่าผลตอบรับมันจะเป็นยังไง เราอยู่ใกล้ๆ เรารู้สึกมีไฟ รู้สึกเหมือนเราพากันไปทำแต่สิ่งดีๆ” เธอบอกว่าเขาละเอียดอ่อน “และเขาฉลาด บิ๊งไม่ค่อยเจอสองอย่างนี้อยู่ในคนๆ เดียวกัน เขาคือคนฉลาดทางอารมณ์ที่ละเอียดอ่อน เราสามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง แต่เขาจะไม่เข้าข้างเราทุกอย่างเกินไป เรื่องที่เราไม่รู้หรือสิ่งที่เราคิดมันไม่ดีเขาจะแนะนำ”

และงาน Places & Traces Exhibition by BINKO เธอก็เลือกที่จะจัดขึ้นให้ตรงกับวันแรกที่คบกัน “บิ๊งเจอเขา ช่วงที่เดินทางเยอะๆ ตอนนั้นเป็นทริปที่รัฐบาลไต้หวันเชิญไป” ทั้งสองร่วมทริปกัน คุยในเรื่องเดียวกัน กลายเป็นแรงบันดาลใจให้อีกฝ่ายถ่ายรูป วาดรูปเพราะกันและกัน “ทำให้รู้สึกว่าในชีวิตนี้อะไรที่เคยหายไป เรากลับมาทำได้เพราะอีกคน”

บิ๊งคนใหม่!

“บิ๊งไม่คาดหวังแล้วว่าจะต้องทำอะไรได้ บิ๊งพอใจกับมันในทุกวัน พอมีอะไรใหม่เข้ามาก็พร้อมที่จะลุยกับมันต่อไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่รู้สึกว่าฝืนทำ” ที่ผ่านมาบิ๊งบอกกับเราว่าเธอพยายามสร้างผลงานให้คนอื่นพอใจ พยายามพิสูจน์ตัวเองหนัก หนักเกินไป “เราจะคิดตลอดว่าคนจะวิจารณ์เราไหม เราทำสวยไหม แต่พอกลับมา บิ๊งไม่สนแล้ว เราอยากวาดอะไรเราวาดเลย ถ้ามีคอมเมนต์อะไรกลับมาบิ๊งจะไม่เก็บมาเครียด แต่จะเอามาพัฒนาต่อ กลายเป็นมุมมองคนละแบบเลย เมื่อก่อนเราอยากเอาชนะ แต่ตอนนี้เราเอากลับมาพัฒนาตัวเอง”

บิ๊งเชื่อว่าเธอจะเก่งขึ้นได้ในทุกๆ วัน “ไม่ได้แข่งกับคนอื่นนะ แต่จะเอางานตัวเองมาเทียบกับงานของปีที่แล้ว เราชอบเห็นพัฒนาการของตัวเอง อยากมีความสุขกับงานมากขึ้นเรื่อยๆ และเก่งขึ้นเรื่อยๆ”

เธอไม่มองว่าคนอาชีพเดียวกันคือคู่แข่ง “ทุกอาชีพจะมีคนที่ทำสิ่งเดียวกันเยอะ สิ่งที่บิ๊งเป็นมาตลอดคือไม่มองว่าคนเหล่านั้นคือคู่แข่ง เขาคือเพื่อนที่ทำอาชีพเดียวกัน มันทำให้เราไม่เครียด” เธอคิดว่าพอมองข้ามเรื่องเหล่านี้ไป สิ่งที่ทำจะแข็งแรงมากขึ้น สไตล์หรือตัวตนของศิลปินจะชัดขึ้น แค่นั้นก็จะไม่มีใครต้องเปรียบเทียบตัวเองกับใคร เพราะทุกคนไม่เหมือนกัน

xxx

“อยากแสดงนิทรรศการไปเรื่อยๆ จนถึงวันที่คนซื้องานเรา แล้วเราสามารถเอาเงินนั้นไปช่วยคนอื่นได้ อยากช่วยคนอื่นได้แต่ตัวเองต้องไม่เดือดร้อนก่อน เราต้องดูแลคนที่บ้านเราก่อน บางทีแค่โอนเงินไม่กี่ร้อยไปช่วยหมาแมว เราก็มีความสุข มีแรงไปทำอย่างอื่นต่อ สำหรับบิ๊งการให้คือการได้รับ อยากให้งานของเราพาเราไปสู่จุดนั้นได้”

คนที่ตามไลฟ์สไตล์ของบิ๊งจะเป็นเด็กส่วนใหญ่ และเขาก็จะรู้ว่าเราลาออกจากโรงเรียนมา ต้องบอกเสมอว่าอย่าทำตาม เพราะเราเคยเจอน้องที่ลาออกตามเราแล้วมีปัญหากับผู้ปกครอง “บิ๊งเองก็คุยกับเขานะ เป็นตัวกลางระหว่างน้องกับคุณแม่น้อง” เพราะปัญหาใหญ่แห่งยุคของวัยเรียนคือไม่ได้ไปในทางที่ต้องการ ไม่ได้เรียนในสิ่งที่อยากเรียน แม้จะต่างจากบิ๊ง แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องปรับความเข้าใจในครอบครัวให้ไปในทิศทางเดียวกัน

“บิ๊งรู้สึกว่าทุกคนควรรู้จักตัวเองก่อน มีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่เปลี่ยนอะไรง่ายๆ ก่อนจะตัดสินใจลงมือทำอะไร เพราะสุดท้ายมีจะส่งผลกับทุกอย่าง ศึกษาเส้นทางและทดลองทำ เลือกสิ่งที่เหมาะ เอาตัวเองไปอยู่ในถูกที่ ไม่มีใครเดินตามเส้นทางของคนอื่นแล้วมีปลายทางแบบเดียวกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์"

ติดตามผลงานของเธอได้ทาง

Binko's
BBinko

Author

Thumb lg af586157 bc7d 44b5 8b3e 47c45127654f

Miss P♡

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Hot boards


รวมผมสีน้ำตาลสวยๆ แบบซอฟๆ
แฟชั่นหน้าหนาว