Miss P♡ 2563/02/21 14:00
Thumb lg 74179330 33c7 43f3 8c99 57fcb51d56eb

พาขึ้นรถไฟญี่ปุ่นกินหรูอยู่สบาย Saphir Odoriko Express เที่ยวเมืองอิซุแบบจัดเต็ม

74 Spice

ขึ้นชื่อว่าเที่ยวแบบไหนก็สบายถ้าเป็นญี่ปุ่น เขาเลยจัดรถไฟขบวนพิเศษที่นอกจากที่นั่งสบายๆ แล้ว ยังเห็นวิวแบบ 360 องศา นานถึงสองชั่วโมงครึ่งไปเลย


แนะนำรถไฟขบวนใหม่พิเศษที่สามารถจองได้แล้วตั้งแต่วันนี้ว่ายังไม่เปิดให้บริการไปจนกว่าวันที่ 14 มีนาคมนี้นะ แต่สิ่งที่เรารู้มากมายหลายอย่างเกี่ยวกับทั้งรถไฟและปลายทางที่รถไฟจะพาไปถึงนั้น มันมีทั้งความธรรมดาระดับมาตรฐานญี่ปุ่น และความพิเศษที่เป็นมาตรฐานญี่ปุ่น(ซึ่งหมายความว่าว้าวชัวร์!)

รถไฟด่วนพิเศษ Saphir Odoriko Express สังกัดของบริษัท JR East พาเที่ยวเมืองอิซุ เมืองนี้เป็นพื้นที่สำคัญทางวัฒนธรรมและธรรมชาติอย่างมาก มาง่ายจากโตเกียว แต่ถ้าอยากจะมาแบบระดับเฟิร์สคลาสล่ะก็ขึ้นขบวนนี้มาได้เลย ที่นั่งพิเศษแบบ Green ทุกที่นั่ง แต่พิเศษไปอีกขั้นด้วยการเพิ่มที่นั่งแบบ Premium Green (เป็นครั้งแรกของ JR East เลยนะ) มีบริการอาหารและเครื่องดื่มพร้อมจัดเต็ม

ขบวนรถไฟเลือกใช้สีฟ้าเป็นตัวแทนของท้องทะเลและท้องฟ้าของอิซุ ส่วนด้านหน้าและหลังคาใช้สีขาว สีความสะอาดของหาดทรายที่สะท้อนพระอาทิตย์เป็นสีทอง ส่วนสีเทาด้านข้างรถเป็นตัวแทนของโขดหินลาวา และสีเทาดำเป็นชายฝั่งโจกาซากิ หน้าต่างที่ถูกออกแบบเป็นบานกว้าง ให้ข้างในดูโปร่งสบาย และคนที่นั่งอยู่ข้างในก็จะได้เห็นวิวข้างนอกเต็มๆ ตา

มี 8 ตู้โดยสาร 2 ขบวน รับผู้โดยสารได้ 164 คน

Premium Green ตู้โดยสารที่ 1

นี่คือครั้งแรกที่ JR East มีบริการที่นั่งแบบ Premium Green จัดให้นั่งแถวละ 1 ที่นั่งจะได้มีพื้นที่ส่วนตัวกว้างขวาง มันคือการเดินทางแบบพรีเมี่ยมของจริง ได้รับแดดที่ส่องเข้ามาผ่านบานกระจกใหญ่ รับรองว่าคุ้มค่าคุ้มราคามาก ใครไหวจัดไปนั่งแบบนี้เลิศ!

Green Private Compartment ตู้ที่ 2 และ 3

เหมาะมากถ้ามาเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนตั้งแต่ 4-6 คน มีห้องให้เลือกสองแบบคือห้องสำหรับ 1-4 คน และห้องสำหรับ 1-6 คน ห้องนี้จะได้ความเป็นส่วนตัวไปเต็มๆ เหมือนมีคาเฟ่ส่วนตัวตลอดทาง

ห้องอาหาร ตู้ที่ 4

ห้องนี้ที่รอคอย ครัวเป็นแบบครัวเปิด เสิร์ฟเมนูบะหมี่ มีหัวหน้าเชฟร้าน DEN คุณฮาเซะกาวะ ไซริวคอยดูแล ให้ผู้โดยสารได้กินบะหมี่อร่อยๆ ไปและได้ชมวิวอ่าวซากามิไปด้วยพร้อมกัน

นี่ถือเป็นทีเด็ดเลย เมนูเส้นของรถไฟขบวนนี้จะเปลี่ยนไปในแต่ละช่วงแต่ละฤดู เมนูแรกที่มาพร้อมกับเปิดบริการรถไฟเลยก็คือ โชยุราเมง ราเมนต้นตำรับของร้าน DEN ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังที่ได้ 2 ดาวจาก Michelin Guide Tokyo ปี 2020 ผู้โดยสารสามารถมานั่งทานที่ตู้ที่ 4 ได้ ส่วนผู้โดยสารที่จองห้องส่วนตัวตู้ 2 และ 3 สามารถนั่งแบบเดลิเวอรี่ถึงห้องได้ด้วย

Green Car ตู้ที่ 5-8

แม้จะเป็นที่นั่งแบบธรรมดาที่สุดของรถไฟขบวนนี้แต่ก็สบายยิ่งกว่ารถไฟทั่วไปแน่นอน ที่นั่งแบบคู่ นั่งกันสบายๆ 1 แถว 2 ที่นั่ง

แต่ละขบวนจะมีที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่เตรียมไว้ให้ อย่างห้องแบบส่วนตัวก็จะมีพื้นที่อยู่ข้างในเลย ทุกที่นั่งและทุกห้องมีปลั๊กให้ชาร์ตอะไรก็ตามที่อยากจะชาร์จ และมีระบบเครือข่าย LAN ไร้สายไว้คอยบริการฟรีอีกด้วย

Saphir มีความหมายเดียวกับ Sapphire หรืออัญมณีไพลิน ด้วยความที่ขบวนด้านนอกส่วนใหญ่เป็นสีฟ้าสดใสเหมือนหินแซฟไฟร์และประสบการณ์เดินทางนั้นก็มีระดับแบบเดียวกับอัญมณีราคาแพง

ซึ่ง Saphir Odoriko จะเปิดให้บริการวันที่ 14 มีนาคมนี้แล้ว เดินรถจากสถานี Tokyo / Shinjuku – สถานี Izukyu Shimoda

กำหนดการเดินรถทุกวัน
SAPHIR ODORIKO 1: Tokyo → Izukyu Shimoda ออก 11.00⇒ถึง 13.29 
SAPHIR ODORIKO 2: Izukyu Shimoda → Tokyo ออก 14.12⇒ถึง 16.49

กำหนดการเดินรถชั่วคราว
SAPHIR ODORIKO 3: Tokyo → Izukyu Shimoda ออก 12.30⇒ถึง 15.30
SAPHIR ODORIKO 4: Izukyu Shimoda → Tokyo ออก 16.30⇒ถึง 19.20
SAPHIR ODORIKO 5: Shinjuku → Izukyu Shimoda ออก 12.25⇒ถึง 15.30

ต้องจองที่นั่งล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ JR-EAST Train Reservation
https://www.eki-net.com/pc/jreast-shinkansen-reservation/English/wb/common/Menu/Menu.aspx

อิซู Izu มีอะไร มีที่ไหนน่าไปเที่ยวบ้าง

อย่างที่บอกไปแล้วว่าอิซุเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม และยังมีแหล่งออนเซ็นจำนวนมากที่ถูกยให้เป็นหนึ่งในแหล่งอุทยานธรณีโลก มาจากโตเกียวง่าย ยิ่งสบายไปอีกด้วย Saphir Odoriko Express

เมืองชิโมะดะบริเวณอิซุ จังหวัดชิซุโอกะ

เมืองท่าสำคัญตอนเปิดประเทศสมัยบาคุมัตสึ เป็นเมืองที่ธรรมชาติสวย มีภูเขาและทะเล ในช่วยปลายยุคเอโดะ กองทัพอเมริกาได้มาเซ็นสนธิสัญญาคานากาวะ ทำให้ญี่ปุ่นเปิดเมืองซิโมะดำเพื่อทำการค้าขายกับอเมริกา นอกจากจะปรากฎตัวในละครดังของญี่ปุ่นแล้ว ยังมีพิพิธภัณฑ์และสถานที่สำคัญต่างๆ ทางประวัติศาสตร์มากมายรอให้ได้ไปย้อนเวลาด้วยกัน

Stop : Izukyu Shimoda Station

ชายฝั่งชิโมะดะ

จากบันทึกการเดินทางของพลเรือจัตวาแมทธิว ซี เพอร์รี่ นายพลของอเมริกา ได้กล่าวชมทะเลชิโมะดะว่า "ทิวทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดนั้นช่างงดงามเหลือเกิน" และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนความสวยงามนั้นก็ยังคงอยู่ รับรองว่าทัศนียภาพอันสวยงามของหาดทรายขาวและทะเลสีฟ้าโคบอลต์สะอาดตาจะต้องตราตรึงอยู่ในความทรงจำของทุกคน

ชิโมะดะออนเซ็น

ออนเซ็นเมืองชิโมะดะขึ้นชื่อเรื่องปริมาณน้ำร้อนที่อุดมสมบูรณ์ มีที่พักพร้อมออนเซ็นหลายรูปแบบทั้งค้างคืนและแบบไปเช้าเย็นกลับ ใครไม่อยากแก้ผ้า ก็ลองแบบออนเซ็นมือหรือเท้าก็ได้ หายเหนื่อยคลายล้าได้ดีแน่นอน

ปลาคินเมได ของขึ้นชื่อของเมืองชิโมะดะ

ปลาคินเมได หนังสีแดง เนื้อสีขาวมีไขมันแทรก เนื้อแน่นสัมผัสดีงาม ราคาก็เลยสูง แต่ท่าเรือที่จับปลาคินเมไดได้อันดับหนึ่งก็คือท่าเรือชิโมะดะแห่งเมืองชิโมะดะนี่แหละ ปรุงแบบซาชิมิ ต้มซีอิ้ว หรือชาบูก็เลิศเลอ และยังมีเมนูหลากหลายอย่างเบอร์เกอร์ โคร็อกเกะอีกด้วย ด้วยความที่ก้างนอก เนื้อนิ่มก็เลยกินง่าย ดีกับเด็กและผู้สูงอายุ

ชายฝั่งโจกะซากิ จังหวัดชิซุโอกะ

ชายฝั่งโจกะซากิเกิดจากการแข็งตัวของลาวาที่ไหลออกมาตอนภูเขาไฟโอมุโระะทุขึ้นเมื่อ 4000 ปีที่แล้ว มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติและเส้นทางปิคนิคยาวกว่า 9 กิโลเมตร สะพานคาโดวากิซุริที่สูงถึง 23 เมตร ยาว 48 เมตรก็เป็นอีกจุดชมวิวที่น่าจะสวยแบบตะลึงไปเลย

ส่วนอีกจุดก็คือประภาคารคาโดวากิที่เห็นเต็มๆ ตา 7 เกาะของคาบสุมตรอิซุและเทือกเขาอามะกิ วิวพาโนรามา 360 องศาไปเลย ชมดอกไม้ได้ตลอดปี ดอกไฮเดรนเยียช่วงเดือนมิถุนายน ดอกลิลลี่ซุคาชิและดอกลิลลี่ฮามะคันโซช่วงเดือนกรกฎาคม และดอกไม้แสนน่ารักอย่างดอกเก๊กฮวยและดอกซึวะบุคิที่บานสะพรั่งในฤดูใบไม้ร่วง

Stop : Jogasakikaigan Station แล้วเดินต่อประมาณ 25 นาที

เมืองคาวะซุ จังหวัดชิซุโอกะ

เมืองนี้อยู่ปลายคาบสมุทรอิซุ มีทั้งทะเล ภูเขาและแม่น้ำที่อุดมสมบูรณ์ ดอกไม้บานตลอดปี ช่วงซากุระคาวาซุจะบานทั่วเมือง และมีเวลาสั้นๆ แค่ 1 เดือนเท่านั้น คือช่วงต้นกุมภาจนถึงต้นมีนาคม และทุกปีจะมีเทศกาลซากุระคาวะซุ ทั้งเมืองจะเต็มไปด้วยสีชมพูเข้มของซากุระ เป็นการประกาศตัวของการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิ และยัวมีดอกคาเนชั่น ดอกกุหลาบและดอกไอริสของที่นี่ก็สวยงามไม่แพ้กัน

Stop : Kawazu Station

เที่ยวโตเกียวและเมืองใกล้เคียงด้วย JR TOKYO Wide PASS

JR TOKYO Wide PASS สามารถใช้ขึ้นรถไฟของ JR East แบบไม่จำกัดจำนวนเที่ยว 3 วันติดต่อกัน
ตั๋วผู้ใหญ่จำหน่ายในราคา 10,180 เยน และตั๋วเด็กราคา 5,090 เยน
เข้าไปดูรายละเอียดได้เลยที่นี่: https://www.jreast.co.jp/multi/pass/tokyowidepass.html

พร้อมเที่ยวอิซุหรือยัง?

Preload

Author

Thumb lg af586157 bc7d 44b5 8b3e 47c45127654f

Miss P♡

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Hot boards


รวมผมสีน้ำตาลสวยๆ แบบซอฟๆ
โพสท่าให้ดูผอมเพรียวว ต้องลอง!!!