มะลิสีกุหลาบ 2560/02/17 14:14
Thumb lg japan

มีแพลนเที่ยวญี่ปุ่นมั้ย? แวะมาอ่าน 5 สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนไปประเทศญี่ปุ่นกัน!

2673 Spice

สิ่งสำคัญที่คุณควรรู้ก่อนเริ่มต้นจองตั๋วไปเที่ยวญี่ปุ่น

travel japan Guide Tip

ประเทศที่เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของใครหลายๆ คนเชื่อว่าจะต้องมีประเทศญี่ปุ่นเข้าไปอยู่ในลิสต์เป้าหมายด้วยแน่ๆ ประเทศญี่ปุ่นไม่ได้เป็นประเทศที่สาวๆ หลงใหลอยากไปเยี่ยมเยือนอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นประเทศที่ผู้ชายก็หวังอยากจะไปเที่ยวสักคนเช่นกันใช่มั้ยล่ะ เพราะประเทศญี่ปุ่นนั้นผสมผสานวัฒนธรรมทั้งเก่าและใหม่เอาไว้ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะชอบธรรมชาติ วัดวาอาราม ย่านตึกสูง ดงฟิกเกอร์และอนิเมะ ญี่ปุ่นก็รวบรวมทุกอย่างเอาไว้ในประเทศตัวเองแล้วทั้งนั้น

วันนี้เราจะมาแบ่งปันสิ่งสำคัญที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจไปประเทศญี่ปุ่น เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการช่วยวางแผนท่องเที่ยวของคุณได้อีกหนึ่งช่องทาง!

1. จะทำอะไรที่ญี่ปุ่น?

เริ่มต้นด้วยการถามตัวเองก่อนเลยว่าหากคุณได้ไปที่ประเทศญี่ปุ่นแล้วคุณจะทำอะไรที่นั่น เพราะอย่างที่บอกกันไปกล้วก่อนหน้านี้ว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นเหมือนศูนย์รวมวัฒนธรรมทั้งเก่าและใหม่ ดังนั้นคุณสามารถเลือกได้ว่าคุณต้องการจะเห็นอะไรที่นั่น ถ้าคุณชื่นชอบความเก่าแก่ของวัฒนธรรม คุณก็ควรวางแผนตรงเข้าเกียวโตเลยเป็นอันดับแรกเพราะเกียวโตคือสวรรค์ของคนที่คลั่งใคล้ความเก่าแก่ในความเป็นญี่ปุ่น หลังจากนั้นคุณอาจวางแผนต่อว่าจะไปที่นาราเพื่อดูฝูงกวางที่นั่น หลังจากไปนาราแล้วคุณจะไปที่ไหนต่อ แบบนี้เลย วางแผนเอาไว้ให้ดีว่าคุณต้องการไปที่ญี่ปุ่นทำไม และไปเพื่ออะไร

หรือใครเป็นคนรุ่นใหม่ การเริ่มต้นจุดหมายที่โตเกียวก็เป็นอะไรที่เหมาะสมที่สุด คุณชอบแสงสีเสียงชอบเมืองที่ไม่หลับใหลก็ไปที่อิเคะบุคุโระ ชอบเกมส์บ้าการ์ตูนก็อาจจะไปดูหนุ่มสาวคอสเพลย์กันที่ย่านฮาราจูกุ ใครสายกินก็อาจต้องตื่นแต่เช้าหน่อยเพื่อเดินทางไปตลาดปลาสึคิจิเพื่อดูคนญี่ปุ่นขายปลากันสดๆ และทานซูชิคำโตที่นั่น การหาคำตอบให้ตัวเองได้ว่าคุณอยากไปที่ไหน? ไปเพื่อเห็นอะไร? ไปแล้วจะทำอะไร? จะทำให้คุณประหยัดเวลาและมีเป้าหมาย ไม่ต้องไปเงอะๆ งะๆ มัวพะวงคิดว่าฉันจะไปที่นี่ดีมั้ย? กินอันนี้ได้หรือเปล่า? แล้วคุณจะสามารถใช้ช่วงเวลาในการท่องเที่ยวไปได้อย่างคุ้มค่ามากแน่นอน

2. ช่วงเวลาไหนที่คุณอยากไป

ญี่ปุ่นไม่เหมือนประเทศไทยตรงที่ว่าบ้านเรามีแต่หน้าร้อน ร้อนมาก กับร้อนที่สุด ที่ญี่ปุ่นมีฤดูกาลที่สามารถเห็นกันได้อย่างเด่นชัดสี่ฤดู และนั่นจะเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำหรับการตัดสินใจว่าคุณต้องการเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงไหนนั่นเอง

ฤดูหนาว (ธ.ค. - ก.พ.)

เมื่อฤดูหนาวมาเยือน อุณหภูมิที่ประเทศญี่ปุ่นจะติดลบ และอาจสามารถติดลบได้ถึง 40 องศาเลยทีเดียว แต่แน่นอนว่าเป็นช่วงที่ค่อนข้างป๊อบปูล่าร์มากเหมือนกันสำหรับใครที่ชอบความโรแมนติก เพราะที่ญี่ปุ่นจะสวยงามได้บรรยากาศไปอีกแบบยามถูกประดับด้วยแสงไฟที่ตัดกับสีขาวของหิมะในช่วงค่ำคืน ทุกอย่างรอบตัวคุณจะสวยงามราวกับภาพวาด เหมาะแก่การไปเที่ยวแบบคู่รักเพื่อหาไออุ่น

ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค. - พ.ค.)

แต่ฤดูกาลที่เหมาะแก่การไปเที่ยวญี่ปุ่นจริงๆ นั้นคือฤดูใบไม้ผลิ เพราะช่วงนี้อากาศจะเย็นสบายเหมือนเวลาเราอยู่เชียงรายหรือเชียงใหม่นั่นแหละ แต่อีกหนึ่งสิ่งสำคัญเห็นจะเป็นช่วงที่ดอกไม้นานาพรรณแข่งกันบานอวดความงดงามตามสองข้างทางให้คุณหลงใหลเล่น คุณสามารถหาข้อมูลก่อนล่วงหน้าตามเว็บไซต์ต่างๆ หากคุณต้องการไปเพื่อชมดอกไม้จริงๆ เพราะในแต่ละเมืองในแต่ละภูมิภาคก็จะมีไฮไลท์ของเทศกาลชมดอกไม้แตกต่างกัน ใครต้องการชมดอกซากุระนี่ก็คือเป็นช่วงที่เหมาะที่สุด แต่คุณอาจต้องทำใจกับเหล่าฝูงชนและค่าตั๋วเครื่องบินที่พุ่งสูงขึ้นเสียอย่างช่วยไม่ได้ด้วยนะ

ฤดูร้อน (มิ.ย. - ส.ค.)

ช่วงหน้าร้อนของญี่ปุ่นอาจร้อนได้สูงถึง 40 องศา แต่เสน่ห์ของการท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่นในหน้าร้อนคือการที่นักท่องเที่ยวทั้งหลายไม่ได้แห่กันเข้ามาเยี่ยมชมประเทศญี่ปุ่นจนเต็มเมืองเหมือนช่วงฤดูใบไม้ผลินั่นเอง คุณสามารถชื่นชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องไปเบียดเสียดกับใคร ไม่ต้องวุ่นวายกับการสู้รบปรบมือกับบรรดานักท่องเที่ยวด้วยกัน ได้เห็นวิถีชีวิตแห่งความสดใสของคนญี่ปุ่นในหน้าร้อน แค่ลองจินตนาการถึงเสียงจั๊กจั่นร้องเหมือนในตอนที่เราดูการ์ตูนก็หายร้อนขึ้นมาทันทีแล้วล่ะ กระซิบอีกนิดว่าหากเดินทางในช่วงหน้าร้อนของญี่ปุ่นคุณอาจดวงดีได้ตั๋วเครื่องบินมาในราคาถูกมากอย่างไม่น่าเชื่ออีกด้วย

ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย - พ.ย.)

นี่เป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่ใครๆ ก็อยากพากันไปเที่ยวญี่ปุ่น เพราะในฤดูใบไม้ร่วงนี้ต้นไม้ทั่วทั้งเมืองจะพากันเปลี่ยนสีเต็มเมือง จากสีเขียวกลายเป็นสีส้ม สีเหลือง และสีแดง คุณจะได้เดินลุยใบไม้แห้งที่ร่วงลงมาบนพื้นถนน ใครชอบถ่ายรูปนี่ก็เป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่น่าสนใจเพราะแน่นอนว่าคุณจะไม่มีวันเบื่อกับการถ่ายภาพเก็บบรรยากาศของญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงแน่ๆ ที่สำคัญอากาศในช่วงนี้จะใกล้เคียงกับช่วงฤดูใบไม้ผลิ ไม่เป็นอุปสรรคในการท่องเที่ยวเพราะไม่ได้ร้อนไปหรือหนาวไป

3. เคยได้ยินมาว่าคนสักห้ามแช่ออนเซ็น!?

ตามมารยาทแล้วการจะแช่ออนเซ็นที่ญี่ปุ่นนั้นเราต้องถอดทุกอย่างหมดตัวใช่มั้ยล่ะทุกคน แต่ทีนี้อาจจะอย่างที่หลายๆ คนรู้มาคือออนเซ็นญี่ปุ่นมีกฎตั้งเอาไว้ว่าคนที่มีรอยสักห้ามใช้บริการออนเซ็น ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้พวกแก๊งยากูซ่ามาเฟียทั้งหลายที่สักตามตัวเข้ามาใช้บริการออนเซ็นนั้นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาหรืออาจเพราะกลัวรอยสักละลายปนเปื้อนในน้ำก็แล้วแต่ แต่ในตอนนี้สังคมเปลี่ยนไป ญี่ปุ่นก็เปลี่ยนตาม

ด้วยการเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพ Tokyo Olympic ที่จะมีขึ้นในปี 2020 นี่เอง ทำให้ญี่ปุ่นได้ออกมาประกาศตนแล้วว่าเพื่อเตรียมรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่กำลังหลั่งไหลเข้าประเทศ และจำนวนมากในบรรดานักท่องเที่ยวอาจมีรอยสัก (ซึ่งก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพวกยากูซ่าเลย) แต่เพื่อการท่องเที่ยวที่เป็นระบบและผลักดันออกเซ็นไปอยู่ในลิสต์ที่ควรทำยามมาญี่ปุ่น กระทรวงการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นจึงได้รณรงค์ให้ออนเซ็นสาธารณะทำการยกเลิกข้อห้ามที่ว่าคนมีรอยสักห้ามลงแช่ออนเซ็นในเวลาต่อมา

แต่จากการสำรวจผู้ให้บริการออนเซ็นทั่วประเทศกว่า 3,800 แห่งกลับพบว่าผู้ให้บริการออนเซ็นสาธารณะทั้งหลายยังไม่ยอมรับการยกเลิกข้อห้ามนี้ถึง 56% ทั้งนี้ก็อาจเป็นเพราะหลายๆ สาเหตุอันเกี่ยวเนื่องมาจากผลของวัฒนธรรมที่ตกค้าง ซึ่งเราผู้เป็นนักท่องเที่ยวก็ควรต้องทำความเข้าใจกับปัญหาในข้อนี้ ยังไงก็ตามสำหรับใครที่มีรอยสักเล็กๆ น้อยๆ ไม่น่าเกลียด หากอยากจะลงแช่ออนเซ็นก็ไม่น่าจะมีผลอะไรนะ

4. จุดรับสัญญาณ Wi-Fi ฟรีที่ญี่ปุ่น

Tokyo Metro ของประเทศญี่ปุ่นได้ออกมาประกาศให้บริการสัญญาน Wi-Fi ฟรีภายในสถานีรถไฟใต้ดินกว่า 143 แห่ง ใครที่ไปญี่ปุ่นสามารถเริ่มใช้ Wi-Fi ฟรีได้แล้วตั้งแต่เมื่อเดือนธันวาคม 2557 โน่นแน่ะ หรือใครอาจเลือกใช้บริการ Wi-Fi ฟรีนาน 14 วันจากโครงการของรัฐบาลญี่ปุ่นและบริษัท NTT ก็ได้ ซึ่งอย่างหลังนี้คนที่จะใช้บริการจำเป็นต้องโหลดแอป NAVITIME for Japan Travel เอาไว้ก่อน ซึ่งให้บริการทั้งในระบบ iOS และ Android จากนั้นจึงนำพาสปอร์ตของตนไปแสดงยังจุดแจก Wi-Fi ฟรี ซึ่งในตอนนี้เราสามารถตรวจสอบจุดรับพาสเวิร์ดได้ที่ Free Wi-Fi และที่สำคัญไม่เสียค่าใช้จ่ายด้วยนะ ซึ่งนี้ถือเป็นหนึ่งในบริการที่ประเทศญี่ปุ่นได้เตรียมเอาไว้ต้อนรับบรรดานักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาชมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี 2020 ด้วยนั่นเอง

5. คุณมีเวลาในการท่องเที่ยวมากแค่ไหน?

วางแพลนสถานที่ท่องเที่ยวและฤดูกาลในการท่องเที่ยวเอาไว้แล้วก็จริง แต่หากคุณไม่ได้ทำให้มันเหมาะสมลงตัวกับเวลาพักที่คุณมีทุกอย่างก็สูญเปล่า เวลาโดยเฉลี่ยที่คนมักไปเที่ยวญี่ปุ่นคือ 5~7 วัน ดังนั้นคุณควรจัดการบริหารทุกอย่างให้ดี แน่นอนว่าคุณไม่สามารถเดินทางท่องเที่ยวทั่วญี่ปุ่นได้ครบภายในเวลาไม่กี่วันแน่นอน มันก็เหมือนกับว่าคุณไม่มีทางเที่ยวทั่วไทยครบทุกจังหวัดหากมีเวลาแค่ 5 วันนั่นเอง โอเค คุณอาจเที่ยวได้ครบ แต่คำถามคือคุณจะสามารถอิ่มเอมใจกับสถานที่นั้นๆ ได้มากแค่ไหน สิ่งที่คุณต้องทำคือเลือกเที่ยวในจุดเฉพาะสักที่ หลีกเลี่ยงการเดินทางข้ามภูมิภาคระยะไกลเพราะมันมักทำให้คุณเหนื่อยมากกว่าจะสุขใจ คุณอาจเลือกเที่ยวในสถานที่ใกล้ๆ กับเป้าหมายของคุณ เก็บความทรงจำทุกอย่างให้มีคุณค่าและน่าระลึกหาที่สุด แล้วคุณจะสุขใจ

สำหรับวันนี้ทุกคนน่าจะได้รู้ถึงสิ่งที่ควรทำก่อนไปญี่ปุ่นกันบ้างแล้ว เริ่มต้นถามตัวเองดีๆ ถึงเป้าหมายและวางแผนทุกอย่างไว้ให้อยู่ในขอบข่ายเวลาที่คุณสะดวกที่สุด แล้วญี่ปุ่นจะทำให้คุณประทับใจได้อย่างไม่ลืมเลือน

Author

Thumb lg e9a06ac5 f218 4476 9ac2 563e28f1ee15

มะลิสีกุหลาบ

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!