MissNYJ 2560/03/31 18:05
Thumb lg japan

อย่าให้พลาด! 5 แลนด์มาร์คในเกียวโต ที่ไปแล้วต้องเชคอิน!!!!

3818 Spice

เตรียมตัวให้พร้อมไปเชคอิน มีที่ไหนบ้างไปดูกัน

travel japan KYOTO

เกียวโต เมืองที่มีความสำคัญสวยงามและมีประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ไม่เพียวแต่เป็นเมืองหลวงเก่าของประเทศญี่ปุ่นเพียงเท่านั้น หากยังมีสถานที่สำคัญๆทั้ง โบราณสถาน วัดวาอาราม ศาลเจ้า และร่องรอยทางวัฒฯธรรม แหลางท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่นี่ยังมีแหล่งช้อปปิ้งที่น่าสนใจอีกมากมาย ... สำหรับใครที่จะไแเที่ยวเมืองนี้ เราของแนะนำ สถานที่ในเกียวโตทั้งห้าแห่ง ที่ถ้าไม่ไปถึงว่ายังไม่ถึงเกียวโตนะจ๊ะ

1. วัดคิโยมิสุ-ดะเระ (Kiyomizu-dera, 清水寺)

สำหรับคนไทยคงไม่มีใครไม่รู้จัก"วัดคิโยมิสุ-ดาเระ" หรือที่เรียกกันติดปากว่า "วัดน้ำใส" ที่นี่นอกจากจะเป็นแลนด์มาร์คสุดฮิตของคนไทยที่ต้องมีซักครั้งที่ไปเชคอินแล้ว คนญี่ปุ่นก็ไม่แพ้กันเค้าฮิตมาที่วัดแห่งนี้กันมาเป็นพันๆปีแล้วค่ะ นอกจากวัดและวิวที่ได้เห็นจากวัดแล้ว ยังมีน้ำตกโอโตวะโนะทาคิ 3 สายชื่อดังแล้ว ที่ใครมาแล้วจะต้องแวะชมแวะสัมผัสสายน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ อีกอย่างนึงคือ ถ้าเป็นช่วงชมซากุระก็สวยไม่แพ้กันเลย เพราะช่วงซากุระบานนั้น ที่นี่มีจัดไฟประดับไลท์อัพตอนกลางคืนอีกด้วยนะ ส่วนในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่ก็เป็นอีกจุดที่สามารถชมความสวยงามของใบไม้แดงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งไม่แพ้กัน!!!

2. วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji /Golden Pavilion, 金閣寺)

วัดนี้หรือที่คนไทยนิยมเรียกกันว่า"วัดทอง" ก็เพราะวัดนี้จะมีอาคารหลักเป็นสีทองเกือบทั้งหลังตั้งโดดเด่นอยู่กลางน้ำถือเป็นแลนด์มาร์ค วัดคุ่บ้านคู่เมือง และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเกียวโตอีกแห่งก็ว่าได้ วัดคินคะคุจินอกจากจะมีโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่งดงาม แต่ก็มีความเป็นมาที่ยาวนานไม่แพ้กัน แต่เดิมนั้นวัดนี้สร้างเพื่อเป็นที่พักอาศัยหลังสละราชสมบัติของท่านโชกุนอาชิกาก้า โยชิมิสุ(Ashikaga Yoshimitsu) และท่านมีความตั้งใจยกบ้านพักแห่งนี้ให้เป็นวัดนิกายเซนภายหลังจากที่ท่านเสียชีวิต หลังจากนั้น วัดนั้นถูกไฟไหม้หลายต่อหลายครั้ง รวมถึงในช่วงสงครามโอนิน (Onin)ในปี 1950ที่เกิดสงครามกลางเมืองที่ได้ทำลายสถานที่สำคัญๆของเกียวโตไปหลายแห่งรวมถึงวัดทองแห่งนี้ด้วย แต่ไฟไหม้ครั้งล่าสุดในปี ค.ศ. 1950 จากฝีมือของพระที่คลั่งในความงามของวัดทองจนต้องการเผาตัวเองไปพร้อมกับวัดในปี1955 หลังจากนั้นวัดก็ได้รับการบูรณะใหม่อีกครั้ง จนเป็นอาคารที่อยู่มาจนถึงปัจจุบันนี้ค่ะ

3. ศาลเจ้าฟูชิมิ (Fushimi Inari Shrine, 伏見稲荷大社)

ศาลเจ้าที่มีเสาโทริอิ (Torii) หรือประตูศาลเจ้าที่เรียงต่อทอดยาวเป็นพันๆต้นจากตีนเขาไปถึงยอดเขาสูงถึง 233 เมตร กลายกันเป็นอุโมงสีแดง ศาลเจ้าแดงหรือศาลเจ้าจิ้งจอกที่คนไทยเรียกกันจนติดปากนั้น เป็นศาลเจ้าชินโตที่ผู้คนเชื่อกันว่าเป็นภูเขาศักสิทธื์ โดยเทพอินาริที่เป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ การเก็บเกี่ยวข้าว รวมไปถึงพืชผลไร่นาต่างๆ โดยสัญลักษณ์สำคัญอีกอย่างคือจิ้งจอก ซึ่งเป็นสัตว์คู่กายของเทพ ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจหากจะพบเห็นรูปปั้นจิ้งจอกมากมายในศาลเจ้าแห่งนี้ด้วยเช่นกัน นอกจากความสำคัญอันยาวนานที่เชื่อมโยงกับความเชื่อแลความเป็นอยู่ของคนเกียวโตแล้ว ที่นี่ยังมีอายุเก่าแก่มากเพราะอันที่จริงแล้วที่นี่ ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ก่อนสร้างเมืองเกียวโตซะอีก ซึ่งคาดกันว่าจะเป็นช่วงประมาณปีค.ศ. 794 หรือกว่าพันปีมาแล้วค่ะ

4. กิอง (Gion, 祇園)

ย่านเกอิชาแห่งเกียวโต ถนนเส้นหลักแห่งนี้เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านดื่มชาและร้านอาหารมากมายที่คึกคักทั้งกลางวันและกลางคืน ย่านกิองนี้มีอาคารบ้านเรือนและร้านขายของ อาหาร และของที่ระลึกเป็นอาคารไม้แบบดั้งเดิม แต่หากในยามค่ำคืน จะมีการโชว์ของแต่ละร้านที่จะการแสดงโชว์เกอิโกะ(geiko) และไมโกะ(maiko) ซึ่งเป็นกิจกรรมอย่างนึงที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

5. ป่าไผ่ (Bamboo Groves, Sagano bamboo forest)

มนต์เสน่ห์และความผูกพันธ์ของคนญี่ปุ่นที่มีกับต้นไผ่นั้นมีมานาน ทั้งเรื่องเล่า ตำนาน หรือจะเป็นการเปรียบเปรยความแข็งแกร่งของผู้ชายกับไม้ไผ่ งานเทศกาล รวมถึงการใช้สอยประโยชน์จากไผ่ในด้านต่างๆ สวนป่าไผ่มีเส้นทางเดินเล็กๆที่ตัดผ่านในกลางสวนป่าไผ่ สามารถเดินเล่นหรือขี่จักรยายผ่านก็ได้ ซึ่งหากได้มาเดินชมป่าไผ่ที่นี่ซักครั้งคุณจะได้รับบรรยากาศที่ทั้งสงบ แปลกตา และภูมิทัศฯ์ที่หาชมได้ยาก ที่สร้างความประทับใจได้ไม่รู้ลืมเลยหล่ะค่ะ

เคยไปกันมารึยัง?

Preload

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 543f2b3e aaee 4b4b a4c1 ac6e094955b8

MissNYJ