มะลิสีกุหลาบ 2560/02/21 16:02
Thumb lg weird place in japan

เที่ยวแบบฮิปๆไม่เหมือนใคร! แนะนำ 14 ที่เที่ยวสุดเจ๋งของญี่ปุ่นที่คนทั่วไปมักมองข้าม!

1503 Spice

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวสุดเจ๋งทางเลือกใหม่ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักในญี่ปุ่น

travel japan Attractions

เป็นที่รู้กันดีว่าประเทศญี่ปุ่นมีสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย แต่เพราะมันเป็นสถานที่ที่ใครก็ชอบไปกันดังนั้นเรามักจึงจะประสบปัญหาเรื่องนักท่องเที่ยวที่เบียดเสียดกันอยู่ในทุกๆ ที่ที่เราไป ถ่ายรูปเมื่อไรก็ไม่พ้นต้องมีหัวคนติดมาด้วยตลอด แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าในประเทศญี่ปุ่นยังมีที่ท่องเที่ยวดีๆ รอคอยนักท่องเที่ยวไปสัมผัส และนี่คือ 14 สถานที่ท่องเที่ยวสุดเจ๋งที่นักท่องเที่ยวหลายคนมองข้าม

1. คิบูเนะ (Kibune), Kansai

คิบูเนะเป็นเมืองชนบทบนเขาตอนเหนือของเกียวโต เต็มไปด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรมแบบญี่ปุ่นแท้ๆ สถานที่ท่องเที่ยวที่ควรไปเยือนคือศาลเจ้าคิบูเนะที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเทพเจ้าน้ำและฝน และที่นี่เรายังสามารถเดินไปตามเส้นทางธรรมชาติเพื่อไปที่คุรามะเมืองบนภูเขาที่สามารถแช่ออนเซ็นได้อีกด้วย โดยใช้เวลาเดินทางแค่ประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น

2. น้ำตก 48 แห่ง อากาเมะ (Akame 48 Falls), Kansai

น้ำตกนี้มีด้วยกัน 48 ชั้นแต่จะมีน้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุด 5 ชั้น สถานที่แห่งนี้สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ในทุกๆ ฤดูกาลซึ่งจะมีเส่ห์ที่แตกต่างกันออกไป แต่ผู้คนส่วนมากมักไปที่อากาเมะในฤดูใบไม้ร่วงที่มีสีสันของใบไม้หลากหลายสี และในฤดูร้อนที่จะมีน้ำมากและพืชพรรณในป่าเป็นสีเขียวสดใส

3. เขื่อนกันน้ำทะเล (Wakkanai Port North Breakwater Dome), Hokkaido

เขื่อนที่ในปัจจุบันเลิกใช้งานไปแล้วแห่งนี้ตั้งอยู่เกือบเหนือสุดของฮอกไกโด ถูกสร้างขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันคลื่นลมแรงให้กับสถานีรถไฟของที่นั่น ด้วยความที่มีลักษณะแปลกตาเพราะถูกสร้างเป็นทรงโค้งคล้ายกับท้องเรือด้วยระยะทางกว่า 450 เมตร มีเสาโรมันตั้งอยู่ 70 ต้น ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่แปลกตาที่ควรไปเยือนอีกที่หนึ่งของญี่ปุ่นเลย

4. พิพิธภัณท์หินโอยะ (Oya Stone Museum), Kantō

ใครชอบท่องเที่ยวเชิงความรู้ควรมาที่นี่ เพราะที่นี่เป็นเหมืองหินเก่าที่ชื่อว่าโอยะ และในปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณท์ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจของเหมืองแห่งนี้ ภายในถ้ำมีขนาดใหญ่ถึง 5 กิโลเมตร เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ประมาณ 700 เมตร และด้านในมีทะเลสาบที่เปิดให้เข้าชมได้อยู่อีก 3 แห่งซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแปลกใหม่ที่คุณควรไปเยือนอีกที่หนึ่งเช่นกัน

5. น้ำตกฟุกิวาเระ (Fukiware Falls), Kantō

น้ำตกฟุกิวาเระแห่งนี้เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีความสูง 7 เมตร และความกว้าง 30 เมตร ด้วยจุดเด่นที่มีสภาพของกระแสน้ำไหลแรงตกลงมาจากทั้งสองด้าน ทำให้จุดนี้กลายเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ผู้คนมักชื่นชอบที่จะไปเยี่ยมชม ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง โดยรอบของน้ำตกก็จะกลายเป็นดั่งสวรรค์ของนักท่องเที่ยว

6. ถ้ำริวเซนโดะ (Ryusendo Cave), Tōhoku

ถ้ำริวเซนโดะเป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ในภูเขาของเมืองอิวาอิซูมิ จังหวัดอิวาเตะ ปัจจุบันเปิดให้ประชาชนเข้าชมเพียง 700 เมตร ภายถ้ำในมีทะเลสาบอยู่หลายแห่ง โดย 3 แห่งที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมโดยมีการติดตั้งไฟใต้น้ำเพื่อให้น้ำเรืองแสงสีฟ้างดงาม ซึ่งนอกจากนักท่องเที่ยวจะมาชมทะเลสาบแล้วยังสามารถศึกษาค้างคางหลายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ที่นี่ได้ด้วยเช่นกัน

7. เกาะอาโอกะชิม่า (Aogashima Island), Kanto

ด้วยลักษณะที่เป็นเกาะที่มีภูเขาไฟซ้อนภูเขาไฟอีกทีหนึ่งทำให้เกาะอะโอกะแห่งนี้มีรูปร่างประหลาดเหมือนมีกำแพงสูงล้อมรอบพื้นที่ส่วนกลาง ผู้ที่สนใจสามารถเดินทางไปชมโดยเฮลิคอปเตอร์เพื่อชมเกาะจากมุมสูงได้ หรือใครที่สนใจอยากปีนเขาก็มีบริการรองรับเช่นกัน นอกจากนี้การดำน้ำรอบเกาะก็เป็นที่สนใจเพราะน้ำในบริเวณเกาะนี้ใสและสะอาดมากอย่างที่เห็น

8. รถไฟสายโออิกะวะ (Oigawa Railway), Chubu

รถไฟสายนี้ถือเป็นรถไฟอีกหนึ่งสายที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวระหว่างทางที่งดงาม ด้วยรถไฟสายนี้จะให้บริการด้วยตัวรถไฟแบบหัวจักรโบราณกับตู้สไตล์เก่าเพื่อความคลาสสิคในการเดินทาง และนักท่องเที่ยวยังสามารถเพลิดเพลินกับธรรมชาติรอบตัวได้อีกด้วย

9. หมู่บ้านชิโมกุริ (Shimoguri no Sato), Chubu

หมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000 เมตร มีบ้านพักอาศัยและทุ่งนาอยู่รอบพื้นที่ลาดเอียง และเมื่อ Ghibli Studio ได้ใช้หมู่บ้านแห่งนี้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์แอนิเมชั่นชื่อดัง ทำให้ต่อมามีหลายสื่อได้เข้าไปถ่ายทำเรื่องราวทำให้หมู่บ้านนี้กลายเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น แต่คุณอาจไม่ได้รับความสะดวกสบายมากนักด้วยเพราะลักษณะทางพื้นที่ แต่หากใครที่ชอบความสงบเงียบจริงๆ จะรักที่นี่แน่นอน

10. ปราสาทลอยฟ้าทาเคดะ (Takeda Castle), Kansai

ที่ปราสาทแห่งนี้ได้รับฉายาว่าปราสาทลอยฟ้าเนื่องมาจากว่ายามที่หมอกลงสถานที่แห่งนี้จะดูเหมือนกับลอยอยู่บนฟ้า ช่วงเวลาที่สามารถมองดูปราสาททาเคะดะอย่างสวยงามที่สุดจะเป็นช่วงเช้าตรู่ในเดือนพฤศจิกาที่มีหมอกลง ซึ่งใครที่อยากมาชมที่นี่ควรกะเวลาเอาไว้อย่างเหมาะสมเพื่อไม่ให้พลาดแสงแรกที่งดงามที่สุดไป

11. เกาะร้างฮาชิมะ (Hashima Island), Kyushu

อยู่นอกชายฝั่งห่างจากเมืองนางาซากิ ประมาณ 15 กิโลเมตร เป็นเกาะที่ถูกสร้างขึ้นโดยบริษัทมิตซูบิชิและเคยมีคนงานอาศัยอยู่หลายหมื่นคนจนสร้างเมืองขึ้นมาบนเกาะแต่ถูกทิ้งร้างเอาไว้และปิดตัวลงในปี 1974 เกาะแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO และเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนต์สยองขวัญของไทยอีกด้วย

12. เกาะแมวอาโอชิม่า (Aoshima- Cat Island), Shikoku

เกาะอาโอชิม่าแห่งนี้เป็นเกาะเล็กๆ ของจังหวัดเอฮิเมะที่รู้กันดีว่าถูกปกครองโดยประชากรแมว เนื่องจากว่าบนเกาะแห่งนี้มีแมวอาศัยอยู่มากกว่าคนถึงหกเท่า คนรักแมวทั้งหลายที่อยากไปเยี่ยมชมที่นี่ควรเตรียมตัวมาให้ดีเพราะที่นี่ไม่มีอะไรบริการมากนัก และเมื่อมีขยะควรนำกลับออกจากเกาะไปพร้อมกับตนด้วยล่ะ

13. หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอกซาโอะ (Zao Fox Village), Tohoku

สถานที่แห่งนี้เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองชิโรอิชิในภูเขาของจังหวัดมิยากิ สุนัขจิ้งจอก 6 สายพันธุ์สามารถวิ่งไปวิ่งมาได้อย่างเป็นอิสระโดยนักท่องเที่ยวสามารถป้อนอาหารพวกมันได้ด้วยความระมัดระวัง เราสามารถสัมผัสจิ้งจองได้เฉพาะตัวที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ให้เท่านั้นนะ

14. เกาะโอคุโนชิมะ (Okunoshima), Chugoku

เกาะแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อเกาะกระต่าย บนเกาะนี้มีกระต่ายกระจายอยู่ทั่วเกาะทั้งในป่าและตามทางเดินซึ่งเราสามารถพบเห็นกระต่ายได้โดยง่ายและสามารถให้อาหารพวกมันได้ด้วย แต่ก็มีกระต่ายบางพวกที่ยังกลัวมนุษย์และจะแตกออกจากฝูงเพื่อหนีเราด้วยนะ ดังนั้นการที่มนุษย์จะอยู่กับสัตว์ต้องเรียนรู้ที่จะเอื้อเฟื้อและแบ่งปันต่อพวกมันไม่ว่าจะเป็นสัตว์ชนิดไหนก็ตาม

มีแพลนที่เที่ยวในใจแล้วใช่มั้ย?

Preload

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg e9a06ac5 f218 4476 9ac2 563e28f1ee15

มะลิสีกุหลาบ