VinBensin 2560/03/03 17:43
Thumb lg city of food

รักการกินต้องไม่พลาด! แนะนำ 6 เมืองสวรรค์สำหรับคนรักอาหาร แหล่งรวมร้านดังที่การันตีรางวัลโดย "Michelin Star"

222 Spice

เมืองที่มีอาหารอร่อยรวมอยู่เยอะที่สุด และน่าไปลิ้มลองกันที่สุด จัดมาให้แล้วเน้นๆ!

travel Michelin food City

หากพูดถึงการท่องเที่ยว สิ่งนึงที่ขาดไปไม่ได้นั่นเลยก็คือมื้ออาหารดีๆระหว่างวัน การได้ท่องเที่ยวและได้ตระเวนชิมอาหารที่แตกต่างไปแต่ละภูมิภาคหรือคนละทวีปนั้นเป็นเสน่ห์อีกอย่างนึง โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ร้านอาหารที่ขึ้นชื่อตามทั่วทุกหนแห่งของโลกจะมีรางวัลการันตีจากมิชลิน นั่นยิ่งทำนักกินทั่วโลกออกเดินทางเพื่อตามหาความอร่อยมากกว่าที่จะท่องเที่ยวด้วยซ้ำไป จะดีกว่ามั้ยถ้าเรามาทำความรู้จักเมืองสววรค์ของนักกินทั่วโลกทั้ง 6 เมือง ที่คราคร่ำไปด้วยสุดยอดร้านอาหารมากมายเต็มไปหมด มารู้จักกันดีกว่า!

มาพูดถึงมิชลินสตาร์กันบ้างดีกว่า หลายคนอาจจะคุ้นเคยว่ามิชลินนั้นเป็นบริษัทผลิตยางรถยนต์ไม่ใช่หรอ ไปๆมาๆดันมายุ่งเกี่ยวกับวงการอาหารได้ยังไง? เรื่องเล่ามันเป็นอย่างงี้! โดยเริ่มแรกนั้นมาจากเจ้าของบริษัทผลิตยางแห่งนี้ที่อยากจะกระตุ้นยอดขายให้มากขึ้น จึงได้ตัดสินใจทำไกด์บุ๊คเล่มสีแดงออกมากเล่มนึงที่เรียกว่า มิชลิน ไกด์ ในปี 1900 ที่ออกมาบอกเส้นทางของร้านอาหารต่างๆตามเส้นทางแบบมีดาวกำหนด โดยเริ่มแรกในประเทศฝรั่งเศสมาก่อน และค่อยๆขยายไปทั่วยุโรป และล่าสุดก็มีมายังเอเชีย

โดยตัวระดับของมิชลินนั้นแบ่งให้เป็น 3 ระดับ โดยเริ่มจาก 1-3 ดาวตามความสุดยอดของร้านนั้นๆ โดยระดับ 1 ดาวจะเป็นร้านที่ดีและเหนือกว่าในร้านสไตล์เดียวกัน ส่วน 2 ดาว ก็เปรียบเสมือนร้านที่ดีเลิศควรค่าแก่การยอมเสียเวลาไปแวะทาน และ 3 ดาวก็คือสุดยอดร้านชั้นเลิศที่ควรดั้งด้นไปตามหาทานโดยเฉพาะไม่ว่าจะไกลแค่ไหน

1. Tokyo (โตเกียว)

หากพูดถึงอาหารยอดนิยม คงไม่มีใครที่ไหนที่ไม่รู้จักอาหารญี่ปุ่นอย่างแน่นอน ด้วยความเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอาหารที่ไม่เหมือนใครในโลก และเต็มไปด้วยร้านรวงต่างๆมากมายกว่า 80,000 ร้านทั่วโตเกียว หากถามถึงอาหารที่จะทำให้เรานึกถึงญี่ปุ่นก็ต้องหนีไม่พ้น "ราเมง" นั่นเอง อาหารเส้นประจำชาติของญี่ปุ่นที่ทุกคนต้องเคยทาน

ร้านราเมงแห่งแรกที่ได้รางวัลมิชลินก็คือร้าน "Tsuta" ร้านราเมงสไตล์เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความอร่อย นอกจากตัวราคาที่มีหลายระดับเพื่อลูกค้าแล้ว จุดเด่นก็คือซุปถั่วเหลือง 3 ชนิดของทางร้านที่เป็นเอกลักษณ์ และเส้นที่ทำเองและเสิร์ฟโดยโรยด้วยเห็ดทรัฟเฟิลดำสุดแพง ทำให้กลายเป็นร้านที่ทุกคนที่มาเยือนโตเกียวจะต้องแวะมาให้ได้จริงๆ

2. San Sebastian (ซาน เซบาสเตียน)

ซาน เซบาสเตียน เมืองทางตอนเหนือของสเปนในแคว้นบาสก์ เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวทีมีร้านอาหารเรียงรายอยู่แทบทุกหัวมุมถนน ดูจากวิวก็ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมการได้นั่งร้านดีๆและมีวิวทิวทัศน์เป็นชายหาดทะเลสวยๆนั่นเป็นความฝันของนักท่องเที่ยวขนาดไหน และอาหารขึ้นชื่อของเมืองนี้ก็คือ "ทาปาส"

ทาปาส หรือ ที่ชาวเมืองเรียกว่า พินท์โช (pintxos) เป็นอาหารชิ้นเล็กๆพอดีคำที่นิยมในสเปน ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง,หอย,ปลาหมึก,ไส้กรอก, และอื่นๆอีกมากมาย

3. Marlow (แมร์โลว์)

เมืองที่มีแม่น้ำเทมส์อันเงียบสงบไหลผ่าน โดยตัวเมืองนั้นอยู่ห่างจากลอนดอนมาเพียง 33 ไมล์ และอาหารที่ขึ้นชื่อของประเทศอังกฤษที่ทุกคนต้องเคยได้ยินชื่อก็หนีไม่พ้น ฟิช แอนด์ ชิพ (Fish n chips) และร้านที่ได้รางวัลมิชลิน 2 ดาวเพียงแห่งเดียวในบรรดาร้านสไตล์กึ่งผับ ก็คือร้าน The Hand and Flowers ด้วยบรรยากาศอันอบอุ่น กับอาหารชั้นดี ก็เพียงพอที่จะทำให้ร้านนี้กลายเป็นร้านในฝันของใครหลายคนที่ต้องมาลองจริงๆ

ฟิช แอนด์ ชิพ หรือ ปลาทอด กับ เฟรนช์ฟราย ที่เป็นสไตล์แบบดั้งเดิมของคนอังกฤษทาน โดนการทานก็จะใส่น้ำส้มสายชูลงไปที่ตัวเนื้อปลาทอด หรือไม่ก็เป็นเลม่อนบีบโรยนิดหน่อยตามแบบฉบับ แค่นี้ก็อร่อยแบบง่ายๆ

4. Hongkong (ฮ่องกง)

และแน่นอนว่าอาหารจีนแบบเหลาก็ต้องมีฮ่องกงอยู่ในลิสท์นี้อย่างแน่นอน นอกจากจะเป็นเป้าหมายของการช็อปปิ้งของนักท่องเที่ยวทั่วโลกแล้ว อาหารชั้นเลิศที่นี่ยังเป็นร้านมิชลินที่ถูกที่สุดในโลกด้วย ส่วนร้านที่ติดอันดับน่าไปลองมากที่สุดก็คือ "Tim Ho Wan" ร้านติ่มซำชื่อดังที่มีสาขาไปหลายประเทศ แต่หากคิดถึงต้นตำรับก็ต้องมาที่นี่เท่านั้น!

สิ่งที่คนลงทุนมายืนต่อคิวรอกันเป็นชั่วโมงอย่างที่เห็นก็คงจะหนีไม่พ้นติ่มซำราคาถูก และเป็นรสชาติต้นตำรับที่ต้องลอง โดยราคาเฉลี่ยนั้นตกอยู่ที่แข่งละ 70 บาท แต่ต้องใช้ความอดทนกันสักนิดเพื่อให้ได้กินติ่มซำรสเลิศร้านนี้

5. Warsaw (วอร์ซอ)

เมืองหลวงของประเทศเล็กๆอย่างโปลิชที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยตามสไตล์ยุโรป นอกจากนั้นยังมีอาหารสไตล์ดั้งเดิมแสนอร่อยที่ได้รับมิชลินสตาร์ซ่อนอยู่ด้วย และภัตรคารที่ได้รับรางวัลการันตีก็คือร้าน "Atelier Amaro" ร้านที่เสิร์ฟอาหารชั้นเลิศสไตล์โปลิชแท้

และเมนูพิเศษของทางร้านก็คือ “The Wosk Pig” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากจุดหลอมเหลวของขี้ผึ้ง ณ อุณหภูมิ 72 องศา มาใช้ในการย่างหมู

6. Kyoto (เกียวโต)

เกียวโตได้รับการขนานนามว่าเป็นมรดกทางด้านอาหารแห่งเอเชีย เพราะถือเป็นหนึ่งในเมืองที่รวมร้านอาหารรสเลิศไว้มากที่สุด โดยมีมากกว่า 175 ร้านที่ได้รับรางวัลมิชลิน นอกจากเรื่องอาหารที่ได้รับการยอมรับได้เรื่องรสชาติแล้ว ความสวยงามและความเป็นเมืองเก่าก็ทำให้เมืองหลวงอันเก่าแก่ในอดีตของญี่ปุ่นเมืองนี้กลายเป็นสถานที่ยอดนิยมในการเดินทางมา

ส่วนอาหารที่ควรมาลองให้ได้ในเมืองเก่าแห่งนี้ก็คือ "โซบะ" ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านและเก่าแก่ของทางจังหวัดที่ต้องนำเสนอให้ได้ไปลองกัน

ชอบบทความแนะนำร้านอาหารกันมั้ย?

Preload

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg d1564e13 3ac3 48c0 aa92 b60af7741c77

VinBensin

Make it Count!