QUAY 2560/03/13 15:57
Thumb lg 11879

เบื่อจะพูด? 9 วิธีตัดจบบทสนทนาแบบ “เนียน ๆ” ไม่บาดหมางกันภายหลัง

3100 Spice

สำหรับคนที่เรียนรู้เรื่องการเข้าสังคม คงอ่านบทความเกี่ยวกับการ “พูด” กับฝ่ายตรงข้ามให้ได้ผลตามที่ต้องการกันมาเยอะแล้ว แต่ถ้าเราไม่ต้องการจะ “พูด” อีกต่อไปแล้ว เ

บทสนทนา วิธีพูด

สำหรับคนที่เรียนรู้เรื่องการเข้าสังคม คงอ่านบทความเกี่ยวกับการ “พูด” กับฝ่ายตรงข้ามให้ได้ผลตามที่ต้องการกันมาเยอะแล้ว แต่ถ้าเราไม่ต้องการจะ “พูด” อีกต่อไปแล้ว เราควรจะทำยังไงดี? ตัดจบบทสนทนายังไงไม่ให้เกิดบรรยากาศที่กระอักกระอ่วนหรือความขุ่นเคืองใจต่อกันออกมา เฟดหนีออกมาจากบทสนทนาอันน่าเบื่อแบบเนียน ๆ และไปอยู่ในที่ที่เราต้องการจะอยู่ คุยกับคนที่เราต้องการจะคุยต่อไป

1. มีจุดประสงค์ที่ชัดเจนเอาไว้ในใจ

การสนทนาที่ดำเนินไปอย่างเรื่อยเปื่อยอาจจะเป็นอะไรที่เพลินใจ แต่หากเป็นคนที่เราไม่ได้ต้องการคุยด้วยหรือต้องการจุะคุยให้ตรงประเด็นแล้วตัดจบอย่างรวดเร็วนั้น การมีจุดประสงค์หรือเป้าหมายในการคุยไว้ตั้งแต่แรกก็ช่วยให้เราสามารถจบบทสนทนาที่เราไม่ได้ต้องการจะคุยกันยาวยืดได้ดีทีเดียวครับ เป็นเรื่องเบสิกที่ต้องจำกันเอาไว้ให้ขึ้นใจเลยก็ว่าได้

2. เฝ้ารอจังหวะเงียบในบทสนทนา

และถ้าคุณกำลังตกอยู่ในบทสนทนาอันยาวเหยียดโดยที่ตัวเองไม่ได้มีศิลปะในการชวนคุยเปลี่ยนประเด็นเพื่อตัดจบล่ะก็ สิ่งหนึ่งที่คุณสามารถทำได้ก็คือการจับจังหวะครับ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะพูดเก่งแค่ไหนสุดท้ายแล้วมันก็จะต้องมีช่วงเงียบซัก 3-4 วินาทีให้เราเปิดปากพูดได้บ้าง “เยี่ยมเลยครับ เอ้อ ผมมีธุระต้องไปต่อแล้ว คุยสนุกมาก ไว้คุยกันใหม่นะครับ” จบ

3. พยายามดึงกลับเข้าประเด็นให้เร็วที่สุด

ถ้าคุณทำเจ้าข้อนี้ได้ บทสนทนาอันน่าเบื่อของคุณก็จะจบลงได้อย่างสวยงามทีเดียวครับ อาจจะมีบ่อยครั้งที่บทสนทนากับคนที่เราไม่สามารถเลี่ยงได้ลากยาวไปไกลจนไม่รู้ว่าจะจบลงได้อย่างไรและก็ไม่มีช่วงเงียบให้หลบออกมาได้แบบข้อ [2.] บางครั้งการหยิบยกประเด็นที่เป็นพอยต์หลักของบทสนทนาขึ้นมากระตุ้นอีกฝ่ายอีกครั้งก็ทำให้ทุกอย่างจบลงได้เร็วกว่าเดิมเยอะทีเดียวครับ

4. เตรียมประโยคตัดจบเอาไว้

ถ้าสามวิธีที่บอกกล่าวไปข้างต้นยังไมไ่ด้ผลซักที ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องตัดจบกันอย่างมีมารยาทกันแล้วครับ หลักการสำคัญในการตัดจบก็คือเราจะต้องมี ‘ธุระ’ ที่จะต้องไปทำต่อ เช่น “ขอตัวก่อนนะครับต้องไปเข้าห้องน้ำก่อนหนังฉาย”, “ต้องรีบไปก่อนแล้วครับเดี๋ยวขึ้นรถไม่ทัน” เป็นต้น พยายามนึกถึงหัวข้อที่คุณต้อง ‘รีบไปทำให้ทัน’ เข้าไว้ครับ นี่คือสิ่งที่จะพาคุณออกมาจากบทสนทนาที่คุณไม่ต้องการคุยได้ไม่มากก็น้อย แต่ของแบบนี้ก็ไม่มีแบบแผนตายตัวหรอกครับ ต้องฝึกกันเอาไว้

5. แนะนำคนอื่นให้รู้จัก

อันนี้ใช้ได้เฉพาะสถานการณ์ที่มีคนอยู่มากและรู้จักกันทั่วถึง เช่น งานเลี้ยง, งานแต่ง อะไรพวกนี้ครับ ถ้ารู้สึกว่าบทสนทนามันไปต่อไม่ไหวแล้ว ลองมองหาคนมารับช่วงต่อในสิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ดูครับ แต่วิธีการนี้จะใช้ได้ดีต่อเมื่อ ‘เซนส์’ ของคุณแม่นยำพอที่จะรู้ว่าทั้งสองคนเค้าสามารถคุยกันได้อย่างถูกคอนะครับ ถ้าดึงมาผิดฝาผิดตัว มันก็เป็นแค่การหาตัวตายตัวแทนเท่านั้นเอง

6. ให้เค้าแนะนำเราให้คนอื่น

อันนี้คล้าย ๆ ข้อ [5.] แต่สถานการณ์ต่างออกไปนิดหน่อยครับ จะเป็นการให้เค้าพาเราไปรู้จักกับคนอื่นแทน เช่น “ผมสนใจเรื่อง ___ อยู่พอดีเลยครับ พอจะแนะนำใครให้ไปคุยได้มั้ย?” อะไรประมาณนี้ ถ้าเค้ารู้จักคนที่เราถามหา เค้าก็จะพาเราออกจากบทสนทนานี้ไปได้ แต่ถ้าไม่ เราก็ยิงตามไปอีกบรรทัดเลยว่า “งั้นผมคงต้องขอตัวไปตามหาคนที่ว่าก่อนนะครับ” เลยเป็นอันจบสิ้น

7. ชวนคู่สนทนาไปทำอย่างอื่น

สถานการณ์สมมติ งานเลี้ยง: “ผมจะไปตักอาหารเพิ่ม ไปด้วยกันมั้ยครับ?” -- ถ้าอีกฝ่ายปฏิเสธก็เป็นอันว่าเราวินทันทีครับ แต่ถึงอีกฝ่ายจะตกลง ช่วงที่เราเปลี่ยนจากการสนทนาไปเป็นการทำอย่างอื่นก็มีเวลามากพอให้เราชวนคนอื่นรอบตัว [5.] มาร่วมในวงสนทนาด้วยแล้วให้รับช่วงต่อจากเราแทนได้ หรือจะตัดจบด้วยวิธีอื่นตามมารยาทก็ทำกันได้ตามสบายครับ

8. เมื่อได้คนร่วมวงสนทนาแล้ว หนีออกมาซะ

ข้อนี้ถือเป็นมาตรฐาน และใช้ได้จริงที่สุดครับ ถ้าหา B2 มาแทนที่ในสิ่งที่เราเผชิญอยู่ได้แล้ว B1 อย่างเราก็ควรจะถอยออกมาซะ (อย่างเนียน ๆ)

9. จบสวย ๆ

ไม่ว่าจะวิธีการข้อไหนที่เราแนะนำไปก็ตาม สุดท้ายแล้วอย่าลืมจำให้ขึ้นใจว่าต้องจบบทสนทนาด้วยความยินดี (appreciation) นะครับ พยายามเน้นความรู้สึกให้เป็นไปในทางบวกเข้าไว้ทั้งวิธีการใช้คำและรอยยิ้ม ขอบคุณสำหรับเวลา, ขอบคุณสำหรับนู่นนี่นั่น, ยินดีที่ได้พบ, สนุกมาก อะไรก็ว่าไป เรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยก็จะยิ่งดีครับ ดูเป็นคนใส่ใจรายละเอียด ยิ่งจบสวยได้เท่าไหร่เราก็ยิ่งรักษามิตรภาพและคอนเน็กชั่นไว้ได้ดีเท่านั้นครับ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการตัดจบสนทนาอย่างมีกึ๋นครับ!

คิดว่าวิธีพวกนี้จะได้ผลมั้ย?

Preload

Author

Thumb lg a1efe3d5 aac6 4169 b184 98a4e34df5ff

QUAY

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!