Midly Lin 2560/03/17 11:36
Thumb lg page

ไปเที่ยวกัน!! 3 ทะเลมัลดีฟส์เมืองไทย สวย น้ำใส ไม่ต้องไปไกลถึงมัลดีฟส์

18746 Spice

ทะเลไทยไม่แพ้ที่ไหนในโลก ตามไปดูทะเลสวย หาดขาว ที่คุณต้องห้ามพลาดไปเที่ยวรับลมร้อน รับรองฟินไม่ต้องบินไปไกลถึงมัลดีฟส์

travel Holidays sea beach thailand weekndgetaway

"ทะเล๊ ทะเล" ลมร้อนพัดมาแบบนี้สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมติดลมบนที่ทุกคนนึกถึงคงนี้ไม่พ้นทะเลแน่นอน หนีความร้อนไปพักผ่อนริมหาดขาวสีขาว สัมผัสลมสายลม และเล่นน้ำให้ฉ่ำใจคลายร้อน เป็นเรื่องที่พลาดไม่ได้สำหรับหน้าร้อนแบบนี้ แล้วถ้าอยากได้บรรยากาศสวยๆ ทะเลใสๆ สำหรับคนไฮๆ คงหนีไม่พ้นเกาะสวรรค์อย่างมัลดีฟส์ แต่สำหรับพวกเราคนทำงานพอมีพอใช้ล่ะคงไม่ไหวล่ะมั้งที่จะต้องควักกระเป๋าจากเงินราคาแพงกับโรงแรมหรูและตั๋วเครื่องบินหลายบาท แล้วถ้ามีมัลดีฟส์เมืองไทยให้คุณได้ไปซิลๆ ไม่แพ้ของจริงล่ะคุณจะสนใจไหม!!

แน่นอนว่าเราไม่ยอมให้คุณพลาดสิ่งดีๆ กับสถานที่ท่องเที่ยวรับลมร้อน ทะเลไทยสวยไม่แพ้ชาติไหนในโลก ไปกันเลยกับ 4 ทะเลมัลดีฟส์เมืองไทย ไม่ต้องไปไกลก็เริ่ดได้ค่า

3. เกาะตาชัย (Ta Chai Island), จ.พังงา

"เกาะตาชัย" เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของอุทยานแห่งชาติ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหมู่เกาะสุรินทร์ ถูกพบครั้งแรกโดยชายที่ชื่อตาชัย ทำให้ตั้งชื่อเกาะตามคนค้นพบว่า "เกาะตาชัย"

เกาะแห่งนี้เป็นเกาะที่ได้รับความนิยมมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ใน 1 ปีเกาะตาชัยจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเพียง 6 เดือน ระหว่างช่วง 15 ตุลาคม – 31 พฤษภาคม และที่เหลืออีก 6 เดือน จะปิดเกาะเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติและแนวปะการัง

เกาะตาชัยเป็นเกาะขนาดเล็ก มีหาดทรายเพียงหาดเดียว ทอดยาวประมาณ 800 เมตร จุดเด่นของหาดทรายที่นี้คือทรายที่มีความขาวละเอียดเป็นพิเศษ ประกอบกับน้ำทะเลใสอมสีฟ้าจนสามารถมองแห่งผื้นทรายด้านล่าง และมีแนวปะการังที่เรียงตัวขนานไปกับตัวเกาะ

กิจกรรมท่องเที่ยวบนเกาะตาชัยนั้นได้แก่ การเดินป่าเข้าไปดู "ปูไก่" ปูน้ำจืดที่ชอบอาศัยอยู่ตามธารน้ำ มีลำตัวสีแดงสด มีก้ามสีดำเหลือบน้ำเงิน เวลาร้องจะมีเสียงคล้ายไก่ ชอบออกหากินในช่วงกลางคืน
รวมถึงการดำน้ำดูปะการังรอบเกาะ

จุดดำน้ำของเกาะแห่งนี้มีอยู่ 2 จุด จุดแรกอยู่ทางด้านเหนือ มีปะการังน้ำตื้นสวยงาม น้ำทะเลลึกประมาณ 4-6 เมตร จุดนี้จะมีโอกาสเจอฝูงปลาได้มากกว่าจุดสอง และอีกจุดหนึ่งจะอยู่ทางด้านใต้ของเกาะ น้ำทะเลลึก 6-10 เมตร มีแนวปะการังแข็ง

สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมเมื่อไปเที่ยวเกาะตาชัย ได้แก่ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนใส่กลับ อุปกรณ์อาบน้ำ ครีมกันแดด ถุงใส่ของแบบกันน้ำไว้สำหรับเก็บของ

การเดินทางไปเกาะตาชัยนั้น วิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุดคือจอง One day trip จากบริษัททัวร์ โดยจะมีรถตู้มารับจากที่พักย่านเขาหลักหรือภูเก็ตในตอนเช้า ไปส่งยังท่าเรือบ้านน้ำเค็ม – ท่าเรือทับละมุ จ.พังงา จากนั้นเดินทางด้วยเรือ speed boat ใช้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง – 2 ชั่วโมง ระยะทางประมาณ 85 กิโลเมตร ไปยังเกาะตาชัย และตอนเย็นก็มีรถตู้มาส่งกลับที่พัก ปัจจุบันมีผู้ให้บริการทัวร์หลากหลายรายที่สามารถเลือกใช้บริการได้

*** หมายเหตุ : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ประกาศสั่งปิดเกาะตาชัยเมื่อ 15 พฤษภาคม 2559 เพื่อฟื้นฟูปะการัง-ชายหาด สูงสุด 2 ปี หลังมีผลการศึกษาระบุถึงความเสื่อมโทรมของชายหาดและปะการังรอบเกาะ แต่กิจกรรมดำน้ำลึ ยังเปิดให้เข้าเที่ยวได้ปกติ
อ้างอิงจาก >>> https://travel.kapook.com/view148231.html

แผนที่เกาะตาชัย (Koh Tachai)

แหล่งที่มาของข้อมูล : http://www.emagtravel.com/archive/tachai-island-trip.html

2. เกาะกูด (Koh Kood), จ.ตราด

"เกาะกูด" เป็นเกาะสุดท้ายที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศไทย เขตน่านน้ำทะเลตราด มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ในจังหวัดตราด และยังเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ในประเทศไทย

ชนพื้นถิ่นดั้งเดิมของเกาะกูดส่วนใหญ่เป็นคนไทยและคนเขมรในเกาะกงที่อพยพเข้ามาหมู่บ้านคลองมาดเป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่ที่สุด ปัจจุบันชาวเกาะยังดำรงชีพด้วยอาชีพเกษตรกรรม ทำสวนยางพารา สวนมะพร้าว สวนผลไม้เพียงเล็กน้อย และการทำประมงชายฝั่ง และประกอบธุรกิจให้บริการและดูแลนักท่องเที่ยวด้วย

ลักษณะโดยทั่วไปของเกาะยังคงสภาพความเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ โดยมีภูเขา และที่ราบสันเขาซึ่งเป็นต้นกำเนิดลำธาร สายน้ำ ทำให้เกาะกูดมีน้ำตกหลายแห่ง

หาดหรายบนเกาะกูดนั้นล้วนแต่มีทรายสวยงาม น้ำทะเลใส ประกอบกับธรรมชาติสงบเงียบ ร่มรื่นด้วยทิวมะพร้าวริมหาด และบนเกาะกูดยังมีป่าชายเลนที่สมบูรณ์และแนวปะการังหลากหลายชนิด

ที่พักบนเกาะกูด ส่วนใหญ่จะเป็นแบบบังกะโลและรีสอร์ท เน้นความเงียบสงบความเป็นส่วนตัว มีหลายราคาให้ได้เลือก มีทั้งแบบสิ่งอำนวยความสะดวกหรือเน้นความเป็นธรรมชาติ รีสอร์ทที่ติดทะเล ติดคลอง ในับจองตามสไตล์ของนักท่องเที่ยวแต่ละท่าน

ฤดูกาลท่องเที่ยวของเกาะกูด อยู่ในช่วงเดือนตุลาคม - พฤษภาคม ของทุกปี สำหรับช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายนนั้น ก็สามารถมาเที่ยวได้แต่จะไม่สามารถทำกิจกรรม เช่น ดำน้ำ แล่นเรือได้ หากนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการพักผ่อนเหมาะเป็นอย่างมากเพราะจะเป็นช่วงที่เงียบสงบมาก

สำหรับกิจกรรมบนเกาะกูดนั้นมีหลากหลายให้ได้ทำกันไม่ว่าจะเป็น การดำน้ำชมสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล การพายเรือแคนูชมแนวป่าชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์ พายเรือแคนูรอบเกาะ

นอกจากนี้ยังมีบริการเช่ารถจักรยานยนต์บนเกาะ ไว้ให้นักท่องเที่ยงขับขี่เที่ยวชมทัศนียภาพของเกาะกูด และสัมผัสกับวิถีการดำรงชีวิตของคนที่อาศัยอยู่บนเกาะ

สถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะอีกแห่งที่ไม่ควรพลาดคือ "น้ำตกคลองเจ้า" น้ำตกแห่งนี้จะมีน้ำไหลตลอดทั้งปี มีทั้งหมด 3 ชั้น โดยชั้นบนจะมีลักษณะเป็นลำธาร ส่วนชั้นล่างเป็นลำธารจากน้ำตกขนาดใหญ่ นักท่องเที่ยวสามารถลงไปการเล่นน้ำได้

การเดินทางไปเกาะกูด
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สิ่งที่นักทองเที่ยวทั้งหลายควรรู้ ยังไม่มีเรือโดยสารประจำทางบริการนักท่องเที่ยวโดยตรง แต่สามารถใช้บริการเรือโดยสารจากผู้ใช้บริการเอกชน มีเรือ 3 แบบที่ให้บริการอยู่ขณะนี้ คือ

>> เรือเร็ว (Siriwhi Speedboat) มีวันละ 2 รอบ คือ ขาไป 09:00 และ 13:00 น. ขากลับ 10:00 น และ 12:00 น. (ส่งและรับที่หน้ารีสอร์ทโดยเรือสปี๊ดโบ๊ท ยกเว้น เกาะกูดอ่าวพร้าวบีชรีสอร์ทและเนเวอร์แลนด์บีชรีสอร์ท)
>> เรือเอ็กเพรส (Kut Express) เรือใหญ่ติดแอร์ มีวันละ 1 รอบ คือ ขาไป 12:00 น.และ ขากลับ 10:00 น. (ลงที่ท่าเรือน้ำลึก มีรถรับ-ส่งถึงรีสอร์ท ยกเว้น เกาะกูดอ่าวพร้าวบีชรีสอร์ทและเนเวอร์แลนด์บีชรีสอร์ท)
>> เรือเกาะกูดปริ้นเซส (Kood Pricess) เรือใหญ่ติดแอร์ มีวันละ 1 รอบ คือ ขาไป 12:30 น. และ ขากลับ 10:30 น.(ลงที่ท่าเรืออ่าวสลัด มีรถรับ-ส่งถึงรีสอร์ท ยกเว้น เกาะกูดอ่าวพร้าวบีชรีสอร์ทและเนเวอร์แลนด์บีชรีสอร์ท)

แผนที่เกาะกูด (Koh Kood)

1. เกาะหลีเป๊ะ (Koh Li Pe), จ.สตูล

"หลีเป๊ะ" เกาะที่มีชื่อเสียงและความสวยงามอันดับต้นๆ ของประเทศ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมฮิตติดลมบนทั้งต่างชาติตลอดจนคนไทยเองก็ต้องหาโอกาสไปเยือนให้ได้สักครั้ง น้ำทะเลที่ใสบริสุทธิ์ สีเขียวอมฟ้า หาดทรายขาวละเอียดดดั่งกับผงแป้ง เกาะแห่งนี้มีขนานนามว่า “มัลดีฟแห่งเมืองไทย”

คนพื้นเมืองบนเกาะหลีเป๊ะคือ "ชาวเผ่าอุรักลาโว้ย" เป็นชาวเลที่อพยพมาจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย เมื่อก่อนเกาะแห่งนี้เป็นเกาะเงียบๆ ที่ห่างไกลความเจริญ คนบนเกาะทำอาชีพประมงเลี้ยงชีพ ในปี พ.ศ. 2514 สมเด็จย่าทรงเสด็จเยี่ยมราษฎรที่เกาะหลีเป๊ะ และได้ทราบว่าคนบนเกาะหลีเป๊ะไม่มีนามสกุลกัน จึงได้พระราชทานนามสกุล “หาญทะเล” ให้กับชาวบ้านเกาะหลีเป๊ะ แต่ปัจจุบันชาวอุรักลาโว้ยมีจำนวนลดลงมากเนื่องจากมีการขายที่ให้โรงแรมและรีสอร์ท

เกาะหลีเป๊ะมีชายหาดหลักๆ อยู่ 3 หาดได้แก่ หาดซันไรส์(หาดชาวเล) หาดซันเซต(หาดประมง) และหาดพัทยา (หาดบันดาหยา) นอกจากชายหาดที่สวยงามแล้ว เกาะหลีเป๊ะยังเป็นแหล่งดำน้ำที่มีชื่อเสียง มีสัตว์น้ำหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นปลาการ์ตูน ปะการังเจ็ดสี ดอกไม้ทะเล ฯลฯ ซึ่งสามารถเลือกดำน้ำได้ทั้งแบบ Snorkle และ Scuba

เกาะหลีเป๊ะ มีหมู่เกาะอื่นๆ ที่อยู่ล้อมรอบซึ่งสวยงามอีกหลายเกาะ เหมาะกับการดำน้ำ เช่นเกาะอาดัง, เกาะราวี, เกาะหินงาม, ฯลฯ ส่วนใหญ่เป็นเกาะในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติฯ จึงมีช่วงเวลาปิดเกาะ ซิ่งเปิดให้เข้าไปท่องเที่ยวได้ระหว่างวันที่ 16 พฤศจิกายน – 15 พฤษภาคม ของทุกปี

เกาะหลีเป๊ะนั้นอยู่นอกเหนือพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวได้ตลอดปี มีโรงแรม บ้านพัก และรีสอร์ทให้ได้พักค้างคืนตามความสะดวกสบาย ตั้งแต่บ้านพักริมมหาด โรงแรมระดับ 3 -5 และรีสอร์ทริมเขาที่มองเห็นวิวทิวทัศน์รอบเกาะ สามารถติดต่อและจองห้องพักได้ตลอดทั้งปี

จุดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปบนเกาะอีกแห่งก็คือ Walking Street Lipe หรือถนนคนเดินเกาะหลีเป๊ะนั้นเอง เปิดตั้งแต่ 6.00 น. - 24.00 น. ให้บริการทุกวัน

ถนนคนเดินตั้งอยู่บนหาดพัทยายาวไปจนเกือบถึงหาดซันไรส์ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ส่วนใหญาญ่ร้านค้าภายในถนนคนเดินจะเป็นร้านอาหาร ร้านขายของ ร้านขายของชำระ 7-11 จุดบริการต่างๆ ไม่ใช่แผงลอยแบบถนนคนเดินทั่วไป

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
การเดินทางมายังเกาะหลีเป๊ะ
หากเลือกเดินทางโดยเครื่องบิน : ส่วนใหญจะนิยมลงเครื่องที่สนามบินหาดใหญ่ และติดต่อรถตู้จากบริษัททัวร์ให้มารับที่สนามบินหาดใหญ่ เพื่อไปส่งที่ท่าเรือปากบารา จ.สตูล ค่าใช้จ่ายคนละ 250 บาท ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 2 ชั่วโมง

หากเลือกเดินทางมาทางรถทัวร์ : ให้ระบุจุดลงรถที่เลือกลงที่ อ.ละงู จ.สตูล จากนั้นนั่งรถสองแถวมายังท่าเรือปากบารา ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ค่ารถสองแถว 20 บาท

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
จากท่าเรือปากบาราสู่เกาะหลีเป๊ะ
เมือ่ถึงท่าเรือปากบาราต้องเสียค่าธรรมเนียมผ่านท่าคนละ 20 บาท มีเรือไว้ให้บริการมี 2 แบบ คือเรือเฟอร์รี่และสปีทโบ๊ท จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ค่าโดยสารคนละ 450 บาทราคาเท่ากันทั้งสองแบบ เมื่อถึงเกาะแล้วเรือจะหยุดจอดให้ลงโป๊ะกลางน้ำที่หาดพัทยา จากนั้นจะต้องเสียค่าการจัดการคนละ 20 บาท และค่าเรือหางยาวเข้าเกาะคนละ 50 บาท จากนั้นก็สามารถเดินไปขึ้นเรือหางยาวไปยังหาดตามต้องการได้
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แผนที่เกาะหลีเป๊ะ (Koh Lipe)

แหล่มที่มาของข้อมูล : http://www.emagtravel.com/archive/koh-lipe.html

คุณว่าทะเลไทยสวยไม่แพ้ต่างประเทศหรือเปล่า

Preload

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 96282da0 94c3 4695 a984 5a501224732f

Midly Lin