NeverGiveUp 2560/07/02 08:48
Thumb lg q

ญี่ปุ่นครั้งเดียวไม่พอ! เช็คอินแลนด์มาร์คยอดฮิตใน KYOTO !

2268 Spice

ถ้าเกียวโตเป็นหนึ่งในแพลนการเดินทางที่วางเอาไว้ในปีนี้ เรามี 10 แหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตที่ควรไปเช็คอินเมื่อไปถึงเกียวโต

ท่องเที่ยว เที่ยวญี่ปุ่น

เกียวโต เคยเป็นเมืองหลวงของญีุ่ปุ่นมานานนับพันๆ ปี ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ แต่ถ้าหากพูดถึงเมืองทีเก่าแก่ และมีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมอันยาวนาน ที่นี่คือ 1 ในเมืองที่มีเรืองราวเหล่านั้น เกียวโตเป็นเมืองที่เต็มไปด้วย วัด ศาลเจ้า ปราสาท พระราชวัง วันนี้เราจะแนะนำดูสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ 10 แห่ง ที่เมื่อมาถึงแล้วพลาดไม่ได้ และในการเดินทางครั้งต่อไป ควรจะมีสถานที่เหล่านี้ไว้ในลิสต์ของคุณเพื่อเยี่ยมชมค่ะ

1. Kinkaku ji Temple (Golden Pavilion)

ที่นี่คือสัญลักษณ์ของเมืองเกียวโต วัด Kinkaku-ji หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'Golden Pavilion' ถูกสร้างขึ้นในปี 1397 เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง เดิมใช้เป็นเรือนพักหลังเกษียณอายุของท่านโชกุน Kinkaku หรือศาลาสีทองหันหน้าไปทางบ่อน้ำ Kyoko-chi เนื่องจากตัวอาคารเป็นสีทอง จะทำให้เห็นแสงสะท้อนของตัวอาคาร รวมทั้งบรรยากาศโดยรอบ ต้นไม้ในฤดูต่างๆ จะสร้างบรรยากาศที่แตกต่างกันในแต่ละฤดูทำให้เห็นความสวยงามที่แตกต่างกันออกไป ต่อมา Golden Pavilion แห่งนี้ได้เปลี่ยนเป็นวัดเซน และกลายเป็น 1 ในสถานที่เมื่อมาถึงเกียวโตแล้ว ขาดไม่ได้ที่จะต้องไปเดินในสวย ถ่ายรูป และ เชคอินกับวัดนี้

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 400 เยน , เด็ก 300 เยน
การเดินทาง : รถไฟ JR มาลงที่สถานี Emmachi ต่อด้วยรถเมลล์สาย 204, 205 แล้วลงที่สถานี Kinkakuji-michi
หรือ เดินทางจาก Gion ขึ้นรถเมล์ที่้ป้าย Gion สาย 12 แล้วไปลงที่ Kinkakuji-mae
เงื่อนไข : วัดนี้ไม่สามารถใช้ขาตั้งกล้องได้ค่ะ

2. Gion District

นับตั้งแต่ยุคกลาง Gion District เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ของเมืองเกียวโต ตั้งอยู่รอบๆ ถนน Shinjo ระหว่างศาลเจ้า Yasaka ทางตะวันออกและแม่น้ำ Kamo ทางตะวันตก เต็มไปด้วยร้านค้าร้านอาหารและโอยายะ (Teahouse) ซึ่งเป็นสถานที่ที่เราจะพบ Geiko (เกียวโตภาษาสำหรับเกอิชา) และ Maiko (Geiko Apprentices) เป็นสถานที่ให้ความบันเทิงที่เหลืออยู่ไม่กี่แห่งในเกียวโตและในประเทศญี่ปุ่น คุณสามารถเข้าชมพิธีชงชาแบบดั้งเดิมที่ให้บริการโดยเกอิชา หรือ ไมโกะ ได้ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือแบบ hostesses และ entertainers ซึ่งจะต้องทำการจองล่วงหน้าก่อนการเข้าชม

ค่าเข้าชม : หากนักท่องเที่ยวต้องการเข้าชมการชงชาและการแสดงของ Geisha จะต้องจองล่วงหน้า มีค่าเข้าชมประมาณ 3,000 เยน http://www.kyoto-gioncorner.com/global/en.html
การเดินทาง : โดยรถไฟสาย Keihan Line จาก Gion Shijo Station ด้วยวิธีการเดินเท้าประมาณ 5 นาที

3.Kiyoanizu-dera Temple

วัด Kiyomizu-dera ตั้งชื่อตามน้ำตกในบริเวณวัด แปลตรงตัวจากคำว่า คิโยมิซึ แปลว่า น้ำใส เป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นและเป็นมรดกโลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองเกียวโต วัดโบราณแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 780 เพื่ออุทิศให้กับ โคนัน เทพธิดาแห่งความเมตตา สถานที่น่าสนใจที่สุดคือห้องโถงขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขา มีระเบียงไม้ที่ยื่นออกมาเหนือหน้าผาทำให้มองเห็นทัศนียภาพอันงดงามของเมืองเกียวโต ระเบียงถูกสร้างขึ้นโดยไม่ใช้ตะปู แต่เน้นฝีมือและทักษะของช่างไม้แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น

ค่าเข้าชมวัด : 300 เยน
รถเมล์สายที่ผ่าน : 100,202,206,207 นั่งมาลงที่ป้าย Kiyomizu-Michi

4. Nijo-Jo Castle

ปราสาท Nijo สร้างขึ้นในทศวรรษที่ 17 โดยเหล่าบรรดาขุนนนางในญี่ปุ่นฝั่งตะวันตกเป็นผู้ร่วมกันสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นแหล่งพำนักของโชกุนตระกูลโทะกุงะวะ เป็นปราสาทที่สร้างจากไม้ทั้งหลัง หอคอยหลักของปราสาทถูกเผาในศตวรรษที่ 18 ภายในพระราชวังมีการตกแต่งภายในที่วิจิตร งดงาม เช่นภาพวาดบนประตูบานเลื่อนที่ทำจากไม้ดอกไม้ประดับ เพดานห้องนอนที่ทำด้วยทองคำเป็นต้น Nijo Castle เป็นหนึ่งมรดกโลกของเมืองเกียวโต และเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ในปี 2483
ปราสาทนิโจ ถูกแบ่งออกเป็นสามส่วนใหญ่ๆ
1. ฮอนมารุ – honmaru (ปราสาทชั้นใน)
2. นิฮอนมารุ – ninomaru (ปราสาทชั้นนอก)
3. สวนและกำแพงหินที่โอบล้อมปราสาททั้งหมด

ค่าเข้าชม : 600 เยน
การเดินทาง : รถใต้ดิน Karasuma Subway Line แล้วเปลี่ยนเป็นสาย Tozai Line ลงที่ Nijojo-mae Station แล้วเดินอีกประมาณ 15-20 นาที

5. Heian-jingu shrine

ศาล Heian มีประวัติอันยาวนานย้อนหลังไปประมาณร้อยปีถึงปี พ. ศ. 2438 ศาลได้สร้างขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 1100 ปีของมูลนิธิทุนในเกียวโตและเพื่อการอุทิศตนและจิตวิญญาณของ จักรพรรดิ Kammu และจักรพรรดิ Komei ประตู Torii (คือเสาร์สีแดง) ตรงทางเข้าเป็นสัญลักษณ์สำคัญของศาลเจ้า ภายในมีบริเวณที่กว้างขวาง อาคารหลักของศาลจำลองมาจากวังอิมพีเรียลเดิมของญี่ปุ่น ด้านหลังของอาคารหลักจะประกอบไปด้วยต้นไม้หลายหลายชนิด ในเทศกาลสำคัญๆ ต่างๆ ในเมืองเกียวโตมักจะมีการเดินขบวนพาเรดต่างๆ และศาลเจ้า Heian Jingu นี้จะเป็นปลายทางของขบวนสำคัญๆ เหล่านั้น

ค่าเข้าชม : ไม่มีค่าเข้าชม (แต่จะต้องจ่ายเพิ่ม 600 เยน หากต้องการเข้าชมสวนเฮอัน)
การเดินทาง : รถไฟใต้ดินสาย Tozai ลงสถานี Higashiyama เดินต่อไปอีกประมาณ 10 นาที

6. Sanjusangen-do temple

Sanjusangen-do หรือวัดเจ้าแม่กวนอิมพันมือ ก่อตั้งขึ้นในปี พ. ศ. 1164 และสร้างขึ้นมาใหม่ในศตวรรษต่อมาหลังจากที่โครงสร้างเดิมถูกทำลายเนื่องจากไฟไหม้ ภายในวัดมีเจ้าแม่กวนอิมอยู่ทั้งหมด 1001 องค์ ตั้งอยู่ตรงกลางของตัวอาคาร ใบหน้าขององค์เทวรูปเจ้าแม่กวนอิมมีลักษณะต่างกันออกไปทั้งหมด 11 แบบ คำบอกเล่าที่เล่าสืบต่อกันมา หากคุณจ้องดูดีๆ อาจจะมีสัก 1 รูปแบบใบหน้าที่เหมือนกับคุณ ตัวอาคารหลักเป็นอาคารไม้เก่าแก่ที่มีความยาว120 เมตร ถือเป็นวัดที่เป็นอาคารไม้ที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น ในเดือนมกราคมของทุกปี วัดแห่งนี้จะมีเทศกาลจัดการแข่งขันการยิงธนู 24 ชม. โดยเริ่มต้นจากเย็นวันหนึ่ง ยาวไปจนถึงเย็นของวันรุ่งขึ้น และจัดกันต่อมาอย่างยาวนานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ในการเข้าร่วมการแข่งขัน

ค่าเข้าชมวัด : 600 เยน
การเดินทาง : รถไฟสาย Keihan เดินจากสถานี Shichijo ประมาณ 7 นาที

7. Arashiyama and Sagano district

Arashiyama เป็นย่านที่อยู่นอกเขตตะวันตกของเมืองและเป็นที่ที่คุณสามารถหาวัดและสถานที่สำคัญมากมายได้ที่นี่ สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองนี้คงหนีไม่พ้น ป่าไผ่อันเลื่องชื่อ นี่คือสิ่งมหัศจรรย์เหนือธรรมชาติซึ่งคุณสามารถยืนอยู่ท่ามกลางต้นไผ่นับพันหรืออาจเป็นล้าน ๆ ก็เป็นได้ ต้นและกิ่งก้านไม้ไผ่ที่โตขึ้นสู่ท้องฟ้า คุณแทบจะมองไม่เห็นท้องฟ้า ขณะที่อยู่ในป่าไผ่แห่งนี้คุณสามารถใช้เวลาเพื่อชื่นชมความสมบูรณ์แบบป่าไม้ไผ่อาราชิยามะ ฟังเสียงของใบไผ่ที่เสียดสีกันเอง กลิ่นของต้นไผ่ที่สดชื่นได้อย่างไม่รู้เบื่อตลอดทางเดินที่ลาดเอียงไปตามเนินเขา และคุณยังจะได้พบกับลิงที่เป็นมิตรจะมาทักทายขณะที่คุณเดินเล่นไปตามแนวป่าได้อีกด้วย

ค่าเข้าชม : ไม่มี
การเดินทาง : โดย JR West : จากสถานี Kyoto Station นั่งรถไฟสาย Arashiyama Line ลงสถานี JR Saga-Arashiyama Station
หรือ Keifuku Electric Railroad : นั่งรถรางจากในเกียวโต (ตามสถานนีที่ต้องการ) มาลงสถานี Arashiyama

8. To-ji Temple

วัดโทจิ แปลว่า “วัดตะวันออก” ก่อตั้งโดยเจ้าอาวาสวัดที่ชื่อ Kobo Daishiก่อตั้งขึ้นช่วงต้นในสมัยเฮอัน ในช่วงการย้ายเมืองหลวงของญี่ปุ่นไปเกียวโต เป็นวัดขนาดใหญ่ ที่อยู่ทางด้านประตูทางใต้ของเมืองทำหน้าที่รักษาเมืองหลวง วัด Toji ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลกภายหลังจากก่อตั้งวัดได้เพียง 30 ปี เป็นวัดที่สำคัญที่สุดในนิกายชินกอน (Shingon) และได้ก่อสร้างอาคารไม้เพิ่มเติมบริเวณชั้นล่างจนถึงวันนี้ แต่ในสมัยเอโดะอาคารที่ใหญ่ที่สุดได้ถูกทำลายจากไฟไหม้หลังสงครามในปี 1486 และโดยก่อสร้างขึ้นมาใหม่ในสมัยเอโดะนี้เช่นเดียวกัน วัด Toji นี้ถือเป็นวัดที่มีเจดีย์สูงที่สุดในญี่ปุ่น คือมีความสูงถึง 57 เมตร ภายในมีพิพิธภัณฑ์ที่จะเปิดให้เข้าชมเฉพาะเดือน มีนาคม-พฤษภาคม และกันยายน-พฤศจิกายน เท่านัน

ค่าเข้าชมวัด : ค่าเข้าชม 500 เยน และ 800 เยน ถ้าขึ้นไปชมเจดีย์ใหญ่
การเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Kyoto และเดินต่อไปอีก 15 นาที

9. Nanzen-ji Temple

วัดนี้ตั้งอยู่เนินเขาฮิกาชิยาม่า เป็นวัดในนิกายเซนที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่น และเป็นโรงเรียนสอนพุทธศาสนานิกายเซน มีโถงหลักขนาดใหญ่ ในศตวรรษที่ 13 สมัยจักพรรดิคามิยามะ วัดนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักหลังเกษียณอายุของจักรพรรดิ และต่อมาได้ยกให้เป็นโรงเรียนสอนพุทธศาสนานิกายเซน ซึ่งมีชื่อเสียงมาก แต่ต่อมา อาคารทั้งหมดถูกทำลายในช่วงสงครามกลางเมืองช่วงปลายยุคของเมืองมูรมาชิ (1333-1573) และได้สร้างทดแทนในช่วงเวลาหลังจากนั้น วัดแห่งนี้ เป็นวัดที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์แห่งหนึ่งของเกียวโต ด้วยระบบรางส่งน้ำที่ถูกสร้างขึ้นในสมัย Meiji (1868-1912) ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการนำส่งน้ำจากทะเลสาบบิวาโกะ (Lake Biwako) ลำเลียงน้ำ และนำส่งสินค้าทางน้ำเพื่อเข้ามาใช้ในเมืองเกียวโต วัด Nanzen-ji เปิดให้ประชาชนทั่วไปได้ชมฟรี แต่จะมีการเก็บค่าเข้าชมในบางพื้นที่

ค่าเข้าชมวัด : 400 เยน
การเดินทาง : รถไฟใต้ดินจากสถานี Kyoto Station ลงสถานี Karasuma-Oike เดินต่อประมาณ 20 นาที
หรือรถบัส : จากสถานี Kyoto Station สาย 5 ลงป้าย Nanzenji-Eikando-michi ใช้เวลา 35 นาที

10. Fushimi Inari Shrine

Fushimi Inari เป็นศาลเจ้าที่สำคัญที่สุดของเกียวโต ก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 711 เพื่ออุทิศให้กับเทพเจ้าข้าวแห่งชินโต ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ที่น่าประทับใจที่สุด และรู้จักกันมากที่สุดแห่งหนึ่งในหลายๆ พันศาลเจ้าในญี่ปุ่น ภายในศาลเจ้าจะประกอบไปด้วยตัวอาคาร เล็กใหญ่ กระจายอยู่ทั่วบริเวณด้านหลังของศาลเจ้าจะเป็นทางเดินขึ้นเขาซึ่งมีเสา Torii สีแดงสด ตั้งเรียงรายทอดเหยียดขึ้นเนินเขายาว 230 เมตร หลายร้อยต้นโดยเสา Torii นี้เกิดจากการบริจาคขององค์กรห้างร้านต่างๆ ทั่วประเทศมีทั้งขนาดเล็ก ๆ ไปจนถึงขนาดใหญ่มาก นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลานานเป็นชั่วโมงในสถานที่แห่งนี้ โดยเฉพาะในช่วงบ่ายซึ่งมีแสงแดดตกกระทบลอดผ่านระหว่างเสาแต่ละต้น ทำให้เกิดความประทับใจกับคนที่ได้มาเยือนเป็นอย่างยิ่ง

ค่าเข้าชมวัด : ไม่เก็บค่าเข้าชม
การเดินทาง : รถไฟ JR มาลงที่สถานี อินาริ

10 สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเกียวโตที่ยกตัวอย่างมานี้ คงจะพอเป็นไกด์ไลน์ที่เป็นประโยชน์ต่อการเดินทางครั้งต่อไปของคุณนะคะ ขอให้มีความสุขกับการเดินทางค่ะ

บทความนี้เป็นประโยชน์กับคุณ

Preload

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg b8d03ada ce1e 4ac4 bc8c b60883d9f4e8

NeverGiveUp