เเมวซ่า 2560/06/25 14:15
Thumb lg collage13

อุทัยธานี 1 วัน จัดเต็มทุกพิกัดกิน เทียว นอน แบบ'สโลว์ไลฟ์' อ่านรอบเดียวเที่ยวเป็นตลอดไป

164 Spice

ใช้ชีวิตช้าๆ นอนในป่า กินปลาชิว เเบบสโลว์ไลฟ์ ต้องไปเที่ยวอุทัยธานีค่ะ

อุทัยธานี เที่ยว

สวัสดีค่ะ บทความนี้จะขอรีวิวข้อมูลการท่องเที่ยวของจังหวัดอุทัยธานี แบบสั้นๆ รวบรัดแต่ได้ใจความ สามารถใช้ในการวางแผนเดินทางเพื่อไปท่องเที่ยวได้จริง แต่ก่อนอื่นของบอกเลยว่า จังหวัดอุทัยธานีแห่งนี้เป็นจังหวัดเล็กๆ ที่มีเสน่ห์น่าหลงใหล มีสถานที่ที่สวยงามน่าท่องเที่ยวมากมายและอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมาก การเดินทางไปจังหวัดนี้ก็สะดวกสบาย พร้อมแล้วตามมาดูกันเลยค่ะ

การเดินทางไปจังหวัดอุทัยธานี

ถ้าท่านเดินทางจากกรุงเทพ แนะนำให้ขับรถยนต์ส่วนตัวไป จะสะดวกสบายมากเลยค่ะ เพราะเส้นทางมีรถน้อย ตรงตลอดขับสบายค่ะ
- นั่งรถบัสออกจากหมอชิต จะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงถึง
- ถ้าขับรถยนต์ส่วนตัวจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง ให้ขับมาทางจังหวัดอยุธยา ผ่านอ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาทก็ถึงแล้ว

ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว

- ค่าเดินทางประมาณ 600 บาทต่อคน
- ค่าที่พักประมาณ 1,200 บาทต่อคน
- ค่ากินอยู่ประมาณ 600 บาทต่อคน
รวมทริปนี้ประมาณ 2,450 บาทต่อคน ก็จะทำให้ทุกท่านกินอยู่อย่างราชา ในราคาแสนประหยัดเลยทีเดียวค่ะ

สถานที่ท่องเที่ยว

#1. บ้านสวนจันทิตา

เป็นบ้านสวนรีสอร์ทแบบโฮมสเตย์ มีแค่ 4 หลังเท่านั้น รีสอร์ทแห่งนี้เป็นรีสอร์ทที่สุดฮอตฮิตมาก ต้องจองกันข้ามปีเลยทีเดียว ราคาที่พักอยู่ที่ 2,500 – 3,000 บาทต่อสองคน รวมอาหารเช้าด้วยนะคะ

ห้องพักอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างดีทีเดียวเลยค่ะ ไม่มีสภาพที่น่ากลัว หรือมีจิ้งจกไต่ไปมาให้รำคาญใจ เหมือนกับการได้มาพักในห้องพักดีๆ เเละปลีกวิเวกอยู่ในป่า ความรู้สึกเเบบส่วนตัวสุดๆ เหมือนได้หลบหนีความวุ่นวายในเมืองกรุงมาพักผ่อนสมอง บรรยากาศดีๆเเบบนี้หาไม่ได้เลยในกรุงเทพนะ

บรรยากาศยามเย็นค่ำๆ อากาศเย็นสบายเเบบนี้ น่าเอาเบียร์เย็นๆมานั่งจิบกันนะคะ

สุดท้าย คุณป้าจันทิตาก็ใจดีบริการดีเม้ามอยกันนานมาก สรุปคือแกเป็นครูมาก่อนแล้วเกษียณมาทำรีสอร์ทตะก่อนแกก็อินดี้เหมือนพวกเรานี่แหละย้ายงานรู้สึกไม่โอเคแต่พอมาอยู่อุทัยธานีแล้วชอบก็อยู่ยาวเลย

สามารถติดต่อสอบถามจองห้องพักได้ที่ https://www.facebook.com/bansuanchantita/

#2. เขาสะเเกกรัง

เขาสะแกกรัง เป็นภูเขาที่ตั้งกั้นเมืองอุทัยอยู่ทางทิศตะวันตกก่อนที่จะเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เหมือนดั่งเป็นร่มเงาให้กับจังหวัดอุทัยทั้งจังหวัด แต่เดิมเรียกกันว่าเขาแก้ว เป็นที่ตั้งของวัดสังกัสรัตนคีรี เป็นวัดเก่า แก่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2443 ยอดเขาสะแกกรังเป็นดินแดนที่ชาวอุทัยยกให้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ภายในวัด เป็นที่ ประดิษฐานของพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง ของเมือง อุทัยมา ตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ที่ชาวเมืองต่างให้ความเคารพศรัทธาเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวิหารหลังใหม่ฝั่งตรงข้ามบันไดทางขึ้นยอดเขาสะแกกรัง

ทางขึ้นสู่ยอดเขาสะแกกรังขึ้นไปได้สองทาง คือทางรถยนต์ และจากบริเวณลานวัดจะมีบันได 449 ขั้นตัดตรงขึ้น สู่ยอดเขาสะแกกรังถ้าไม่อยากเดินขึ้นบันไดก็สามารถใช้ทางรถก็ได้ โดยขึ้นทางด้านข้างสนามกีฬาจังหวัด ซึ่งบน ยอดเขานั้นบนเขาสะแกกรังมีศาสนสถานที่สำคัญหลายแห่งคือพระมณฑปทรงไทยสวยงามมีนามว่า สิริมหามายากุฎาคาร ซึ่งที่บนนี้เขาเปรียบให้เป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปเทศนา โปรดพระพุทธมารดาบน สรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ แล้วเสด็จกลับสู่โลกมนุษย์ ซึ่งตามพุทธประวัติกล่าวว่าพระพุทธเจ้าเสด็จลงมาที่เมือง กัสนคร และกลายมาเป็นชื่อวัดสังกัสรัตนคีรี

จากบนยอดเขาสามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองอุทัยธานีได้กว้างขวาง มีจุดนั่งพักผ่อนชมวิวหลายจุดและมี ศาสนสถาน ที่ให้เข้าไปไหว้พระทำบุญหลายแห่ง ทั้งวิหารพระพุทธรูปสำคัญ วิหารพระบรมสารีริกธาตุ ศาลเจ้าจีน นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งย้ายมาจากวัดจันทาราม สร้างเมื่อ พ.ศ. 2448 ด้านหน้ามีระฆังใบใหญ่ที่พระปลัดใจและชาวอุทัยธานีร่วมกันสร้างเมื่อ พ.ศ. 2443 ถือกันว่าเป็น ระฆังศักดิ์สิทธิ์ใครมาแล้วต้องตีเพื่อความเป็นสิริมงคล

เนื่องมาจากยอดเขาสะแกกรังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และวัดสังกัสรัตนคีรีเป็นวัดสำคัญ ในวันแรม 1 ค่ำเดือน 11 (ตุลาคม) ของทุกปี ชาวอุทัยธานี จะจัดงานประเพณี ตักบาตรเทโว โดยจะจัดงานจำลองเหตุการณ์ คล้ายในพุทธ ประวัติมากที่สุด มีพระสงฆ์ ทุกรูปที่จำพรรษา อยู่ในอำเภอเมืองอุทัย เดินลงจากยอดเขาสะแกกรังทางบันได เป็นภาพที่สวยงามมาก ๆเหมือนดังในพุทธประวัติ และในทุก ๆ ปี มีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากทั้งชาวอุทัยธานี และคนทั่วไปเดินทางมาทำบุญกันอย่างคับคั่ง ใครที่ต้องการไปร่วมในพิธีทำบุญก็เชิญได้เลยครับ ตรวจสอบวัน เวลาที่แน่นอนก่อนการเดินทาง งานเขาจัดใหญ่ทุกปี

#3. วัดท่าซุง

วัดท่าซุง เดิมชื่อ วัดจันทาราม เป็นวัดที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก เอกลักษณ์ของวัดนี้คือ วิหารแก้ว 100 เมตร ตกแต่ประดับประดาด้วยแก้วใสวาววับทั้งภายในและภายนอก ภายในวิหารแก้วนี้มีโลงบรรจุองค์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนทั่วไป ถัดไปอีกด้านมีปราสาททองคำ ซึ่งตกแต่งด้วยทองคำตระการตา และถูกสร้างด้วยฝีมือที่มีความประณีตงดงาม สถานที่นี้ถือว่าเป็นจุดท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของจังหวัดอุทัยธานี

วัดแห่งนี้จัดเป็นวัดเก่าแก่คู่เมืองอุทัยมายาวนาน จากวัดเล็กๆ ที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีเพียงพระอุโบสถขนาดเล็ก ภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติด้วยฝีมือพื้นบ้าน ก็ค่อยๆ ขยายพื้นที่และมีการพัฒนาปรับปรุงขึ้นมาเรื่อยๆ บริเวณทั้งหมดของวัดแบ่งเป็นที่ตั้งวัดเก่า และวัดใหม่ เราเริ่มต้นกันที่บริเวณวัดเก่าอันประกอบไปด้วยโบสถ์ขนาดเล็กที่มีจิตรกรรมฝาผนังเป็นเรื่องราวพุทธประวัติซึ่งเขียนโดยฝีมือช่างพื้นบ้าน ภายในประดิษฐานพระประธานและพระบรมสารีริกธาตุเป็นจำนวนมาก ใกล้กันเป็นวิหารหลวงพ่อใหญ่และหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ที่มีความเชื่อความศรัทธาว่าขออะไรแล้วก็จะสัมฤทธิ์ผลตามที่ขอ นอกจากนี้ยังมีรอยพระพุทธบาทจำลองให้เราได้สักการะอีกเช่นกัน รวมถึงศาลามณฑปแก้วที่สร้างขึ้นมาใหม่ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปและรูปจำลองหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ก็ตั้งอยู่ในบริเวณวัดเก่าเช่นกัน

#3. น้ำตกไซเบอร์

อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยพิทักษ์ป่าไซเบอร์ เป็นน้ำตกที่อยู่ใกล้หมู่บ้านไซเบอร์ (บ้านซับแม่บือ) ตำบล คอกควาย อำเภอ ห้วยคต อยู่ห่างจากจังหวัด 86 กิโลเมตร น้ำตกนี้เกิดจากลำห้วยล่อยจ้อยที่ไหลมาจาก ภูเขาสูงของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ทำให้เกิดน้ำตกขึ้นเป็นระยะๆ หลายชั้น น้ำตกส่วนที่อยู่ตอนบนเรียกว่าน้ำตกล่อยจ้อย บางแห่งตกจากที่สูงปะทะกับก้อนหินใหญ่ เรียกว่า น้ำตกหินลาด ข้างล่างเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ รับน้ำตกที่ตกลงมาไม่ขาดสาย บางแห่งไหลซอกซอนไปตามเกาะแก่งหินลงสู่เบื้องล่าง เป็นทางยาวสูงต่ำหลายชั้น สวยงามมาก จะมีน้ำมากช่วง เดือนกันยายน - ต้นเดือนพฤศจิกายน ลำห้วยล่อยจ้อยจะไหลไปรวมกับห้วยทับเสลา บริเวณโดยรอบเป็นป่าหวายและมีต้นไม้ร่มครึ้ม และในช่วงเดือนพฤศจิกายนจะเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีด้วย

#4. ห้วยทับเสลา

ห้วยทับเสลา เป็นลำห้วย 1 ใน 3 สาขาสำคัญของแม่น้ำสะแกกรัง มีต้นน้ำอยู่ทางตอนเหนือของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง พื้นที่ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี เป็นลำห้วยที่มีน้ำไหลผ่านตลอดปี มีความยาวตลอดลำน้ำกว่า 120 กิโลเมตร โดยส่วนที่ไหลผ่านเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งมีความยาวกว่า 40 กิโลเมตร

เป็นลำห้วยที่เกี่ยวพันกับการเกษตรกรรมของ อ.ลานสัก อ.หนองฉาง อ.หนองขาหย่าง อ.ทัพทัน มากกว่าลำห้วยสายอื่น ในท้องที่จังหวัดอุทัยธานี ห้วยทับเสลาไหลผ่านเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ลงสู่เขื่อนทับเสลา ก่อนจะไหลลงแม่น้ำสะแกกรัง โดยแยกเป็นสองสาย สายหนึ่งไหลไปบรรจบกับแม่น้ำสะแกกรังที่บ้านโคกหม้อ อ.ทัพทัน ส่วนอีกสายไหลไปบรรจบกับแม่น้ำสะแกกรังที่บ้านปากกะบาด อ.เมือง จ.อุทัยธานี ก่อนที่แม่น้ำสะแกกรังจะไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาต่อไป

#5. เกาะเทโพ

เกาะเทโพ ไม่ได้เป็นเพียงเกาะกลางน้ำเท่านั้น แต่ได้ชื่อว่าเป็นเกาะน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และยังมีสถานะเป็นตำบล อยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำตรงข้ามกับตัวเมืองอุทัยธานี

ด้วยสภาพพื้นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำสองสายไหลผ่าน ฝั่งหนึ่งเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา อีกด้านเป็นแม่น้ำสะแกกรัง ทำให้ดินแดนมีปลาชุกชุมโดยเฉพาะ ปลาเทโพ จึงเรียกขานกันว่าเกาะเทโพ แต่ถ้าเมนูขึ้นโต๊ะที่เกาะเทโพ รวมไปถึงเมืองอุทัยธานี กลับเป็นปลาแรด ชนิดว่าถ้ามาแล้วไม่ได้สั่งมาชิมเหมือนมาไม่ถึงอุทัยธานียังไงยังงั้น เพราะปลาแรดที่นี่ไม่มีกลิ่นโคลนเหมือนที่อื่น เนื้อหวานอร่อย กลายเป็นปลาประจำจังหวัดไปแล้ว นอกจากนี้ ยังมีปลาชนิดอื่นๆ อีกมาก

เพราะความที่เป็นพื้นที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึง ทำให้วิถีชีวิตผู้คนที่อยู่ริมน้ำ จึงอยู่บ้านเรือนแพ ซึ่งทุกหลังมีเลขที่และทะเบียนบ้านรับรอง ซึ่งปัจจุบันเหลืออยู่ราวๆ 200 กว่าหลัง ยังชีพด้วยการเลี้ยงปลากระชัง ประมงน้ำจืด ปลูกเตยในน้ำ ส่วนคนบนฝั่ง เลือกทำไร่นา สวนผัก สวนผลไม้ ขณะเดียวกัน ที่นี่ยังเป็นแหล่งสัมผัสธรรมชาติ และวิถีชุมชนได้อย่างลึกซึ้ง เมื่อเที่ยวไปช้าๆ บนหลังอาน

ปัจจุบัน เกาะเทโพมีเส้นทางจักรยานสำหรับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แล้ว เริ่มต้นที่สะพานเล็กๆ ตรงตลาดริมน้ำที่เรียกว่า “สะพานวัดโบสถ์” เลาะไปตามกำแพงวัด ผ่านไปตามเรือกสวนไร่นา ถนนคอนกรีตสลับลูกรัง เหนื่อยนักบนเกาะก็มีรีสอร์ทที่พัก รองรับนักท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน ใครแวะอุทัยธานี ลองไปใช้ชีวิตช้าๆ บนเกาะเทโพ รับรองจะติดใจ

ที่กินขึ้นชื่อจังหวัดอุทัยธานี

เสน่ห์ของประเทศไทยคือ แต่ละจังหวัดจะมีของดีของเด่นไม่เหมือนกัน อย่างที่อุทัยธานีคือ ปลา และ ขนมปังสังขยา ค่ะ ดังนั้นเรามาดูที่กินเด่นๆกัน เผื่อใครเป็นสายรับประทานจะได้รู้เเหล่งที่ไปค่ะ

#1. เจ้ดาปลาลวก

ร้านดังประจำเมืองอุทัย แนะนำมากินตอนเย็น ร้านเปิดตั้งแต่ 16.30 เป็นต้นไป คือเราไปก็คือต่อคิวนะคะ ของเด็ดก็ปลาแรดลวก หรือจะทอดก็ได้ เอาจริงๆ เด็ดระดับหนึ่งเลย ก็ไม่ควรพลาดมาที่นี่

ร้านเจ้ดาเป็นอาหารเย็นกินง่ายๆ แต่รสชาติอร่อยของเมืองอุทัยธานี ที่นักชิมทั่วสารทิศต่างยกนิ้วให้ว่า มากี่ครั้งก็รสชาติก็ยังอร่อยคงเส้นคงวาไม่เปลี่ยนแปลง แม้จะสืบทอดความอร่อยในครอบครัวมาถึง 3 รุ่นแล้วก็ตาม

ร้านนี้ตั้งอยู่ริมถนน บรรยากาศร้านเป็นห้องแถวไม้ขนาดสองคูหาที่ให้ฟีลลิ่งเวลานั่งกินดูคลาสสิกมากๆ เมนูความอร่อยมีให้เลือกไม่เยอะ จะสั่งเป็นอาหารจานเดียวแบบข้าวต้มทรงเครื่อง ผัดกระเพราหมู ก็อร่อยระดับต้องสั่งเพิ่มอีกจาน

หรือจะเป็นอาหารตามสั่งก็มีให้เลือกทั้ง เกาเหลาปลา หมูกรอบทอดน้ำปลา กุ้งปะแป้ง ซี่โครงทอดกระเทียม ผักหวานไฟแดง กุ้งมะระ ปลาแรดลวกจิ้ม ต้มยำปลา ไข่เค็มหมูสับ หมูแดงขี้เมา เป็นต้น

รายละเอียดข้อมูลร้านเจ๊ดาปลาลวก

ที่ตั้ง: 24 ถนนท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี

เปิดปิดเวลา: 17.00-22.00 น.

โทรศัพท์: 0-5657-1409

#2. ขนมปังสังขยาไพพรรณ

ขนมปังสังขยา นั้น เป็นขอฝากเด็ด เลื่องชื่อ อย่างหนึ่งของจังหวัดอุทัยธานีค่ะ

จุดเด่นของขนมปังสังขยาไพพรรณก็คือ เนื้อขนมปังจะไม่เยอะหรือน้อยเกินไป กำลังพอดีกับใส้ครับ ไม่ทำให้เวลากินหกเลอะเทอะ หรือหวานเลี่ยนใส้สังขยา และในขณะเดียวกัน ก็ไม่ทำให้รู้สึกว่าเนื้อขนมปังเยอะไป จนไม่ได้กินไส้สังขยา นอกจากนั้น เนื้อขนมปังจะออกนุ่มแบบเหนียวๆ เข้ากันดีกับการเป็นขนมปังสังขยาค่ะ ไส้ก็รสชาติดี สมกับที่เป็นของฝากยอดนิยมที่อุทัยธานีค่ะ

ถ้าค้างคืนให้แช่ตู้เย็นครับ อยู่ได้คืนเดียวค่ะ ดังนั้น ไม่ต้องกลัวสารกันเสียกันบูดเลย แต่ถ้าค้างคืนก็แช่เย็น แล้วค่อยเข้าเวฟไม่กี่วินาที ก็ร้อนๆกินได้กำลังดี

ถ้าอยากจะไปหาซื้อขนมปังสังขยาร้านไพพรรณ ก็ต้องไป อ.เมืองอุทัยธานี และดูที่อยู่ ตามกล่องเลยค่ะ

#3. ไร่สุดท้าย The Sun House

ที่กินสไตล์คันทรี มีบ้านดินสีขาวสวยงามค่ะ ที่นี่มีชื่อว่า ไร่สุดท้าย อุทัยธานี ได้ข่าวว่าไอศครีมเบอร์รี่ที่นี่อร่อยมาก

#5. ป้าสำราญริมน้ำ

ร้านริมน้ำเกาะเทโพ คือร้านอาหารเยอะมาก เราก็เลือกกันไป เจ้านี้เค้าบอกดัง ก็สั่งมาเลยค่ะ ปลาทอด ต้มยำ โอเคน้า ชิวๆ ริมน้ำ มีเด็กมาขายของไรงี้ก็ว่ากันไป

ร้านป้าสำราญริมน้ำเป็นร้านอาหารบรรยากาศแนวลูกทุ่งนั่งสบายริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีนักท่องเที่ยวแวะไปกินกันเป็นประจำ เพราะติดใจในรสชาติฝีมือแบบชาวบ้านของป้าสำราญ ซึ่งปรุงอาหารได้อร่อยตามรสชาติแท้ๆ ของอาหารชนิดนั้น

เมนูที่หลายคนไปกินแล้วติดใจ ส่วนใหญ่จะเป็นเมนูปลาแม่น้ำ เช่น แกงป่าปลาคัง ทอดมันปลากราย ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม เป็นต้น

การเดินทาง: จากตัวเมืองอุทัยธานี เข้าถนนพหลโยธิน ผ่านศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี แล้วเลี้ยวซ้ายข้ามสะพานพัฒนาภาคเหนือ แล้วตรงไปอีก 3 กิโลเมตร จะเห็นร้านอาหารป้าสำราญ อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

รายละเอียดข้อมูลร้านอาหารป้าสำราญ เกาะเทโพ

ที่ตั้ง: เกาะเทโพ อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี

เปิดปิดเวลา: 09.00-20.00 น.

โทรศัพท์: 0-5698-0085, 08-3874-0376

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับจังหวัดเล็กๆอย่างอุทัยธานี ไม่น่าเชื่อนะคะว่าจะมีเสน่ห์น่าหลงไหลชวนให้ไปท่องเที่ยวมากมายขนาดนี้ ที่ยกมานี้เป็นเพียงเเค่ส่วนหนึ่งที่เด่นๆเท่านั้นนะคะ ในจังหวัดนี้ยังมีที่กินที่เที่ยวเหลืออีกเพียบ เราเชื่อว่าหลังจากคุณได้ชมบทความนี้เเล้วคุณต้องอยากไปเยือนจังหวัดอุทัยธานีสักครั้งเเน่นอนค่ะ

คุณคิดว่าคุณจะไปเที่ยวอุทัยธานีสักครั้งมั้ย ?

Preload

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg db336b9d 143a 49e9 80ef d30a5c7bfadc

เเมวซ่า