Story-A-Day 2560/07/13 08:50
Thumb lg collage3

9 ไอเทมบิวตี้ เสกผิวให้สวยใส 'สิวหาย' ก็พร้อมลุย

829 Spice

แนะนำ 9 ผลิตภัณฑ์รักษาสิวเจ๋งๆ ที่ช่วยให้หน้ากลับมาใสปิ๊งๆ จนหนุ่มๆ ต้องเหลียวมอง

beauty Skincare acnecare acne รักษาสิว ความสวยความงาม สิว ผู้หญิง Woman

สำหรับผู้หญิงเราในวัยสาวแบบนี้ เชื่อว่าใครๆ ก็อยากจะมีผิวที่สวยใสใช่มั้ยละคะ แต่การที่จะเป็นสาวหน้าใสนั้น ก็มีอุปสรรคบางอย่างมากีดขวางเราไว้ นั่นก็คือ สิว นั่นเอง สาวๆ คนไหนโชคดีไม่ค่อยมีสิว ก็ดีไป แต่สำหรับสาวๆ ส่วนใหญ่แล้ว เชื่อว่าก็ต้องมีสิวมาคุกคามให้รำคาญใจกันไม่มากก็น้อยแน่นอน แต่ไม่ต้องกังวลมากเกินไปค่ะ แท้จริงแล้ว การดูแลรักษาสิว ถ้าเราทำอย่างถูกวิธี ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ก็จะช่วยรักษาสิวให้หน้าสวยๆ ของเรากลับมาใสปิ๊งได้อย่างแน่นอน วันนี้ Spice เลยจะมาแนะนำ 9 ผลิตภัณฑ์ที่จะมาช่วยเสกให้สิวหายไป ผิวกลับมาสวยใสเลย ปิีงๆ

1. ผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางค์ที่อ่อนโยนต่อผิว

สำหรับการดูแลรักษาสิวแล้ว การทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดหมดจดนั้น ถือว่าเป็นหัวใจหลักเลยก็ว่าได้นะคะ เพราะถ้าเรารักษาสิวไป แต่ไม่เคยล้างหน้าให้สะอาดเลยสักที สิ่งสกปรกและเชื้อโรคต่างๆ ก็พร้อมที่จะทำให้สิวขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่อง สาวๆ จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถล้างเครื่องสำอางค์ได้อย่างหมดจด และต้องอ่อนโยนต่อผิวของเราด้วยค่ะ

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่คนเป็นสิวส่วนใหญ่เลือกใช้กันคงไม่พ้น Bioderma เพราะมันอ่อนโยนต่อผิวมากๆ และสามารถล้างเครื่องสำอางค์ได้อย่างหมดจดสุดๆ เลือกขวดสีชมพู สำหรับผิวบอบบางนะจ๊ะ

แต่สำหรับใครที่คิดว่า Bioderma อาจจะแพงไป อยากได้ผลิตภัณฑ์ที่ราคานักศึกษามากกว่านี้ ก็ยังมี Purevivi ที่หลายๆ คนก็บอกว่า แทบจะเป็น Dope ของ Bioderma เลยทีเดียวค่ะ
ทั้งสองผลิตภัณฑ์ที่กล่าวมานี้ เป็น Cleansing Water สำหรับล้างเครื่องสำอางค์เหมือนกันทั้งคู่ สามารถหาซื้อได้ง่ายตาม Boots และ Watsons ค่ะ

2. สบู่ล้างหน้าสำหรับผิวเป็นสิว

การเลือกสบู่ล้างหน้าก็สำคัญสำหรับคนเป็นสิวเช่นกันนะคะ ควรจะเลือกสบู่ล้างหน้าที่อ่อนโยน เหมาะกับผิวที่เป็นสิว และที่สำคัญคือขจัดความมันแต่ไม่ใช่ล้างหน้าแล้วทำให้หน้าแห้งตึงมากเกินไป สบู่ล้างหน้าพวกนี้ เวลาล้างเสร็จอาจจะทำให้รู้สึกเหมือนมีอะไรมาเคลือบที่ผิวหน้าอยู่นิดหน่อย บางคนอาจจะไม่ชิน แต่บอกไว้ตรงนี้เลยนะคะซิส นี่คือสิ่งที่ถูกที่ควรแล้วค่ะ เพราะสบู่มันไม่ได้ชะล้างความชุ่มชื่นออกจากผิวไปหมด ไม่งั้นผิวเราจะยิ่งแย่นะคะ

สบู่ล้างหน้าที่แนะนำก็คือ Acne Aid สูตรสำหรับคนเป็นสิว และ Cetaphil ค่ะ หาซื้อได้ง่ายมาก จะร้านขายยา Boots Watsons หรือตาม Supermarket ทั่วไปก็มีหมดเลยจ้า

3. น้ำเกลือ

น้ำเกลือ เป็นผลิตภัณฑ์ที่หลายๆ คนมองข้ามไป แต่ที่จริงแล้ว เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดี เหมาะกับคนเป็นสิวมาก เพียงแต่นำน้ำเกลือเทใส่สำลี เช็ดทั่วใบหน้าหลังล้างหน้าใช้แทนโทนเนอร์ไปเลย ไม่มีแอลกอฮอล์เหมือนโทนเนอร์ทั่วๆ ไปด้วย น้ำเกลือนอกจากจะช่วยให้มั่นใจว่าใบหน้าของเราทำความสะอาดอย่างหมดจดแล้ว ยังช่วยฆ่าเชื้อโรคบนใบหน้าเราด้วยค่ะ

น้ำเกลือนี้สามารถหาซื้อได้ง่ายมากค่ะ ตามร้านขายยาทั่วไป หรือจะ Boots, Watsons มีหมดจ้า ยี่ห้อ Klean&Kare ราคาไม่แพงเลย

4. Benzac AC

ตัวนี้ไว้สำหรับทาละลายหัวสิวค่ะ เป็นตัวยาที่ทำหน้าที่ในการฆ่าเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของสิวอักเสบ และยังช่วยในการผลัดเซลล์ผิวอีกด้วย ทำให้ช่วยลดสิวอุดตันได้เช่นกัน สรุปคือเหมาะมากสำหรับสิวอักเสบ และสามารถช่วยสิวอุดตันไปบ้างเช่นกัน

Benzac AC จะมีความเข้มข้น ตั้งแต่ 2.5% และ 5% สำหรับผู้เริ่มต้นแนะนำให้เริ่มจาก 2.5 % 5 นาทีก่อน แต่ในวงการแพทย์แนะนำว่าผลการรักษาที่ดีที่สุด คือ 5 % วิธีใช้คือก่อนล้างหน้า ทา Benzac ทิ้งไว้เลยจ้า 5-15 นาที แล้วค่อยล้างหน้าตามปกติ สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาชั้นนำทั่วไปเลยจ้า

5. Differin

Differin ใช้ทารักษาสิวอุดตัน สิวอักเสบ ในระยะที่เป็นน้อยถึงปานกลาง ช่วยลดการอักเสบของสิวได้ เป็นยากลุ่มกรดวิตามินเอ ซึ่งสามารถรักษาเรื่องสิวอุดตันได้ดี คล้ายกับ Retin-A แต่ต่างจาก Retin-A ที่ไม่มีแอลกอฮอล์เป็นองค์ประกอบ จึงทำให้การใช้ Retin-A เกิดอาการระคายเคืองผิวได้มากกว่า แต่ Differin จะระคายเคืองผิวน้อยกว่า
ใช้ทาบางๆ ทั่วหน้าเวลาก่อนนอน หลังจากที่ล้างหน้าแล้ว เว้นรอบดวงตา ริมฝีปาก และขอบจมูก หาซื้อได้ตามร้านขายยาชั้นนำทั่วไปค่ะ

6. Retin-A

Retin-A เป็นยาทารักษาสิวที่มีส่วนผสมของกรดวิตามินเอ ช่วยลดความมันบนใบหน้า เป็นยารักษาสิวแบบ สิวอุดตันได้ดีที่สุด รักษาสิวอุดตันแบบที่ไม่มีหัว และสิวฝังในได้เป็นอย่างดี โดย Retin-A จะช่วยผลัดเซลล์ผิวหมองคล้ำออก แถมยังช่วยเร่งสิวที่อยู่ใต้ผิวหนัง ให้โผล่หัวสิวออกมา ทำให้เป็นที่นิยมมากในการรักษาสิวอุดตัน และสิวที่หัวฝังอยู่ใต้ผิวหนัง แต่ก็มีความไวต่อแสงมากด้วย ดังนั้นจึงไม่ควรโดนแสงในระหว่างใช้ค่ะ ควรทาบางๆ ตอนก่อนนอนค่ะ ในเวลากลางวันก็ควรทากันแดดทุกวันด้วยค่ะ

โดยระดับความแรงของยาจะมี 2 ระดับนะคะ คือ 0.025% และ 0.05% โดยการใช้ในระยะเริ่มต้น ให้เริ่มที่ระดับ 0.025 ก่อนนะคะ เพราะในการใช้เริ่มแรก อาจจะมีหน้าลอก หน้าแดง ใช้ไปนานๆ ผิวจะปรับตัวให้เข้าที่เองค่ะ หาซื้อได้ตามร้านขายยาชั้นนำทั่วไปค่ะ

7. BHA

เป็นสาร Salicylic ซึ่งมีสรรพคุณช่วยลดการเกิดสิว โดยเฉพาะสิวอุดตันนั้นถือเป็นงานถนัดของ BHA เลยก็ว่าได้ เพราะ BHA นั้นมีฤทธิ์ในการผลัดเซลผิวชั้นบน ปรับสภาพรูขุมขนและลดการอุดตันได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีความสามารถในการฆ่าเชื้ออ่อนๆ ซึ่งจะช่วยลดสิวอักเสบได้บ้าง หลังล้างหน้าแนะนำให้ทา BHA ลงไปบริเวณที่เป็น ถ้าต้องการลงผลิตภัณฑ์อย่างอื่นต่อ ต้องทิ้งไว้อย่างน้อย 15-20 นาที เพื่อให้มันทำงานก่อนนะจ๊ะ

อ้อ สำหรับคนที่สิวหายแล้ว และอยากที่จะลดการเกิดสิวใหม่ ก็สามารถใช้เจ้า BHA ตัวนี้ ทาบางๆ ทั่วหน้า สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็ได้นะจ๊ะ ส่วนยี่ห้อที่แนะนำและดังมากในเรื่องนี้คือ Paula’s Choice ค่ะ จะมีให้เลือกว่าเป็นแบบน้ำ เจล หรือครีม ตามสภาพผิวของแต่ละคนนะคะ

8. ยาแต้มสิวตระกูล Clindamycin

ยาแต้มสิวที่มีส่วนผสมหลักเป็น Clindamycin นี้ใช้สำหรับรักษาพวกสิวอักเสบ สิวหนอง สิวหัวแดงๆ ที่เกิดการติดเชื้อ โดยตัวยาจะเข้าไปช่วยจัดการต้นเหตุของการเกิดสิว นั่นก็คือเชื้อแบคทีเรีย P. Acne โดยในช่วงที่เป็นสิว Clindamycin นี้จะช่วยไม่ให้สิวของเราเกิดการติดเชื้อเพิ่ม ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวอักเสบ สิวหนอง บนหน้าของเรา ถ้าส่องกระจกเราเห็นว่าสิวมันเริ่มบวมๆเราก็สามารถใช้ยาแต้มสิวที่มีส่วนผสมของ Clindamycin แต้มลงไป มันจะทำให้สิวเราไม่บวมโตหรือเป็นหนองขึ้นมา ช่วยแก้ปัญหาสิวเบื้องต้นได้เป็นอย่างดี เหมาะกับคนที่เป็นสิวยังไม่มากมาย เป็นแค่นิดหน่อย เป็นยารักษาสิวที่เหมาะกับมือใหม่ที่เริ่มจากยาเบาๆก่อน ถ้าไม่ได้ผลค่อยเปลี่ยนไปใช้ยาที่แรงมากขึ้นต่อไป

วิธีการใช้นั้นให้ทายาลงไปที่บริเวณหัวสิวที่อักเสบหรือกำลังจะอักเสบ ทาลงในลักษณะการแต้มเป็นจุดๆ ตรงไหนมีสิวก็แต้มลงไปตรงนั้น ยี่ห้อตามท้องตลาดก็มีให้เลือกมากมาย เช่น Tomei, Clinda m, Clindalin gel เป็นน้ำ เจล ครีมต่างกันไป ให้เลือกตามสภาพผิวนะคะ

9. Moisturizer สำหรับผิวบอบบางและเป็นสิว

สาวๆ หลายคนอาจจะคิดว่า ผิวเป็นสิวแล้ว แถมมันขนาดนี้ ไม่จำเป็นต้องใช้หรอก Moisturizer เนี่ย ขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะคะ ว่าไม่จริงเลย ยิ่งเวลาเราเป็นสิวมากๆ แล้วต้องใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวเยอะๆ เนี่ย ผิวของเราจะเกิดการระคายเคืองและแดงได้ง่ายมากๆ Moisturizer เนี่ยแหละค่ะ ที่จะมาช่วยปลอบประโลมผิวของเราให้กลับมาแข็งแรงขึ้นดังเดิม มันจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากนะคะ เพียงแต่เราจะต้องเลือกแบบที่อ่อนโยนต่อผิวของเราเท่านั้นเอง และอย่าทาเยอะ ทาหลายชั้น จะกลายเป็นยิ่งอุดตันนะจ๊ะ

ในท้องตลาดก็มีครีมที่เหมาะกับผิวมีสิวอยู่หลายตัวเลยทีเดียว แต่วันนี้จะขอยกตัวอย่างมาแค่บางตัวที่คนเป็นสิวส่วนใหญ่ชอบใช้กันนะจ๊ะ

ครีมตัวแรกที่แนะนำคือ Physiogel cream เป็นครีมบำรุงที่มีความเข้มข้นสูง ผิวที่แพ้ง่าย หรือผู้มีปัญหาสิว ปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอล์ และสารแต่งสี ช่วยซ่อมแซมและคุ้มกันผิวให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ดูแลผิวที่ต้องการบำรุงเป็นพิเศษ ลดอาการแห้งกร้าน และริ้วรอยแห่งวัย ฟื้นฟูสภาพผิวและซ่อมแซมเกราะผิวหนังตามธรรมชาติ

ตัวที่สองที่จะแนะนำคือ Effaclar DUO [+] เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวหน้า ช่วยลดปัญหาสิว และการอุดตันของรูขุมขนด้วย เหมาะสำหรับผิวที่มีปัญหาสิว และรูขุมขนอุดตัน เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลปัญหาสิวอันดับ 1 ของ La Roche-Posay ซึ่งเป็นยี่ห้อเวชสำอางค์ชื่อดังค่ะ

ตัวสุดท้าย เจลว่านหางจระเข้ Burnova Gel Plus เป็นครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมหลัก 3 ตัว คือ สารสกัดจากว่านหางจระเข้ ใบบับก และแตงกวา สรรพคุณช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ลดการอักเสบ อาการแสบร้อนเวลาโดนแดดเผา และยังช่วยลดจุดด่างดำจากสิวได้อีกด้วย เหมาะกับคนที่ผิวแห้งจากยาทาสิวค่ะ

นอกจากผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ได้พูดมาข้างบนแล้ว อีกสิ่งนึงที่ถึงแม้จะไม่ได้ช่วยรักษาสิวโดยตรง แต่ควรอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ทุกวันเลยก็คือ ครีมกันแดดค่ะ เพราะว่าผลิตภัณฑ์รักษาสิวส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็น Benzac AC, Differin, Retin-A, BHA พวกนี้ล้วนแต่ทำให้ผิวหน้าเราไวต่อแดดมากขึ้นนะจ๊ะ

สุดท้ายนี้ อยากจะฝากสาวๆ กันไว้อีกสักหน่อย สำหรับการรักษาสิวนี้มันต้องใช้เวลานะจ๊ะ สาวๆ ควรจะมีวินัยในการดูแลผิวของตัวเอง และอดทนรอผลของมัน อีกไม่นานเกินรอ หน้าสวยๆ ของสาวๆ ต้องกลับมาใสปิ๊งๆ แน่นอนเลยจ้า

อ่านบทความกันจบแล้ว สาวๆ คิดว่าพร้อมแค่ไหนคะ ที่จะกลับไปต่อสู้กับเจ้าสิวตัวร้าย...

Preload

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg f181c7cd 894f 43c3 9347 187afa568021

Story-A-Day