Fussy 2560/08/11 10:32
Thumb lg collage

สังเกต!! คุณกำลังเป็น "โรคไบโพลาร์" อยู่หรือเปล่า!!?

160 Spice

วิธีสังเกตตัวเอง ว่าเข้าข่ายเป็นโรคไบโพลาร์หรือไม่?


ใครหลายคน คงเคยได้ยินคำว่า "โรคไบโพลาร์" บ่อยขึ้นในช่วงหลัง ๆ แล้ว...ทำไม โรคนี้คนถึงเพิ่งมาฮิตเป็นกันล่ะ!! มันคือกระแสหรอ!! อุปทาน คิดไปเอง หรือจริง ๆ แล้ว แค่อยากเรียกร้องความสนใจใช่ไหม?? ถ้าคุณมีคำถามแบบนี้วนเวียนในหัวของคุณ คุณกำลังเข้าใจโรคไบโลาร์ผิดอย่างร้ายแรง!! เดี๋ยวเรามาทำความเข้าใจไปพร้อม ๆ กัน พร้อมกับบอกวิธีสังเกตอาการของตัวเองดีกว่า

sad

โรคไบโพลาร์ หรือ Bipolar Disorder เป็นโรคที่มีความผิดปกติทางอารมณ์ โดยจะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วง Mania และ Depress

ช่วง Mania จะเป็นช่วงที่ครึกครื้นเป็นพิเศษ ขยันทำงาน อยากทำนั่นนี่ บางทีอาจจะมีโครงการร้อยล้านก็ได้ ซึ่งช่วงนี้ถ้าถูกขัดใจ จะพบว่าผู้ป่วยจะหงุดหงิด รั้น ไม่ฟัง โมโห และพาลทะเลาะ

ช่วง Depress เป็นช่วงที่ค่อนข้างเปราะบางกับผู้ป่วย ผู้ป่วยจะเศร้า ซึม เป็นพิเศษ ร้องไห้ง่าย ๆ กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง บางคนถึงขึ้นฆ่าตัวตายก็มี

not well

โรคไบโพลาร์เกิดจากสารสื่อนำประสาทไม่สมดุลกััน โดยมีสารซีโรโทนินน้อยเกินไป และมีสารนอร์เอปิเนฟรินมากเกินไป อีกทั้งยังอาศัยเหตุการณ์ในชีวิตมากระตุ้นด้วย เช่น สูญเสียคนรัก หรือ คนในครอบครัวอย่างกระทันหัน , ถูกทารุณกรรมทางร่างกายและจิตใจ เป็นต้น

ทุกวันนี้เมื่อเราก้าวขาออกจากบ้าน นั่นหมายถึงเราพบผู้ป่วยไบโพลาร์ เพียงแต่เค้าดูปกติมาก จนเราไม่รู้เลยว่าเค้าป่วย โรคนี้มันอยู่รอบตัวเราจริง ๆ และคุณเองก็มีโอกาสเป็นโรคนี้เช่นกัน ซึ่งอาการของผู้ป่วย ถ้าอธิบายง่าย ๆ คือจะมีอาการควบคุมตัวเองไม่ได้ และรู้สึกมากกว่าคนปกติ แต่จะไม่ใช่เดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยวร้องไห้นะ อันนี้โรคไบโพลาร์ ไม่ใช่โรคจิตเภท เรามาสังเกตอาการกันเถอะ

confuse

#1 ภาวะทางอารมณ์เปลี่ยนไป

Depress

ถ้าเรารู้สึกตัวเองว่าเรามีภาวะทางอารมณ์เปลี่ยนไป เช่น ปกติเราเป็นคนขยัน ร่าเริง แต่ตอนนี้เรากลายเป็นคนเศร้าซึม เบื่อโลก ไม่อยากทำอะไร ทำงานได้ช้าลง บางรายถึงขั้นไม่อาบน้ำ ไม่กินข้าว หมกตัวอยู่แต่ในห้อง เป็นระยะเวลาติดต่อกัน 2 อาทิตย์ขึ้นไป ต้องรีบไปพบจิตแพทย์ทันที หรือถ้าปกติเเราเป็นคนเอื่อย ๆ ไม่ค่อยขยัน ไม่อยากทำอะไร แต่ตอนนี้เราอยากทำงาน เราสนุกกับการทำงาน ชอปปิ้ง ไปเที่ยว อารมณ์ดีเป็นพิเศษ บางครั้งก็ก้าวร้าวเมื่อถูกขัดใจ โดยเป็นระยะเวลา 2 อาทิตย์ติดกัน ก็ควรไปพบจิตแพทย์เช่นกัน

#2 น้ำหนักและการกินเปลี่ยนแปลง

I love ice cream

ถ้าใครที่อยู่ ๆ ก็มีอาการเบื่ออาหาร อิ่ม ไม่รู้สึกอยากกินข้าว จนน้ำหนักลดวูบ หรือถ้าใครอยู่ ๆ ก็มีอาการอยากกิน กินตลอดเวลา มีความสุขกับการกิน จนน้ำหนักขึ้น ก็ควรไปพบจิตแพทย์นะคะ เพราะมันอาจจะมาจากความผิดปกติทางอารมณ์ก็ได้

#3 นอนไม่หลับหรือนอนมากผิดปกติ

Can't sleep

อาการนอนไม่หลับ อาจจะมาจากอารมณ์ Depress ที่เศร้า เครียด กังวลใจจนนอนไม่หลับ หรืออาจจะมาจากอาหาร Mania ที่มีพลังเหลือเยอะ จนไม่รู้สึกง่วง หรือในทางตรงกันข้ามหากนอนมากเกินไป อาจจะมาจากการที่ไม่มีแรงในการทำอะไร จนทำให้นอนนานนั่นเอง

#4 ไม่อยากพูดคุยกับใคร

lonely

การเก็บตัว หรือไม่อยากเสวนากับใคร เป็นอาการหนึ่งของโรคไบโพลาร์ ดังนั้น ผู้ป่วยควรรีบพบแพทย์เพื่อหาทางแก้ไขต่อไป

#5 อาการหลงผิด

What?

ผู้ป่วยไบโลาร์บางราย อาจมีอาการหลงผิดร่วมด้วย เช่น หูแว่ว เกิดภาพหลอน คิดว่าคนอื่นสามารถรู้ความคิดตนเองได้ เป็นต้น อาการหลงผิดถือเป็นอาการร้ายแรงที่ควรรีบรักษา หากปล่อยไว้อาจจะเกิดอันตรายได้

#6 ทำร้ายตัวเองจนถึงฆ่าตัวตาย

crying

หลาย ๆ คนคงคิดว่าคนที่ป่วยโรคไบโพลาร์ น่ากลัว จนจะไปทำร้ายคนอื่นใช่ไหม แต่ความจริงแล้ว คนที่ป่วยด้วยโรคไบโพลาร์มักจะทำร้ายตัวเอง เช่น กรีดข้อมือ เอาหัวโขกกำแพง บางรายอาจจะหนักถึงขั้นฆ่าตัวตาย และน่าเสียดายว่า ส่วนใหญ่ฆ่าตัวตายสำเร็จเสียด้วย

Doctor

ถ้าหากใครมีอาการที่กล่าวมา ควรไปพบจิตแพทย์ ซึ่งจิตแพทย์นั้นไม่ได้มีเพียงแค่โรงพยาบาลศรีธัญญา แต่ยังมีในโรงพยาบาลรัฐและเอกชนทั่วไป และไม่ต้องกลัวว่าคนอื่นจะรู้ว่าเรามาพบจิตแพทย์ เพราะหมอไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลของคนไข้ให้คนอื่นรับรู้ได้ รวมถึง การมาพบจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะมันเป็นเรื่องที่คนทั่วไปเค้าก็ทำกัน

ชอบทริคการสังเกตตัวเองกันไหม?

Preload

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg eca1eb6c 2ccc 452b a0ad f30e9bb334ad

Fussy