Lt Ribbon 2560/10/26 09:11
Thumb lg fgqrgq

ย้อนดูการแต่งกาย "ชุดไทย" ในสมัย ร.1 - ร.9 ที่หาดูได้ยากในปัจจุบัน !

339340 Spice

เคยสงสัยไหมว่า กว่าจะมาเป็นชุดแฟชั่นในปัจจุบันได้นั้น เราได้พัฒนาแฟชั่นมาจากสมัยก่อนอย่างไรบ้าง งั้นมาดูกันดีกว่ากับชุดไทยชายหญิง สมัยรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1-9

ชุดไทย ชุดไทยสมัยเดิม

ปัจจุบันแฟชั่นเสื้อผ้าสำหรับสาวๆและหนุ่มๆ มีมากมายเหลือเกิน หลายคนอาจแทบตามกระแสไม่ทัน แต่วันนี้ Spice ชวนเพื่อนๆ มารู้จักและอนุรักษ์วิถีความเป็นไทย การการแต่งกายชุไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ ซึ่งสวยงามไม่แพ้เสื้อผ้าในยุคปัจจุบันเลย และยังช่วยเป็นแรงบันดาลใจ เผื่อเพื่อนๆคนไหนต้องการหาชุดไทยไปสวมใส่ในวันสำคัญต่างๆอีกด้วย วันนี้เราจะพาทุกคนไปส่องดูเครื่องแต่งกายชุดไทยตั้งแต่ ร.1 - ร.5 กันค่ะ

# สมัยรัชกาลที่ 1

การแต่งกายในสมัยรัชกาลที่ 1 ไม่ได้แตกต่างจากสมัยอยุธยาธนบุรีมากนัก
ผม : ผู้หญิงเปลี่ยนจากการปล่อยผมยาวทั้งหมด แต่เป็นการทำผมสองชั้น ด้านบนเปิดเสยใส่น้ำมัน และด้านล่างปล่อยผม ส่วนผู้ชายไว้ผม "ทรงผมมหาดไทย"
เสื้อผ้า : จะเป็นการห่มสไบเฉียง นุ่งผ้าจีบ ไว้ชายพกมีชายสะบัดสามเหลี่ยม ส่วนผู้ชายนุ่งผ้าจีบคล้ายนุ่งสะโหร่ง ไม่ใส่เสื้อ

# สมัยรัชกาลที่ 2

ผม : ยังคงไม่แตกต่างจากรัชกาลที่ 1 มากนัก แต่ผู้หญิงเริ่มเกล้าผมขึ้นคล้ายผมสั้น แบบที่เรียกว่า ผมปีก หรือตัดสั้นมหาดไทยแบบผู้ชาย ส่วนผู้ชายเหมือนสมัยรัชกาลที่ 1

เสื้อผ้า : ผู้หญิงใส่สไบเฉียงและนุ่งกระโปรงจีบเหมือนเดิม ผู้ชายจะเปลี่ยนมานุ่งโจงกระเบน แต่ยังนิยมไม่ใส่เสื้ออยู่

# สมัยรัชกาลที่ 3

ผม : ผู้ชายยังไว้แบบเดิมอยู่ ส่วนผู้หญิงนิยมตัดสั้นคล้ายผู้ชาย
เสื้อผ้า : ผู้ชายนุ่งโจงกระเบน ใส่เสื้อแขนยาว ติดกระดุม ส่วนผู้หญิงการแต่งกายจะเน้นความเรียบง่ายไม่ต่างจากรัชกาลที่ 1-2 มากนัก แต่สไบจะมีการจับจีบเพื่อความสวยงาม

# สมัยรัชกาลที่ 4

ผม : ผู้หญิงไว้ผมปีก ด้านหลังตัดสั้น บางคนโกนผมขึ้นมาเหมือนทรงมหาดไทยแบบผู้ชาย ส่วนผู้ชายไว้ทรงมหาดไทย แต่รัชกาลที่ 4 จะทรงไม่ไว้ทรงมหาดไทย
เสื้อผ้า : ผู้หญิงจะห่มสไบ แต่จะมีการใส่เสื้อไว้ด้านใน และสวมใส่โจงกระเบน ผู้ชายจะสวมเสื้อนอกเหมือนชายชาวจีนที่เกิดในมลายู อาจจะมีการผูกผ้าคาดเอว สวมโจงกระเบน

# สมัยรัชกาลที่ 5

สมัยนี้มีการรับวัฒนธรรมตะวันตก การแต่งกายจึงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด
ผม : ผู้ชายเลิกไว้ทรงมหาดไทย เปลี่ยนมาเป็นไว้ผมยาวแบบฝรั่ง ผู้ชายเลิกไว้ผมปีก มาไว้ผมยาวประบ่า
เสื้อผ้า : ผู้ชายนุ่งผ้าม่วงโจงกระเบน สวมเสื้อราชประแตน ไปงานพิธีจะสวมถุงเท้าและรองเท้าด้วย ส่วนผู้หญิงใส่โจงกระเบน สวมเสื้อกระบอกแขนยาว เมื่อมีงานพิธีจะนุ่งห่มตาด สวมถุงเท้าและรองเท้า

# รัชกาลที่ 6

ผม : ผู้หญิงไว้ผมยาวประบ่า เสมอต้นคอหรือทำผมบ๊อบ นิยมคาดศีรษะด้วยผ้าหรือไข่มุก ผู้ชายตัดผมแบบยุโรป
เสื้อผ้า : เริ่มนุ่งซิ่นตามราชนิยม สวมเสื้อผ้าแพรโปร่งบาง เสื้อคอกว้าง ส่วนผู้ชายนุ่งโจงกระเบน ในราชพิธีจะใส่สูทผูกหูกระต่ายแบบฝรั่ง

# สมัยรัชกาลที่ 7

ผม : ไว้ผมสั้นดัดลอน นิยมดัดผมมากขึ้น ส่วนผู้ชายทำผมแบบยุโรป
เสื้อผ้า : ผู้หญิงแต่งกายแบบตะวันตกมากขึ้น สวมเสื้อโปร่งบาง และนุ่งซิ่นแค่เข่า ผู้ชายจะแต่งตัวแบบตะวันตกคือสวมกางเกงขายาว ใส่สูท

# สมัยรัชกาลที่ 8

ผม : ผู้หญิงดัดผมลอน และสวมหมวก ส่วนผู้ชายไว้ทรงผมแบบสากลและนิยมสวมหมวก
เสื้อผ้า :ผู้หญิงเปลี่ยนจากนุ่งซิ่น มาใส่กระโปรง ส่วนเสื้อจะใส่แบบไหนก็ได้ แต่ต้องคลุมไหล่ ส่วนผู้ชายแต่งตัวแบบสากล สวมเสื้อแขนยาวคอเปิดหรือปิดก็ได้

# สมัยรัชกาลที่ 9

ผม : ผู้หญิงเก็บผมให้ดูเรียบร้อย หรือเกล้าขึ้นให้สวยงาม ผู้ชายไว้ทรงแบบสากล
เสื้อผ้า : ผู้หญิงสวมใส่ "ชุดไทยพระราชนิยม" นุ่งกระโปรงหรือผ้าถุง เสื้อคอแบบต่างๆ หรือสวมชุดแบบที่เรารู้จักกันดีคือชุดไทยจิตรลดา ผู้ชายสวมเสื้อทรงกระบอก นุ่งโจงกระเบน หรือใส่แบบสากลก็ได้

ชุดไทยแต่ชุดเรียกได้ว่าสวยตระการตา เรียบร้อย และหาดูได้ยากในปัจจุบัน ชุดไทยเรามีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ขนาดชาวต่างชาติยังชื่นชอบและหลงใหลในความประณีต สวยงาม ไม่แปลกใจเลยค่ะที่ประเทศไทยเราเวลาประกวดตามเวทีระดับโลกต่างๆ มักจะได้รางวัลชุดประจำชาติกลับมา หนุ่มๆสาวๆยุคปัจจุบันแบบเรา ต้องช่วยกันอนุรักษ์และเผยแพร่การแต่งกายแบบไทยให้คนรุ่นหลังและคนทั่วโลกได้เห็นกันด้วยนะคะ

ชุดไทยในบทความนี้สวยงามใช่มั๊ย

Preload

แบ่งปันกับเพื่อน

Author

Thumb lg d79b9b5a f2c1 4d41 a01c d05edab027c7

Lt Ribbon

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!