อูฐสามโหนก อัพเดทเมื่อ 13:47 01/08/2559
Thumb lg vitamin

สาระล้วนๆ! 8 วิตามินบำรุงผิวให้ขาวใส มีออร่า อย่างเป็นธรรมชาติ

182086 Spice

ผิวขาวใส เปล่งปลั่ง อย่างเป็นธรรมชาติ คงเป็นสิ่งที่หลายคนต้องการ บางคนอาจจะรับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ แต่มีวิธีที่ง่ายกว่านั้น คือการทานสิ่งเหล่านี้!

Vitamin ผิวขาวใส อาหารเสริม

ทุกวันนี้การมีผิวขาวใส เนียนนุ่ม ไร้ริ้วรอย เป็นสิ่งที่หลายๆ คนถวิลหา โดยเฉพาะสาวๆ คงถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น ที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว เพราะการมีผิวพรรณดี ขาวใส เปล่งปลั่ง เป็นออร่าดึงดูดให้เราเป็นจุดเด่นในสายตาใครๆ ได้ แม้รูปร่าง หน้าตาอาจจะไม่ดีก็ตาม ซึ่งวิธีที่สามารถช่วยทำให้เรามีผิวพรรณดีนั้น ก็มีหลายวิธี อาจจะรับประทานอาหารที่มีสารช่วยบำรุงผิวให้ข่าวใสได้ แต่กระนั้น มีวิธีที่ง่าย และเห็นผลเร็ว และดีกว่านั้น นั่นก็คือการรับประทานอาหารเสริม ซึ่งมี 8 ชนิดเหล่านี้ ที่สามารถช่วยบำรุงผิวให้ขาวใสได้อย่างเหลือเชื่อ

8. วิตามินซี (Vitamin C)

วิตามินซี เป็นวิตามินที่สามารถละลายในน้ำได้ ร่างกายไม่สามารถเก็บกักไว้ใช้ในระยะยาวได้ เพราะมันจะถูกขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะ ทำให้วิตามินซีเป็นหนึ่งในวิตมินบำรุงผิวที่ไม่อันตราย ถึงแม้จะรับประทานมากเท่าไรก็ตาม ซึ่งวิตามินซี พบได้ในผักหลายชนิด และผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว เป็นต้น

คุณประโยชน์ของวิตามินซี

วิตามินซีช่วยป้องกันไม่ให้คอลลาเจนมีความอ่อนแอ และไวต่อความเสียหาย อีกทั้งยังช่วยตรวจสอบโครงสร้างของคอลลาเจนในผิวให้มีสุขภาพดีอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมีคุณสมบัติในการบำรุงผิวพรรณ ังต่อต่อไปนี้

1. ช่วยปกป้องเซลล์ผิวให้มีสุขภาพดี

2. ช่วยรักษาบาดแผลให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

3. อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ

4. ช่วยลดความหยาบกร้านและริ้วรอยบนผิวได้เป็นอย่างดี

การรับประทานวิตามินซีอย่างถูกวิธี

เพื่อการบำรุงผิวพรรณอย่างเหมาะสม ควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินซี หรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสม โดยในวัยผู้ใหญ่จะต้องการวิตามินซีประมาณ 60 มิลลิกรัม ส่วนผู้ที่สูบบุหรี่อยู่เป็นประจำ ร่างกายจะต้องการวิตามินซีประมาณ 200 มิลลิกรัม เพราะการสูบบุหรี่เป็นการบั่นทอนวิตามินในเนื้อเยื่อของร่างกายและระบบในไหลเวียนโลหิต

สำหรับผู้ที่ต้องการรับประทานเพื่อบำรุงให้มีสุขภาพผิวที่ดี ให้ผิวขาวใส ลบเลือนริ้วรอย ต้องเลือกซื้อวิตามินที่มีปริมาณตั้งแต่ 1,000 มิลลิกรัมขึ้นไป จึงจะเพียงพอต่อความต้องการในหนึ่งวัน และที่สำคุัญควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีอย. และปลอดภัย ได้มาตรฐาน โดยยี่ห้อที่แนะนำคือ Daily Vits ที่มีปริมาณวิตามินซี 1,500 มก./เม็ด ซึ่งเป็นวิตามินซีที่สกัดมาจาก Acerola Cherry และอีกหนึ่งยี่ห้อที่แนะนำคือ Acorbic C-1000 mg. ที่มีปริมาณวิตามินซี 1,000 มก./เม็ด ซึ่งเป็นวิตามินซีที่สกัดมาจากส้ม

7. ซิงค์ (Zinc)

Zinc เป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของเอนไซม์มากกว่า 300 ชนิด และยังช่วยให้ร่างกายดำรงความสมดุลในผู้ใหญ่ และทำให้เกิดการเจริญเติบโตในเด็ก ควบคุมฮอร์โมน สังเคราะห์โปรตีน ช่วยสร้างเซลล์ สร้างภูมิคุ้มกัน และช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ Zinc ยังช่วยรักษาบาดแผลในร่างกายอีกด้วย ฉะนั้น คนที่ขาด Zinc ก็อาจจะมีอาการแผลหายช้าได้

คุณประโยชน์ของ Zinc

Zinc มีคุณประโยชน์หลายอย่าง ซึ่งมีทั้งประโยชน์ต่อผิวหนัง และในส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ดังต่อไปนี้

1. ช่วยให้เซลล์ผิดแบ่งตัวได้ดี ลดปัญหาการอุดตันของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว

2. รักษาสิว โดยการรักษาสมดุลของการผลิตออร์โมนเทสโทสเตอโรน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิว และสามารถควบคุมการผลิตน้ำมันใต้ผิวหนังให้พอเหมาะ และยังสามารถต่อต้านแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวอีกด้วย

3. ช่วยในการสมานแผล ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ทำให้แผลเป็นที่อาจเกิดขึ้นหลังจากสิวอักเสบหายเร็วขึ้น ลดโอกาสของการเกิดรอยดำและหลุมสิว นอกจากจะช่วยสมานแผลบริเวณภายนอกแล้ว Zinc ยังช่วยในการสมานแผลภายในร่างกาย เช่นแผลในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย

4. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิด T-Cell สำหรับการต่อต้านสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคที่เข้ามาสู่ร่างกาย

5. ช่วยในการเพิ่มจำนวนสเปิร์ม และความแข็งแรงของเสปิร์มสำหรับผู้ที่ต้องการมีบุตร และยังช่วยบรรเทาอาการต่อมลูกหมากโตได้อีกด้วย

6. ช่วยบรรเทาอาการหวัด

7. ช่วยทำให้เกิดการเจริญเติบโตในเด็ก และมีพัฒนาการตามวัย

การรับประทาน Zinc อย่างถูกวิธี

การรับประทาน Zinc ในปริมาณเหมาะสมถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องรู้สำหรับผู้ที่คิดจะรับประทาน โดยปริมาณที่พอเหมาะต่อวันสำหรับผู้หญิงอยู่ที่ 8 มิลลิกรัม และผู้ชายอยู่ที่ 11 มิลลิกรัม สำหรับผู้ที่ต้องการรับประทานเพื่อการรักษาสิวควรรับประทานในปริมาณ 40 มิลลิกรัมต่อวัน และหากรับประทานเกิน 40 มิลลิกรัมต่อวัน อาจทำให้เกิดโทษ โดยยี่ห้อที่แนะนำคือ Vistra Zinc และ Blackmore Bio Zinc

6. กลูต้าไธโอน (Glutathione)

กลูต้าไธโอน (Glutathione) หรือกลูต้า เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่อยู่ในรูปแบบของโปรตีนชนิดหนึ่ง ที่ร่างกายมนุษย์สามารถสังเคราะห์ได้เอง เพื่อปกป้องเนื้อเยื่อในส่วนต่างๆ ของร่างกายไม่ให้ถูกทำลาย อีกทั้งยังทำหน้าที่ขับสารพิษต่างๆ ออกจากร่างกาย สำหรับในทางการแพทย์ยังมีการนำกลูต้าไธโอนไปใช้ในการรักษาโรคเกี่ยวกับระบบประสาท ดรคต่อมลูกหมากโต และโรคมะเร็งกระเพราะอาหารอีกด้วย

คุณประโยชน์ของกลูต้าไธโอน

ทางการแพทย์พบว่า การนำสารกลูต้าไธโอนฉีดเข้าสู่ร่างกายทางหลอดเลือดดำ หรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อ เพื่อรักษาโรคต่างๆ นั้น ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษามักจะมีผิวที่ขาวขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากสารกลูต้าไธโอนที่ไปยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase) ทำให้เม็ดสีของผิวหนังเปลี่ยนจากเม็ดสีน้ำตาลดำ เป็นสีชมพูขาว ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้มีการนำสารกลูต้าไธโอนมาประยุคใช้ในวงการความสวยความงามกันอย่างแพร่หลาย ละนอกจากจะทำให้ผิวขาวได้แล้ว กลูต้าไธโอนยังมีประโยชน์ ดังต่อไปนี้

1. ต่อต้านอนุมูลอิสระ และกำจัดสารพิษภายในเซลล์

2. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

3. เสริมสร้างและซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอ

การรับประทานกลูต้าไธโอนอย่างถูกวิธี

กลูต้าไธโอนอาจอยู่ในรูปแบบแคปซูล ยาเม็ด หรือแบบผงละลายน้ำ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 60-250 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณที่แพทย์อนุญาต และผลข้างเคียงที่เกิดจากการรับประทานกลูต้าไธโอนนั้น มักเกิดจากการรับประทานในปริมาณที่มากเกินไป ซึ่งอาจมีผลข้างเคียงดังนี้

1. มีอาการหอบหืดเฉัยบพลัน

2. เกิดการอักเสบที่ดวงตา

3. ความดันโลหิตต่ำ

นอกจากนี้การรับประทานกลูต้าไธโอนติดต่อกันเป็นเวลานาน สามารถทำให้เกิดมะเร็งได้ และที่สำคัญ สตรีมีครรภ์และเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน เพราะจะทำให้เกิดโทษที่ร้ายแรงได้

และสำหรับยี่ห้อที่ปลอดภัย ได้ผลจริง ได้มาตรฐาน ขอแนะนำยี่ห้อ Derma Blanc เป็นกลูต้าแบบเม็ดที่ได้รับการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัยแน่นอน และอีกหนึ่งยี่ห้อที่ขอแนะนำคือยี่ห้อ Lypo/Spherric Glutathion 450 mg ซึ่งเป็นกลูต้าแบบเจล

5. คอลลาเจน (Collagen)

คอลลาเจน (Collagen) เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ถูกสร้างมาจากอะมิโนในร่างกายของมนุษย์ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยคอลลาเจนที่มีอยู่ในร่างกายมนุษย์จะอยู่ที่ประมาณ 25%-30% ของโปรตีนในร่างกาย โดยคอลลาเจนมีโครงสร้างที่แข็งแรงมาก จะอยู่ในบริเวณกระดูก เส้นเอ็น เล็บมือ เส้นผม โดยเฉพาะในส่วนของเนื้อเยื่อที่ช่วยทำให้ผิวมีความกระชับ อ่อนนุ่ม ยืดหยุ่น และยืดอายุของเซลล์ผิวให้เสื่อมสภาพช้าลง อีกทั้งคอลลาเจนก็ถือได้ว่าเป็นอาหารเสริมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดชนิดหนึ่งเลยทีเดียว

คุณประโยชน์ของคอลลาเจน

คอลลาเจนเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างต่างๆ ในร่างกาย โดยประโยชน์ของมัน มีดังนี้

1. ช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากมลพิษในสิ่งแวดล้อม

2. ช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์

3. ช่วยลดรอยเหี่ยวย่น

4. ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว

5. ช่วยทำให้ผิวมีสุขภาพดีมากยิ่งขึ้น

และสำหรับคอลลาเจนผงนั้น ยังสามารถบรรเทาอาการของโรคไขข้อเสื่อม โรคไขข้ออักเสบ เป็นต้น

การรับประทานคอลลาเจนอย่างถูกวิธี

คอลลาเจนที่วางขายในปัจจุบันนี้ ก็จะมีทั้งคอลลาเจนผง และคอลลาเจนเม็ด โดยการรับประทานคอลลาเจน ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม เช่นเดียวกับอาหารเสริมชนิดอื่นๆ และปริมาณที่เหมาะสม และพอเพียงสำหรับร่างกายอยู่ที่ 5,000 มิลลิกรัมต่อวัน และสำนักงานอาหารและยา (อย.) ก็ได้กำหนดให้สามารถรับประทานได้ไม่เกินวันละ 10,000 มิลลิกรัมต่อวัน ถ้าเกิดกว่านี้อาจเกิดโทษต่อร่างกายได้ ทั้งนี้การรับประทานคอลลาเจนในปริมาณน้อยๆ อย่างสม่ำเสมอนั้น มีประสิทธิภาพมากกว่าการรับประทานในปริมาณมากเพียงครั้งเดียว และเพื่อประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ควรรับประทานคู่กับวิตามินซี วิตามินเอ กลูโคซาไมด์ เป็นต้น

สำหรับการเลือกซื้อคอลลาเจนมารับประทาน ควรเลือกยี่ห้อที่ปลอดภัย ได้รับการรับรองจากอย. และควรเลือกยี่ห้อแบบโมเลกุลต่ำ เพราะร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่าย โดยคอลลาเจนที่สกัดจากปลาทะเลจะดูดซึมง่ายที่สุด
ยี่ห้อที่ขอแนะนำคือ ยี่ห้อ Ocean Green Collagen ซึ่งเป็นคอลลาเจนที่สกัดมาจากปลาทะเลน้ำลึก
และยี่ห้อ Popup Collagen Stemcell โดยเป็นยี่ห้อที่ได้รับความนิยมพอสมควร

4. โคเอนไซม์ คิวเท็น (Coenzyme Q10)

โคเอนไซม์ คิวเท็น (Coenzyme Q10) หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า คิวเท็น เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่มีความจำเป็นต่อการสร้างพลังงานในร่างกาย โดยสามารถพบได้ในอาหารหลายชนิด เช่น เนื้อสัตว์ นม ไข่ น้ำมันปลา
น้ำมันถั่วเหลือง รำข้าว อาหารทะเล เป็นต้น

คุณประโยชน์ของ Coenzyme Q10

คิวเท็นนับว่ามีประโยชน์หลายประการ ดังต่อไปนี้

1. ช่วยในการบำรุงผิวพรรณ

2. ช่วยลดลเือนริ้วรอย

3. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ

4. ช่วยยับยั้งการจับตัวเป็นก้อนแข็งของเลือด

5. ช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อม

6. ช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์

7. ช่วยลดคอเรสเตอรอลในหลอดเลือด

8. ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคความดันโลหิตสูง

9. มีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ

การรับประทาน Coenzyme Q10 อย่างถูกวิธี

ปริมาณที่แนะนำให้รับประทานต่อวันอยู่ที่ 30 มิลลิกรัม ควรเลือกแบบที่อยู่ในรูปไขมัน เพราะจะดูดซึมได้ดีมาก ซึ่งคิวเท็นที่อยู่ในรูปของน้ำมันถั่วเหลือง จะสามารถดูดซึมได้ง่ายและดีที่สุด และขอแนะนำยี่ห้อ Vistra และยี่ห้อ Natural Factors

3. สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape Seed)

สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape Seed) เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงมาก เพราะเปี่ยมด้วยสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าวิตามินซี และวิตามินเอ อีกทั้งยังเป็นอาหารเสริมที่นิยมมากที่สุดตัวหนึ่ง

คุณประโยชน์ของ Grape Seed

1. เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระชั้นเยี่ยม และช่วยเสริมภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย

2. ช่วยบำรุงผิวพรรณ และช่วยชะลอไม่ให้ผิวหนังดูแก่ก่อนวัย

3. ช่วยลดกระบวนการสร้างเม็ดเลือดสีผิดที่ อันเป็นสาเหตุของฝ้า กระ และจุดด่างดำ

4. ช่วยลดปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอกัน

5. ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ

6. ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม

7. ช่วยบรรเทาอาการภูมิแพ้ และหอบหืด

การรับประทาน Grape Seed อย่างถูกวิธี

ปริมาณที่แนะนำให้รับประทานอยู่ที่ประมาณ 100 มิลลิกรัมต่อวัน โดยแบ่งรับประทานวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 50 มิลลิกรัม แต่หากต้องการรับประทานเพื่อบำบัดโรค ควรรับประทานวัน 150-300 มิลลิกรัมต่อวัน

Grape Seed อาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ฉะนั้นผู้ที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือผู้ที่เป็นโรคเลือดไหลไม่หยุด ไม่ควรรับประทาน! และผู้ที่จะผ่าตัดหรือทำฟัน ควรหยุดการรับประทานก่อนสักพัก เพราะอาจทำให้เลือดออกง่าย และไหลไม่หยุด

สำหรับยี่ห้อที่แนะนำจะเป็นยี่ห้อ Maxi Organic Red Grape Seed 30,000 mg และยี่ห้อ Healthy origins

2. น้ำมันอีฟนิ่ง พริมโรส (Evening Primrose Oil)

น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส (Evening Primrose Oil) เป็นกรดไขมันที่สกัดมาจากดอกอีฟนิ่ง พริมโรส ได้นำไปใช้ประโยชน์ในการรักษาสุขภาพมาตั้งแต่โบราณ ด้วยสรรพคุณอันมากมาย ที่ได้รับการยอมรับกันอย่างกว้างขวาง
ทั่วโลก ทำให้มันถูกขนานนามว่า "The King Cure All" หรือ "เจ้าแห่งการรักษาทั้งปวง"

คุณประโยชน์ของน้ำมันอีฟนิ่ง พริมโรส

1. ช่วยให้ผิวพรรณเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง

2. ช่วยลดอาการปวดก่อนมีประจำเดือน เช่น อาการปวดท้อง ปวดคัดหน้าอก

3. บรรเทาอาการของผู้หญิงสูงวัย เช่น อาการไม่สบายเนื้อสบายตัว ร้อนวูบวาบ ผิวหนังแห้ง อารมณ์แปรปรวน

4. บรรเทาอาการของโรคต่างๆ เช่น โรคผิวหนังอักเสบ โรคไขข้ออักเสบ โรคเบาหวาน โรคไมเกรน

การรับประทานน้ำมันอีฟนิ่ง พริมโรสอย่างถูกวิธี

ปริมาณการรับประทานที่เหมาะสม สำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงผิวพรรณ อยู่ที่ 1,000-3,000 มิลลิกรัมต่อวัน สำหรับผู้หญิงที่ต้องการบรรเทาอาการก่อนมีประจำเดือน และบรรเทาอาการของวัยทอง อยู่ที่ประมาณ 3,000 มิลลิกรัมต่อวัน

ละยี่ห้อที่จัดว่าดีมาก และได้รับความนิยม คือ Blackmores Evening Primrose Oil 1000 mg
และยี่ห้อ Mega We Care Evening Primrose Oil

1. ไฮยาลูรอน (Hyaluron)

ไฮยาลูรอน (Hyaluron) หรือ ไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) เป็นกรดที่พบได้ตามธรรมชาติของร่างกาย มีความสำคัญต่อการรักษาโครงสร้างชั้นผิวหนัง ทำให้ผิวมีความกระชับ อ่อนนุ่ม ยืดหยุ่น ไฮยาลูรอนเป็นกรดที่ร่างกายสามารถสร้างได้เอง แต่จะสร้างได้น้อยลงเมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไป เป็นกรดที่นิยมมากในประเทศญี่ปุ่น และในประเทศไทยเอง ก็มีการนำมาใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางและอาหารเสริมอย่างมากมาย

คุณประโยชน์ของไฮยาลูรอน

1. บำรุงผิวพรรณให้เนียนนุ่ม เต่งตึง

2. ลดเลือนริ้วรอยตื้นๆ และริ้วรอยลึกๆ ได้อย่างดี

3. ปกป้องผิวหน้าจากรังสี UV จากแสงแดด อันเป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ

4. เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้าและผิวกาย โดยไม่ทำให้ผิวหน้าเกิดความมันเยิ้ม

5. บรรเทาอาการปวดตึงบริเวณข้อต่อ และบรรเทาอาการข้อต่ออักเสบ ข้อเข่าเสื่อมได้อีกด้วย

6. ลดอาการอักเสบ และบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ

7. บรรเทาอาการตาแห้ง ที่เกิดจากการจ้องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ

การรับประทานไฮยาลูรอนอย่างถูกวิธี

ควรรับประทานไฮยาลูรอนในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ควรรับประทานในปริมาณมากเกินไปในแต่ละวัน สำหรับ
การรับประทานเป็นอาหารเสริมจะอยู่ที่ 50-100 มิลลิกรัมต่อวัน ไม่ควรรับประทานเกิน 100 มิลลิกรัมต่อวัน

และสำหรับยี่ห้อที่แนะนำ คือ ยี่ห้อ Jarrow Fomulas (50 mg) และยี่ห้อ Neocell Hyaluronic Acid 100 mg

ถึงอย่างไรก็ตาม ผู้ที่ต้องการซื้ออาหารเสริมมารับประทาน ควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก และประสิทธิภาพที่คุ้มค่ากับราคานั้น ก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ และควรไตร่ตรองให้ดี และขอให้สาวๆ หรือผู้ที่กำลังมองหาอาหารเสริมเพื่อบำรุงผิวพรรณ ได้เจออาหารเสริมชนิด และยี่ห้อที่เหมาะสมกับตัวเอง

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg b41bf319 b821 4f23 aba2 58c6687684ef

อูฐสามโหนก