Saranya Sae-jung 2560/11/10 09:37
Thumb lg page

25 สิ่งที่ผู้หญิงควรเลิกทำก่อนอายุ 30 เพื่อความสุขที่เพิ่มมากขึ้น

52666 Spice

จะสามสิบแล้วอย่าปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับสิ่งแย่ๆ มาทิ้งพฤติกรรมที่ทำร้ายตัวเองก่อนสามสิบกันเถอะ

ไลฟ์สไตล์ ชีวิต วัยสามสิบ ผู้หญิง

จะขึ้นเลขสามแล้วสาวๆ หลายคนอาจจะผวากับตัวเลขที่กำลังจะเปลี่ยนหลัก แต่หากมองอีกมุมแล้วการที่เราอายุเพิ่มมากขึ้นก็ถือเป็นการเตือนให้เราใช้ชีวิตอย่างมีสติและใส่ใจความสุขของตัวเองให้มากยิ่งขึ้น สำหรับสาวๆ คนไหนที่ใกล้เลขสามแล้วให้ถือเป็นฤกษ์งามยามดีในการละทิ้งนิสัยหรือพฤติกรรมแย่ๆ ของตัวเองทิ้งไปแล้วรับวัยสามสิบด้วยความสุขที่เพิ่มมากขึ้นกันดีกว่าค่ะ มาดูกันดีกว่าว่าพฤติกรรมไหนที่เราควรเลิกทำก่อนอายุสามสิบ มาดูกันเลย!

#1 หยุดกินอาหารขยะเป็นกิจวัตร

เบอร์เกอร์ ไก่ทอด น้ำอัดลม เฟรนช์ฟรายส์ และสารพัดโดนัทเบเกอร์รี่ต่างๆ ที่เป็นที่โปรดปรานสำหรับสาวๆ ออฟฟิสเพราะความสะดวกรวดเร็วแต่สิ่งที่ได้แถมมากับอาหารพวกนี้คือไขมันและโซเดียมที่มากเกินความจำเป็นของร่างกาย ยิ่งเมื่อคนเราอายุเพิ่มมากขึ้นความสามารถในการเผาผลาญและการกำจัดของที่ไม่จำเป็นต่อร่างกายก็ลดน้อยลง ดังนั้นถ้ายังอยากหุ่นเด้งในวัยสามสิบก็จงเลิกพฤติกรรมที่กินอาหารขยะเป็นกิจวัตรซะ!

#2 ทิ้งความสัมพันธ์ที่แย่ๆ

ความสัมพันธ์กับคนรักหรือเพื่อนที่มีแต่จะฉุดรั้งให้ชีวิตเราตกต่ำลงไป ยิ่งคบยิ่งแย่ มีแต่นำความเดือดร้อนมาให้ รู้สึกทุกข์มากกว่าสุขที่มีพวกเขาในชีวิตก็ทิ้งไปจะดีกว่าค่ะ หากเขารักเราจริงจะไม่ปล่อยให้เรารู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับความสัมพันธ์ที่ต้องให้เราเป็นหลักในการดูแลทุกอย่างและแก้ไขปัญหาที่พวกเขาเป็นคนสร้างทุกอย่าง ดังนั้นทิ้งมันไปซะ อาจจะเสียใจในช่วงแรกแต่เมื่อเวลาผ่านไปชีวิตคุณจะดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

#3 เลิกใส่ใจคำนินทาไร้สาระ

หมดเวลาที่จะสนใจอะไรที่บั่นทอนสุขภาพจิตของเราแล้ว คำนินทาที่เป็นจริงเป็นกระจกสะท้อนตัวเราแต่คำนินทาไร้สาระของคนช่างติที่ติได้ทุกอย่างซ้ำยังกุเรื่องมาพูดก็คงไม่ต้องเสียเวลาไปให้ค่ากับคำพูดแบบนั้นแล้วค่ะ เพราะเวลาของเรามีค่าเกินกว่าจะเสียให้กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง

#4 หยุดการช็อปปิ้งอย่างบ้าคลั่งและการใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย

คุณเดินทางเข้ามาสู่เลขสามแล้วสิ่งที่คุณควรตระหนักคือการเก็บเงินเพื่อความมั่นคงของตัวเองในอนาคต หยุดใช้เงินซื้อความสุขใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายได้แล้ว เพราะของที่ได้มาก็ทำให้คุณสุขได้เพียงแป๊บๆ พอคอเล็คชั่นใหม่ออกมาคุณก็ต้องไปแสวงหาอีกอย่างนั้นหรือ ลองมองหาความสุขแบบอื่นที่ไม่ต้องเสียตังค์ดูสิเชื่อว่ามีอีกเยอะ

#5 หยุดพูดว่าอะไรก็ได้ทั้งที่ใจไม่ได้คิดแบบนั้น

"อะไรก็ได้ค่ะ" "แล้วแต่คุณเห็นสมควรเลยค่ะ" หยุดๆๆๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรคุณควรแสดงจุดยืนของตัวเองบ้าง คุณจะบอกแค่ว่าอะไรก็ได้ๆ ทั้งๆ ที่ใจของคุณไม่ได้รู้สึกโอเคกับมันเลย เพราะถ้าคุณไม่พูดคนอื่นก็ไม่มีวันรับรู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของคุณหรอกนะ

#6 เลิกนอนดึก

ก็อย่างที่เรารู้ๆ กันว่าการนอนดึกไม่ได้ส่งผลดีต่อสุขภาพแถมตีนกายังถามหาเอาง่ายๆ ยิ่งวัยใกล้เลขสาม ความสามารถในการฟื้นฟูร่างกายย่อมถดถอยลงดังนั้นวางโทรศัพท์แล้วรีบนอนจะดีกว่านะคะ

#7 ทิ้งนิสัยขี้เกียจไม่ออกกำลังกาย

สาวๆ คนไหนขี้เกียจขยับร่างได้เวลาลุกขึ้นมาออกกำลังกายได้แล้วค่ะ ทิ้งนิสัยเดิมๆ ไปซะแล้วออกไปขยับร่างกายเพิ่มความสดชื่น ให้ร่างกายหลังสารแห่งความสุขออกมาเพียงเท่านี้ชีวิตก็สุขขึ้นแล้วค่ะ

#8 เลิกหนีปัญหา

เมื่อใดที่มีปัญหาเกิดขึ้นแม้จะหนักหนาสักแค่ไหน คุณถอยไปตั้งหลักได้แต่อย่าหนีปัญหาเด็ดขาด จงท่องเอาไว้ว่าคุณโตแล้ว ไม่ใช่เด็กๆ และการที่คุณหนีปัญหาจะไม่มีใครมาช่วยคุณ ไม่มีพ่อแม่มาคอยแก้ไขให้คุณเหมือนตอนเด็กๆ อีกแล้ว แต่คุณจะต้องแก้ไขและข้ามผ่านมันไปด้วยตัวคุณเองเพราะคุณโตแล้ว

#9 อย่าจมปลักกับอดีต

อย่ายึดติดกับวันวานมากเกินไป คุณสามารถคิดถึงช่วงวันเวลาดีๆ ในอดีตได้แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณควรไปจมอยู่กับมันเพราะมันเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วและไม่สามารถเอาคืนมาได้ ดังนั้นคุณควรเลิกจมอยู่กับอดีตไม่ว่าอดีตจะทุกข์หรือจะสุข หันมาใส่ใจกับปัจจุบันให้มากจะดีกว่า

#10 เลิกใช้อารมณ์ตัดสิน

เมื่ออายุมากขึ้นสิ่งที่ต้องมากขึ้นคือเหตุผลและสติ ดังนั้นอย่าใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหาต่างๆ แต่จงใช้เหตุและผลในการตัดสิน เช่น แม้จะโกรธหรือไม่ชอบขี้หน้าเพื่อนร่วมงานแค่ไหนแต่เมื่อแนวคิดในการทำงานของเพื่อนร่วมงานคนนั้นน่าสนใจก็จงเปิดใจยอมรับไอเดียของเขาบ้าง

#11 เลิกโพสต์ระบายอารมณ์ลงบนโซเชียลแบบไร้สติ

แม้จะเสพติดโซเชียลมากเพียงใด แต่การโพสต์ระบายอารมณ์ต่างๆ นานาลงในโซเชียลด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ขาดการไตร่ตรองไม่ใช่สิ่งที่มืออาชีพทำกัน ดังนั้นก่อนโพสต์อะไรต้องถามตัวเองดีๆ ก่อนว่าโพสต์ไปแล้วได้อะไร ถ้าได้แค่ยอดไลค์และความสะใจก็จงอย่าโพสต์เพราะทำให้ภาพลักษณ์ของเราดูแย่ลงอย่างไม่น่าเขื่อ

#12 เลิกกด Snooze นาฬิกาปลุก

เชื่อว่าทุกคนเคยทำคือการกดเลื่อนนาฬิกาปลุกเลื่อนแล้วเลื่อนอีกไม่ต่ำกว่าสามรอบก่อนตื่นไปทำงาน นั่นเป็นการฝึกให้ร่างกายหลับแล้วตื่นๆ วนไป ซึ่งส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่สดชื่น ตื่นไม่เต็มที่และมีอาการง่่วงเหงาหาวนอนระหว่างวัน ดังนั้นควรเลิกให้ได้นะคะ

#13 เลิกบ้างาน

ช่วงวัยที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัวเข้าใจว่าต้องทำงานหนักเพื่อที่จะได้ทำผลงานดีๆ เลื่อนขั้นเร็วๆ แต่อย่าลืมว่าเมื่อคุณอายุมากขึ้นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องของสุขภาพ ดังนั้นอย่าบ้างานจนละเลยสุขภาพหอบงานกลับมาทำที่บ้านหามรุ่งหามค่ำจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน ไม่มีวันหยุดแบบนี้ก็ไม่ไหวนะ ทิ้งไปเหอะนิสัยแบบนี้

#14 เลิกผลัดวันประกันพรุ่ง

หยุดพูดคำว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยทำได้แล้วและพรุ่งนี้ๆ ไปเรื่อยๆ จนไม่รู้ว่าจะทำวันไหน การผลัดวันประกันพรุ่งนอกจากจะทำให้คุณดูไม่น่าเชื่อถือแล้วยังทำให้พลาดโอกาสดีๆ อีกหลายอย่างด้วย

#15 เลิกเปรียบเทียบชีวิตของตัวเองกับเพื่อนในโซเชียล

การเสพสื่อโซเชียลเยอะๆ อาจทำให้เราเห็นแต่ด้านดีๆ ที่เพื่อนในโลกโซเชียลต้องการนำเสนอ เราอาจจะเกิดการเปรียบเทียบโดยไม่รู้ตัวว่าเอ๊ะทำไมคนโน้นได้ไปเที่ยวต่างประเทศ ทำไมแฟนคนนี้ดีจัง ทำไมชีวิตเขาดูพร้อมไม่เหมือนชีวิตเรา ต้องหันกลับมาดูโลกแห่งความเป็นจริงว่าทุกคนย่อมมีทั้งสุขและทุกข์ปนๆ กันไป ไม่มีใครสุขตลอดเวลาดังนั้นเลิกเปรียบเทียบชีวิตของตัวเองกับเพื่อนในโลกโซเชียลได้แล้ว

#16 อย่ากังวลมากเกินไปกับสิ่่งที่ยังไม่เกิดขึ้น

การวางแผนไว้สำหรับอนาคตเป็นเรื่องดี แต่อาการวิตกกังวลไปล่วงหน้าทำให้เกิดความเครียดมากกว่าปกติ ซึ่งความกังวลที่มีอยู่มากมายส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องในจินตนาการที่มักคิดฟุ้งซ่านไปเองเพราะมันยังไม่เกิดขึ้นเสียหน่อย ดังนั้นหยุดคิดมากให้รกสมองค่ะ

#17 เลิกรู้สึกลบกับตัวคุณเอง

การรู้สึกลบกับรูปร่างหน้าตาหรือความสามารถของตัวเองส่งผลต่อบุคลิกภาพของคุณมากๆ ยิ่งเมื่ออายุมากขึ้นคุณอาจจะได้เป็นผู้นำให้เหล่าน้องๆ ที่มาทำงานใหม่ดังนั้นสิ่งที่คุณควรมีคือความมั่นใจในตัวเอง เพราะหากเมื่อใดที่คุณคิดลบต่อตัวเองคุณจะไม่สามารถเป็นผู้นำใครได้เลย

#18 เลิกพูดคำว่าฉันยังไม่พร้อม

หยุดกลัวที่จะทำอะไรใหม่ๆ หรือทิ้งสิ่งที่ใจอยากทำด้วยคำว่า "ฉันยังไม่พร้อม" ลองคิดดูว่าคุณใช้คำนี้อ้างกับตัวเองมานานเท่าไหร่แล้วและจะอ้างไปถึงเมื่อไหร่ เพราะถ้าคุณไม่เริ่มลงมือทำคุณก็จะไม่มีวันพร้อม

#19 เลิกเอาใจคนอื่นจนลืมความต้องการของตัวเอง

ถ้าคุณมัวแต่ใส่ใจแต่ความต้องการของคนอื่น ยึดความหวังของคนอื่นเพื่อที่จะมีชีวิตจะเป็นผลเสียต่อตัวคุณเองมากๆ ไม่ว่าจะเป็นความต้องการของพ่อแม่พี่น้องของคุณ เพราะหากวันใดที่คุณไม่มีความหวังของผู้คนเหล่านั้นให้ยึดแล้วคุณจะรู้สึกเคว้งคว้างมากๆ และอีกอย่างจะมีใครที่รู้จักตัวตนของคุณเท่าตัวคุณเองล่ะว่าคุณต้องการอะไรกันแน่

#20 เลิกตั้งหน้าตั้งตาหาแฟนเพียงเพราะเหงา

เพราะความเหงาหรือเพราะสังคมกดดันให้มีแฟน อยากมีแฟนเหมือนคนอื่นเขา ความรู้สึกเหล่านี้จะนำพาคนที่ไม่ดีเข้ามาในชีวิตเรา ควรใช้สติพิจารณาคนที่จะคบดีๆ อย่าให้ความเหงาเป็นตัวกำหนดว่าเราจะต้องมีใครก็ได้ แต่ต้องเลือกคนที่ดีต่อใจเราจรงๆ

#21 เลิกเครียดเวอร์ๆ กับเรื่องขี้ปะติ๋ว

ความเครียดเป็นสิ่งที่ค่อนข้างห้ามได้ยากและมีผลดีของมันอยู่คือถ้าเครียดแล้วเราจะพยายามทำมันออกมาให้ได้ดี แต่หากคุณติดนิสัยเครียดเวอร์ๆ จนนอนไม่หลับ คิดมากโน่นนี่นั่นจนคุณไม่เป็นอันทำอะไรนั่นแหละมันกระทบต่อชีวิตคุณแล้ว ดังนั้นเลิกเครียดเวอร์ๆ กับทุกเรื่องเพราะสุดท้ายแล้วทุกปัญหามันก็ผ่านไปตามกาลเวลาของมันเองค่ะ

#22 เลิกบ่นและลงมือทำ

โอ๊ยทำไมงานมันยุ่งแบบนี้ โอ๊ยโน่นนี่นั่น สารพัดคำบ่น ที่ยิ่งบ่นยิ่งรู้สึกแย่ ถึงแม้การบ่นจะเป็นการระบายความรู้สึกอย่างหนึ่งแต่น่าแปลกที่ยิ่งบ่นยิ่งรู้สึกแย่เพราะคำพูดแย่ๆ ที่มันออกมาจากปากเราที่บั่นทอนจิตใจของเราเอง ดังนั้นเลิกบ่นแล้วลงมือทำจะดีกว่า

#23 เลิกซื้อของเพียงเพราะว่าคนอื่นก็มี

การตามกระแสตามแฟชั่นไม่ใช่เรื่องผิดหากคุณรู้ว่าของที่คุณจะซื้อคุณจะนำมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า แต่การตามกระแสอย่างไม่ลืมหูลืมตา ซื้อเพียงเพราะคนอื่นมีฉันจึงต้องมี พอซื้อมาก็นอนกองทิ้งไว้ไม่มีประโยชน์เสียเงินเสียทองเปล่าๆ ปลี้ๆ

#24 เลิกดูถูกตัวเอง

ฉันมันแย่ ฉันทำอะไรก็ล้มเหลว ทำไม่ได้หรอก สารพัดความคิดที่บั่นทอนและดูถูกตัวเองส่งผลเสียต่อทัศนคติและความคิด การที่เราคิดอะไรที่ดูถูกตัวเองอยู่ตลอดเวลาทำให้เราไม่กล้าที่จะลงมือทำอะไรใหม่ๆ และศักยภาพที่แท้จริงของคุณอาจไม่ได้ดึงออกมาใช้เลย น่าเสียดายป่ะล่ะ

#25 เลิกอิจฉาคนอื่นเสียที

ทำไมคนนั้นเขาสวยจัง ทำไมน้องที่ทำงานได้เงินเดือนเยอะกว่าทั้งๆ ที่เข้ามาทีหลัง ทำไมๆๆๆ สารพัดคำว่าทำไม ซึ่งความอิจฉานี้เองจะเพิ่มพลังงานด้านลบให้กับชีวิตเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้ตัวเรารู้สึกหดหู่ ไม่เป็นสุข เพราะรู้สึกว่าคนอื่นดีกว่าอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเลิกอิจฉาซะเพราะเราก็มีดีเหมือนกัน

เป็นยังไงกันบ้างคะกับ 25 สิ่งที่คุณควรทิ้งไปก่อนอายุ 30 จริงๆ แล้วอะไรก็ตามที่บั่นทอนหรือมีผลเสียต่อชีวิตเราก็ควรทิ้งไปให้หมดเพื่อที่ชีวิตเราจะได้มีความสุขเพิ่มมากขึ้น และสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการรักตัวเองค่ะ หากเรารักตัวเองแล้วเราก็จะเลือกแต่สิ่งดีๆ ให้กับตัวเองและโยนสิ่งร้ายๆ ทิ้งไปนั่นเองค่ะ

คิดว่าจะทำได้ไหม

Preload

Author

Thumb lg aeb2187f 9bff 4d62 a9df fee42a5a7498

Saranya Sae-jung

โพสคอมเม้นต์

Bt delete image

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!