Miss S อัพเดทเมื่อ 15:00 21/04/2559
Thumb lg 200 s

10 สิ่งของสุดยี้แต่ดันสุดแพง!

979 Spice

ของ 10 อย่างที่เห็นหรือพูดถึงมันเป็นอันต้องยี้! แต่ทำไมกันนะของพวกนี้ดันมีราคาแพงมาก จะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย!

Disgusting Expensive Things Price

1.รังนก (ราคาประมาณ 1,000-2,000 ต่อถ้วย)

ซุปรังนักนั้นทำมาจากรังของนกนางแอ่น แต่คงไม่มีใครเคยบอกคุณว่ารังนกนี้ประกอบไปด้วยเศษกิ่งไม้ โคลน และที่สำคัญสร้างด้วยน้ำลายของนก อืมมม อร่อยเหาะ!

น้ำลายของนกนางแอ่นที่เหนียวเหมือนกาวนั้นเป็นเมือกไกลโคเจน (mucoglycoprotein) หรือก็คือโปรตีนที่ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต มันมีแร่ธาตุโพแทสเซียม แคลเซียมและแมกนีเซียมที่สูง เวลาที่จะนำมาทำซุปรังนกจะต้องแช่น้ำให้นิ่มเสียก่อนเผื่อที่จะนำไปปรุงได้

ซุปรังนกนั้นได้รับการยกย่องเป็นอาหารเหลาขึ้นโต๊ะในประเทศจีนตั้งแต่สมัยราชวงค์ถัง (ค.ศ.618-907) ซึ่งแพทย์แผนจีนจะสั่งจ่ายซุปรังนกเพื่อใช้ในการรักษาโรค เช่นโรคหอบหืด โรคหลอดลมอักเสบ โรคผิวหนัง และเพื่อเป็นยาเพิ่มกำลังวังชาให้แก่ผู้รับประทาน แต่มีราคาสุดมหาโหด ด้วยราคาประมาณ 1,000-2,000 บาทต่อชาม หรือประมาณ 60,000 บาทต่อกิโลกรัม!

2.กาแฟขี้ชะมด (ราคาประมาณ 3,000 บาทต่อแก้ว)

กาแฟขี้ชะมดนี้เป็นกาแฟสุดแพงของโลกเลยก็ว่าได้ กาแฟที่นำมาต้มนั้นคือกาแฟที่เดินทางผ่านสำไส้ของตัวชะมดมาที่เรียบร้อยแล้ว ใช่! เริ่มจากให้ชะมดตัวน้อยกินผลกาแฟเข้าไปและรอที่มันจะถ่ายออกมากลายเป็นกาแฟแพงหูฉี่แค่ถ้วยละ 3,000 บาท!

กาแฟขี้ชะมดมีที่มาจากประเทศอินโดนีเซีย แต่เดิมกาแฟนั้นเป็นสัมปทานของชาวดัตช์ และมีกฏหมายให้คนพื้นเมืองชาวอินโดนีเซียและคนงานในไร่กาแฟห้ามนำกาแฟมาบริโภคเด็ดขาด! และวันหนึ่งก็มีชะมดเข้าไปกินผลแดงสดของต้นกาแฟ และถ่ายออกมาเป็นเมล็ดกาแฟซึ่งไม่ย่อยในร่างกายของตัวชะมด พวกผู้คนเห็นจึงนำมาทำความสะอาดและคั่วทำกาแฟกิน ปรากฏว่ากาแฟนั่นมีกลิ่นที่หอมและรสชาติที่อร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ

ซึ่งแต่ก่อนพวกเค้าจะค่อยๆรอเก็บมูลของตัวชะมดที่เข้าไปกินเมล็ดกาแฟในไร่ แต่เนื่องจากในปัจจุบันกาแฟขี้ชะมดได้รับความนิยมเป็นจำนวนมาก ทำให้พวกเขาเปิดเป็นฟาร์มชะมดและบังคับให้พวกมันกินแต่กาแฟ เพื่อที่จะได้ออกมาเป็นกาแฟขี้ชะมดที่มีราคาแพง จนกระทั่งทำให้เริ่มมีนักอนุรักษ์สัตว์ต่อต้าน และมีหน่วยงานเข้าไปควบคุมการผลิตมากขึ้น

แต่อย่างไรก็ตามกระบวนการผลิตเช่นนี้ถือว่าเป็นกระบวนการที่โหดร้ายและทารุณสัตว์ เนื่องจากเป็นสิ่งที่ผิดปกติตามธรรมชาติของตัวชะมด ที่ไม่ใช่ว่าจะบริโภคแต่เมล็ดกาแฟหรือบริโภคเป็นจำนวนมากขนาดนี้ แต่จะทำอย่างไรได้ดูราคาในตลาดของมันสิ!

3.รกแกะบำรุงหน้า (ราคาประมาณ 18,000 บาท)

พวกเซเลปหรือคนดังอย่าง Kim Kardashian Harry Styles หรือ Victoria Beckham ต่างแห่กันเสียเงินเป็นหมื่นๆ เพื่อไปซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่สกัดจากรกแกะของ Louise Deschamps ซึ่งอ้างว่ารกแกะนั้นสามารถช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นและยับยั้งการเกิดการอักเสบหรือแพ้ระคายเคืองของผิวหนัง และหางานวิจัยมารองรับในเรื่องนี้ว่าเซลล์ต้นกำเนิดของรกสัตว์เสริมสร้างและฟื้นฟูเนื้อเยื่อใหม่

แต่อย่างไรสรรพคุณที่ถูกกล่าวอันเลิศเลอของมันก็ไม่ได้ช่วยกลบกลิ่นอันเลวร้ายที่เหมือน "น้ำส้มสายชูผสมเหงื่อ" ของมันได้ และผลพวงจากบรรดาคนดังทั้งหลายที่เลือกใช้มันทำให้รกแกะกลายเป็นที่นิยมอย่างมาก

4.อ้วกวาฬ (ราคาประมาณ 2.4 ล้านบาท)

ที่หมู่บ้าน Overton เมือง Lancashire ประเทศอังกฤษ คู่สามีภรรยา Gary และ Angela Williams กำลังอยู่ในขั้นเจรจาต่อรองซื้อขายก้อนอำพันทะเล หรือก็คืออ้วกของวาฬ ที่มูลค่าของมันสูงอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งสองผู้โชคดีนั้นบังเอิญเดินสะดุดเจอมันขณะที่เดินเล่นที่ชายหาดเท่านั้น

อำพันทะเล (Ambergris) หรือที่รู้จักกันว่าอ้วกวาฬ(หรือขี้วาฬ)นั้น เป็นสารประกอบอินทรีย์ชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะคล้ายกับอำพัน เป็นสิ่งที่ได้มาจากทะเลและมหาสมุทร โดยเป็นผลิตผลจากสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ คือ วาฬ ชนิด วาฬสเปิร์ม(หรือวาฬหัวทุย) มีลักษณะเด่น คือ มีกลิ่นแรง กลิ่นของมันนี่เองจะสามารถนำไปสกัดทำน้ำหอมที่มีกลิ่นหอมนาน และเนื่องจากหายากมากจึงทำให้มันมีราคาสูงมาก ซึ่งขนาดก้อนที่สองสามีภรรยาคู่นี้พบคือ 1.75 กิโลกรัม สามารถนำออกขายได้ถึงราคาประมาณ 2 ล้าน 4 แสนกว่าบาท

ที่มาของอ้วกวาฬนี้คือสารที่ถูกหลั่งจากท่อน้ำดีหรือลำไส้ของวาฬหัวทุย เมื่อมันกินบางอย่างที่อาจจะมีคมเข้าไปภายในลำไส้ของวาฬจึงผลิตสารมาช่วย ซึ่งกลิ่นของมันก็ใช่ว่าจะหอมซะทีเดียว กลิ่นเหมือนปลาหมึกผสมปุ๋ยคอก แต่อย่างไรก็ตามประโยชน์และราคาของมันมหาศาลนัก

5.อึนกบำรุงหน้า (ราคาประมาณ 6,000 กว่าบาท)

สนใจที่จะลองอึนกเพื่อความงามมั้ย? นี่คือการบำรุงหน้าในสปาสุดหรูตามสูตรลับที่สืบทอดกันมาของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสูตรนี้จะต้องใช้มูลนกไนติงเกลนำเข้าจากเอเชียผสมกับรำข้าว ซึ่งสนธิราคาอยู่ที่ 6,000 กว่าบาทต่อหนึ่งก้อน

ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายก็ต่างพากันไปที่ร้าน Shizuka ที่ New York ประเทศสหรัฐอเมริกา ในทุกๆเดือนเพื่อเข้ารับการบำรุงผิวหน้าซึ่งจะทำให้หน้านั้นอ่อนนุ่มและเรียบเนียนด้วยเอนไซม์ของอึนกที่นำมาใช้ขัดผิว แม้ว่าการบำรุงผิวแบบนี้จะหายากให้สหรัฐอเมริกาแต่มันเป็นที่นิยมในประเทศญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปีค.ศ.1600 เมื่อเหล่านักแสดงและเกอิชาต่างพากันบำรุงหน้าด้วยสูตรลับนี้

แม้ว่าการจะเดินทางไปทำที่ร้าน หรือราคาค่าบริการจะเป็นปัญหาสำหรับคุณ แต่คุณก็สามารถที่จะหาซื้อวัตถุดิบทางออนไลน์และเริ่มต้นการบำรุงผิวของคุณได้เอง อย่างไรก็ตามมักจะมีความเชื่อผิดว่ามูลจากนกชนิดไหนก็ทำได้เหมือนกัน ซึ่งไม่จริง จะต้องเป็นมูลจากนกไนติงเกลเท่านั้น เพราะในร่างกายของนกไนติงเกลนั้นจะผลิตเอนไซม์ธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ต่อความงามที่คนต้องการ

6.เบียร์อึช้าง (ราคา 3,500 บาทต่อขวด)

เมื่อปี 2013 ที่ประเทศญี่ปุ่นโรงเบียร์ชื่อว่า Sankt Gallen ได้ตัดสินใจที่จะทำเบียร์พิเศษขึ้น โดยใช้เมล็ดกาเฟที่มาจากมูลของช้าง ชื่อว่า Un, Kono Kuro เป็นการเล่นคำว่า "อึ" ในภาษาญี่ปุ่น และเชื่อหรือไม่มันขายหมดทันทีที่เริ่มวางขายทั้งๆที่มีราคาที่สูงก็ตาม

ที่มาจริงๆของมันนั้นมาจากการค้นพบระบบย่อยอาหารของช้างในมูลนิธิช้างที่สามเหลี่ยมทองคำ ประเทศไทย และได้ผลิตเป็นกาแฟขี้ช้างขึ้นมา ซึ่งกาแฟขี้ช้างนี้มีราคา 3,500 บาทต่อ 35 กรัม

แม้ว่าที่มาของมันจะฟังดูน่าขยะแขยงนิดหน่อย แต่ผู้ที่ได้ลิ้มลองเบียร์ขี้ช้างนี้ต่างก็ให้ผลรีวิวว่าสุดยอด!

7.ยกกระชับหน้าสูตรแวมไพร์ (ราคาประมาณ 30,000 - 50,000 บาท)

ในปี 2013 อีกเช่นเดียวกัน เมื่อ Kim Kardashian ได้ทวีตรูปภาพของเธอในสภาพหน้าที่เต็มไปด้วยเลือดดูสยดสยอง หลังจากที่เธอเข้ารับการบำรุงผิวหน้าที่สปาแห่งหนึ่ง เพื่อผิวกระชับและดูอ่อนวัยของเธอ

The Vampire Facelift หรือการยกกระชับผิวหน้าแบบแวมไพร์ถูกจดสิทธิบัตรโดยคุณหมอ Charles Runels จากรัฐ Alabama ซึ่งขั้นตอนการปฏิบัตินั้นจะเริ่มจากการดึงเลือดจากแขนของผู้เข้ารับบริการมาแยกเกล็ดเลือดและพลาสม่าของเกล็ดเลือด โดยใช้การหมุนเหวี่ยงให้เครื่องแยกเกล็ดเลือด เมื่อได้พลาสม่าของเลือดมาแล้วก็จะนำมาผสมกับ Restylane หรือ Juvederm ซึ่งคือสารเติมเต็ม (fillers) ในกลุ่มไฮยาลูโรนิค และฉีดกลับเข้าไปในใบหน้าเพื่อกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน ลบเลือนริ้วรอยและรอยแผลเป็นจากสิว หลังจากนั้นคุณก็แค่อดทนผ่านการทรมาณเพื่อความสวยงามของคุณเป็นเวลา 45 นาที

8.ชีสหนอน Casu Marzu (ราคาประมาณ 3,500 บาทต่อ 4 ขีด)

มาเปิดโลกประสบการณ์ใหม่ของคุณด้วยการกินชีส Casu Marzu ที่ถูกหมักบ่มจนเน่าพร้อมกับตัวหนอนเป็นๆ!

เมนูสุดพิเศษนี้ถูกสร้างสรรค์โดยชาว Sardinian ซึ่งจะทำชีสชนิดนี้ด้วยการนำชีส pecorino ไปวางไว้จนกระทั่งมีแมลงวันมาตอมชีสและวางไข่ในนั้น เมื่อมันฟักตัวและกลายเป็นหนอนมันจะปล่อยเอนไซม์ในการย่อยอาหารซึ่งจะทำให้ไขมันในชีทเน่าเสีย การหมักที่พิเศษไม่เหมือนใครนี้จะทำให้เกิดรสสัมผัสของชีสที่เหนียวหนึบและเต็มไปด้วยหนอนตัวเป็นๆให้พร้อมรับประทาน

คำแนะนำสำหรับคุณที่จะลิ้มลองชีส Casu Marzu นี้คือให้หลับตาของคุณขณะที่รับประทานด้วย ทั้งนี้เพื่อป้องกันดวงตาของคุณจากหนอนที่สามารถกระโดดได้สูงและแม่นยำถึง 6 นิ้ว แต่ถ้าคุณรู้สึกคลื่นไส้และรับไม่ได้กับวิธีนี้ ขอแนะนำให้คุณนำชีสใส่ถุงและรัดให้สนิทเพื่อไม่ให้ออกซิเจนเข้า ไม่นานหนอนเหล่านั้นก็คงจะดิ้นทุรนทุรายแล้วตายไปเอง ทีนี้คุณก็จะได้กินชีสที่แสนอร่อยแบบปลอดภัยแล้ว!

อ่อ! เกือบลืม! ชีส Casu Marzu นี่ถือว่าเป็นของผิดกฏหมาย (เดาไม่ออกเลยว่าทำไม!) แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่สามารถหาซื้อมันได้ อาหารอันโอชะอันนี้มีเรตราคาในตลาดมืดอยู่ที่ประมาณ 3,500 บาทต่อ 4 ขีดเท่านั้นเอง!

9.อึมนุษย์ (ราคาประมาณ 450,000 บาทต่อปี)

แม้ว่านี่จะดูสุดอี้ แต่เชื่อเถอะว่ามันคุ้มค่า ขอขอบคุณองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร OpenBiome ที่ที่คุณจะสามารถทำรายได้ประมาณ 450,000 บาทต่อปี เพียงแค่ขายอึของคุณ คุณก็จะมีเงินไปทำนู่นนี่นั่นแล้ว

เชื่อหรือไม่อุจจาระแช่แข็งของคุณสามารถเป็นยาให้ผู้ป่วยที่ป่วยหนักด้วยสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย Clostridium difficile ซึ่งสามารถทำให้เกิดปัญหาในทางเดินอาหารอย่างรุนแรง ซึ่งแบคทีเรีย Clostridium difficile ตัวนี้แต่ไม่เป็นอันตรายพบได้ในลำไส้ใหญ่ของมนุษย์ เพราะร่างกายเรามีจุลินทรีย์ที่ช่วยควบคุมเชื้อตัวนี้ไว้ไม่ให้ก่อโรค แต่อาจทำให้เกิดโรคได้ในคนที่มีสุขภาพอ่อนแอ มีโรคเรื้อรังบางอย่าง หรือผู้สูงอายุ ซึ่งถ้าอาการร้ายแรงมีวิธีการรักษาโดยใช้อุจจาระของผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง นำมาใส่ในลำไส้ใหญ่ของผู้ป่วยซึ่งการนำจุลินทรีย์ที่มีชีวิตจากอุจจาระคนหนึ่งเข้าสู่ลำไส้ใหญ่อีกคน เพื่อช่วยจัดการเชื้อแบคทีเรียนั้น โดยวิธีนี้มีประสิทธิภาพและได้ผลดีกว่าการใช้ยาปฏิชีวนะ แม้จะถูกคลางแคลงใจกับวิธีการรักษาก็ตาม

การหาผู้บริจาคเป็นเรื่องที่ยากทำให้ผู้ป่วยหลายรายหมดหวัง จึงได้ก่อเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการก่อตั้งองค์กร OpenBiome ขึ้นมา ซึ่งจนถึงปัจจุบันพวกเขาได้ส่งความช่วยเหลือถึง 2,000 ครั้งไปยัง 185 โรงพยาบาล

ถ้าเพียงคุณสนใจที่จะหาเงินด้วยวิธีนี้ง่ายๆแค่คุณต้องเป็นคนที่มีสุขภาพที่ดี และผ่านกระบวนการตรวจนิดหน่อยเท่านั้น คุณก็จะได้เงินมาช็อปปิ้งหรือหาของกินอร่อยๆแล้ว

10.ทิชชู่ใช้แล้วของ Scarlett Johansson (ราคา 185,000 บาท)

ในปี 2008 ทิชชู่ที่ถูกใช่แล้วของนักแสดงสาว Scarlett Johansson หรือแม่สาว Black Widow ได้ถูกประมูลไปในราคา 185,000 บาท

ซึ่งเธออ้างว่าเธอได้ติดหวัดจากเพื่อนนักแสดงร่วมงาน Samuel L. Jackson (ที่แสดงเป็น Nick Fury ในหนัง Avengers) ในขณะที่เธอกำลังออกรายการโชว์ของอเมริกา The Tonight Show ซึ่งมี Jay Leno เป็นผู้ดำเนินรายการ และเขาได้ส่งกระดาษทิชชู่ให้เธอใช้สั่งน้ำมูกพร้อมกับกล่าวแซวว่ามันเป็นของที่มูลค่ามาก

ทำให้ Scarlett ปิ๊งไอเดียที่จะหาเงินได้จาก เอ่อ...ทิชชู่ใช้แล้วของเธอ โดยเธอนำมันไปประมูลใน eBay ในวันรุ่งขึ้น และนำรายได้ทั้งหมดเข้ากองทุนการกุศล USA Harvest

สวยแล้วยังใจบุญอีก ไม่น่าเชื่อว่าของใช้แล้ว(แถมสุดยี้!)จะมีมูลค่าสูงเพียงนี้ และที่ไม่น่าเชื่อยิ่งกว่าคือมีคนยอมที่จะประมูลมันด้วยมูลค่านี้ด้วย!

เป็นอย่างไงกันบ้างกับ 10 อย่างสุดยี้ แต่เมื่อเห็นราคาของมันแล้วก็ทำให้หยุดยี้ทันที 555 น่าสนใจกันมั้ยเอ่ย

แต่วันนี้ต้องรีบขอตัวลาไปก่อน ว่าจะลองเดินๆดูแถวชายหาดริมทะเลเผื่อจะฟลุ๊คโชคดีเจออ้วกวาฬแล้วได้กลายเป็นเศรษฐีกับเค้ามั่ง อิอิ

Credit :
http://www.oddee.com/item_99668.aspx

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg b8771acb 2f84 4815 bb62 63b087f22743

Miss S