Dream Drop อัพเดทเมื่อ 15:00 27/04/2559
Thumb lg sleep walk

แน่ใจหรือว่าร่างกายคุณหลับอยู่? 7 พฤติกรรมสุดขั้วที่มนุษย์ละเมอทำตอนหลับ!

2418 Spice

โลกแห่งความฝันอาจควบคุมได้แม้แต่ร่างกายของคุณ

sleepwalking

การนอนละเมอทั่วๆ ไปนั้นบางคนก็อาจจะแค่ละเมอพูด รับโทรศัพท์โดยไม่รู้ตัว ลุกจากเตียง หรือตื่นขึ้นมาแล้วงงว่าทำไมมานอนที่ห้องครัวทั้งที่เมื่อคืนก็หลับในห้องนอน เป็นการละเมอน่ารักๆ พอให้เพื่อน แฟน พ่อแม่เอามาล้อกันขำๆ แต่ในโลกใบนี้มีคนที่นอนละเมอได้แบบสุดขั้ว ชนิดที่คุณคาดไม่ถึงเลยทีเดียวค่ะ

#1 ปีนเครนสูงเท่าตึก 13 ชั้น

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ กลางดึกคืนหนึ่งในปี 2005 มีผู้สัญจรผ่านบริเวณเขตก่อสร้างแถวดัลวิชได้โทรไปแจ้งตำรวจว่ามีคนคิดฆ่าตัวตาย เจ้าหน้าที่ตำรวจและนักดับเพลิงรุดมายังที่เกิดเหตุ พบเห็นเด็กหญิงคนหนึ่งปีนเครนที่ใช้ก่อสร้างสูงขึ้นไปในอากาศถึง 40 เมตร ฝรั่งมุงและเจ้าหน้าที่ต่างช่วยกันตะโกนเกลี่ยกล่อมเธอ พร้อมๆ กับส่งนักดับเพลิงปีนตามขึ้นไปเพื่อเจรจากับเด็กหญิงคนดังกล่าว และเมื่อเจ้าหน้าที่ขึ้นไปถึงสาวน้อยวัย 15 ปีก็กำลังจะเดินออกไปบนคานแคบๆ และมุ่งหน้าไปยังตุ้มถ่วงที่ปลายอีกด้านทั้งๆ ที่ยังหลับอยู่!

หากใครเคยฝันว่าตกจากที่สูง (และบางครั้งสะดุ้งตื่นพร้อมกับอาการร่างกายกระตุกอย่างรุนแรง) มีทฤษฎีหนึ่งวิเคราะห์ไว้ว่าเป็นเพราะเราเครียดกับเหตุการณ์บางอย่างในชีวิตจริงที่เราควบคุมไม่ได้ หรือไม่เป็นไปอย่างที่เราต้องการค่ะ และสาวน้อยรายนี้ก็กำลังจะได้สัมผัสประสบการณณ์ตกจากที่สูงทั้งในความฝัน และในชีวิตจริงด้วย เจ้าหน้าที่ดับเพลิงไม่กล้าตะโกนปลุกเธอ เพราะกลัวว่าเธอจะตกใจตื่นและพลั้งตกลงไป เขาจึงจำเป็นต้องถือวิสาสะค้นหามือถือจากตัวเธอ แล้วใช้มันโทรหาพ่อและแม่ของเด็กหญิง เพื่อให้ทั้งคู่โทรกลับมาปลุกให้เธอตื่นอย่างเป็นธรรมชาติและนุ่มนวลที่สุด สุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็สามารถนำตัวเธอลงมาถึงพื้นอย่างปลอดภัย งานนี้ต้องขอบคุณคนที่บังเอิญเดินผ่านมาพบ และความระมัดระวังรอบคอบของเจ้าหน้าที่คนนี้เลยล่ะค่ะ ไม่อย่างนั้นก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก :

  http://www.dailymail.co.uk
  http://www.dreamdictionary.org

#2 มีเซ็กส์กับคนแปลกหน้า

เรื่องนี้เป็นเรื่องของหญิงวัยกลางคนชาวออสเตรเลียคนหนึ่ง ที่มีอาการนอนละเมอแบบ....เอ่อ....สุดๆ ไปเลยล่ะค่ะ เรื่องของเรื่องเริ่มจากเธอและสามีตื่นมาพบถุงยางใช้แล้วทิ้งเกลื่อนไปทั่วบ้าน สร้างความงุนงงให้แก่ทั้งคู่เป็นเวลาหลายเดือนพอควร และแล้วความจริงก็กระจ่างเมื่อกลางดึกคืนหนึ่งสามีของเธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าภรรยาของเขาหายไปจากเตียง เขาจึงออกไปตามหาภรรยาทันที และไปพบเธอกำลังประกอบกิจกรรมอย่างว่าอยู่กับชายแปลกหน้าคนหนึ่งโดยที่เธอหลับปุ๋ยไม่รู้เรื่องรู้ราว พวกเขาถึงพบว่าเธอละเมอลุกจากเตียงขึ้นมากลางดึกและเดินออกจากบ้านไปคว้าชายแปลกหน้าที่ไหนไม่รู้มาเพื่อมีเซ็กส์ด้วย และถุงยางเจ้าปัญหานั่นก็ไม่ใช่ของใครที่ไหนแต่เป็นของใช้แล้วของภรรยาเขาเองนี่แหละ โอ้มายก็อด โชคดีที่สามีของเธอใจกว้างพอจะยอมรับเรื่องนี้และตัดสินใจพาภรรยาเข้ารับการรักษาอาการนอนละเมอดังกล่าว

เชื่อว่าสาเหตุของอาการนอนละเมอแบบ Sleep Sex ของหญิงรายนี้เกิดจากความผิดปกติของพฤติกรรมการนอนในช่วงการหลับแบบ REM หรือ REM Sleep Behavior Disorder (RBD) ความผิดปกติทางการนอนนี้ทำให้ร่างกายตอบสนองต่อความฝัน เช่นมีการเหวี่ยงแขน สะบัดขาไปมาตามระดับความเข้มข้นของความฝัน ซึ่งการนอนหลับในช่วง REM (Rapid Eye Movement) เป็นช่วงการหลับที่เรายังหลับไม่ลึก ยังมีการกรอกตาไปมาภายใต้เปลือกตาที่ปิดอยู่ เชื่อว่าเป็นช่วงการหลับที่สมองจะประมวลผลเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต และทำให้เกิดความฝัน ดังนั้นหญิงรายนี้จึงไม่ฝันอย่างเดียวเหมือนคนทั่วไปที่จะนอนนิ่งๆ แต่ความฝันนั้นบวกกับความผิดปกติที่ว่าพาร่างกายเธอให้แสดงพฤติกรรมอย่างที่เล่าไปออกมาด้วย แต่ได้ข่าวว่าเธอได้รับการรักษาจนหายจากการนอนละเมอที่ว่าแล้วล่ะค่ะ ซึ่งต้องขอแสดงความยินดีด้วยไม่อย่างนั้นชีวิตประจำวัน (และชีวิตคู่) คงจะวุ่นวายน่าดู และที่ถือว่าโชคดีมากเลยคือเธอมีสามีที่ใจกว้าง และน่ารักมากๆ รวมทั้งที่ผ่านมามีการใช้ถุงยางอนามัยมาตลอด ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดอะไรที่ร้ายแรงกว่าอาการนอนละเมอแบบสุดขั้วของเธอแล้วล่ะ (ฮา)

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มติมจาก :

  https://www.newscientist.com
  http://www.dmh.go.th
  http://www.babytrick.com

#3 เมาแล้วขับ ฉิ้งฉ่องบนถนน และมีเรื่องกับตำรวจ

เรื่องที่สามนี้มาเป็นแพ็คเกจ คอมโบเซ็ตค่ะ เป็นวีรกรรมการนอนละเมอสุดติ่งที่เกิดขึ้นในคืนเดียวเท่านั้น! เหตุเกิดขึ้นที่เดนเวอร์ เมืองหลวงของรัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา นางพยาบาลต้นเหตุของเรื่องเข้านอนหลังกินยานอนหลับไป แต่แล้วเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อเธอลุกจากเตียง ตรงไปยังห้องครัว กระดกไวน์ทีเดียวครึ่งขวด แล้วนึกครึ้มอยากจะออกไปขับรถกินลมชมวิวเสียหน่อย เรื่องมันคงไม่ถึงกับแปลกอะไรถ้าเพียงแค่เธอตื่นอยู่น่ะนะ ว่าแล้วสาวเจ้าก็ละเมอปีนขึ้นรถตัวเองในเสื้อนอนเพียงตัวเดียว แล้วขับรถออกไปท่ามกลางอากาศหนาว 20 องศา!! ก๋ากั่นซะไม่มีเลยเชียว สุดท้ายรถของเธอก็ไปพังอยู่กลางสี่แยก อาจจะเพราะแอลกอฮอลที่ดื่มไปแบบไม่รู้ตัวก่อนหน้า เจ้าหล่อนจึงลงมาจากรถแล้วใช้ถนนสาธารณะเป็นส้วมซะนี่ แน่นอนว่าเรื่องนี้ตำรวจไม่มีทางปล่อยไป เจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายตรงเข้ามาจับกุมเธอ ซึ่งเธอเองก็ขัดขืนแถมจู่โจมทำร้ายนายตำรวจทั้งสองเสียด้วย แต่นับว่ายังโชคดีที่โดนแค่ข้อหาขับรถโดยประมาทเท่านั้น ก็แหม ใครจะรู้ล่ะว่าอะไรบ้าๆ แบบนี้จะเกิดขึ้นหลังจากเธอเข้านอนไปแล้วน่ะ

#4 ขุนตัวเองจนอ้วน

เพื่อนๆ บางคนคงเคยผ่านจุดที่อ้วนจนตัวแตกกันมาแล้ว เมื่อถึงจุดที่รู้ตัวว่าจำเป็นต้องลดน้ำหนักเราก็มีวิธีในการคุมน้ำหนักที่ยั่งยืนคล้ายๆ กันคือลดปริมาณอาหารมื้อเย็น คุมแคลอรี่ไม่เกินปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน งดกินของหวานที่ทำให้อ้วน ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และสุขภาพดี แต่วิธีการดังกล่าวไม่สามารถใช้ได้กับ แอนนา ไรอัน เธอไม่สามารถไดเอทด้วยการควบคุมอาหารได้ อันที่จริงควรพูดว่าเธอไม่สามารถควบคุมเวลาเธอกินได้ต่างหาก เพราะเธอละเมอกินค่ะคุณ!!

เรื่องมีอยู่ว่าสาวแอนนาในวัย 20 ต้นๆ น้ำหนักเธออยู่ที่ประมาณ 63 กิโลกรัม เธอจึงพยายามคุมอาหาร รวมทั้งออกกำลังกาย 5 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่น้ำหนักเธอก็ไม่เพิ่มหรือลดลงเลย วันหนึ่งเมื่อเธอเริ่มรู้สึกเหนื่อยและคลื่นไส้เวลาตื่นนอนในตอนเช้า เธอจึงคิดว่าต้องมีอะไรผิดปกติกับร่างกายแน่ๆ เธอไปพบแพทย์แต่แพทย์ที่รักษาเธอในตอนนั้นไม่สามารถหาสาเหตุของอาการเหล่านั้นได้เลย ในวัย 20 ปลายๆ น้ำหนักก็เพิ่มขึ้นมาแตะ 88 กิโลกรัม เธอจึงตัดใจคิดว่าคงเกิดมารูปร่างใหญ่ตามธรรมชาตินั่นเอง แต่น้ำหนักเธอไม่หยุดแค่นั้น มันยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เธอพยายามทานแต่อาหารแคลอรี่ต่ำ อาหารชีวจิตเพื่อสุขภาพในปริมาณไม่เกิน 1,200 กิโลแคลอรี่ต่อวัน (และแน่นอนว่าไม่มีใครเชื่อที่เธอบอกสักคน) และแล้วความจริงก็ปรากฏในเช้าวันหนึ่ง แอนนาตื่นขึ้นมาและพบเศษขนมปังเลอะใบหน้าและบนเตียงของเธอเอง เธอจึงสันนิษฐานได้ทันทีเลยว่าเธอละเมอไปกินอาหารในห้องครัว และยิ่งตอกย้ำความจริงเข้าไปอีกเมื่อเธอได้เห็นภาพของเธอเองรื้อตู้เย็นและสวาปามขนมทั้งหลายในตู้เย็นไม่ว่าจะเป็นของชอบ หรือไม่ชอบทั้งๆ ที่ยังหลับจากกล้องที่ตั้งเอาไว้เพื่อเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของเธอ แพทย์วินิจฉัยว่านี่คืออาการของโรค Sleep Related Eating Disorder (SRED) หรือ พฤติกรรมการกินผิดปกติอันเกี่ยวเนื่องกับการนอนหลับ แต่กว่าจะถึงจุดที่เธอรู้สาเหตุแม้ว่าจะโล่งอกแต่มันก็แทบจะสายไปแล้ว แอนนาในวัย 42 ปี น้ำหนักของเธอขึ้นมาถึง 120 กิโลกรัม และต้องทนทรมานกับโรคเบาหวาน และความดันจากการกระทำที่เธอไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับมันในหัวแม้แต่น้อย

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก :

  http://www.dailymail.co.uk

#5 กระโดดออกนอกหน้าต่าง

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ประเทศเยอรมันค่ะ ชายหนุ่มวัย 17 ปีเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในอพาร์ทเม้นต์แห่งหนึ่งตั้งอยู่ในเมืองทางตะวันออกของเดมเมนกับน้องสาวของเขา และพ่อหนุ่มคนนี้ก็สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้คนในละแวกนั้นในคืนวันอาทิตย์คืนหนึ่ง โดยการลุกจากเตียงมาปีนหน้าต่างห้องของตัวเองและร่วงลงมาจากชั้น 4 ของอพาร์ทเม้นต์ ซึ่งก็สูงประมาณ 10 เมตรเลยทีเดียว! งานนี้ไม่ตายก็เจ็บหนักแน่ๆ ค่ะ ชาวบ้านแถวนั้นรีบออกมาดูเหตุการณ์ก็พบร่างชายวัยรุ่นนอนกองอยู่กับพื้น แต่โชคดีที่เขายังมีชีวิตอยู่ แถมดูเหมือนว่านอกจากกระดูกแขนและขาที่หักแล้ว เขาจะไม่เป็นอะไรมากนัก เพราะตาคนนี้ยังหลับต่อได้หน้าตาเฉย เมื่อตำรวจมาถึงก็ทำการสอบสวนน้องสาวของตัวต้นเหตุ เธอเผยว่าพี่ชายของเธอมักจะนอนละเมอเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่ได้เมาจนเพี้ยนหรือเสพยาจนคลุ้มคลั่งแต่อย่างใด แต่ก็เล่นเอาชาวบ้านแตกตื่นกันไปหมดเลยนะจ๊ะพ่อคุณ (ฮา)

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก :

  http://news.asiantown.net

#6 ออกอัลบั้ม

บางคนอาจจะเคยได้ยินชื่อนักประพันธ์เพลงชาวอเมริกัน "ดิออน แมคเกรเกอร์" ผ่านหูมาบ้าง เขาคือเจ้าของบทเพลง "Where Is The Wonder" ที่ขับร้องโดย บาร์บรา สไตรแซนด์ นั่นเองค่ะ แต่นอกจากเพลงนี้เขาก็ไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จในอาชีพเขาเท่าไรนัก และการนอนละเมอแบบสุดขั้วของเราเรื่องที่ 6 ก็คือเรื่องของเขาคนนี้นี่เองค่ะ แล้วเขาเกี่ยวข้องกับเรื่องราวการนอนละเมออย่างไรนะ? เกี่ยวสุดๆ เลยค่ะคุณ เพราะเขาคนนี้เคยทำอัลบั้มจากอาการนอนละเมอของตัวเองมาแล้ว! แต่ไม่ใช่ว่าเขาลุกขึ้นมาอัดเสียง บันทึกเพลงเองหรอกนะคะ แมคเกรเกอร์นั้นมีอาการละเมอพูดเวลานอน แต่เขาไม่ได้ละเมอพึมพำงึมงำฟังไม่ได้ศัพท์แบบคนปกติ เขาละเมอเล่าความฝันของตัวเองออกมาในลักษณะที่คล้ายกับบทสนทนาค่ะ(และส่วนมากเป็นฝันแปลกๆ น่ากลัวๆ ซะด้วย) แถมเล่าแบบชัดถ้อยชัดคำอีกต่างหาก เมื่อเพื่อนที่แชร์ห้องพักกับเขาได้ยินเข้าถึงกับต้องอัดเสียงเก็บเอาไว้ แล้วทั้งคู่ก็นำเทปบันทึกเสียงนั้นมาออกอัลบั้มทั้งๆ อย่างนั้น โดยใช้ชื่อว่า "The Dream World Of Dion McGregor (He Talks In His Sleep)" (โลกความฝันของดิออน แมคเกรเกอร์) ไม่พอยังมีหนังสือในชื่อเดียวกันออกมาอีกด้วยค่ะ ความจริงเขาออาจจะเกิดมาเพื่อเป็นนักเล่าเรื่องมากกว่านักแต่งเพลงก็เป็นได้นะ

หากนึกภาพตามไม่ออกว่าเขาละเมอได้สุดยอดขนาดไหนมาลองฟังอัลบั้มแห่งความฝันของเขากันได้ค่ะ

แหล่ง: https://www.youtube.com

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก :

  http://www.bbc.com
  https://en.wikipedia.org

#7 ฆ่าคน

สำหรับมนุษย์การตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่แล้วมีคนมาบอกว่าเราได้ทำอะไรบางอย่างที่ร้ายแรงมากๆ ลงไปโดยที่เราจำอะไรไม่ได้เลย ทีแรกเราอาจจะคิดว่าเป็นการล้อกันเล่น แต่ถ้าหากเหตุการณ์นั้นมันเกิดขึ้นจริงๆ คงเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวมากอย่างหนึ่งสำหรับมนุษย์ เมื่อเรารู้ในวินาทีนั้นว่า เราอาจจะไม่ได้รู้จักตัวเราเองจริงๆ หรือแม้แต่ร่างกายของเรา เราก็ไม่อาจควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ เสมือนมีใครอีกคนที่รอจะยึดร่างกายนี้ไปใช้เป็นของตัวเองในยามที่เราเข้าสู่ห้วงนิทรา

เคนเนธ พาร์คส ก็คงเป็น 1 ในคนเหล่านั้น เมื่อเขาตกเป็นผู้ร้ายฆ่าแม่ยาย และพยายามฆ่าพ่อตาของตนเอง เคนเนธจำเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้แม้แต่น้อย สิ่งที่เขาจำได้มีเพียงแค่ครอบครัวของเขาประสบวิกฤติการเงินจากหนี้พนันที่เขาก่อ เขาถูกไล่ออกจากงานเพราะถูกจับได้ว่ายักยอกเงิน แถมยังต้องไปเข้าคอร์สบำบัดอาการเสพติดการพนัน เขาคิดจะไปสารภาพทุกอย่างกับยายของเขาในวันเสาร์ที่จะถึง และต่อด้วยพ่อตาและแม่ยายในวันถัดไป

เช้าตรู่วันเสาร์เขาลุกจากเตียง และขับรถออกจากบ้าน แต่ไม่ได้ไปหายายของเขาเอง เขาขับรถเป็นระยะทางรวม 23 กิโลเมตรไปยังบ้านพ่อตาแม่ยายของเขา บุกรุกเข้าไปจู่โจมทำร้ายพ่อตา และใช้มีดแทงแม่ยายจนเธอเสียชีวิต จากนั้นเขาขับรถไปยังสถานีตำรวจขอความช่วยเหลือด้วยความสับสน

"ผมว่า...ผมฆ่าคนตาย...มือผม" - เคนเนธ พาร์คส

และทั้งหมดที่เขาทำลงไปนั้น เขายังไม่ตื่นจากการหลับไหลที่แสนยาวนาน...

เคนเนธอ้างเพียงว่าเขาหลับขณะกระทำการอันโหดเหี้ยมกับแม่ยายที่เขาเคารพรัก เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องส่งตัวเขาไปรับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งในทีแรกไม่มีใครเชื่อคำแก้ตัวของเขาลง ทุกคนกังขาสงสัย จนกระทั่งหลังการสอบสวน ตรวจร่างกาย จิตใจ และสมองเคนเนธอย่างละเอียด ผลการตรวจและทดสอบออกมาตรงกับคำให้การของเขาทุกประการ เขาไม่ได้มีปัญหาทางจิต แต่ผลตรวจด้านพฤติกรรมการนอนหลับของเขามีค่าความผิดปกติสูงมาก และไม่มีทางที่เขาจะสามารถโกหกการตรวจคลื่นสมองได้เด็ดขาด สุดท้ายศาลตัดสินว่าเคนเนธเป็นบุคคลวิกลจริตและไม่ต้องรับโทษแต่อย่างใด

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก :

  http://mentalfloss.com
  https://en.wikipedia.org

เรื่องราวทั้ง 7 เรื่องเป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆ ของเหตุการณ์แปลกๆ ที่เกิดจากการนอนละเมอทั่วโลกเท่านั้น ต้องบอกว่าประมาทไม่ได้เลยทีเดียวนะคะ หากใครมีคนใกล้ตัวที่นอนละเมอถึงขั้นลุกจากเตียงเดินไปไหนต่อไหนล่ะก็ควรจะพาไปรับการรักษาอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ไม่อย่างนั้นเหตุการณ์ไม่คาดฝันอาจจะเกิดขึ้นกับคนที่คุณรักก็ได้ใครจะรู้...

Credit :

  http://www.cracked.com

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 0e94b3b7 6e70 4aa1 b3ba c72b77110810

Dream Drop