Solotraveler 2561/05/15 10:10
Thumb lg 3643b063 b506 4294 b02b b92b2df31d79

จัดทริปญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ง่ายนิดเดียว ใครๆ ก็ทำได้ไม่ต้องง้อทัวร์

6125 Spice

ข้อดีของการไปเที่ยวคนเดียวคือเราจะสัมผัสอิสระได้อย่างเต็มที่ มีเวลาเหลือเฟือ ดังนั้นเราจึงควรรู้สิ่งที่ควรรู้ถ้าคิดจะท่องเที่ยวต่างประเทศด้วยตัวเอง

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง japan ญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น ค่าใช้จ่ายในญี่ปุ่น ข้อควรรู้ก่อนไปญี่ปุ่น japan travel

ญี่ปุ่น เป็นประเทศในฝัน ประเทศยอดฮิตของนักท่องเที่ยวมานานแสนนานแล้ว และปัจจุบันนี้ก็ยังคงฮิตอยู่เช่นเคย หลายคนอุ่นใจถ้าไปกับทัวร์ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะชอบไปกับทัวร์หรอกนร้า สำหรับเรา เราเป็นหนึ่งที่ค่อนข้าง ไม่ชอบไปกับทัวร์มากๆ แต่เพื่อนดันชอบ แล้วไง สุดท้ายทริปเที่ยวส่วนใหญ่เลยเลือกไปคนเดียว บางครั้งก็ขอเซย์เยสไปกับคนที่มีไลฟ์สไตล์คล้ายกัน คือ ไม่เอาทัวร์ ดังนั้น การที่เราไม่ไปกับทัวร์นั้น เราจำเป็นต้องทำการบ้านให้หนัก ให้เยอะมาก เพื่อที่เราจะได้สามารถดูแลตัวเองของเราให้รอดปลอดภัยตลอดทั้งทริป

เปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่างไปกับบริษัททัวร์และไปเอง

1. การวางแผน
"การไปเที่ยวเอง"
- ต้องค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต วางแผนการเที่ยวเอง และนี้คือหัวใจของการท่องเที่ยวที่แท้จริง เราควรรู้เรื่องความเป็นมา หรือประวัติศาสตร์ของไว้บ้าง การรู้ด้วยตัวเองจะทำให้จดจำข้อมูลนั้นได้อย่างแม่นยำ
"การไปกับทัวร์"
- ไม่จำเป็นต้องวางแผนอะไร จ่ายตังส์แล้วแพ็คกระเป๋ารอเลย ไม่ต้องวุ่นวาย สะดวก และใช่ในทัวร์ต้องมีไกด์ที่ต้องอธิบายอยู่แล้ว แต่ไม่มีใครรับรองได้ว่าเมื่อถึงเวลาท่องเที่ยวนั้น เราจะตั้งใจฟังไกด์พูดอย่างจริงจังจนสามารถเก็บข้อมูลได้ครบ (ยกเว้นจะจัดบันทึกตามที่ไกด์พูด)

2. ค่าใช้จ่าย
"ไปเที่ยวเอง"
- จ่ายน้อยกว่า ยิ่งถ้าคนไปด้วยเยอะหารกันตามค่าใช้จ่ายจริง ไม่มีชาร์ตคูณ2 คูณ 3 ยกตัวอย่าง โปรแกรมทัวร์เลห์ ลาดัก ไปจริงใช้แค่ 25,000บาท (แบบพอดีตัว ไม่เน้นหรูหราฟรู่ฟร่า) ราคาทัวร์ 45,000 - 50,000 บาท หรือ 15,000 ยังไม่รวมนู้นนี้นั่น
"ไปกับทัวร์"
- ไปน้อยจ่ายแพง ไปกลุ่มจ่ายถูก แต่ก็ยังต้องเสี่ยงถูกโดนชาร์ตค่าบริการต่างๆคูณ2เข้าไปอีก หรือ ทัวร์ถูก แต่บังคับต้องซื้อของ ถ้าไปถึงไม่ซื้อเก็บเงินเพิ่มกี่บาทก็ว่าไป ยกตัวอย่างทัวร์มาเก๊า 3 วัน 4000บาท หากไม่ซื้อของคิดเงินเพิ่ม .... หยวน (จำไม่ได้แล้ว) ซึ่งคิดเป็นเงินไทยคือ 1000 บาท

3. ด้านบริการและเวลา
"ไปเที่ยวเอง"
- ไม่ต้องรอใคร ไปไหนก็ได้ จะมูฟไปไหนตอนไหนก็ได้ทันที อิสระได้เต็มที มีเวลาไม่จำกัด หาข้อมูลสถานที่เที่ยวเอง ถามทางคนท้องถิ่นเอง สนุกกับการผจญภัยด้วยตัวเอง ชีวิตเรียลๆ บริการตัวเอง ลุ้นกับรีเซฟชั่นไว้ว่าจะเป็นในโรงแรม โอสเทล ร้านอาหาร ที่เราค้นหาด้วยตัวเอง
"ไปกับทัวร์"
- ด้านบริการไม่ต้องห่วง ส่วนใหญ่ดีเยี่ยม มีไกด์คอยแนะนำสถานที่เที่ยว มีคนนำทาง มีล่ามให้เราคุยกับชาวต่างชาติได้ แต่ต้องรอลูกทัวร์คนอื่น ทั้งๆที่เลยเวลาโปรแกรมทัวร์มาแล้วในบางครั้ง และถึงแม้ว่าจะเดินเที่ยวเสร็จแล้วก็ต้องรอเวลาตามโปรแกรมทัวร์จึงจะสามารถไปต่อได้

4. การแก้ปัญหา
"ไปเที่ยวเอง"
- ถ้าเจอปัญหา สมองคุณล้วนๆคร้า แก้เองนะคร้า แต่ลุ้นดีออก สนุกนร้า แถมยังฝึกให้เราเป็นคนกล้าตัดสินใจ มีวุฒิความเป็นผู้นำไปในตัว และยังแกร่งขึ้นทุกครั้งที่เจอปัญหาด้วย
"ไปกับทัวร์"
- เมื่อมีปัญหาไกด์จะแก้ปัญหาให้เรา ไม่ต้องกังวล ต้องคิดอะไรให้ปวดหัวเลยจ้า

ข้อควรรู้เบื้องต้น (ควรจะรู้มากๆ)

1. บนรถไฟ ห้ามคุยโทรศัพท์ สามารถทานอาหารได้ และตรงที่นั่งคนชราและผู้พิการ ต้องปิดมือถือด้วย เพราะอาจเป็นอันตรายต่อหัวใจ
2. เส้น ๆ บนพื้นตรงที่รอคิวรถไฟ เป็นการแบ่งแยกว่าเราจะขึ้นรถด่วน หรือรถธรรมดา ซึ่งหลายสายที่มีบริการทั้งสองแบบ จะได้ไม่งงเวลาต่อแถว
3. บันไดเลื่อนปกติชิดซ้าย แต่ที่คันไซชิดขวา อย่ายืนผิดล่ะ
4. ไม่ควรถ่ายรูปผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต คนญี่ปุ่นอาจจะไม่ได้รู้สึกชอบถ่ายรูปเหมือนคนอินเดีย ดังนั้นควรขออนุญาตก่อนเน้อ
5. ลงแช่น้ำพุร้อนต้องแก้ผ้า และต้องทำความสะอาดตัวก่อนทุกครั้ง
6. ถ้าเห็นพนักงานที่คอยดันผู้โดยสารตอนขึ้นรถ อย่าตกใจเพราะเขาจัดเตรียมเอาไว้ดันคนจริง ๆ
7. ไม่ควรแต่งหน้าบนรถไฟ สิ่งนั้นถือเป็นเรื่องเสียมารยาท
8. ก่อนทิ้งขยะ ต้องเช็คประเภทและแยกให้ถูกต้อง
9. รถเมล์จอดทุกป้าย ไม่ต้องออกไปยืนโบก
10. อย่าเด็ด ซากุระ หรือดอกไม้ต่าง ๆ เด็ดขาด

11. ถ้าเข้าร้านสะดวกซื้อ เวลาจ่ายเงิน ให้วางเงินในถาดเสมอ
12. ชุดกิโมโน ยูกาตะ สวมซ้ายทับขวาเสมอ ขวาทับซ้ายสำหรับศพนะคร้ายูววว
13. สำหรับคนที่ติดการสูบบุหรี่ มองหาสถานที่ ที่สำหรับอนุญาตให้สูงเด้อ อย่าไปสูบสุ่มสี่สุ่มห้าในพื้นที่สาธารณะนะคะ
14. ที่นี่ไม่มีวัฒนธรรมการให้ทิป (ดีจัง)
15. ควรนั่งทานอาหารให้เป็นที่เป็นทาง เพราะโดยปกติคนญี่ปุ่นจะไม่เดินไปทานไป
16. การโค้งกันไปโค้งกันมายามทักทาย คือเรื่องปกติของชาวญี่ปุ่น
17. สำหรับเวลามาตรฐานของประเทศญี่ปุ่น คือ UTC+9 ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง

เราต้องรู้ก่อนว่า จะไปที่ไหนในญี่ปุ่น และสถานที่ที่สวยๆ อยู่ที่ไหนบ้าง

ญี่ปุ่น เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกในมหาสมุทรแปซิฟิก มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า 日本国 [Nihon-koku] ซึ่งมีความหมายว่า “ดินแดนต้นกำเนิดพระอาทิตย์” หรือ “ดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย” สัญลักษณ์ที่สำคัญของญี่ปุ่น นอกจากพระอาทิตย์ซึ่งเป็นวงกลมสีแดงที่อยู่ในธงชาติแล้ว ก็ยังมีภูเขาไฟฟูจิซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุด และดอกซากุระซึ่งจะบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิและเป็นช่วงที่มีผู้คนมาชมความงามเป็นจำนวนมากทั้งชาวญี่ปุ่นเองและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

ถ้ายังไม่รู้จะไปไหนดี มาดูนี้ก่อน เรามี 10 เมืองฮิต ที่สวยฮิตติดเทรนตลอดปี

1. โตเกียว

เมืองหลวงในปัจจุบันของประเทศญี่ปุ่น เป็นศูนย์กลางแห่งความเจริญและสะดวกสบาย โดยเฉพาะด้านขนส่งสาธารณะ

2. เกียวโต

อดีตเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นจึงการันตีความน่าสนใจในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์

3. ซัปโปโร (แนะนำให้ไปในฤดูหนาว สวยมาก)

เป็นเมืองที่ผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นและความเป็นสากล โด่งดังเรื่องของเทศกาลหิมะ เบียร์ ราเมน มีชื่อเสียงจากการเป็นโลเคชั่นหลักของภาพยนต์ไทย แฟนเดย์…แฟนกันแค่วันเดียว

4. โอซาก้า

ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจอันดับที่สองของญี่ปุ่น ถ้าชอบความคึกคักก็ต้องไปที่นี้

5. โยโกฮาม่า

เมืองท่าขนาดใหญ่ริมฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก มีความเก่าแก่ และความโดดเด่นก็คือวิวอ่าวริมทะเลตอนกลางคืนที่สวยงาม เป็นเมืองที่มีกิจกรรมการท่องเที่ยวมากมาย ทั้ง พิพิธภัณฑ์ เที่ยวช้อปปิ้ง ชมสวน ชิมของอร่อย ชมวิว และ ออนเซ็น

6. นารา

เมืองที่เปี่ยมไปด้วยเรื่องราวและความทรงจำแห่งประวัติศาสตร์มากมาย รวบรวมเสน่ห์ของสถาปัตยกรรม ธรรมชาติ ศาสนา และความน่ารักสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ของกวางน้อยแสนซน

7. นาฮะ

เมืองหลวงของจังหวัดโอกินาว่า ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะ ปัจจุบันนี้ มาแรงมากสำหรับคนไทย ไปซะเดี๋ยวคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง

8. ฮิโรชิม่า

เป็นเมืองหนึ่งบนเกาะฮอนชูที่มีความเจริญรุ่งเรือง มีลักษณะเป็นอ่าว

9. ฟุกุโอกะ

เมืองที่ใหญ่ของภูมิภาคคิวชูที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น เป็นเมืองท่าที่สำคัญของญี่ปุ่นมายาวนานหลายร้อยปี เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารทะเล ใครรักการกินก็ไปที่นี้เลยนร้า

10. โกเบ

อีกหนึ่งเมืองท่ามีบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ มีทั้งสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมที่ผสมผสานความเป็นตะวันตกและญี่ปุ่นเอาไว้ด้วยอย่างกลมกลืน นอกจากนี้โกเบยังมีดีเรื่องอาหาร การันตีด้วยเนื้อโกเบสุดขึ้นชื่อ ที่อร่อยสมคำร่ำลือและไม่ควรพลาด

ฤดูกาลของญี่ปุ่น

- ฤดูใบไม้ผลิ (Spring) มีนาคม – พฤษภาคม (อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 13-25 องศา)
- ฤดูร้อน (Summer) มิถุนายน – สิงหาคม (อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 30-35 องศา)
- ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) กันยายน – พฤศจิกายน (อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 22-27 องศา)
- ฤดูหนาว (Winter) ธันวาคม – กุมภาพันธ์ (อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 5-7 องศา)

แนะนำ 5 เว็ปไซต์ที่คนนิยมใช้จองที่พักออนไลน์

1. เว็ป Booking >> www.booking.com

2. trivago >> www.trivago.co.th

3. traveloka >> www.traveloka.com

4. Agoda >> www.agoda.com

5. Expedia >> www.expedia.co.th/Hotels

แนะนำสายการบิน

1. All Nippon Airways [ANA] สายการบินห้าดาวระดับสุดยอดของญี่ปุ่น
ประเภทสายการบิน : Full Service
ค่าธรรมเนียมสัมภาระเช็คอิน : ฟรีสูงสุด 2 ใบ ใบละ 23 กิโลกรัม
อาหารและเครื่องดื่ม :1 มื้อ พร้อมของว่างและเครื่องดื่ม/เที่ยวบิน
การพักเปลี่ยนเครื่อง : มีทั้งเที่ยวบินบินตรง และเที่ยวบินที่ต้องพักเปลี่ยนเครื่อง

2. Thai Airways [การบินไทย] เครื่องลำใหญ่ นั่งสบาย
ประเภทสายการบิน : Full Service
ค่าธรรมเนียมสัมภาระเช็คอิน : ฟรี 30 กิโลกรัม
อาหารและเครื่องดื่ม : 1 มื้อ พร้อมของว่างและเครื่องดื่ม/เที่ยวบิน
การพักเปลี่ยนเครื่อง : บินตรง ไม่มีการพักเปลี่ยนเครื่อง

3. Airasia และ Airasia X (แอร์เอเชียและแอร์เอเชียเอ็กซ์) งบจำกัด แนะนำสายนี้
ประเภทสายการบิน : Low Cost
ค่าธรรมเนียมสัมภาระเช็คอิน : เริ่มต้น 1,000 บาท
อาหารและเครื่องดื่ม :เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
การพักเปลี่ยนเครื่อง : มีทั้งเที่ยวบินบินตรง และเที่ยวบินที่ต้องพักเปลี่ยนเครื่อง

4. Scoot (สกู๊ต) อีกหนึ่งสายการบินที่คนค่อนข้างนิยม
ประเภทสายการบิน : Low Cost
ค่าธรรมเนียมสัมภาระเช็คอิน : เริ่มต้น 1,000 บาท
อาหารและเครื่องดื่ม :เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
การพักเปลี่ยนเครื่อง : มีทั้งเที่ยวบินบินตรง และเที่ยวบินที่ต้องพักเปลี่ยนเครื่อง

5. Peach (พีช) ประมาณเดือนสองเดือนก่อนมีโปรโมชั่นลดราคาฉลองครบรอบกี่ปีไม่รู้ของPeach (จำไม่ได้แล้ว) แต่ลดชนิดที่แบบใจหายใจคว่ำมากๆ (และกดจองไม่ทันด้วยทุกคนไว้มาก เทพจริงๆ)
ประเภทสายการบิน : Low Cost
ค่าธรรมเนียมสัมภาระเช็คอิน : เริ่มต้น 980 บาท
อาหารและเครื่องดื่ม :เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
การพักเปลี่ยนเครื่อง : บินตรง ไม่มีการพักเปลี่ยนเครื่อง

ประมาณการคำนวณค่าตั๋วเครื่องบินจากเว็ป skyscanner โดยเลือกเป็นเดือนที่ถูกที่สุด

7 อาหารญี่ปุ่น ที่เมื่อไปญี่ปุ่นแล้ว ต้องไม่พลาด

1. เทมปุระ (Tempura)

2. ราเมง (Ramen)

3. ยากินิคุ (Yakiniku)

4. ข้าวหน้าปลาไหล (Unaju)

5. ซูชิและซาชิมิ (Sushi & Sashimi)

6. นาเบะ (หม้อไฟ)

7. Yaki Manjuu (แป้งซาลาเปาย่างลาดซอสยากิ)

วันนี้ก็นำข้อมูลเเน่นเอี๊ยดมาให้เพื่อนได้ศึกษา หาข้อมูล เตรียมความพร้อมเพื่อลุยญี่ปุ่นโดยไม่ต้องพึ่งทัวร์กัน สำหรับเพื่อนๆที่เดินทางออกต่างประเทศครั้งแรก ไม่ต้องตื่นเต้นคะ หลายๆอย่างไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เราคิด ทุกอย่างอยู่ที่สติ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สติสำคัญที่สุด ใครที่กำลังวางแผนจะไปก็ขอให้เที่ยวให้สนุก เดินทางปลอดภัยด้วยนะคะ สวัสดีคร้า

เพื่อนเคยไปญี่ปุ่นกันยังคะ

Preload

Author

Thumb lg c827d89d 946a 4f09 ba05 7c4463a11be8

Solotraveler

สวัสดีเราเป็นนักเดินทางเดี่ยว เป็นบล็อกเกอร์ เป็นช่างภาพ 555+ เป็นทุกอย่างที่ "ใจรักจะเป็น" สามารถติดตามเรื่องราวการเดินทางของได้ที่ เพจ แบกกล้องชิวเที่ยวคนเดียว นะคร้า

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!