galaxy_y 2561/09/01 11:53
Thumb lg 56961a53 e76f 497a 8da5 fe0f913b04af

How to เปลี่ยนเป็น "คนคิดบวก" ใครๆก็อยากอยู่ใกล้ ♡

4748 Spice

มาเปลี่ยนตัวเองเป็นสาวคิดบวกกันเถอะ!

ความคิด การใช้ชีวิต ความสุข ไลฟ์สไตล์ how to แรงบันดาลใจ

สวัสดีค่ะสาวๆ spicee ที่น่ารักทุกคน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสังคมโลกยุคปัจจุบันนี้มีเรื่องราวมากมายที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเราเป็นอย่างมาก ทั้งการเรียน การทำงาน ความรัก การใช้ชีวิตประจำวันแม้กระทั่งฝนตก รถติด หลายๆเรื่องราวที่ทำให้จิตใจของเราย่ำแย่ อารมณ์แปรปรวน ทัศนคติเป็นไปในทางลบมากขึ้น เฮ้อ! คิดแล้วมันช่างห่อเหี่ยวจิตใจซะเหลือเกิน แต่อย่าเพิ่งท้อแท้ไปค่ะ วันนี้ Spicee มี How to เปลี่ยนเป็น "คนคิดบวก" ใครๆก็อยากอยู่ใกล้ มาฝากค่ะ การเป็นสาวคิดบวกนอกจากจะทำให้เรามีความสุขกับการใช้ชีวิตแล้ว ยังส่งผลต่อคนรอบข้างให้พลอยมีความสุขไปกับเราด้วย ต่อให้เจอเรื่องแย่แค่ไหนก็ไม่หวั่น ยิ้มสู้ สดใสไปกับทุกวันได้มาก มาดูกันเถ๊อะ

#1. มีความรัก

ความรักเป็นสิ่งสวยงามที่สามารถเปลี่ยนฟ้าหม่นๆให้กลายเป็นสีชมพูสดใสขึ้นมาได้ หากพบว่าตอนนี้เรากำลังไร้ชีวิตชีวาอะไรๆก็ช่างห่อเหี่ยวไร้แรงบันดาลใจ “ความรัก” คือคำตอบค่ะ ไม่ใช่เพียงแต่ความรักในรูปแบบแฟนเท่านั้นนะคะ ไม่ใช่ว่าเราไม่มีแฟนจะมีความรักไม่ได้สักหน่อย รักตัวเองคือจุดเริ่มต้นค่ะ เริ่มจากรักตัวเองให้ได้ก่อน รักตัวเองให้มากๆ การที่เรารักตัวเองจะทำให้เราสรรหาแต่สิ่งดีๆให้ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ ความคิด หรือการทำอะไรดีๆเพื่อตัวเอง ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ จากนั้นก็แบ่งปันความรักไปยังคนรอบข้าง ครอบครัว เพื่อน และคนอื่นๆ ทำสิ่งดีๆเพื่อคนอื่น ยิ้มให้คนอื่น แบ่งปันสิ่งดีๆไปยังคนรอบข้างๆ มีน้ำใจ รู้จักให้อภัย สิ่งเหล่านี้นี่แหละค่ะที่จะเปลี่ยนให้เราเป็นสาวคิดบวก และไม่ว่าใครก็อยากอยู่ใกล้คนที่มีความรักดีๆมอบให้กับทุกคนทั้งนั้น

#2. อ่านหนังสือสร้างแรงบันดาลใจ

ถ้าอยากเป็นสาวคิดบวก หนังสือประเภทสร้างแรงบันดาลใจช่วยเราได้ไม่น้อยเลยหละค่ะ ลองเดินเข้าร้านหนังสือ หยิบหนังสือเหล่านี้ขึ้นมาเปิดอ่านบ้าง ถ้าถูกใจก็ซื้อติดมือไปไว้สักเล่มสองเล่ม เนื้อหา ข้อคิด ในหนังสือเหล่านี้ที่ถูกกลั่นกรองจากเหล่านักเขียนที่มีแรงบันดาลใจอยู่เต็มเปี่ยมสามารถช่วยให้เรารู้สึกดีและมีแรงบันดาลใจที่จะคิดดี คิดบวกขึ้นมาได้ นอกจากนี้หนังสือเหล่านี้ยังช่วยเป็นเพื่อนคลายเหงาเวลาเดินทางหรือเวลาที่เรารู้สึกเบื่อๆ ไม่มีอะไรทำ การอ่านหนังสือเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์แถมยังได้พัฒนาตัวเองอีกด้วยและจะดียิ่งขึ้นหากเราแบ่งปันหนังสือที่อ่านไปยังคนรอบข้าง ให้คนอื่นได้รับแรงบันดาลใจเหมือนย่างที่เราได้รับ รับรองว่าจะมีแต่คนรักและอยากอยู่ใกล้เราแน่ๆ

#3. ออกเดินทาง

การเดินทางเป็นการสร้างแรงบันดาลใจและคนหามุมมองชีวิตใหม่ๆที่เราไม่เคยพบเจอ ลองหาโอกาสในการออกเดินทางไปท่องเที่ยวแทนที่จะหมกตัวอยู่แต่ในห้องในวันหยุดบ้าง จากเดิมที่เคยใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย หมกอยู่แต่กับความคิดเดิมๆ การเดินทางจะช่วยให้เราได้พบเจอผู้คนใหม่ๆ เรื่องราวใหม่ๆ ความคิด ทัศนคติเดิมๆที่เรามีจะสามารถเปลี่ยนไปได้จากการได้พบเจอสิ่งใหม่ๆตอนออกเดินทางค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการออกเดินทางคนเดียวหรือชวนเพื่อนชวนคนสนิทไปด้วยกัน ทุกรูปแบบการเดินทางสามารถสร้างแรงบันดาลใจและความคิดดีๆให้เกิดขึ้นได้ ลองดูนะคะ ออกไปยิ้ม ออกไปเผชิญกับโลกภายนอกบ้าง ไปเปิดใจกับผู้คนใหม่ๆ สถานที่ใหม่ๆ จากความคิดเดิมๆที่มันแย่ เราอาจจะค้นพบตัวตนของเราในอีกมุมที่มีแต่ความคิดดีๆ แรงบันดาลใจดีๆ ก็ได้นะ

#4. อย่าโทษตัวเองและอย่าโทษคนอื่น

ไม่มีความผิดพลาดใดที่ใครอยากให้เกิดขึ้น ยอมรับความผิดพลาดให้เป็นและอย่า! อย่าคิดหาคนผิดไม่ว่าคนนั้นจะเป็นตัวเองหรือคนอื่นก็ตาม เมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นแล้วไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการคิดหาวิธีแก้ปัญหาไม่ใช่หาคนผิดมากล่าวโทษซ้ำเติม คิดอยู่เสมอว่าความผิดพลาดสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเวลาและทุกคน ไม่มีใครอยากให้เกิดหรอกค่ะ สิ่งที่ต้องทำคือมีสติและใช้ความคิดแก้ปัญหา ใจเย็นๆ อย่าวู่วาม และจงระลึกไว้เสมอว่าปัญหาทุกอย่างมีทางออก ถ้าแก้ด้วยตัวเองไม่ได้ก็ปรึกษาขอความช่วยเหลือจากคนอื่นก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แค่เชื่อมั่นเอาไว้ว่าจะผ่านมันไปได้ ปัญหาบางอย่างต้องใช้สติ ปัญญาและเวลาค่ะ ถ้าเรามีสามสิ่งนี้อะไรก็ผ่านไปได้ เชื่อสิ

#5. มั่นใจในตัวเอง

สาวคิดบวกต้องมั่นใจและเชื่อมั่นในตัวเองค่ะ เชื่อมั่นว่าเราทำได้ การเชื่อมั่นในตัวเองเป็นแรงผลักดันที่ดีที่จะทำให้เราก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หวั่นกลัวต่ออุปสรรค ไม่ว่าสิ่งนั้นจะยากสักแค่ไหนต้องเชื่อว่าเรามีความสามารถมากพอ หรือถ้าไม่ก็ต้องเพิ่มความพยายามเข้าไปให้มาก ไม่มีอะไรง่าย คนอื่นทำได้เราก็ต้องทำได้ มองหาแรงบันดาลใจ มองหาต้นแบบแห่งความสำเร็จและคิดเอาไว้ว่าเราต้องทำแบบนั้นให้ได้ เราต้องเป็นแบบเขาให้ได้ ลองดูนะคะ ดึงความมั่นใจในตัวเองออกมา ยิ้มสู้และก้าวไปยังจุดหมายที่เราตั้งไว้ให้ได้

#6. คิดเอาไว้ว่าไม่มีใครเพอร์เฟค

อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นค่ะ คิดเอาไว้ว่าบนโลกใบนี้ไม่มีใครหรืออะไรที่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็น ทุกอย่างทุกคนล้วนมีข้อดีข้อด้อยของตัวเองเพียงแต่บางคนที่เรามองเห็นแต่ด้านดีๆของเขาอาจเป็นเพราะเขาเลือกที่จะแสดงแต่ด้านดีออกมาให้เราเห็นหรือเป็นเราเองที่เลือกมองแต่ด้านดีของเขา อย่าคิดว่าตัวเองด้อยกว่าคนอื่น หาข้อดีของตัวเองให้พบและนำมันออกมาใช้ ทำให้เป็นจุดเด่น ส่วนข้อด้อยในตัวเราก็ไม่ใช่ว่าจะปกปิดมันไม่ให้คนอื่นรู้เพียงแต่เราต้องพัฒนาปรับปรุงให้มันดีขึ้น ยอมรับในข้อดีและข้อเสียของทั้งตัวเองและผู้อื่น แค่นี้เราก็เป็นสาวคิดบวกที่มีแต่คนอยากอยู่ใกล้แล้ว

#7. ใจเย็นลงสักนิด

หากเราเป็นสาวใจร้อน ขี้หงุดหงิด ขี้วีน ขี้เหวี่ยง อะไรไม่ได้ดั่งใจก็โมโหวีนแหลกไม่แคร์ใครหน้าไหน แบบนี้ใครจะอยากอยู่ใกล้ล่ะค่ะ ทำใจให้เย็นลงสักนิด ทุกครั้งที่มีอะไรมาทำให้หงุดหงิดต้องตั้งสติก่อนค่ะ หยุด! ห้ามวีน ห้ามโวย ดึงสติก่อนเป็นอันดับแรก สูดหายใจเข้าลึกๆ ทำใจให้นิ่ง ลองมองเหตุผล คิดก่อนว่าที่เป็นแบบนี้มันมีเหตุผลอะไรไหม เพราะอะไรถึงไม่ได้ดั่งใจเรา ถ้าเกิดจากคนอื่นก็เอาใจเขามาใส่ใจเราค่ะ ถ้าเขาก็มีเหตุผลของเขา และเหตุผลนั้นเป็นเหตุผลที่ยอมรับได้หรือทุกคนยอมรับ ใจเย็นค่ะ เราต้องเข้าใจเหตุผลของคนอื่น ยิ้ม ยอมรับ แล้วใจเราจะเย็นลง ถ้าทำได้เราจะกลายเป็นสาวคิดบวกที่คนอื่นกล้าเข้าใกล้ขึ้นอีกเยอะ

#8. ผิดแผนบ้างก็ได้

การเป็นคนที่มีการวางแผนอยู่ตลอดเวลา ทำทุกอย่างตามแผนก็ถือเป็นเรื่องที่ดีค่ะ แต่การจะทำอะไรตามแผนเป๊ะๆโดยไม่มีการยืดหยุ่นเสียบ้างก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่ ในเมื่อในชีวิตนี้เราไม่สามารถคาดการณ์อะไรล่วงหน้าได้ทั้งหมด อาจจะมีสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นบ้างก็ทำใจยอมรับ รับมือและปรับเปลี่ยนแผนใหม่ไปตามสมควร ไม่ใช่จะหงุดหงิดโมโหซึ่งไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นสักนิด กลับกันมีแต่จะพาลทำให้จิตใจย่ำแย่ลงเปล่าๆ คิดไว้ว่าไม่มีอะไรได้ดั่งใจเราไปหมดเสียทุกอย่าง เราต้องยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ค่ะ

#9.เรื่องบางเรื่องก็ปล่อยผ่านมันบ้าง

อย่าคิดมากจุกจิกไปเสียทุกเรื่อง เรื่องบางเรื่องเรื่องเล็กๆน้อยๆที่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเรามากมายหรือเรื่องเล็กน้อยที่ไม่ได้ร้ายแรงอะไรก็ปล่อยผ่านมันไปบ้างเถอะค่ะ การเก็บทุกเรื่องมาคิดให้เปลืองพื้นที่ในสมองแทนที่จะได้มีพื้นที่มีเวลาคิดแต่เรื่องดีๆกลับต้องมาจมปลักอยู่กับเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้แย่เลยนะคะ ยิ่งทุกวันนี้โซเชียลมีเดียแพร่หลายมากยิ่งขึ้น การติดตามข่าวสารหรือการเข้าถึงชีวิตของคนอื่นทำได้ง่าย เรื่องเหล่านี้นี่แหละค่ะ ถ้าเราไม่รู้จักแยกแยะไม่รู้จักปล่อยผ่านมีแต่จะทำให้เรากลายเป็นคนคิดมากคิดเล็กคิดน้อยเอาได้ง่ายๆ ปล่อยวาง ปล่อยผ่านบ้างในบางเรื่องจะทำให้เรามีความสุขและยิ้มได้กว้างขึ้นนะคะ

เห็นมั้ยล่ะคะว่าการเปลี่ยนตัวเองเป็นคนคิดบวกนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยแค่ต้องปรับเปลี่ยนแนวความคิด เรียนรู้จากสิ่งต่างๆ ผู้คนรอบข้าง ทำความเข้าใจและใช้ความพยายามขึ้นอีกนิด ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของเราหรอกค่ะ มองหาคนที่เป็นต้นแบบของเราเอาไว้ คนที่มีความคิดดีๆ คนคิดบวกที่น่าเข้าใกล้ น่าพูดคุยแล้วนำมาปรับเปลี่ยนให้เข้ากับตัวเรา พาตัวเองเข้าไปอยู่ใกล้กับคนคิดบวกก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะทำให้เรากลายเป็นคนแบบนั้นได้ง่ายๆ อยู่กับคนแบบไหนก็เป็นคนแบบนั้น คำนี้ยังได้ใช้เสมอค่ะ เพราะคนเรามีพฤติกรรมลอกเลียนแบบและสามารถซึมซับพฤติกรรมหรือสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ถ้าอยากเป็นคนคิดบวกก็ต้องคบหากับคนคิดบวก นอกจากจะทำให้เรามีความคิดที่ดีแบบนั้นแล้วยังจะมีแต่ชวนกันทำเรื่องดีๆ มีแต่สิ่งดีๆ ชีวิตก็ดีขึ้นไปอีก มีแต่คนอยากคบหาสมาคมด้วย มันดีมากๆเลยหละ

สำรวจตัวเองซิ ตอนนี้เราเป็นสาวคิดบวกไหมนะ?

Preload

Author

Thumb lg 11d492e7 6e9c 473d 8b3b 8af3b2eb80bc

galaxy_y

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Hot boards


รวมผมสีน้ำตาลสวยๆ แบบซอฟๆ
I Woke Up Llike This Makeupღ