l2el3ecCa อัพเดทเมื่อ 09:30 12/05/2559
Thumb lg 20160601 headphones

10 สุดยอดหูฟังเสียงเทพ! ที่มีราคาแพงที่สุด!!

3674 Spice

ถ้านับเฉพาะหูฟัง Audiophile ที่ยังผลิตอยู่ รุ่นไหนจะแพงที่สุด! ไปดูกัน งานนี้ไม่ได้เน้นที่แพงเพราะฝังเพชรนะ แต่เน้นเฉพาะที่แพงด้วยคุณภาพด้วยเท่านั้น!

หูฟัง gadget

การฟังดนตรีนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ผ่อนคลายความเครียดได้ดีในทั้งยามว่าง และเวลางาน ซึ่ง Headphones หรือหูฟังแบบครอบหูนั้นเป็นอีกหนึ่ง Gadget ที่ขาดกันไม่ได้ แต่! บางอย่างนั้นเป็นมากกว่าคำว่ากิจกรรมผ่อนคลาย แถมยังเป็นของสะสมที่มีมูลค่ามหาศาลอีกด้วย ซึ่งสิ่งๆนั้นก็คือ Audiophile Headphones นั่นเอง

โดยวันนี้กระผมจะพาไปดูหูฟัง Audiophile ที่แพงที่สุดในโลกกัน ว่ามีแบรนด์ใด และรุ่นไหนบ้าง แต่ทั้งนี้ รุ่นที่หยิบยกมาทั้งหมดนั้นจะมีเฉพาะรุ่นที่ยังคงมีการผลิตอยู่เท่านั้นนะครับ เผื่อใครจะสนใจที่จะหาซื้อมาลองใช้ที่บ้านซักตัวบ้าง

10. Ultrasone Edition 10 (2,749 ดอลลาร์สหรัฐ)

ตอบสนองย่านความถี่ : 5 kHz - 45 kHz
ค่าความต้านทานหูฟัง : 32 Ohm
ค่าความไวต่อเสียง : 99 dB
น้ำหนัก : 282 กรัม
------------------------------------------------------------------------------------------------------
สำหรับเจ้าหูฟังตัวนี้ อาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ Amp ในการขับเสียง เพราะด้วยค่าความต้านทานที่ไม่สูงมากนัก และค่าความไวต่อเสียงอยู่ถึง 99 dB เลยทีเดียว โดยหูฟังตัวนี้อาจจะหนักไปในโทนแหลมซักนิดนึง แต่โดยภาพรวมเจ้านี่ก็ถือว่าโหดเพียงพอที่จะอยู่ในอันดับ 10 ได้อย่างสบายๆเลยหละ

9. HIFIMAN HE1000 (2,999 ดอลลาร์สหรัฐ)

ตอบสนองย่านความถี่ : 8 kHz - 65 kHz
ค่าความต้านทานหูฟัง : 35 Ohm
ค่าความไวต่อเสียง : 90 dB
น้ำหนัก : 480 กรัม
------------------------------------------------------------------------------------------------------
คล้ายคลึงกันกับตัวก่อนหน้า ที่มีค่าความต้านทานต่ำ แต่ค่าความไวเสียงที่น้อยกว่า และน้ำหนักที่มากกว่า แต่เจ้า HE1000 ตัวนี้เป็นอีกหนึ่งตัวที่สามารถโดดเด่นอยู่ในรุ่นตัว Top ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

8. Final Audio Design Sonorous VIII (3,280 ดอลลาร์สหรัฐ)

ตอบสนองย่านความถี่ : ไม่มีข้อมูล
ค่าความต้านทานหูฟัง : 16 Ohm
ค่าความไวต่อเสียง : 105 dB
น้ำหนัก : 490 กรัม
------------------------------------------------------------------------------------------------------
สำหรับโมเดลสุดล้ำตัวนี้เราอาจจะไม่คุ้นหน้าคุ้นตาเท่าไหร่นักกับ Final Audio ซึ่งตัวนี้ถือเป็นตัวรองท็อปสำหรับสาย Headphone ของแบรนด์นี้ ด้วยรูปทรงสุดล้ำทำให้เจ้าหูฟังตัวนี้เป็นอีกหนึ่งตัวที่ดูมีสไตล์ไม่แพ้ตัวอื่นๆ แต่ขอแอบบอกซักนิดนึง รีวิวความคุ้มค่าราคาของเจ้าตัวนี้อาจจะไม่ดีเท่าไหร่นัก

7. STAX SR-009 (4,450 ดอลลาร์สหรัฐ)

ตอบสนองย่านความถี่ : 5 kHz - 42 kHz
ค่าความต้านทานหูฟัง : 145k Ohm
ค่าความไวต่อเสียง : 118 dB
น้ำหนัก : 590 กรัม
------------------------------------------------------------------------------------------------------
STAX SR-009 เป็นหูฟังอีกหนึ่งตัวที่ใช้ไดรเวอร์ Electrostatic และเป็นแบรนด์จากญี่ปุ่นที่การันตีถึงคุณภาพ และตัวไดรเวอร์นี้ เป็นรูปแบบที่ใช้กันในกลุ่มหูฟัง High End ที่มีราคาสูง แน่นอนว่าตัวไดรเวอร์เฉยๆก็มีราคาแพงแล้ว

6. Audeze LCD-4 (3,995 ดอลลาร์สหรัฐ)

ตอบสนองย่านความถี่ : 5 kHz - 20 kHz แต่สามารถขยายได้ถึง 50 kHz
ค่าความต้านทานหูฟัง : 200 Ohm
ค่าความไวต่อเสียง : 130 dB ที่ 15 w
น้ำหนัก : ไม่ระบุ
------------------------------------------------------------------------------------------------------
แม้จะเป็นอีกหนึ่งตัวที่เจ๋งของค่ายนี้ แต่ไดรเวอร์ของหูฟังตัวนี้ยังคงเป็นแบบ Planar magnetic ซึ่งเป็นหูฟังรูปแบบทั่วๆไป ด้วยเสียงตอบรับที่ค่อนข้างไปในทางบวก ทำให้หูฟังตัวนี้ยังมีความคุ้มค่าราคาของตัวเองอยู่ครับ (แต่ก็ยังคงแพงหูฉี่อยู่ดี)

5. Abyss AB-1266 (4,494 ดอลลาร์สหรัฐ)

ตอบสนองย่านความถี่ : 5 kHz - 28 kHz
ค่าความต้านทานหูฟัง : 46 Ohm
ค่าความไวต่อเสียง : 85 dB/mw
น้ำหนัก : 620 กรัม
------------------------------------------------------------------------------------------------------
หูฟังตัวนี้หากดูเผินๆอาจจะรู้สึกว่าตัวค่อนข้างเล็ก แต่จริงๆไม่เล็กนะครับ! หูฟังตัวนี้ค่อนข้างใหญ่ และสวมใส่สบายพอสมควร ทั้งขนาดของไดรเวอร์ และความกว้างของตัวคาดหัวทำให้หูฟังตัวนี้อาจจะดูหลวมไปเลย และตัวหูฟังเองมาในโทนสีดำ ทำให้ดูดียิ่งขึ้นไปอีก แต่ต้องระวังซักนิดสำหรับก้านข้างบนที่อาจจะเสียหายได้ถ้าไม่ระวัง

4. Ultrasone Edition 5 limited edition (4,999 ดอลลาร์สหรัฐ)

ตอบสนองย่านความถี่ : 5 kHz - 46 kHz
ค่าความต้านทานหูฟัง : 32 Ohm
ค่าความไวต่อเสียง : 96 dB
น้ำหนัก : 280
------------------------------------------------------------------------------------------------------
สำหรับ Ultrasone เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่สามารถเป็นเครื่องยืนยันความยอดเยี่ยมได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นหนึ่งในหูฟังที่ใช้ทั้งในงาน Audio และเพื่อการฟังแบบ Audiophile แบบธรรมดา แต่ตามแบบฉบับหูฟังสายนี้ครับ Burn กันยาวๆ ถึง 1000 ชั่วโมงเลยทีเดียวกว่าที่จะได้โทนเสียงที่เข้าที่ได้

3. Final Audio Design Sonorous X (5,300 ดอลลาร์สหรัฐ)

ตอบสนองย่านความถี่ : ไม่ระบุ
ค่าความต้านทานหูฟัง : 16 Ohm
ค่าความไวต่อเสียง : 105 dB
น้ำหนัก : 630 กรัม
------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตัวท็อปจากค่าย Final Audio ที่เกือบๆจะตามๆตัวน้องอย่าง Sonorous VIII ไป ด้วยความที่ไม่คุ้มค่าราคาเท่าไหร่สำหรับตัวของหูฟัง น้ำหนัก และความสบายในการสวมใส่ แต่สุดท้ายก็กินขาดตรงดีไซน์ของหูฟังนี่หละครับ

2. HIFIMAN Shangri-La (ประมาณ 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ)

ตอบสนองย่านความถี่ : ยังไม่ระบุ
ค่าความต้านทานหูฟัง : ยังไม่ระบุ
ค่าความไวต่อเสียง : ยังไม่ระบุ
น้ำหนัก : ยังไม่ระบุ
------------------------------------------------------------------------------------------------------
คู่แข่งของ Sennheiser ที่ปัจจุบันเข้าใกล้วันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเข้ามาทุกที สำหรับข้อมูลเจ้าตัวนี้นั้นยังไม่มีมากเท่าไหร่ แต่สำหรับราคาประเมิณคร่าวๆตอนนี้ก็มีหลุดมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดสำหรับตัวหูฟังตัวนี้

1. Sennheiser Orpheus HE1060/HEV1060 (55,000 ดอลลาร์สหรัฐ)

ตอบสนองย่านความถี่ : ไม่ระบุ
ค่าความต้านทานหูฟัง : ไม่ระบุ
ค่าความไวต่อเสียง : ไม่ระบุ
น้ำหนัก : ไม่ระบุ
------------------------------------------------------------------------------------------------------
ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดมากสำหรับหูฟังราคาเกินเอื้อมตัวนี้ของ Sennheiser เจ้า Orpheus ตัวนี้เป็นรุ่นพี่ของ Orpheus ตัว HE 90 อีกทีหนึ่งที่ที่ออกแบบรูปลักษณ์ใหม่ และมาพร้อมกับ Amp พิเศษที่สามารถที่จะเก็บตัวหลอด Amp และตัว Tuner ได้ ซึ่งการใช้งานหูฟังตัวนี้นั้นต้องกดปุ่มสัมผัสข้างหน้า และรอ 20 วิให้ปุ่ม และหลอดต่างๆ ออกมาจนครบ จากนั้นตัวกล่องก็จะเปิดให้เราได้หยิบหูฟัง ซึ่งกินเวลา 20 วินาที และนานเพียงพอที่จะทำให้หลอดแอมป์พร้อมใช้งาน ก็ทั้งหรูหรา และพิถีพิถันขนาดนี้ จะไม่ให้เป็นสุดยอดหูฟังที่แพงที่สุด และดีที่สุดได้อย่างไร?

พิเศษกับหูฟังที่แพงที่สุดในโลกตอนนี้!

เป็นของใครไปไม่ได้ นอกจาก Beats Pro by Dr.Dre ที่ Lil Wayne เป็นเจ้าของอยู่ ซึ่งประดับด้วยเพรชทั้งตัวเรือนในสนนราคา 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ!!!

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg fa87519a fa73 43ac 9301 8050035d142d

l2el3ecCa