Sujate Wanchat 2562/01/13 09:58
Thumb lg 26b12ab9 d350 4fbb a80f e202a88d6a77

5 โรคเสี่ยงที่จะเกิดตอนอากาศเปลี่ยนแปลง~

256 Spice

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนเเปลงบ่อย ใครที่ไม่อยากป่วยต้องรีบเข้ามาอ่านทำความรู้จักโรคภัยที่มักจะมาในช่วงนี้เพื่อที่คุณจะได้ทราบเเนวทางรับมือ !!

เจ็บป่วย สุขภาพร่างกาย ไลฟ์สไตล์

สวัสดีเพื่อนๆชาว Spice ทุกคน กลับมาพบกันอีกครั้งกับเรื่องราวสาระดีๆที่เรามีมาฝากกันเป็นประจำทุกวัน ช่วงนี้อากาศเริ่มเปลี่ยนเเปลงบ่อยๆ เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวสาวๆหลายคนคงเสี่ยงต่อการเจ็บไข้ได้ป่วยไม่น้อย โดยเฉพาะโรคติดต่อที่เกี่ยวข้องกับลมหายใจที่มาจากเชื้อไวรัส RSV ที่ทำให้เกิดเป็นหวัดเป็นไข้เล็กๆน้อยๆ หรือกระทั่งไข้หวัดใหญ่ที่มีอาการรุนเเรงกว่าการติดเชื้อไข้หวัดทั่วไป เเละเพื่อเป็นการป้องกันตัวให้ห่างพ้นจากโรคภัยไข้เจ็บเราจึงควรที่จะมาทำความรู้จัก 5 โรคที่มักมาพร้อมกับสภาพอากาศที่เเปรปรวน โดยจะมารู้จักกับสาเหตุของโรค อาการ การป้องกัน เเละวิธีการดูเเลรักษาตัวเองในกรณีที่เจ็บไข้ได้ป่วย เเละเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาดูกันเลยดีกว่าครับ

#1. โรคท้องร่วง

เรามาเริ่มกันที่โรคท้องร่วงกันเลยดีกว่า โดยโรคท้องร่วงนี้มักจะเป็นกันมากในช่วงเดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งจะเกิดกับเด็กซะเป็นส่วนใหญ่โดยสาเหตุของโรคเกิดจากการที่เด็กๆมือซุกซนเห็นอะไรก็จะหยิบจับเข้าปากไปหมดทำให้มีโอกาสได้รับพาหะนำโรคจากสิ่งสกปรกที่เด็กๆเอาเข้าปาก ซึ่งโรคท้องร่วงนี้จะมีเชื้อเเบคทีเรีย ปรสิต โปรโตซัว หรือเชื้อไวรัสเป็นพาหะ เเต่โดยส่วนมากเเล้วจะเป็นเชื้อไวรัสโรต้า ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อจะมีอาการไข้ขึ้น คลื่นไส้อาเจียน ถ่ายเหลวทั้งวัน ปวดท้อง บิด อุจจาระอาจมีมูกเลือดปนออกมาด้วยซึ่งอาการหนักเบาของโรคจะต่างกันไปในเเต่ละราย เเต่ทุกท่านไม่ต้องตกใจไปเพราะโรคท้องร่วงสามารถป้องกันได้ง่ายมากเพียงเเค่คุณล้างมือก่อนรับประทานอาหาร เเละเลือกทานอาหารที่สดสะอาด ผ่านการปรุงใหม่ๆ เวลาเลือกทานอาหารให้เลือกทานตามสั่งที่เพิ่งปรุงจะปลอดภัยกว่าการทานข้าวราดเเกงเป็นต้น ส่วนใครที่มีอาการของโรคนี้เเล้วก็ไม่ต้องตกใจ เเนวทางการเยียวยารักษานั้นมีไม่มากเเค่คุณทานน้ำเกลือเเร่บ่อยๆเพื่อรักษาระดับอิเล็กโตรไลท์ในร่างกาย เเละชดเชยปริมาณน้ำที่เสียไปจากการขับถ่ายเหลว หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง อาการจะค่อยๆดีขึ้นเอง เเต่หากรายไหนเป็นหนักมีมูกเลือดปนออกมากับอุจจาระควรรีบไปพบเเพทย์เพื่อที่จะรับการรักษาที่ถูกต้องเเละรับยากำจัดเชื้อ

#2. โรคอีสุกอีใส

โรคอีสุกอีใสเป็นโรคที่เป็นได้เพียงครั้งเดียวในชีวิตเพราะหลังจากที่เป็นเเล้วร่างกายของเราจะสร้างภูมิคุ้มกันโรคนี้ขึ้นมาทันที เราจึงไม่เป็นโรคนี้ซ้ำอีก เเต่สำหรับคนที่ยังไม่เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อนช่วงที่อากาศเปลี่ยนเเปลงบ่อย ภูมิต้านทานของร่างกายอ่อนเเอลงก็มีโอกาสที่จะติดเชื้ออีสุกอีใสได้ง่ายเช่นกัน อีสุกอีใสเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่สามารถติดต่อกันได้ด้วยสารคัดหลั่งโดยเฉพาะตุ่มที่มีน้ำใสๆ รวมถึงการติดต่อผ่านอากาศด้วย ผู้ที่ได้รับเชื้ออีสุกอีใสเเล้วเริ่มต้นจะมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย มีไข้เเละจากนั้นจะเริ่มมีตุ่มอิสุกอีใสขึ้นตามตัว เเนวทางการรักษาไม่ยากเลย เพียงเเค่คุณประคองตัวให้รอดไปได้เพียงเเค่ 7 วันร่างกายก็จะค่อยๆดีขึ้น ซึ่งวิธีการเอาตัวรอดง่ายๆคือทานอาหารที่มีประโยชน์ รักษาตามอาการ หากมีไข้ก็ใช้ยาพาราเซตามอล ที่สำคัญคืออย่าเกาที่ตุ่ม เเละหลีกเลี่ยงการใช้ยาสเตียรอยด์เพราะจะทำให้อาการเเย่ลง หรือเพื่อความอุ่นใจ ควรจะไปพบเเพทย์เพื่อจะได้อยู่ในความดูเเลของเเพทย์ก็จะยิ่งดีครับ

#3. โรคปอดบวม

โรคปอดบวมเกิดจากการที่คุณสำลักเอาสิ่งเเปลกปลอมที่เป็นพาหะของโรคเข้าไปในปอดซึ่งเป็นสาเหตุของการอักเสบเเละบวมของปอดได้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่เเล้วจะเป็นการสำลักเอาเชื้อไวรัสเข้าไปมากกว่าที่จะเป็นเชื้อรา เเบคทีเรีย หรือสารเคมี สำหรับคนที่มีอาการปอดบวมนั้นอาการเริ่มเเรกจะเริ่มจากการมีไข้ ไอ มีอาการเจ็บที่หน้าอก เเละเหนื่อยหอบ โดยส่วนใหญ่เเล้วโรคปอดบวมจะเป็นโรคเเทรกซ้อนที่ติดตามมาจากการเป็นไข้หวัดที่มีการไอจามที่ทำให้เกิดการสำลักได้ง่าย โรคปอดบวมสามารถติดต่อกันได้ผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่ง รวมถึงผ่านอากาศด้วยลมหายใจเเละละอองน้ำจากผู้ป่วยด้วย ดังนั้นเราจึงไม่ควรใกล้ชิดกับผู้ป่วยปอดบวม เเต่หากมีความจำเป็นต้องเข้าใกล้ คุณจะต้องป้องกันตัวเองด้วยการสวมใส่หน้ากากปิดจมูก ส่วนการรักษาโรคปอดบวมนั้นไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่เราไม่เเนะนำให้รักษากันเองเพราะถือเป็นโรคอันตราย คุณควรไปพบเเพทย์ทันทีที่สงสัยว่าจะเป็นปอดบวม

#4. ติดเชื้อไวรัส RSV

ในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนเเปลงบ่อยทำให้ร่างกายอ่อนเเอ ภูมิต้านทานลดลงเช่นนี้โรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส RSV ถือได้ว่ามีความน่ากลัวยิ่งนัก เพราะไวรัสตัวนี้สามารถทำให้เกิดความผิดปกติทั้งระบบทางเดินหายใจส่วนบนเเละส่วนล่างเลย เเต่โดยทั่วไปคนที่มีความเสี่ยงจะได้รับอันตรายจากเชื้อไวรัสตัวนี้จะเป็นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปี อย่างไรก็ตามผู้ใหญ่อย่างเราก็สามารถติดเชื้อได้หากโอกาสอำนวย ผู้ที่ได้รับเชื้อในช่วงเเรกจะมีอาการคล้ายกับเป็นหวัด หรือเป็นไข้ทั่วไป มีอาการไอ จาม น้ำมูกไหล หลังจากนั้นจะเริ่มมีความผิดปกติกับระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง เช่น หลอดลมอักเสบ หรือปอดอักเสบ เป็นต้น อาการเลวร้ายที่จะเเสดงออกได้ชัดเจนหลังจากที่ระบบทางเดินหายในส่วนล่างเริ่มเสียหายอักเสบเเล้วผู้ป่วยจะไข้ขึ้นสูง หายใจเสียงดัง มีอาการไอหนักมาก เสมหะในลำคอมากเป็นพิเศษ ซึ่งไม่ควรประมาทเลย เพราะอาการในระยะนี้สามารถทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ ผู้ป่วยโรคนี้ควรได้รับการดูเเลเป็นอย่างดี ไม่ควรให้อุณหภูมิของร่างกายมากเกิน 39 องศาเซลเซียส เเละผู้ดูเเลไม่ควรเข้าไปใกล้ชิดกับผู้ป่วยเพราะเชื้อไวรัสสามารถติดต่อผ่านอากาศ ลมหายใจ ละอองน้ำ เเละสารคัดหลั่งได้ โรคนี้ถือเป็นโรคอันตรายที่ควรอยู่ภายใต้การดูเเลของเเพทย์อย่างใกล้ชิด

#5. ไข้หวัดใหญ่

ไข้หวัดใหญ่ก็คือไข้หวัดที่มีอาการหนักกว่าไข้หวัดธรรมดาทั่วไป เราเชื่อว่าทุกคนจะต้องเคยเป็นไข้หวัดใหญ่มาเเล้วเเละคงไม่อยากเป็นอีกเเน่ เพราะอาการมันหนักมาก ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคภัยไข้เจ็บที่มีเชื้อไวรัสเป็นพาหะซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็น Rhinovirus เเละ Coronavirus เเต่ข่าวดีคือโรคนี้ส่วนมากจะดีขึ้นเองภายใน 7 วัน คุณเพียงรักษาตามอาการ ประคองตัวเองเอาชีวิตให้รอดพ้นจากช่วงสาหัส ซึ่งอาการของโรคนี้จะเริ่มจากการคัดจมูก น้ำมูกไหล หายใจลำบาก อาการไข้จะค่อยๆไต่ระดับจากไข้อ่อนๆไปจนถึงระดับสูงสุด จากนั้นจะค่อยๆทุเลาลงจนหายไปเอง สิ่งที่ไข้หวัดใหญ่มีความเเตกต่างจากไข้ทั่วไปคืออาการเจ็บคอ ไอเเละจามอย่างรุนเเรง มีอาการปวดเมื่อยเนื้อตัวร่วมด้วย หรืออาจมีอาการท้องร่วงมาร่วมวงด้วยก็ได้ เเนวทางการประคองตัวให้รอดก็ไม่ได้ยากอะไร เพียงเเค่พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่สะอาดมีประโยชน์ อย่าดื่มน้ำเย็น ดื่มน้ำอุ่นให้มากๆ ที่ขาดไม่ได้คือยาพาราเซตามอล เเล้วตอนนอนก็อย่าลืมทาวิกด้วยล่ะจะได้หายใจได้สะดวกเพื่อจะได้พักผ่อนได้เต็มที่ หากตัวร้อนมากควรเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นๆเพื่อลดอุณหภูมิของร่างกาย เเละจะดียิ่งกว่าหากผู้ป่วยได้อยู่ภายใต้การดูเเลของเเพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด

เเหล่ะนี่ก็คือ 5 โรคที่มักจะมาพร้อมกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนเเปลงเช่นในช่วงต้นปีนี้ ที่เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวเดี๋ยวฝน เพราะช่วงนี้บ้านเราใกล้จะเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนฤดูอีกครั้งเพื่อเข้าสู่หน้าร้อน ในเเต่ละวันจึงเเทบจะมีครบทั้ง 3 ฤดูกาลเลยก็ว่าได้ สาวๆจึงควรดูเเลตัวเองให้ดีด้วยนะครับ

หน้าหนาวปีนี้คุณเคยเจ็บป่วยบ้างเเล้วรึยัง?

Preload

Author

Thumb lg 89e7a0ba 6595 4012 b477 c984552a42b2

Sujate Wanchat

เบ้ง พรีเมี่ยม คอนเทนด์

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


Hot boards


รวมผมสีน้ำตาลสวยๆ แบบซอฟๆ
I Woke Up Llike This Makeupღ

คำค้นหาที่ใกล้เคียง


เจ็บป่วย สุขภาพร่างกาย ไลฟ์สไตล์