TitaniA อัพเดทเมื่อ 14:58 02/11/2559
Thumb lg page17

ดูแลสุขภาพกันหน่อย ! มาดูว่า 'อาหาร' แต่ละชนิดกิน 'มื้อ' ไหนดีที่สุด !

601 Spice

อาหารแต่ละชนิดมีประโชน์ต่อร่างกายแต่ต้องรับประทานให้ทุกเวลาไม่งั้นอาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยที่เราไม่รู้ตัว

food Diet

เลี่ยงสุขภาพแย่ อาหารแต่ละชนิดกินมื้อไหนดีที่สุด!

การรับประทานอาหารนั้นส่วนใหญ่เข้าใจกันว่าควรรับประทานให้ครบสามมื้อ นั่นคือความรู้เบื้อต้นที่เราสั่งสอนกันมา ให้รับประทานอาหารให้ครบสามมื้อต่อวัน ให้รับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ต่อมื้อ ไม่ควรทานอาหารรสจัดหรืออาหารที่มีความมันจนเกินไป ควรรับประทานผมไม้เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินจากผลไม้ ผลไม้มีประโยชน์มากมายต่อร่างกาย แต่ว่าในความเป็นจริงแล้ว การรับประทานผลไม้ ก็ควรจำแนก หรือแบ่งแยกประเภทของผลไม้ ที่สามารถรับประทานได้บ่อยๆ ผลไม้ที่ควรรับประทานเป็นบางมื้ออาหาร ผลไม้ที่ไม่ควรรับประทานติดต่อกัน หรือไม่ควรรับประทานในปริมาณมากจนเกินไปด้วย วันนี้เราจะมาแนะนำว่าอาหารหรือผลไม้ชนิดไหนสมควรรับประทานในมื้อไหนมากที่สุด เพราะว่าหากรับประทานผิดมื้อเป็นระยะเวลานานๆ อาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายจนอาจทำให้สุขภาพย่ำแย่ได้

1.กล้วยหอม

กล้วยหอมเป็นอีกหนึ่ง ผลไม้ไทยที่มีผลงานวิจัยแล้วว่า เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารอาหารต่าง ๆ มากมาย ที่ร่างกายควรได้รับ และให้พลังงานมากถึง 100 กิโลแคลอรี่ต่อหน่วยเลยทีเดียว อู้ววว!! ว้าววว!!

และเนื่องจากว่า ในกล้วยหอมนั้นมีน้ำตาลอยู่ถึง 3 ชนิด ได้แก่ ซุคโคส ฟรักโตส และกลูโคส รวมทั้งเส้นใยอาหารด้วย ดังนั้นร่างกายเราจะได้รับพลังงานและสามารถนำไปใช้ได้ทันที ผลจากการวิจัยพบว่า แค่กล้วยหอมเพียง 2 ลูก ก็สามารถให้พลังงานกับเราได้มากถึง 90 นาที ด้วยเหตุนี้นักกีฬาโดยเฉพาะนักเทนนิส จึงนิยมนำไปรับประทานระหว่างการแข่งขัน เพื่อเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย และสามารถนำไปใช้ได้ทันทีนั่นเอง สุดยอดจริงๆ "เจ้ากล้วยหอมน้อยของเรา"

มื้อไหนดี??

กล้วยหอมควรทานมื้อเช้า มื้อเที่ยง
**แต่ไม่ควรทานมื้อเย็น กล้วยหอมมีคุณประโยชน์มากมายก็จริงแต่หากทานดึก จะรบกวนระบบย่อยอาหาร ซึ่งจะส่งผลเสีย่อร่างกายตามมา

2. แอปเปิ้ล

แอปเปิ้ลแดง

แอปเปิ้ลสีแดงเข้มที่เราเห็นกันอยู่นี้ เป็นแอปเปิลสายพันธุ์ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากที่สุดเลยล่ะ โดยสารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในผิวแอปเปิลสีแดง ๆ มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระมากเทียบเท่ากับวิตามินซีถึง 1,500 มิลลิกรัม ! ซึ่งเจ้าสารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้จะไปทำหน้าที่ขัดขวางการเติ­­­บโตของเซลล์มะเร็งในร่างกาย ทำให้ความเสี่ยงโรคมะเร็งลดลง รวมทั้งมีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ และยังช่วยป้องกันไม่ให้ผิวพรรณเกิดริ้วรอยแห่งวัย

แอปเปิ้ลเขียว

แอปเปิลสีเขียว ขึ้นชื่อว่าเป็นผลไม้สำหรับการลดน้ำหนักเลยเชียวละ เพราะรสชาติของแอปเปิลเขียวที่แตกต่างและมีน้ำตาลน้อย ทำให้รับประทานได้แบบไม่กลัวอ้วน นอกจากนี้เปลือกเขียว ๆ ของแอปเปิลเขียวก็ยังอัดแน่นไปด้วยประโยชน์มากมายไม่ว่าจะเป็นใ­­­ยอาหารที่มีสูง ช่วยในระบบขับถ่าย ทำให้ลดความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ระดับสารต้านอนุมูลอิสระที่สูงซึ่งช่วยป้องกันโรคมะเร็งและริ้ว­­­รอยแห่งวัย รวมทั้งยังช่วยลดความอยากอาหารได้อีกด้วย

แอปเปิ้ลเหลือง

แอปเปิลชนิดนี้เราอาจจะไม่ค่อยได้พบเห็นกันบ่อยนัก แต่ประโยชน์ของแอปเปิลสายพันธุ์นี้นั้นมีมากมายค่ะ ไม่ว่าจะประโยชน์ในเรื่องการบำรุงรักษาดวงตา หรือช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง หรือแม้แต่ป้องกันการเกิดมะเร็งบางชนิดได้ โดยมีการศึกษาพบว่าสารเพ็กตินที่อยู่ในแอปเปิลสีเหลืองสามารถป้­­­องกันการเกิดของก้อนเนื้อมะเร็งได้ ไม่เพียงเท่านั้น แอบเปิลสีเหลืองยังช่วยล้างสารพิษที่สะสมในตับออกจากร่างกายได้

แอปเปิ้ลชมพู

หากได้เห็นแอปเปิลที่ชมพูอมแดงที่ไหน อย่าลังเลที่จะซื้อมารับประทานเลยค่ะ เพราะปริมาณของวิตามินซีในแอปเปิลสีชมพูนั้นมีมากถึง 1 ใน 4 ของปริมาณของวิตามินซีที่ควรได้รับต่อวันเลยเชียวละ ซึ่งวิตามินซีนี้ก็มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันกา­­­รอักเสบ โรคมะเร็ง และริ้วรอยแห่งวัย นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ผนังของหลอดเลือดฝอยแข็งแรงมากขึ้น แถมยังลดอาการเลือดออกตามไรฟันได้ดีทีเดียว

มื้อไหนดี??

แอปเปิ้ลควรทานเฉพาะมื้อเช้า มื้อเที่ยง
***ไม่ควรทานมื้อเย็น เพราะแอปเปิ้ลช่วยควบคุมน้ำตาลได้ก็จริงแต่หากทานดึกจะทำให้เพิ่มกรดในท้อง

3. ส้ม

ส้ม ให้แคลเซียมและวิตามินดี แก่ร่างกาย มากพอๆ กับนม และแคลเซียมจะไปเสริมสร้างกระดูก แต่ถ้าไม่มีวิตามินดี ร่างกายจะไม่สามารถดูดซึมแคลเซียมจากอาหารได้ นอกจากนี้ส้มยังมีวิตามินซี ซึ่งจะช่วยเพิ่มกระบวนการดังกล่าวอีกด้วย แต่พึงเข้าใจด้วยว่า กรดอะซีติกในส้ม อาจทำลายสารเคลือบฟันได้ จึงไม่ควรแปรงฟันภายในหนึ่งชั่วโมงหลังจากทานส้มหรือดื่มน้ำส้ม

มื้อไหนดี??

ส้มควรทานเฉพาะมื้อเที่ยง และมื้อเย็น
***ไม่ควรทานมื้อเช้า เพราะส้มช่วยเพิ่มเมตาบอลิซึ่ม ถ้าทานเข้าไปตอนเช้าจะระคายเคืองกระเพาะอาหารได้

4. มะเขือเทศ

มะเขือเทศสามารถนำมาทำเป็นอาหารได้หลากหลายรูปแบบทั้งในแบบผัดผัก ข้าวผัด น้ำพริกอ่อง ซุปทั้งใสและข้น ยำต่าง ๆ รวมไปถึงส้มตำอาหารอันโอชะของใครต่อใครหลายคนก็เหมือนจะขาดมะเขือเทศไม่ได้ เพราะนอกจากจะสร้างสีสันแล้วยังเพิ่มรสชาติให้อีกด้วย หากจะนำมาคั้นเป็นน้ำมะเขือเทศดื่มก็ชุ่มคอชื่นใจดี หรือทำเป็นซอสมาปรุงรสอาหารก็ได้ ในผลของมะเขือเทศนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่จำนวนมาก

มะเขือเทศช่วยให้ร่างกายสดชื่น กระตุ้นน้ำย่อย ช่วยย่อยอาหาร และยังช่วยการระบายการขับถ่ายให้สะดวกขึ้นอีกด้วย และมีการวิจัยกันว่าการดื่มน้ำมะเขือเทศเป็นประจำจะช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ โดยเฉพาะมะเร็งของต่อมลูกหมากที่คุณผู้ชายกลัวนักกลัวหนา

ประโยชน์ของมะเขือเทศนอกจากที่กล่าวมาแล้วนั้นยังมีประโยชน์ต่อคุณผู้หญิงอีกด้วย ถ้าคุณเป็นคนรักสวยรักงามกลัวรอยเหี่ยวย่นจะมาเยือนเร็วเกินไป ลองนำมะเขือเทศสุกมาฝานเป็นแผ่นบาง ๆ แล้ววางแปะไว้บนหน้า หรือใช้น้ำมะเขือเทศคั้นสด ๆ ทาตามใบหน้าเชื่อกันว่าจะทำให้ผิวเต่งตึงมีน้ำมีนวลขึ้น

ไม่เพียงแค่นั้นเมล็ดของมะเขือเทศยังเอามาปลูกเพื่อขยายพันธุ์ได้หรือนำมาสกัดเอาน้ำมันเพื่อมาใช้ในอุตสาหกรรมสบู่ อุตสาหกรรมสี และกากที่เหลือยังใช้เลี้ยงสัตว์กับเป็นปุ๋ยได้อีกด้วย

มื้อไหนดี??

มะเขือเทศควรทานเฉพาะมื้อเช้า และมื้อเที่ยง
***ไม่ควรทานมื้อเย็นเช่นเดียวกับกล้วยหอมและแอปเปิ้ล เพราะมะเขือเทศจะช่วยระบบย่อยอาหาร ถ้ากินดึก จะทำให้เกิดกรดและทำให้ตัวบวม

5. โยเกิร์ต

ประโยชน์ที่จะได้จากโยเกิร์ตก็คือ การปรับสมดุลร่างกาย คือช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย ลดปัญหาเรื่องท้องอืด อึดอัด แน่นท้องไม่สบายท้อง ซึ่งในคนที่มีปัญหาท้องผูกก็จะช่วยได้ เพราะว่าโยเกิร์ตจะมีจุลินทรีย์ที่ดี ที่ช่วยในเรื่องการทำงานของลำไส้ ทำให้ระบบดูดซึมมีประสิทธิภาพมากขึ้น การขับถ่ายก็จะดีขึ้น

ส่วนคนที่มีปัญหาท้องเสียบ่อยๆ ก็รับประทานโยเกิร์ตได้ ไม่ต้องกลัวว่าจะยิ่งเป็นการเพิ่มอาการท้องเสีย เพราะจุลินทรีย์ที่อยู่ในโยเกิร์ตเป็นจุลินทรีย์สุขภาพ ซึ่งจะช่วยยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ชนิดไม่ดี และเพิ่มภูมิต้านทานให้ระบบย่อยในลำไส้ เมื่อลำไส้แข็งแรง โอกาสที่เชื้อโรคจากภายนอกเข้าไปแล้วจะก่อให้เกิดท้องเสียก็น้อยลง

ดื่มนมแล้วท้องอืด ท้องเดิน ..ต้องลอง “โยเกิร์ต”

มื้อไหนดี??

โยเกิร์ตควรทานเฉพาะมื้อเที่ยงและเย็น
***ไม่ควรทานมื้อเช้า เพราะโยเกิร์ตนั้นมีส่วนช่วยระบบย่อยอาหาร ถ้าทานตอนเช้าจะทำให้ระบบกระเพาะเสียหาย

6. ข้าวสวย

ข้าวหอมมะลิขาว มีคุณค่าจากโปรตีน เส้นใยอาหาร ป้องกันท้องผูก ไนอะซีนรักษาผิวหนังและระบบประสาท ธาตุเหล็กและทองแดงช่วงสร้างเม็ดโลหิต ป้องกันโลหิตจางเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอ

ข้าวแดงหอมมะลิ มีวิตามินบี 1 ป้องกันเหน็บชา วิตามินบี 2 ป้องกันปากนกกระจอด วิตามินบี 6 ป้องกันโรคเกี่ยวกับโรคผิวหนัง ไอโอดีนป้องกันคอหอยพอก ใยอาหารช่วยการขับถ่าย

ข้าวเบญจรงค์ (ทานข้าวคำเดียวได้คุณประโยชน์จากข้าวถึง 5 ชนิด) ทานง่ายสำหรับผู้เริ่มหัดทานข้าวกล้อง คุณประโยชน์ครบมีใยอาหารสูง มีประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย วิตามินอีสูงช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ มีธาตุเหล็ก โปรตีน และฟอสฟอรัสสูงช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรงต้านโรค

มื้อไหนดี

ข้าวสวยควรทานเฉพาะมื้อเช้าและมื้อเที่ยง
***ไม่ควรทานมื้อเย็น เพราะข้าวสวยมีคาร์โบไฮเดรตสูง เพิ่มพลังงาน ถ้าทานดึกจะทำให้น้ำหนักขึ้น

7. ดาร์กช็อคโกแลต

ช็อกโกแลตจะดีต่อสุขภาพหรือไม่ อยู่ที่ปริมาณโกโก้

โกโก้ เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ช็อกโกแลตสุดโปรดของเราทำให้เรามีสุขภาพ­­­ดีได้ เพราะในโกโก้แท้นั้นอุดมด้วยสารฟลาโวนอยด์ที่ช่วยบำรุงหลอดเลือ­­­ดของเราให้แข็งแรง

จากผลการวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร American College of Cardiology (JACC) เผยว่า สารฟลาโวนอยด์มีผลต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดของเรา โดยจะช่วยปรับสมดุลการไหลเวียนโลหิตในหลอดเลือด กระตุ้นสร้างเซลล์เส้นเลือดใหม่ และมีคุณสมบัติชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้อีกด้วย ดังนั้น หากในช็อกโกแลตแท่งโปรดมีปริมาณโกโก้อยู่สูง นั่นก็หมายถึง เป็นช็อกโกแลตที่กินแล้วดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะ "ดาร์กช็อกโกแลต"

ในขณะเดียวกัน ช็อกโกแลตที่มีปริมาณโกโก้แท้น้อยมาก เช่น ไวท์ช็อกโกแลต และช็อกโกแลตนม นั้นเป็นช็อกโกแลตที่เราควรหลีกเลี่ยง เพราะเป็นช็อกโกแลตที่มีปริมาณสารฟลาโวนอยด์น้อย แต่มีปริมาณน้ำตาล ไขมัน และมีสีผสมอาหารสังเคราะห์ปนอยู่สูงทีเดียว

ปริมาณการกินดาร์กช็อกโกแลตที่เหมาะสม

ดาร์กช็อกโกแลตนี้ถึงแม้จะช่วยลดอ้วนได้ แต่ก็ควรกินในปริมาณที่เหมาะสม เพราะยังไงในดาร์กช็อกโกแลตก็ยังคงมีน้ำตาลและนมผสมอยู่บ้าง ซึ่งปริมาณที่แนะนำต่อวันก็คือ 100 กรัมกำลังดี เพราะถ้ากินมากกว่านี้อาจจะทำให้อ้วนได้เหมือนกันนะ

มื้อไหนดี??

ดาร์กช็อคโกแลต Dark Chocolate ควรทานเฉพาะมื้อเช้าเพียงมื้อเดียว
***ไม่ควรทานมื้อเที่ยงและมื้อเย็น เพราะดาร์คช็อกโกแลตช่วยชะลอวัย และลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจก็จริงอยู่แต่ว่าถ้าเกิดทานเวลาอื่นและปริมาณที่มากเกินไปอาจจะส่งผลทำให้อ้วนได้

เป็นไงบ้าง ชอบกันป่าวจ๊ะ ?

Preload

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg bb984110 972d 4484 9114 e93d09737518

TitaniA