★YUIYUIYUI★ 2562/03/04 12:51
Thumb lg 545cf220 699e 4bec b2b9 de23cca4bcb0

7 ประโยครักจากหนังรักทุกยุคที่ควรท่องจำไว้ให้จี๊ดถึงขั้วหัวใจ

250 Spice

เผื่อได้ใช้แอ๊วหนุ่มหรืออย่างน้อยไว้ปลอบใจตัวเองตอนอกหักก็ยังดี

ความรัก หนัง หนังรัก ภาพยนตร์ งานอดิเรก ความสัมพันธุ์ จิตวิทยา จิตวิทยาความสัมพันธุ์ แฟน คู่รัก คนรัก อกหัก โรแมนติก รอมคอม หนังโรแมนติก ภาพยนตร์รัก ภาพยนตร์โรแมนติก Relationship love Movie Film romcom romance romantic

ดูหนังฝรั่งดูเอามันเอาสนุกก็โอเค ถ้าจะให้ดีก็เรียนรู้อะไรจากสองสามชั่วโมงหน้าจอทีวีกันสักหน่อย เหล่านี้คือ 7 ประโยครักๆ ภาษาอังกฤษที่ควรทำความเข้าใจเผื่อเอาไปใช้แอ๊วหนุ่มได้ จีบฝอแบบเนียนๆ หรืออย่างน้อยเวลาอกหักรักคุด อ่านไว้ทำความเข้าใจชีวิตสักหน่อยก็จะดี ที่สำคัญภาษาอังกฤษมันก็คือภาษาที่ใช้ชีวิตประจำวันนี่ล่ะ ดังนั้นก่อนจะเข้าใจสำนวนภาษาอย่างถ่องแท้ก็ควรจะเข้าใจสถานการณ์ที่ใช้ด้วยนะ

As Good As It Gets

“You make me want to be a better man.”

ประโยคนี้ถูกเอ่ยขึ้นโดยเมลวิน หนุ่มใหญ่ที่มีภาวะทางอารมณ์ไม่ค่อยจะปกติสักเท่าไหร่ เขามีอาการย้ำคิดย้ำทำ รักสะอาดจนขึ้นสมอง และปากคอเราะร้ายชนิดทำคนน้ำตาตกเป็นปี๊บได้เลย เขาต้องกินยาทุกวันเพื่อให้ระบบประสาทต่างๆ มีสมดุลเป็นปกติให้ได้มากที่สุด แต่เมื่อเขาได้พบกับแครอล แม่หม้ายลูกติดพนักงานเสิร์ฟร้านประจำของเขาและได้ใช้เวลากับเธอมากขึ้น เขากลับรู้สึกว่าต้องกินยาให้มากขึ้น แครอลทนฟังเขาปากร้ายใส่ได้ทุกวี่วันจนกระทั่งวันหนึ่งที่เธอทนไม่ไหว และสั่งให้เขาพูดสิ่งดีๆ หรือกล่าวชมเชยเธอบ้าง เธอฟังที่เขาพูดเรื่องยาแล้วงงหน่อยๆ ว่ามันเป็นคำชมตรงไหนหรอ? จนเมลวินได้กล่าวประโยคนี้แหละว่าที่รู้สึกว่าต้องกินยาให้มากขึ้นก็เพราะ “ผมอยากเป็นคนที่ดีกว่านี้เพื่อคุณนั่นล่ะ”

The Fault in Our Stars

“It would be a privilege to have my heart broken by you.”

กัส หนุ่มน้อยวัยทีนได้พบกับเฮเซลในกลุ่มบำบัดผู้ป่วยมะเร็ง ด้วยความที่ชีวิตพลิกผันได้ทุกเมื่อ กัสจึงมักมีแนวคิดและพฤติกรรมไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะการใช้ชีวิตเพื่อให้ผู้ที่อยู่เบื้องหลังยังสามารถจดจำเกี่ยวกับตัวเขาได้แม้ในวันที่เขาอาจต้องจากโลกนี้ไป ในขณะที่เฮเซลซึ่งตอนแรกก็ไม่ได้จะสนใจกัสนัก กัสกลับหลงใหลเธอเอามากๆ และได้พูดประโยคแสนหวานนี้ออกมาว่า “ถือเป็นสิทธิพิเศษเลยล่ะหากผมต้องอกหักเพราะคุณ”

Meet Joe Black

“Love is passion, obsession, someone you can’t live without. If you don’t start with that, what are you going to end up with?”

วิล พาร์ริช มหาเศรษฐีและคุณพ่อลูกสองผู้ใช้ชีวิตไม่กี่วันสุดท้ายในชีวิตโดยมีเงามืดของยมทูตคอยติดตามไปทุกหนทุกแห่ง ลูกสาวคนแรกแต่งงานไปเรียบร้อยแล้ว เหลือก็แต่คนเล็ก ซูซาน ซึ่งทั้งสาว สวย ฉลาด เป็นคุณหมอ และเธอยังเป็นคนโปรดจนเรียกได้ว่าเป็นแก้วตาดวงใจของวิล ประโยคนี้วิลได้พูดกับเธอซึ่ง ณ ตอนนั้นยังไม่พบชายที่ทำให้เธอรู้จักถึงความรักอย่างแท้จริง ที่มาคอยตามจีบก็แค่ “งั้นๆ” แต่ความรักจะเริ่มต้นแค่อะไรที่ “งั้นๆ” ไม่ได้ วิลจึงบอกให้ซูซานมองหาความสัมพันธุ์ที่ทำให้หัวใจของเธอพองโตและมีความสุขมากกว่าแค่งั้นๆ อย่างที่เป็นอยู่นี้ “ความรักมันคือความรู้สึกที่ร้อนแรง ลุ่มหลงในคนๆ หนึ่งซึ่งเราไม่สามารถอยู่โดยขาดเขาได้ ถ้าในตอนเริ่มต้นลูกยังไม่รู้สึกแบบนี้แล้วคิดว่าความสัมพันธุ์จะเดินหน้าไปทางไหนล่ะ?”

The Bridges of Madison County

“It seems right now that all I’ve ever done in my life is making my way here to you.”

พล็อตรักสามเส้านั้นมีมาตั้งแต่สมัยไหน ใช่จะแค่ในละครไทยเท่านั้น สำหรับรักต้องห้ามในเรื่องนี้เกิดขึ้นในยุค 60’s ระหว่างโรเบิร์ต ช่างภาพผู้เดินทางตลอดเวลา และแฟรนเชสก้า แม่บ้านผู้ซึ่งไม่ได้มีความสุขกับชีวิตคู่สักเท่าไหร่นัก ในขณะที่สามีและลูกๆ ของเธอเดินทางไปยังรัฐอิลลินอยส์เป็นเวลา 4 วัน เธอและโรเบิร์ตได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันและมีความสัมพันธุ์ต้องห้าม แต่แล้วมันกลับไม่ใช่แค่เรื่องผิวเผิน เพราะขณะที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกันนั้น เขาและเธอต่างได้พูดคุยกันในหลายๆ เรื่องที่ตัวแฟรนเชสก้าเองก่อนไม่เคยคิดจะปริปากเล่าให้ใครฟัง เธอค้นพบว่าโรเบิร์ตได้ช่วยให้เธอเริ่มคิดตั้งคำถามอะไรหลายๆ อย่างกับชีวิตที่ผ่านมา เช่นเดียวกันกับที่เธอได้มอบแรงบันดาลใจให้กับเขาในฐานะศิลปิน ทั้งคู่เกือบจะหนีไปด้วยกันแต่เธอตัดสินใจไม่หนีไปในวินาทีสุดท้ายเมื่อเห็นลูกๆ กลับมาถึงบ้านว่าบทสรุปชีวิตของเธอนั้นคือครอบครัว และการที่เธอเขียนบันทึกเรื่องราวทั้งหมดไว้ได้ช่วยให้ลูกของเธอรักษาชีวิตคู่ของพวกเขาเอาไว้ได้เมื่อพวกเขาเติบโตขึ้นและมีครอบครัวเป็นของตัวเอง

Notting Hill

“It’s as if I’ve taken love heroin and now I can’t ever have it again.”

เมื่อชายหนุ่มธรรมดาเกิดหลงรักหญิงสาวซูเปอร์สตาร์ พล็อตที่ดูว่าเกินจริงแต่กลับได้รับความนิยมและยกขึ้นหิ้งไว้ว่าเป็นหนึ่งในหนังที่โรแมนติกที่สุดเรื่องหนึ่งแห่งยุค วิลเลียม ชายหนุ่มเจ้าของร้านหนังสือที่ดูเหมือนจะมีชีวิตเรียบง่ายค่อนไปทางน่าเบื่อ ที่อยู่ๆ วันหนึ่งชีวิตก็เปลี่ยนไปตลอดกาลเมื่อได้พบแอนนา ดาราฮอลลีวูดที่แวะเข้ามาในร้าน ซึ่งในตอนแรกดูเหมือนเธอจะไม่แยแสเขาเลยด้วยซ้ำแต่เขากลับตกหลุมรักเธอหัวปักหัวปำ ประโยคนี้วิลได้พูดกับเพื่อนซี้เมื่อถูกถามว่าช่วงนี้เป็นอะไรไปถึงได้ซึมกะทือเป็นนักหนา “มันเหมือนกับผมได้เสพเฮโรอีนความรักไป แล้วตอนนี้ผมเสพมันไม่ได้อีกแล้ว” อธิบายถึงความรู้สึกว่าหลงใหลรุนแรงมากเหมือนยาเสพติดชนิดที่แรงที่สุด แล้วตอนนี้ไม่ได้แล้ว แปลง่ายๆ ว่าที่เป็นอยู่นั้นเหมือนจะลงแดงเลยล่ะจ้า!

The Butterfly Effect

“Would it make a difference if I told you that no one can possibly ever love you as much as I love you?"

ว่ากันว่าทุกเหตุการณ์หนึ่งย่อมส่งผลถึงอีกเหตุการณ์หนึ่งเสมอ หนังบอกเล่าเรื่องของอีแวน ชายหนุ่มผู้สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขเหตุการณ์ในอดีตได้ โดยจุดเปลี่ยนของเขาและผองเพื่อนก็คือช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่พวกเขานึกเล่นสนุกและทำให้เกิดอุบัติเหตุบางอย่างขึ้น ทุกคนใช้ชีวิตต่อมาพร้อมบาดแผลนี้ติดตัวมาโดยตลอด เขาจึงพยายามกลับไปแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น แต่ไม่ว่าจะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร จะต้องมีคนที่พบเจอเรื่องแย่ร้ายแรงขึ้นอีกเสมอ ประโยคนี้อีแวนได้พูดกับหญิงสาวที่เขารักในเวอร์ชั่นหนึ่งของชีวิตที่ถูกแก้ไข ในเวอร์ชั่นนั้นเขากลายเป็นคนพิการและหญิงสาวที่เขารักกลับไปคบกับเพื่อนสนิทของเขาแทน “มันจะทำให้อะไรเปลี่ยนแปลงไปมั้ย ถ้าผมจะบอกคุณว่าในโลกนี้ไม่มีใครที่สามารถรักคุณได้มากกว่าที่ผมรักอีกแล้ว?” เพราะนั่นคืออย่างเดียวที่เขาทำได้ ณ ตอนนั้นจริงๆ

My Blueberry Nights

“So what’s wrong with the blueberry pie? / There’s nothing wrong with it, just people make other choices"

หลังจากเลิกรากับแฟนหนุ่ม อลิซาเบธใช้เวลานั่งคุยอยู่กับเจเรมี่ เจ้าของคาเฟ่ที่เธอสุ่มเดินเข้าไปในคืนหนึ่ง พวกเขาพูดคุยกันเรื่องความสัมพันธุ์ด้วยหลากหลายประเด็นที่น่าคิด หนึ่งในนั้นคือพายบลูเบอร์รี่ที่เจเรมี่เล่าว่าร้านของเขามีพายหลากหลายชนิด โดยทุกชนิดก็มักจะขายดิบขายดี ลูกค้าสั่งไปกินกันจนเกลี้ยงแทบทุกคืน มีแต่พายบลูเบอร์รี่นี่ล่ะที่ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่ค่อยมีคนสั่งกินเท่าไหร่เลย “แล้วพายบลูเบอร์รี่ของคุณมันไม่อะไรตรงไหนล่ะ?” “ไม่ได้ไม่ดีหรอก แต่แค่คนเขาเลือกกินอย่างอื่นกัน” หลังจากนั้นอลิซาเบธจึงสั่งบลูเบอร์รี่พายมากินซะจนหมดเกลี้ยงจนกลายเป็นชื่อของหนังไปนั่นล่ะ เวลาเราอกหักไม่ว่าจะไปชอบเขาแล้วเขาไม่ชอบกลับ หรือแฟนคบซ้อนแล้วเลือกคบอีกคนหนึ่งแทนเรา ก็อย่าได้คร่ำครวญเสียใจว่าเราไม่ดีตรงไหนเขาถึงไม่เลือก .. ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าเราไม่ดีตรงไหน เขาแค่ต้องการอะไรเขาก็เลือกอย่างนั้น และเราไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการเท่านั้นเอง

หนังรักรอม-คอมเรื่องไหนที่ประทับใจสาวๆ สไปซ์ที่สุด?

Preload

Author

Thumb lg 662187a7 b0af 4c62 a72c 47793619d5d3

★YUIYUIYUI★

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Hot boards


รวมผมสีน้ำตาลสวยๆ แบบซอฟๆ
I Woke Up Llike This Makeupღ