Sujate Wanchat 2562/08/13 17:00
Thumb lg 91d1e3a0 b821 4a40 8bd3 5c90097e9f37

ผ่อนจบรายจ่ายไม่จบ กับรายจ่ายที่ต้องเสียเมื่อซื้อรถ 1 คัน

111 Spice

มัดรวมไว้ให้เเล้ว 6 รายจ่ายจำเป็นสำหรับการมีรถยนต์สักคันที่คุณจะต้องพิจารณานอกเหนือจากเรื่องค่างวดรถ จะมีอะไรบ้างลองมาดูกันเลย !

รถยนต์ การใช้รถใช้ถนน ร่ายจ่ายสำหรับรถยนต์

สวัสดีเพือนๆ ชาว Spice ทุกคน กลับมาพบกันเป็นอีกครั้งกับเรื่องราวสาระดีๆ เกี่ยวกับการใช้รถยนต์ ปัจจุบันรถยนต์ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยจำเป็นในการดำรงชีวิต ครอบครัวหนึ่งๆ จะสมบูรณ์ได้จำเป็นจะต้องมีรถยนต์ไว้ใช้อย่างน้อยซักคันเพื่อเอาไว้ใช้รับ-ส่ง หรือกิจกรรมต่างของคนในครอบครัว เพราะระบบขนส่งมวลชนในประเทศเรายังไม่ได้มาตรฐานพอที่จะไว้ใจได้ ทั้งเรื่องเวลาเเละความปลอดภัย การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจึงเป็นทางเลือกเเรกสำหรับการเดินทางของคนไทยยุคใหม่ในปัจจุบัน เเต่เราเชื่อว่าหลายคนที่ซื้อรถส่วนมากจะกังวลเเต่เรื่องเงินผ่อน โดยที่ไม่ค่อยได้คิดคำนึงถึงรายจ่ายอื่นๆที่จะตามมา ดังนั้นวันนี้เราจะมาเเนะนำให้คุณได้รู้จักรายจ่ายที่จำเป็นสำหรับการมีรถยนต์สักคัน มาดูกันว่าผ่อนจบเเล้วรายจ่ายสำหรับรถยังไม่จบ จะมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ?

#1. ค่าประกันภัย

เรามาเริ่มกันที่ค่าประกันรถยนต์ ซึ่งเป็นรายจ่ายสำหรับรถยนต์ที่คุณจะต้องจ่ายเป็นประจำทุกปีอยู่เเล้วเพื่อความสบายใจในกรณีที่รถยนต์ของคุณเกิดประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน รถยนต์ที่มีประกันก็จะได้รับการชดเชยทั้งในเรื่องค่าซ่อมรถ เเละค่ารักษาพยาบาล โดยปัจจุบันมีประกันรถยนต์ให้เลือกซื้อหลายเเบบหลายระดับเลยทีเดียว หากเป็นประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 ราคาก็จะอยู่ที่หลักพันต้น เเต่หากเป็นประกันชั้น 1 ราคาก็จะอยุ่ที่หลักหมื่น ตามประเภทเเละขนาดของรถยนต์ เเต่หากใครที่ออกรถใหม่ป้ายเเดง ในปีเเรกก็มักจะมีการเเถมประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 มาให้อยู่เเล้วล่ะจ้ะ

#2. ค่าต่อทะเบียน

เรามาต่อกันที่ค่าต่อทะเบียนรถยนต์ ซึ่งเป็นรายจ่ายของรถยนต์ที่คุณจะต้องจ่ายเป็นประจำทุกปีอยู่เเล้ว เพื่อให้รถของคุณสามารถวิ่งอยู่บนท้องถนนได้อย่างถูกกฎหมาย จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ปีละ 1,500 - 3,000 บาท โดยรถยนต์ที่มีอายุเกิน 7 ปี ต้องตรวจสภาพก่อนต่อทะเบียนด้วย ซึ่งจะมีการคิดคำนวณดังนี้

1) 600 ซีซี แรก ซีซี ละ 0.5 บาท
2) 601-1500 ซีซี ละ 1.50 บาท

ดังนั้นหากรถยนต์ของคุณมีขนาด 1,500 ซีซี จะมีค่าต่อภาษีรายปีรวมเป็น 300 + 1,350 = 1,650 บาท

ปัจจุบันมีบริการต่อทะเบียนรถออนไลน์เพื่ออำนวยความสะดวกสบายในการต่อทะเบียนรถโดยที่เราไม่ต้องเสียเวลาไปที่ขนส่งเเล้วนะ โดยประเภทรถยนต์ที่ทำได้ได้เเก่
1) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รย.1) อายุไม่เกิน 7 ปี
2) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รย.2) อายุไม่เกิน 7 ปี
3) รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รย.3) อายุไม่เกิน 7 ปี
4) รถจักรยานยนต์ (รย.12) อายุไม่เกิน 5 ปี
5) เเละรถต้องไม่ค้างชำระภาษีไม่เกิน 1 ปี สามารถชำระภาษีล่วงหน้าไม่เกิน 3 เดือนก่อนหมดอายุ

หากเพื่อนๆสนใจสามารถเข้าไปต่อทะเบียนออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ด้านล่างนี้เลยจ้าา

กรมขนส่งทางบก

#3. พ.ร.บ. รถยนต์

พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับรถยนต์ที่คุณจะต้องจ่ายเป็นประจำทุกปี เพื่อให้รถของคุณสามารถวิ่งบนท้องถนนได้อย่างถูกกฎหมาย โดยมีเกณฑ์การจ่ายดังนี้

1) รถเก๋ง 600 บาท
2) รถกระบะ 900 บาท
3) รถตู้ (ไม่เกิน 15 ที่นั่ง) 1,100 บาท (ราคากลางจาก คปภ.)

เพื่อนหลายคนสงสัยว่าทำไมกฎหมายต้องบังคับให้เราต้องทำต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ทุกปี ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะ พ.ร.บ. เปรียบเสมือนประกันชีวิตภาคบังคับที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับทุกชีวิตบนท้องถนนในเวลาที่เกิดประสบอุบัติเหตุ ซึ่งต่อไปนี้คือเหตุผลที่ว่าทำไมเราต้องมี พ.ร.บ. ที่ไม่ขาด
1) เป็นหน้าที่ของเจ้าของรถที่ต้องถือปฏิบัติตามกฎหมายกำหนด
2) กฎหมายได้กำหนดให้มีส่วนร่วมในการสร้างหลักประกันต่อสังคม
3) เป็นการแบ่งเบาภาระของผู้ที่ขับขี่หรือเจ้าของรถหากต้องรับผิดชอบเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
4) เป็นมาตรการการลดปัญหาทางสังคมด้านหนึ่งซึ่งไม่ต้องรอการพิสูจน์ความผิด
5) เป็นมาตรการบรรเทาผลร้ายต่อผู้เสียหายหากเกิดการรับผิดชอบ
6) เป็นการแบ่งเบาภาระของรัฐด้านการักษาทรัพยากรมนุษย์

#4. ค่าน้ำมัน

ค่าน้ำมันเป็นรายจ่ายที่คุณเเทบจะต้องจ่ายออกทุก 1-3 วันเลยก็ว่าได้ ถือได้ว่าเป็นรายจ่ายที่ทำให้ผู้ใช้รถยนต์ต้องปาดเหงื่อที่สุด เเละต้องคิดคำนวณทุกครั้งก่อนที่จะเอารถออกจากบ้าน ซึ่งค่าน้ำมันที่คุณต้องจ่ายนั้นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นภาพการใช้รถ ระยะทางที่ใช้ในการเดินทาง เเละอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันของรถยนต์เเต่ละรุ่น เป็นต้น

#5. ค่าบำรุงรักษา

เรามาดูกันที่ค่าบำรุงรักษาบ้าง ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับรถยนต์อีกหนึ่งอย่างที่คุณจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากคุณอยากให้รถยนต์ของคุณมีสภาพดี รับใช้คุณไปนานๆอย่างราบรื่นไม่ติดขัด ไร้ปัญหากวนใจ คุณจะต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนนี้ตั้งเเต่ 10,000 กิโลเมตรเเรกจากการใช้งานรถยนต์ หรือประมาณ 6-12 เดือน โดยค่าใช้จ่ายในส่วนนี้หลักๆ ก็จะจ่ายไปกับ การเติมน้ำมันเครื่อง, ที่กรองอากาศที่ต้องเปลี่ยน และอะไหล่ที่เสื่อมสภาพตามกำหนดสม่ำเสมอ เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่และการทำงานที่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์นั่นเอง

#6. รายจ่ายจิปาถะอื่นๆ

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะในข้อก่อนหน้านี้คือรายจ่ายๆหลักๆที่เป็นเงือนไขบังคับที่ทำให้รถยนต์ของคุณวิ่งอยู่บนท้องถนนได้อย่างอย่างปลอดภัยเเละถูกกฎหมาย เเต่รายจ่ายยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะยังคงมีรายจ่ายยิบย่อยจิปาถะอื่นๆอีก ดังนี้

1) ค่าจอดรถ ที่เกิดจากการที่เราขับรถไปที่อื่นที่หาที่จอดรถยากทำให้บางที่ต้องเสียค่าจอด บางคนที่นำไปจอดแถวออฟฟิศก็ต้องเสียค่าจอดรายเดือนตามอาคารต่างๆ ด้วย หรืออย่างไปห้างสรรพสินค้าก็ต้องเสียค่าจอดแทบทุกที่

2) ค่าล้างรถ ซึ่งอาจเป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้ใช้รถหลายคนไม่ยอมจ่าย ซึ่งขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของแต่ละคน บางคนเลือกที่จะลดรายจ่ายตรงนี้ลงได้ด้วยการล้างรถเองที่บ้าน เเต่อย่างไรก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์ล้างรถอยู่ดีใช่มั้ยล่ะ

3) ค่าทางด่วน ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นสำหรับคนกรุงเทพฯบางคนที่ต้องจำเป็นต้องใช้เส้นทางด่วนเป็นประจำทุกวันเพื่อให้มาทำงานทันซึ่งต้องโดนชาร์จเเทบทุกวันเลยใช่มั้ยล่ะ ส่วนคนต่างจังหวัดอาจไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้

4) ค่าปรับจากการขับรถผิดกฎจราจรทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ

5) ค่าแต่งรถ เช่น อุปกรณ์ติดรถ (กล้อหน้ารถ, ที่วางมือถือ เป็นต้น) ค่าล้อเเม็กซ์ เเละค่ายาง เป็นต้น

เเละนี่ก็คือ 6 รายจ่ายที่นอกเหนือจากค่าผ่อนรถที่คนที่ต้องการจะรถยนต์สักคันควรรู้ไว้ จะเห็นได้ว่ารายจ่ายเเต่ละข้อรวมกันเมื่อนำมาหารเฉลี่ยต่อเดือนก็ไม่น้อยเลยนะจ้ะ ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจซื้อรถยนต์ นอกจากเรื่องค่างวดรถก็ไม่ควรมองข้ามรายจ่ายเหล่านี้กันน้าา เพราะไม่งั้นการมีรถยนต์อาจเป็นเรื่องที่ทำให้คุณต้องปวดหัวได้นะจ๊ะ

เเล้วคุณล่ะ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อรถ เคยได้พิจารณารายจ่ายเหล่านี้บ้างมั้ย?

Preload

Author

Thumb lg 89e7a0ba 6595 4012 b477 c984552a42b2

Sujate Wanchat

เบ้ง พรีเมี่ยม คอนเทนด์

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Hot boards


รวมผมสีน้ำตาลสวยๆ แบบซอฟๆ
แฟชั่นหน้าหนาว