Paliwanish.s 2559/12/01 11:32
Thumb lg page

อยากผมสวยต้องลอง !! 8 วิธี 'ดีท็อกซ์สารพิษ' ตกค้างจาก 'เส้นผม' ง่ายๆ

34810 Spice

ฝุ่น แสงแดด มลภาวะ และสารเคมีต่างๆ มากมาย ล้วนทำร้ายเส้นผมของเราให้แห้ง แตกปลาย ชีฟู มาดู 8 วิธีในการ 'ดีท็อกซ์สารพิษ' ตกค้างเพื่อผมสลวยสวยเก๋กันดีกว่าค่ะ

ดีท็อกซ์ผม วิธีดีท็อกผม สูตรดีท็อกผม Detox hairdetox

สวัสดีค่ะสาวๆ วันนี้ Spice มีวิธีเด็ดๆ ในการดูแลตัวเองมาฝากกันอีกแล้ว ซึ่งวันนี้จะเป็นเรื่องของการดูแลเส้นผมกันบ้าง เนื่องจากการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน เราต้องเจอกับฝุ่น แสงแดด มลภาวะ และสารเคมีต่างๆ มากมาย สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำร้ายผิวของเราเท่านั้น ยังทำร้ายผมของเราให้แห้ง แตกปลาย ชีฟู ทำให้ Spice ได้นึกถึงคำพูดในรายการโมเมพาเพลินที่สัมภาษณ์ก้อง Hive Salon

สำหรับผู้หญิงแล้วถ้าเรามีเงินอยู่จำนวนหนึ่ง สิ่งแรกที่เราจะซื้อจะเป็ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการดูแลผิว หรือ Make up และมองข้ามผลิตภัณฑ์สำหรับการดูแลเส้นผมเสมอ

ซึ่งคำพูดนี้มันใช่เลย!! เรามักจะมองข้ามผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมไปแต่ทุกครั้งเวลาเราจับผมเราก็กลับมีความรู้สึกว่าผมแห้งจัง อยากให้ผมนุ่มสลวย สายเก๋ ราวกับพรีเซนเตอร์ผมจังเลย และ Spice เชื่อว่าสาวหลายคนก็เป็นเหมือนกัน Spice เลยไปหาข้อมูลแบบจัดเต็มในการดูแลเส้นผมมาฝากให้สาวๆ ได้นำไปใช้กันค่ะ และอย่างที่บอกในตอนต้นว่าเส้นผมของเราก็เจอมลภาวะต่างๆ มากมาย ดังนั้นจุดเริ่มต้นในการมีผมสลวยก็คือ การ Detox ล้างสารพิษตกค้างที่อยู่ในเส้นผมของเราออกก่อน เพื่อทำให้ผมสามารถรับการบำรุงได้อย่างเต็มที่!! พูดมาถึงตรงนี้หลายคนคงเตรียมกระดาษ ปากกามาจดแล้ว เพราะฉะนั้นเราไปดูกันเลยดีกว่าว่าวิธีดีท็อกซ์เส้นผมมีกี่วิธี? แต่ละวิธีทำอย่างไร? และช่วยดูแลเส้นผมอย่างไร? ไปเลยค่ะ >>>

#1. ทำความสะอาดหนังศีรษะ และเส้นผม

การทำความสะอาดผม และหนังศีรษะเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดในการดูแลเส้นผมให้มีสุขภาพดี เงางาม เนื่องจากหนังศีรษะก็เป็นผิวหนังที่มีความมัน และสิ่งสกปรกอุดตันได้เหมือนกับผิวหน้า ดังนั้นการเลือกแชมพูที่สามารถทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึก เพื่อขจัดคราบสกปรก หรือผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วเป็นเรื่องที่ควรทำ โดยเลือกใช้ให้เหมาะสมตามสภาพของหนังศีรษะ และเส้นผม ซึ่งแชมพูแบบนี้จะถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ของ Professional Shampoo นั้นเองค่ะ และถ้าสาวคนไหนอยากซื้อมาเก็บไว้อาจสอบถามได้จาก Salon ที่สาวๆ รู้จักก็ได้ค่ะ

Tip : ถ้าอยากสระผมให้สะอาดล้ำลึกต้องทำผมให้ชุ่มๆ ก่อนลงแชมพู ปริมาณ 1 - 2 ปั๊ม เพื่อให้ได้ฟองฟูๆ เหมือนกับเวลาสระใน Salon

#2. เติมโปรตีน และกรดอะมิโนให้กับเส้นผมด้วยไข่แดง

ไข่แดงเป็นวัตถุดิบที่มีทั้งแร่ธาตุ และโปรตีนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกรดอะมิโน และโปรตีนที่เป็นสารอาหารชั้นดีของเส้นผม ถ้าสาวๆ อยากมีผมที่แข็งแรง เงางาม และป้องกันการเกิดผมแตกปลายแล้วล่ะก็ ไม่ต้องไปหาผลิตภัณฑ์แพงๆ ก็ได้ค่ะ เพียงแค่สาวๆ ใส่ไข่แดงปริมาณครึ่งหนึ่งของแชมพู มาผสมกับแชมพูที่ใช้สระ จากนั้นสระทิ้งไว้เป็นเวลา 5 นาที แล้วล้างออกตามปกติ

#3. หลีกเลี่ยงความร้อน

อุปกรณ์ทำผมที่ใช้ความร้อนเป็นเหมือนไม้กายสิทธิ์ที่ช่วยเสกสรรค์ทรงผมสวยๆ ให้กับสาวทุกคน แต่เมื่อทำเป็นประจำความร้อนจากอุปกรณ์ทำผมเหล่านี้กลับกลายเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผมแห้งเสียในที่สุด จะดีกว่ามั้ยถ้าเราจะใช้เกราะป้องกันเส้นผมจากความร้อนอย่างพวกรีฟออน หรือเซรั่มที่ปกป้องเส้นผมจากความร้อนได้ หรือพยายามหลีกเลี่ยงความร้อนจากอุปกรณ์เหล่านี้ เช่น ถ้าคุณอยากได้ผมรอนสวยก็หันมาลองใช้แกนพลาสติกม้วนผมเอาไว้ในตอนกลางคืน หรือถักเปียหลวมๆ ในตอนกลางคืน เป็นต้น

#4. เติมความชุ่มชื่นให้กับเส้นผมก่อนสระ

เมื่อคุณต้องการที่จะเติมความชุ่มชื่นให้กับผมเสีย แห้ง แตกปลาย สิ่งแรกที่คุณควรทำก่อนการสระผมก็คือ การหมักผมด้วยน้ำมันประมาณ 15 นาที ก่อนการสระผม เพราะน้ำมันจะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื่นให้กับเส้นผม และหนังศีรษะ โดยสาวๆ สามารถเลือกน้ำมันที่สามารถทำให้ผมนุ่มสลวย พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด เช่น น้ำมันจากดอกคาโมไมล์ที่ช่วยเพิ่มความเงางาม หรือน้ำมันมะพร้าวช่วยให้ผมนุ่ม ก็ได้ค่ะ

#5. ดีท็อกซ์ผมแห้งกรอบให้ดีขึ้นด้วยน้ำมันมะกอก

การหมักผมด้วยน้ำมันมะกอกจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่น และป้องกันผมเสียหายจากความร้อน โดยวิธีการเตรียมน้ำมันมะกอกสำหรับหมักผมด้วยการเวฟสัก 10 - 15 วินาที (ควรดูไม่ให้ร้อนจนเกินไป) จากนั้นนำมาชโลมลงบนเส้นผมให้ทั่ว คลุมทับด้วยหมวกอาบน้ำ หมักไว้สัก 20 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น แล้วจึงสระผมตามปกติ

#6. หมักผมเพื่อเติมความชุ่มชื่นเต็มพิกัดด้วยมาร์ก

หนังศีรษะที่แห้งหลุดลอกเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ดังนั้นการหมักผมด้วยทรีทเมนท์เข้มข้น หรือมาร์กจึงเป็นสิ่งที่สาวๆ ควรทำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อเติมความชุ่มชื่นให้กับหนังศีรษะ และเส้นผมที่ได้รับความร้อนจากรังสียูวี หรือจากเครื่องทำความร้อนอื่นๆ โดยหมักทิ้งไว้ประมาณ 10 - 30 นาที ขึ้นอยู่กับความยาวของผม ในระหว่างการหมักก็นวดผมไปด้วยเบาๆ เพื่อให้ตัวครีมซึมซาบเข้าสู่เส้นผม จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น ปิดท้ายการล้างผมด้วยน้ำเย็นเพื่อปิดเก็บเกร็ดผม

Tip : ก่อนการลงครีมนวด หรือครีมหมักผมควรบิดผมให้หมาดที่สุด เพื่อให้ผมสามารถดูดซึมสารอาหารได้อย่างเต็มที่

#7. ล้างสารตกค้างบนเส้นผมด้วยน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์

ในน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์มีสารอะซิติกที่ช่วยในการล้างสารตกค้าง และน้ำมันส่วนเกินบนเส้นผมได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยให้ผมของสาวๆ ดูเงางามขึ้นอีกด้วย วิธีการก็คือให้นำน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำเปล่าเทให้ทั่วเส้นผมจากนั้นจึงล้างออกด้วยการสระผมตามปกติ

#8. ขจัดเชื้อราบนหนังศีรษะด้วยน้ำมันจากต้นที (Tea Tree Oil)

Tea Tree Oil เป็นน้ำมันสกัดที่อยู่ในกลุ่มของน้ำมันหอมละเหย ซึ่งมีประโยชน์ในเรื่องของการฆ่าเชื้อรา เชื้อแบคทีเรียต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญคือ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ทำให้ผ่อนคลาย ซึ่งสาวๆ สามารถนำน้ำมันนี้หยดผสมลงในแชมพูประมาณ 2 - 3 หยด จากนั้นก็ใช้สระผมโดยนวดแชมพูที่ผสมน้ำมันนี้ประมาณ 5 - 7 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้สาวๆ ก็จะมีผมที่หอมสดชื่น และยังลดอาการต่างๆ จากแบคทีเรียที่เกิดขึ้นบนศีรษะได้เป็นอย่างดี

รู้สึกอย่างไรกับบทความนี้?

Preload

Author

Thumb lg 4a52db16 93e9 4b48 8b0e 1deea047ffae

Paliwanish.s

โพสคอมเม้นต์

Bt delete image

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

บทความที่ได้ถูกแนะนำ