♡Jsmchrd♡ 2562/12/11 09:35
Thumb lg a5da7006 c1c6 42df a417 137ab4dfb4cf

How to ลดหย่อนภาษี 2019 เก็บให้หมดก่อนสิ้นปี!

87 Spice

ปีนี้เราจะมีอะไรที่ช่วยลดหย่อนภาษีได้บ้าง ลองมาดูกันก่อนหมดปีดีกว่า!


เรียกว่าเดี๋ยวๆ ก็จะหมดกันไปอีกหนึ่งปีแล้ว ซึ่งช่วงสิ้นปีแบบนี้ สำหรับวัยทำงานแบบเรา นอกจากการเคลียร์งาน วางแผนเที่ยว วางแผนใช้เงินโบนัสแล้ว อีกหนึ่งอย่างที่เราต้องรีบจัดการให้เสร็จก่อนสิ้นปีคือการจัดการภาษีของตัวเอง เพราะช่วงต้นปีหน้าจะเข้าสู่ช่วงที่เราต้นจ่ายภาษีแล้ว ถ้าเพื่อนๆ คนไหนที่มีรายได้รวมที่อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ต้องจ่ายภาษี เพียงแค่เรายื่นรายงานรายได้ของเราเพื่อป้องกันภาษีย้อนหลังก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าเพื่อนๆ คนไหนที่ต้องจ่ายภาษี เราก็มีทริคดีๆ ที่จะช่วยลดหย่อนภาษีได้มาฝากกัน จะมีวิธีไหนน่าสนใจบ้างเราไปดูพร้อมๆ กันเลย

สิทธิลดหย่อนกองทุนต่างๆ

เริ่มกันด้วยสิทธิลดหย่อนที่หน้าสนใจของปีนี้อย่างการลงทุนในกองทุนต่างๆ ซึ่งการลงทุนเหล่านี้เราสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้เช่นเดียวกัน ซึ่งกองทุนที่เราสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ตัวเด่นๆ เลยก็คือ

กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)

กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เป็นกองทุนที่ส่งเสริมการลงทุนในระยะยาว ซึ่งจะเน้นลงทุนในตลาดหุ้น ซึ่งเจ้า LTF นั้นสามารถนำไปลดหย่อนภาษีสูงสุดไม่เกิน 15% ของรายได้และสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท ซึ่งถ้าเพื่อนคนไหนสนใจกองทุน LTF อยู่ก็ต้องรีบศึกษาและตัดสินใจแล้ว เพราะกองทุน LTF สามารถซื้อภายในปี 2562 ได้เป็นปีสุดท้ายแล้วนะ

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เป็นกองทุนที่มีจุดประสงค์หลักๆ ให้พวกเราออมเงินไว้ใช้ในยามเกษียณ ซึ่ง RMF จะลงทุนทั้งหุ้น พันธบัตรรัฐบาล ตลาดเงิน ตราสารหนี้เอกชนและทองคำ RMF เองก็สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งจะลดหย่อนได้ 15% ของรายได้และสูงสุดไม่ 500,000 บาท (ถ้าใครที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือประกันชีวิตแบบบำนาญ ก็จะนำทั้งหมดมารวมกันและลดหย่อนได้ไม่เกิน 500,000 บาทเท่านั้นนะ) แต่เงื่อนไขของ RMF คือจะต้องลงทุนอย่างต่อเนื่อง แต่สามารถเว้นได้ไม่เกิน 1 ปี และจะต้องซื้อขั้นต่ำ ปีละ 3% ของเงินได้ หรือ 5,000 บาท และสามารถขายคืนได้เมื่อมีอายุครบ 55 ปีหรือลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันที่ซื้อครั้งแรก

นอกจากกองทุนแล้ว เราลองมาทบทวนกันด้วยดีกว่าว่าเรามาสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอะไรได้บ้าง เตรียมเช็คลิสต์ไว้แล้วตามมาดูพร้อมๆ กันเลย

สิทธิลดหย่อนภาษีภายในครอบครัว

สิทธิแรกที่น่าสนใจสำหรับวัยทำงานอย่างเราๆ นอกจากสิทธิลดหย่อนส่วนตัวที่สามารถลดหย่อนได้เลยจำนวน 60,000 บาท คือสิทธิลดหย่อนภาษีที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวซึ่งเราสามารถใช้สิทธินี้ได้แบ่งเป็นสามประเภทคือ

สิทธิลดหย่อนค่าเลี้ยงดูบิดามารดา

เป็นสิทธิลดหย่อนภาษีที่พวกเราเกินหลายๆ คนน่าจะใช้สิทธิประเภทนี้ได้ ซึ่งสิทธิลดหย่อนประเภทนี้ จะสามารถลดหย่อนได้เมื่อบิดามารดามีอายุ 60 ปีขึ้นไปและจะต้องมีรายได้รวมไม่เกิน 30,000 บาท ถ้าใครเป็นลูกคนเดียวก็สามารถนำไปลดหย่อนได้เลย แต่ถ้าใครมีพี่น้องก็ต้องไปตกลงกันก่อนนะ เพราะสามารถใช้สิทธิได้แค่คนเดียวเท่านั้น ซึ่งสิทธิลดหย่อนค่าเลี้ยงดูบิดามารดา สามารถลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท และสามารถลดหย่อนบิดามารดาของคู่สมรสได้ด้วยถ้าคู่สมรสเป็นผู้ไม่มีรายได้ รวมแล้วเราสามารถใช้สิทธินี้ได้สูงสุด 120,000 บาทเลย และถ้าเราซื้อประกันชีวิตให้บิดามารดาด้วยก็สามารถลดหย่อนค่าประกันชีวิตได้สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท

สิทธิลดหย่อนค่าเลี้ยงดูคู่สมรส

ถ้าเพื่อนๆ มีคู่สมรสที่จดทะเทียนสมรสถูกต้องตามกฏหมายแล้ว ในกรณีที่คู่สมรสของเราไม่มีเงินได้ เราสามารถลดหย่อนภาษีจากคู่สมรสของเราได้ 60,000 บาท

สิทธิลดหย่อนค่าเลี้ยงดูบุตร

นอกจากลดหย่อนบิดามารดาชราภาพและคู่สมรสแล้ว หากครอบครัวไหนมีบุตรซึ่งชอบด้วยกฏหมายและบุตรมีอายุไม่เกิน 20 ปี เราสามารถใช้สิทธิลดหย่อนค่าเลี้ยงดูบุตรได้ 20,000 บาทต่อบุตรหนึ่งคน หากเรามีบุตรโดยกฏหมาย หรือเรียกง่ายๆ คือลูกแท้ๆ ของเรา เราสามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้ทุกคน แต่ถ้าหากเรามีบุตรบุญธรรมด้วย เราสามารถลดหย่อนได้ไม่เกิน 3 คนเท่านั้น

สิทธิลดหย่อนดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย

วัยทำงานอย่างเราหลายๆ คนก็เรียกว่าอยู่ในช่วงสร้างเนื้อสร้างตัว หลายๆ คนก็เลือกจะซื้อบ้านหรือคอนโดในชื่อตัวเองเพื่ออยู่อาศัย ซึ่งเราสามารถนำดอกเบี้ยเงินกู้ที่เรากู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยมาลดหย่อนภาษีได้ตามที่เราจ่ายดอกเบี้ยไปตามความเป็น ซึ่งสามารถลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

สิทธิลดหย่อนประกันชีวิต

ทางเลือกอันดับต้นๆ ของคนที่ต้องการลดหย่อนภาษีคงหนีไม่พ้นการซื้อประกันต่างๆ เอาไว้ หลายๆ สถาบันการเงินเองก็มีประกันเฉพาะเพื่อการลดหย่อนภาษีด้วยเช่นกัน แต่ประกันประเภทอื่นๆ ก็สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน ซึ่งประกันแต่ละประเภทก็นำมาลดหย่อนภาษีได้แตกต่างกันคือ

ประกันชีวิตทั่วไป

หากเรามีประกันชีวิต หรือเงินฝากแบบมีประกันชีวิต เราสามารถนำมาลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งเงื่อนไขของประกันประเภทนี้คือระยะเวลาคุ้มครองจะต้องคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ซึ่งเราจะต้องทำประกันกับบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทย และจะต้องได้รับเงินคืนไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี ซึ่งเราสามารถเช็คได้จากใบเสร็จรับเงินค่าประกันที่เราจ่ายไปได้เลย ว่าเราสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้จำนวนเท่าไหร่

ประกันสุขภาพตนเอง

อีกหนึ่งประกันที่พวกเราหลายๆ คนมีคือประกันสุขภาพตนเอง ซึ่งประกันประเภทนี้สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท ถ้าใครมีประกันชีวิตด้วยก็ต้องรวมกันแล้วไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งประกันสุขภาพนั้นจะนับเฉพาะ
• ประกันที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล เนื่องจากการเจ็บป่วยและบาดเจ็บ ชดเชยทุพพลภาพและการสูญเสียอวัยวะเนืองจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ
• ประกันอุบัติเหตุเฉพาะที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ และการแตกหักของกระดูก
• การประกันภัยโรคที่ร้ายแรง (Critical Illnesses)
• การประกันภัยการดูแลระยะยาว (Long Term Care)

ประกันชีวิตแบบบำนาญ

ข้อกำหนดของผู้ที่มีประกันชีวิตแบบบำนาญนั้นจะคล้ายๆ กับประกันชีวิตทั่วไปคือระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ซึ้งทำกับบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทยและมีการจ่ายผลประโยชน์เป็นรายงวดอย่างสม่ำเสมอ และจะจ่ายผลประโยชน์เมื่อเรามีอายุตั้งแต่ 55-85 ปี หรือมากกว่านั้น ซึ่งประกันประเภทนี้สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ 15% ของเงินได้ สูงสุดไม่เกินจำนวน 200,000 บาท

กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ

กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ เป็นกองทุนที่จะเป็นตัวช่วยเรายามเกษียณ ออกจากงานหรือเสียชีวิต ซึ่งเงินในกองทุนนี้จะมาจากสองทางคือเราเป็นคนจ่ายเข้ากองทุนเอง และอีกทางคือทางนายจ้างของเราจะจ่ายให้อีกส่วนหนึ่ง และในส่วนของการลดหย่อนภาษีนั้น เราสามารถนำจำนวนเงินที่จ่ายเข้ากองทุนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15% ของรายได้และสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท

สิทธิลดหย่อนบริจาคตอบแทนสังคม

ในส่วนของการลดหย่อนภาษีจากการบริจาคนั้น เราจะสามารถนำมาลดหย่อนได้ แต่การลดหย่อนภาษีจากการบริจาคนั้น จะนำมาคำนวณจากเงินพึงได้หลังจากหักสิทธิลดหย่อนอื่นๆ เสร็จเรียบร้อยแล้วซึ่งจากได้รับการลดหย่อนสูงสุดไม่เกิน 10% จากรายได้ที่คำนวณ ซึ่งสิทธิลดหย่อนบริจาคตอบแทนสังคมนั้นสามารถแยกเป็นสองประเภทใหญ่ๆ คือ

ประเภทสามารถลดหย่อนได้ 2 เท่า ซึ่งประเภทนี้จะมาจากการบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษา การกีฬา และการตอบแทนสังคมต่างๆ ซึ่งเราสามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าจากเงินบริจาค เราสามารถตรวจสอบได้ว่าหน่วยงานไหนบ้างที่เราสามารถบริจาคเพื่อนำมาลดหย่อนภาษีได้ที่เว็บไซต์ คือ ด้านการศึกษา และ ด้านการกีฬา

ประเภทที่ลดหย่อนภาษีตามเงินบริจาคที่จ่ายจริง ซึ่งกลุ่มจะเป็นเงินที่เราบริจาคให้แก่วัดวาอาราม สภากาชาดไทย สถานพยาบาล สถานศึกษาต่างๆ รวมถึงมูลนิธิที่เป็นองค์กรสาธารณกุศล ที่นอกเหนือจากกลุ่มแรก ซึ่งสามารถตรวจสอบได้เช่นเดียวกัน ที่นี่

นี้เป็นเพียงส่วนหลักๆ ส่วนหนึ่งที่เราสามารถจะนำไปประกอบการตัวสินใจและรวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีของเราได้ ซึ่งในความจริงเราควรวางแผนลดหย่อนภาษีเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อจะได้วางแผนการใช้จ่ายเงินและการซื้อประกันและกองทุนต่างๆ ได้ และสามารถรวบรวมสิทธิลดหย่อนภาษีได้ครบครันกว่าเร่งรีบจัดการตอนโค้งสุดท้ายนะ

ขอบคุณข้อมูลและสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ aommoney

Author

Thumb lg a72bae8f c35a 4d65 ba3f 1953925490f0

♡Jsmchrd♡

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Hot boards


รวมผมสีน้ำตาลสวยๆ แบบซอฟๆ
แฟชั่นหน้าหนาว