Paliwanish.s 2559/12/09 10:27
Thumb lg

3 เทคนิคง่ายๆ แก้ปัญหา "ฝ้า" ให้ผิวหน้ากลับมาสดใส แจ๋ว

8753 Spice

ปัญหาผิวหน้าเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเคยเจอกันมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นหน้ามัน หมองคล้ำ เป็นสิว หรือปัญหาใหญ่อย่างการเป็นฝ้า

รักษาฝ้า

"ฝ้า" เป็นปัญหาผิวหน้าที่ถือได้ว่าเป็นปัญหาที่แก้ไขยากที่สุดเพราะฝ้าเกิดจากความผิดปกติของการเกิดเมลานิน (เม็ดสี) ใต้ผิวหนังที่ถูกกระตุ้นให้เกิดสีที่เข้มขึ้นจากการเจอแสงแดด หรือแม้กระทั้งแสงที่เรามองเห็นได้ เช่น แสงไฟต่างๆ เป็นต้น ซึ่งมี 2 ระดับด้่วยกัน คือ "ฝ้าตื่น" เป็นฝ้าที่เกิดใต้ผิวหนังกำพร้า สามารถหาวิธีแก้ไขได้ด้วยตัวเอง (เป็นหัวข้อที่เราจะมาช่วยกันแก้ไขในวันนี้) และฝ้าลึก ที่เกิดภายใต้หนังแท้ซึ่งอยู่ลึกมากทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้เพราะจำเป็นต้องพึ่งวิทยาการทางการแพทย์

หลายคนคงสงสัยแล้วใช่ไหมล่ะคะว่าปัญหาที่เราเจออยู่มันอยู่ในระดับไหนกันแน่ สำหรับคนที่เคยทำการรักษาแล้วไม่หายนั้นอาจเป็นฝ้าที่อยู่ในระดับลึก แต่ถ้าสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเป็นฝ้าก็สามารถตรวจได้ที่คลินิคผิวหนังทั่วประเทศได้เลย!! แต่สำหรับตอนนี้เรามาดูกันก่อนดีกว่าว่าเราจะสามารถทำการรักษาฝ้าระดับตื้นได้ด้วยวิธีไหนกันบ้าง

ขั้นตอนที่ 1 ดูแลตัวเองจากภายใน

การดูแลตัวเองจากภายในเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรก การทำให้ผิวแข็งแรงควรเริ่มจากการทานอาหารที่มีวิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี ซึ่งวิตามินพวกนี้จะอยู่ในผัก และผลไม้อยู่แล้ว แต่สำหรับสาวๆ ที่ไม่มีเวลาเตรียมอาหารเหล่านี้ก็สามารถทานอาหารเสริมในปริมาณที่เหมาะสมควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารในแต่ละวัน ที่สำคัญที่สุดก็คือ การดื่มน้ำ น้ำเปล่าเป็นสิ่งที่ดีต่อผิวเสมอมา การดื่มน้ำเยอะๆ นอกจากจะช่วยให้ผิวเปล่งปลั่ง สดชื่นแล้วยังช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าต่างๆ ได้อีกด้วย

Vitamin A

วิตามินเอช่วยอะไร? วิตามินเอเป็นวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และผิวพรรณเป็นอย่างมาก ในส่วนของร่างกายนั้นวิตามินเอจะเป็นตัวช่วยในการพัฒนาระบบการเจริญเติบโตของร่างกาย ในส่วนของผิววิตามินเอจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับผิวพรรณของเราให้ทนต่อสภาวะต่างๆ ได้ดีขึ้น ช่วยลดเรือนจุดด่างดำ นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องของการลดการอักเสบของผิวอีกด้วย

ปริมาณวิตามินเอที่ร่างกายควรได้รับต่อวันจะอยู่ที่ประมาณ 4,000 - 5,000 IU โดยเราสามารถรับวิตามินเอได้จากการทานน้ำมันปลา หรือการทานผักพื้นบ้านอย่าง ตำลึง ชะอม หรือผลไม้อร่อยๆ อย่างมะม่วงสุก หรือแตงโมก็ได้

Vitamin C

วิตามินซีเป็นวิตามินที่ทุกคนรู้จักกันดีในเรื่องของคุณประโยชน์ ซึ่งวิตามินซีนี้ก็เป็นส่วนช่วยให้เม็ดสีเมลานินลดลง นอกจากนี้ยังมีส่วนในการต่อสารอนุมูลอิสระทำให้ผิวดูเรียบเนียน กระจ่างใสมากขึ้น และช่วยกระตุ้นในการสร้างคอลลาเจนให้ผิวอีกด้วย โดยวิตามินซีที่ร่างกายของคนเราต้องการอยู่ที่ประมาณ 60 มก. ซึ่งหาได้จากผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว หรือแม้กระทั้งผักบางชนิดด้วย

Vitamin E

ถ้าใครที่มีปัญหาเรื่องการเจอมลภาวะต่างๆ ที่ทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำแล้วล่ะก็ วิตามินอี จะเป็นตัวช่วยให้คุณฟื้นฟูผิวหน้าได้เป็นอย่างดี เพราะวิตามินอีเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยในเรื่องการต่อต้านอนุมูลอิสระที่จะทำให้แก่ก่อนวัยอันควร นอกจากนี้ยังช่วยลดการอักเสบเรื้อรังด้วย ซึ่งวิตามินอีนี้สามารถหาได้ง่ายๆ จากการทานธัญพืช เช่น นมถั่วเหลือง ไข่ ซีเรียล หรือแม้กระทั่งในขนมปังโฮลวีต

หมายเหตุ: การรับประทานวิตามินเสริมก็เป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่ง "ถ้ารับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการทานอาหาร"

ขั้นตอนที่ 2 การเลือกวิธีการรักษา

การกำจัดฝ้าให้ออกไปจากชีวิตเป็นสิ่งที่คนมีฝ้าอยากให้เกิดขึ้น ซึ่งแม้ว่าแท้จริงแล้วฝ้าจะไม่สามารถทำให้หายขาดได้เหมือนกับการเกิดสิวก็ตาม ใช่ค่ะ!!ฝ้าไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เนื่องจากมันเป็นเหมือนการถ่ายทอดทางพันธุกรรม คล้ายๆ กับการมีโรคประจำตัว แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะแม้ว่าฝ้าจะไม่หายก็ตามแต่มันสามารถจางลงได้เมื่อคุณรักษาให้ถูกวิธี ซึ่งเรามาดูกันดีกว่าว่ามีวิธีไหนบ้าง และแต่ละวิธีใช้งบประมาณเท่าไหร่

วิธีที่แรก การรักษาด้วยวิธีการทางธรรมชาติ

การรักษาวิธีแรกนี้เป็นวิธีที่หาวัตถุดิบจากสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะเป็น การใช้ว่านหางจระเข้ในการพอกหน้า 15 - 20 นาที โดยทำแบบนี้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ควบคู่ไปกับการทาครีมบำรุงอย่างเป็นประจำ, ผลัดเซลล์ผิวบริเวณที่มีฝ้าด้วยการพอกมะขามเปียก เพื่อให้ AHA ในมะขามช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นเป็นต้น

วิธีที่สอง ครีมรักษาฝ้า/ครีมบำรุงผิว

วิธีนี้เป็นวิธีที่คุณสามารถมีผิวที่แข็งแรงจนฝ้าจางลง และไม่เกิดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แต่การเลือกครีมรักษาฝ้าที่ดีนั้นควรเลือกครีมที่ไม่มีสารสเตียรอยซ์ หรือสารผลัดเซลล์ผิว เพราะสิ่งเหล่านี้มันจะส่งผลให้ผิวของคุณบางลง และเกิดอาการแทรกซ้อนต่างๆ ขึ้นได้ ซึ่งปัญหาที่จะเกิดขึ้นต่อไปจะยิ่งทำให้คุณหนักใจกับปัญหาผิวที่เกิดขึ้นไปอีก และมันจะทำให้คุณไม่สามารถทำให้ปัญหาเรื่องฝ้าดีขึ้นได้ในระยะยาว

สำหรับการเลือกครีมบำรุงผิว ควรเลือกครีมที่มีส่วนผสมของไวเทนนิ่งเพื่อช่วยให้ผิวบริเวณที่มีฝ้ากระจ่างใสขึ้น ซึ่งในตัวครีมถ้ามีวิตามิน E, C หรือ A ด้วยก็จะช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น ทั้งนี้ควรใช้ระยะเวลาสัก 4 - 6 สัปดาห์ในการสังเกตผลลัพท์

วิธีที่สาม การเลเซอร์

สำหรับใครที่มีงบประมาณในการดูแลผิวมากหน่อยเลเซอร์ก็ถือได้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่ง เห็นผลได้ไว โดยการรักษาจะเป็นการยิงเลเซอร์ตรงสู่ผิวเพื่อทำลายเม็ดสีให้กระจายตัว ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 2 - 4 สัปดาห์ในการยิงเลเซอร์แต่ละครั้งความถี่ หรือระยะเวลาในการยิงเลเซอร์แต่ละครั้งก็ขึ้นอยู่กับฝ้าที่เกิดขึ้นด้วย

ขั้นตอนที่ 3 ปกป้องผิวด้วยครีมกันแดด

อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าฝ้าเกิดจากผิวที่ไวต่อแสง ซึ่งแสงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด หรือแสงจากหลอดไฟก็สามารถทำให้เกิดฝ้าขึ้นได้ ดังนั้นการเลือกครีมกันแดด และใช้มันอย่างเป็นประจำจึงเป็นสิ่งที่ดี สำหรับคนี่มีฝ้าแล้วนั้นครีมกันแดดที่เหมาะสมควรมีค่า SPF 50+ และ PA +++ ขึ้นไป สาเหตุที่ต้องเลือกครีมกันแดดที่มีค่าป้องกันสูงๆ นั้นก็เพราะผิวที่มีฝ้าจะไวต่อแสงมากกว่าผิวปกติ ซึ่งในปัจจุบันทีครีมกันแดดให้เลือกมากมายตั้งแต่ราคาระดับหลักร้อย ไปจนถึงหลักพันให้ทุกคนได้เลือกใช้ตามสภาพผิวได้เลย

การรักษาฝ้าให้จางลงนั้นเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา การหาวิธีการรักษาที่หายแบบรวดเร็วนั้นในบางครั้งอาจทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี ดังนั้นถ้าอยากได้ผลลัพท์ที่ดี และอยู่กับเราไปนานๆ ควรใช้เทคนิคทั้ง 3 อย่างประกอบกันเพื่อทำให้ผิวแข็งแรงมากขึ้น เพียงเท่านี้คุณก็จะมีผิวหน้าที่มีความกระจ่างใส

ได้ประโยชน์จากบทความนี้กันไหม?

Preload

แบ่งปันกับเพื่อน

Author

Thumb lg 4a52db16 93e9 4b48 8b0e 1deea047ffae

Paliwanish.s

โพสคอมเม้นต์

Bt delete image

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!