MissNYJ 2560/04/04 12:08
Thumb lg

Shirakawago - หมู่บ้านน่ารักๆ เรียนรู้วัฒนธรรม สุดsurrealในแบบหน้าหนาว! ที่ญี่ปุ่น

466 Spice

ชิราคาวาโกะ หมู่บ้านชาวนาเล็กๆ ที่ดึงดูดคนจากทั่วทุกมุมโลก!!!

#travel #Japan #shirakawago #winter

เที่ยวญี่ปุ่นในหน้าหนาว.. เมืองอะไรดีนะ!!! ใครที่ยังมีคำถามแบบนี้ในหัว หรือ ใครที่เบื่อเมืองใหญ่ๆ แบบโตเกียว โอซาก้า หรือแม้แต่แถบฮอกไกโด แล้ววันนี้ลองมาดูหมู่บ้านเล็กๆน่ารักๆ แถบตอนเหนือของจังหวัดกิฟุ ที่มีดีไม่ธรรมดาแบบ "ชิราคาวาโกะ(Shirakawago)" ดูบ้างมั้ย รับรองว่าจะไม่ผิดหวังเลยนะ .. ตามมาดูกันเลย!!

ชิราคาวาโกะ.. หมู่บ้านนี้ดียังไง?!!

ตั้งอยู่ในใจกลางของประเทศญี่ปุ่น หมู่บ้านประวัติศาสตร์ หมู่บ้านมรดกโลก ชิราคาว่า ตั้งอยู่ในเขตภูเขาโดดเดี่ยวจากโลกภายนอกมาช้านาน ผู้คนยังชีพด้วยการทำการเกษตร ทำนา ปลูกหม่อนและเลี้ยงไหม และเสริมด้วยการทำการท่องเที่ยวในแบบพอเพียง ความโดดเด่นอีกอย่างของหมู่บ้าน คือบ้านเรือนที่สร้างแบบโบราณซึ่งมีอายุมากกว่า 300 ปี

องค์การยูเนสโกได้การประกาศขึ้นทะเบียนให้ หมู่บ้านชิราคาว่า เป็นมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ปี1995 โดยหมู่บ้านแห่งนี้ที่ชื่อเสียงในรูปแบบสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ในแบบแกสโช (Gassho-zukuri) ซึ่งหมายถึง บ้านสไตล์ญีุ่ปุ่น ที่สร้างด้วยไม้ หลังคามุงด้วยหญ้า ทรงพนมมือ ตามรูปแบบของบ้านโบราณ ที่หลังคาชันถึง 60 องศา หรือเรียกว่า คายาบุกิ เป็นวิธีการมุงหลังคาโดยใช้หญ้า เช่น หญ้าแพมพัส เป็นต้น หลังคาแบบคายาบุกิเป็นหลังคาแบบดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาตั้งแต่อดีต ซึ่งความพิเศษของบ้านลักษณะนี้ คือการถูกสร้างขึ้นโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว!! และความพิเศษอีกอย่างนึงที่สำคัญ และยังเป็นที่มาของการมุงหลังคาทรงนี้ก็คือเพื่อให้หิมะที่ตกลงมาทับถมกันหนักตกลงไปข้างล่างตามธรรมชาติ เนื่องจากว่าในบริเวณโดยรอบชิราคาวาโกะเมื่อถึงหน้าหนาวนั้นจะมีหิมะตกหนักทุกปีเลยล่ะค่ะ

ในปัจจุบันเราสามารถพบเห็นบ้านทรงกัสโชสึคุรินี้ได้แค่ในชิราคาวาโกะและโกคายาม่า จังหวัดโทยาม่าเท่านั้นและด้วยเอกลักษณ์ความหายากนี้เองที่เป็นเหตุผลสำคัญในการได้รับการเลือกให้หมู่บ้านนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนั่นเอง

ชิราคาวาโกะ.. เมืองหิมะสุดคาวาอี้ในหน้าหนาว

ด้วยความที่ชิราคาวาโกะ เมื่อถึงหน้าหนาวนั้นจะหนาวจนมีหิมะปกคลุมหนาแน่ทั้งหมู่บ้านแล้ว ไฮไลท์สำคัญอีกสิ่งนึง ที่อย่างจะแนะนำ และถือว่าเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้หลั่งไหลมาที่นี่ โดยเฉพาะหน้าหนาวอย่างเนืองแน่นนั่นก็คือ การเข้าชมความงดงามของหมู่บ้านยามมีหิมะปกคลุม พร้อมเปิดไฟในตอนการคืน หรือ ไลท์อัพ(Light up)
อยากให้จินตนาการถึงหมู่บ้านน่ารักๆที่ประดับไฟ เหมือนในนิทานเลยนะคะ ... แต่ทั้งนี้ มีอีกสิ่งที่เป็นไฮไลท์เพิ่มความ เอ็กซ์คลูซีฟ ให้กับเทศกาลในครั้งนี้ก็คือ การจำกัดผู้เข้าชม ซึ่งปัจจุบัน ผู้เข้าชมเทศกาลนี้ได้จะต้องเป็นแขกที่เข้ามาพักค้างคืนในหมู่บ้าน และการเข้าพักในหมู่บ้านก็จำกัดให้ค้างได้แค่คืนเดียวเท่านั้น!!!!! ซึ่งหากใครอยากเข้าเทศกาลประดับไฟ รวมถึงเข้าพักในหมู่บ้าน อาจจะต้องมีการจองล่วงหน้าถึง1 เดือนเลยนะคะทั้งนี้ก็เป็นเพราะ ที่พักในหมู่บ้านนั้นค่อนข้างน้อย และต้องการอนุรักษ์ ศิลปะวัฒนธรรม สิ่งปลูกสร้างให้คงสภาพเดิมไว้ให้ได้นานที่สุดจึงเป็นเหตุให้มีการจำกัดนักท่องเที่ยวในการเข้าพักในหมู่บ้านนั่นเอง

สำหรับใครที่อยากไปดู วินเทอร์ ไลท์ อัพ (Shirakawago Winter Light Up) แนะนำให้เชครายละเอียด และวางแผนการเดินทางและเข้าพักให้ด๊ก่อนล่วงหน้านะ เพราะงานจัดเพียง 6 วันต่อปีเท่านั้น
Website: http://ml.shirakawa-go.org/en/

วิวพ้อยท์ และจุดชมเมืองที่ไม่ควรพลาด!!

Daei Bridge shirakawago อีกหนึ่งสะพานทางเข้าสู่หมู่ชิราคาวาโกะ พาดตัวข้ามแม่น้ำโชกาวะ (Shokawa River) อีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ใครก็ต้องถ่ายรูปเก็บความประทับใจ

#01 บ้านวาดะ (Wada House)

บ้านวาดะ หนึ่งในบ้านที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดเป็นบ้านทรงกัสโชซึคุริหลังเดียวที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น นอกเหนือจากความเอกลักษณะและกว้างใหญ่มากที่สุดในหมู่บ้านชิราคาวาโกะแห่งนี้ แล้วบ้านหลังนี้ยังมีความเก่าแก่ เพราะมีอายุมากกว่า 300 ปีมาแล้ว ในสมัยก่อนนั้นบ้านวาดะหลังนี้เป็นสถานที่ค้าขายดินปืนของตระกูลวาดะในสมัยเอโดะ ซึ่งตระกูลนี้มีเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก ซึ่งสืบทอดต่อกันรุ่นสู่รุ่น และในปัจจุบันได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมด้านใน ซึ่งภายในยังคงมีสภาพเดิมและสิ่งของเครื่องใช้เดิม รวมถึงงานหัตถกรรมต่าง ๆ ที่ทำขึ้นในสมัยก่อนด้วย

เวลาทำการ: เวลา 9.00 - 17.00 น.
อัตราค่าเข้าชม
- ผู้ใหญ่ 300 เยน
- เด็ก 150 เยน
Website: http://www.gassho-kaido.jp/sightseeing/look/wadake.html

#02 บ้านคันดะ (Kanda House)

บ้านคันดะถูกสร้างขึ้นประมาณปี ค.ศ. 1850 โดยสมัยก่อนเป็นโรงผลิตเหล้า เป็นบ้านทรงกัสโชสึคุริที่มีการพัฒนาดีไซน์ของบ้านที่ก้าวหน้ากว่าบ้านหลังอื่น ๆ จึงเป็นบ้านที่มีความสมบูรณ์แบบมากที่สุดในบรรดาบ้านทั้งหมดที่เปิดให้เข้าชม และปัจจุบันเปิดให้เข้าชมภายในตัวบ้านส่วนหนึ่ง ซึ่งมีทั้งหมด 4 ชั้น ซึ่งผู้เข้าชมจะได้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และการจัดตกแต่งบ้านในแบบคนญี่ปุ่นสมัยก่อน รวมไปถึงได้เห็นเครื่องมือต่างๆ ทีใช้มาตั้งแต่ครั้งงโบราณ นอกจากนี้ยังมีอีกส่วนที่เปิดเป็นร้านคาเฟ่เล็กๆ ให้คุณลูกค้าสามารถเลือกแก้วที่ชอบ เพื่อส่งเครื่องดื่มอร่อย ๆ ได้อีกด้วย

เวลาทำการทำการ :09.00 - 17.00 น.
- ตั้งแต่เดือน ธ.ค. - ก.พ. หยุดทุกวันพุธ
- หยุดวันปีใหม่
- ช่วงเทศกาลไลท์อัพจะเปิดให้บริการถึง 19.00 น.
ค่าเข้าชม
- ผู้ใหญ่ 300 เยน
- เด็ก 150 เยน

#03 พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งกัสโชสึคุริมินคะเอน (Gasshozukuri Minkaen)

พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งขนาดใหญ่หรือOutdoor Museum Gassho Folk Museum พื้นที่ของพิพิธพันธ์ครอบคลุมเขตพื้นที่บ้านพักของชาวบ้านและบ้านของตระกูลเก่าแก่ต่างๆที่ยังคงความงามในแบบดั้งเดิม ที่สำคัญคือ บ้านทั้งหมดเป็นบ้านทรงกัสโชสึคุริ มีมากกว่า 20 หลัง บ้านทั้งหมดนั้นได้ถูกโยกย้ายมาจากสถานที่ต่าง ๆ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1968 และมีบ้าน 9หลังที่ได้รับเลือกให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดกิฟุ ประเภทสิ่งก่อสร้าง โดยมีอาคารหลัก 4 หลัง และอาคารเสริม 5 หลัง (โรงเก็บของ และคอกม้า ฯลฯ) นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงรูปภาพและสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ รวมถึงเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมภายในตัวบ้านได้อีกด้วย อีกไฮไลท์นึงของพิพิธพันธุ์กลางแจ้งแห่งนี้คือ การเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถทดลองทำงานฝีมือได้ ทั้งการถักทอรองเท้า ย้อมผ้า หรือการสอนทำเส้นโซบะและโมจิ
- เวลาทำการ :
มี.ค. - พ.ย. เวลา 08.40 - 17.00 น.
ธ.ค. - ก.พ. เวลา 09.00 - 16.00 น.
ช่วงเดือน เม.ย. - พ.ย. เปิดให้เข้าชมทุกวัน
ช่วงเดือน ธ.ค. - ก.พ. ปิดทุกวันพฤหัสบดี (หากวันพฤหัสบดีตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะเปิดให้เข้าชมและปิดในวันพุธแทน)
ช่วงปีใหม่ เปิดให้เข้าชมวันที่ 27 ธ.ค. - 4 ม.ค.
- อัตราค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ 600 เยน
เด็ก 400 เยน

#04 Nagase House

บ้านของครอบครัวนางาเซะ ซึ่งเป็นแพทย์ประจำตัวขุนนางมาเอดะในจังหวัดอิชิคาว่า ซึ่งถูกย้ายเข้ามาตั้งในหมู่บ้านโอกิมาจิ ปัจจุบันบ้านหลังนี้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์โดยเฉพาะชั้นบนของบ้าน ที่จัดแสดงเครื่องมือต่างๆที่หาชมได้ยากทางการแพทย์ เครื่องมือการเกษตรรวมไปถึงอุปกรณ์การเลี้ยงไหม ที่มีความเก่าแก่อายุถึง 260ปี

เปิดทำการ : เวลาเปิด-ปิด: 9:00-17:00
อัตราเข้าชม : 300 เยน

#05 วัดเมียวโอะเซนจิ (Myozen-ji Temple)

วัดเก่าแก่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี1748 ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของหมู่บ้านชิราคาวาโกะ-โอกิมาจิ โดยมีไฮไลท์หลักคือห้องโถงใหญ่ที่เรียกว่า kuri ที่เริ่มต้นสร้างในปี 1806 และสร้างเสร็จในปี 1827 ว่ากันว่าสร้างโดยช่างมากถึง9191 คน และทำจากไม้ Japanese zelkova ส่วนอีกไฮไลท์คือ ประตูของหอระฆัง(Shoro Gate) มุงหลังคาแบบ Gassho ที่สร้างขึ้นในปี 1817 และเป็นตึก 5 ชั้นและเป็นหนึ่งในหอที่ใหญ่ที่สุดใน Shirakawa-go อีกด้วย

Website: http://ml.shirakawa-go.org/en/

#06 จุดชมวิว Shiromaya View Point

Shiromaya View Point ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของใจกลางหมู่บ้าน ซึ่งบริเวณนี้เมื่อมองลงไปแล้วจะสามารถมองเห็นวิวของหมู่ได้ทั้งหมดซึ่งการเดินทางโดยรถบัสมายังจุดชมนี้ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที(ปิดระหว่าง/หลังหิมะตกหนัก) จากจุดศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว หรือใครอยากจะลองเดินขึ้นมาก็ได้ไม่ว่ากัน ค่าเดินทาง 200 เยน สามารถขอตารางเดินรถได้จากศูนย์ให้ข้อมูลนักท่องเที่ยวหน้าสถานีรถบัสชิราคาวาโกะนั่นเองค่ะ

#07 ชิราคาวาโกะโนะยุออนเซ็น (Shirakawago no Yu)

อากาศหนาวๆแบบนี้แถมได้อยู่ท่ามกลางหมู่บ้านน่ารักๆบรรยากาศดีแบบนี้แล้ว ต้องไม่พลาดที่จะได้แช่ออนเซนนะถึงจะเรียกว่าครบสูตร และที่สำคัญคือ ออนเซ็นสุดฮอตของหมู่บ้านชิราคาวาโกะ ที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติเป็นสุด ที่คุณต้องไม่พลาดก็คือออนเซ็นกลางแจ้งเลียบริมแม่น้ำโชกาวะ ที่นี่นอกจากจะให้บริการออนเซ็นเฉพาะวันแล้ว ยังมีห้องพักให้บริการอีกด้วย ออนเซ็นแห่งนี้เปิดให้เข้าได้ถึง 21.00 น. เลยนะ หลังจากเดินชมหมู่บ้านมาทั้งวันได้แช่ออนเซนร้อนๆ คงพลาดคลายน่าดูเลยว่ามั้ย

อัตราค่าบริการ (สำหรับเข้าออนเซ็น)
- ผู้ใหญ่ 700 เยน
- เด็ก (ประถม) 300 เยน
- ต่ำกว่า 6 ขวบเข้าฟรี

เปิดให้บริการ (เวลาสำหรับเข้าออนเซ็น)
7.00 - 21.30 น. (เข้าได้ก่อน 21.00 น.)

ไปเที่ยวชิราคาวาโกะกันเถอะ!!

การเดินทางมายังหมู่บ้านชิราคาวาโกะ ทำไดด้วยกันได้หลายทางซึ่งสามารถมาจากหัวเมืองใหญ่ๆได้เกือบทุกเมืองทั้ง โตเกียว, นาโกย่า หรือโอซาก้าค่ะ แต่ถ้าจะให้สะดวกที่สุดเร็วที่สุด คงจะได้เป็นการนั่งรถไฟมาลงที่ คะนะซะวะ(Kanazawa) จากนั้นนั่งบัสต่อมาอีกแค่ชั่วโมงเศษเท่านั้นเองค่ะ

โดยรถสาธารณะ : ขึ้นรถบัสบริษัท Nohi Bus
- จากคะนะซะวะ(Kanazawa) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที ราคา 1,850 เยน
- จากเมืองทะกะยะมะ(Takayama) ใช้เวลาประมาณ 50 นาที ราคา 2,470 เยน

โดยสารโดยรถชัทเทิลบัส (Kaetsuno Bus)
- จากทะกะโอกะ(Takao) ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที ราคา 1,800 เยน

โดยสารรถบัสจาก Nagoya ไป Gifu ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ราคา 3,600 เยน

หมายเหตุ : รถบัส Nohi ต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้า และอาจจะถูกจองล่วงหน้าจนเต็มในช่วงที่มีงานเทศกาล
การสำรองที่นั่ง : Nohi Bus Reservation Center TEL (0577) 32-1688 มีบริการด้วยภาษาอังกฤษ (เวลา 9.00-18.00 น.)
Website : http://www.nouhibus.co.jp/english

เห็นแล้วอยากไปเที่ยวกันเลยไหมละ?​

Preload

Author

Thumb lg 543f2b3e aaee 4b4b a4c1 ac6e094955b8

MissNYJ

โพสคอมเม้นต์

Bt delete image

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!