Midly Lin 2560/01/31 12:59
Thumb lg place to go

ดินแดนแห่งเทพนิยายมีจริง? 12 หมู่บ้านแห่งมนต์เสน่ห์ ที่สวยจนคุณต้องไปเยือนให้ได้สักครั้ง!

2617 Spice

ธรรมชาติและความเงียบสงบเป็นเสน์ห์ของ 12 หมู่บ้านที่สวยราวกับหลุดมาจากเทพนิยาย ถ้าคุณมีโอกาสได้ไปสักครั้งในชีวิต คุณจะต้องตกหลุมรักที่เหล่านี้

travel Village Attraction

การใช้ชีวิตของท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามและเงียบสงบ การหลีกหนีความวุ่นวายของสังคมเมืองเพื่อพักผ่อนสมองและชาร์ตแบตให้กับชีวิต เป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา จะดีแค่ไหนถ้าเราได้ใช้ชีวิตที่เรียบง่าย สงบ อยู่ในเมืองเล็กๆสักแห่ง ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติและผู้คนที่อบอุ่น แต่ในความเป็นจริงแล้วมันยากมากที่เราจะเลือกใช้ชีวิตแบบนั้น เพราะด้วยวิถีชีวิตความเป็นอยู่ การดิ้นรนเอาตัวรอด และกระแสสังคมที่หมุนไปไม่หยุด ทำให้เราออกห่างจากธรรมชาติมากขึ้นทุกทีๆ

แต่หากเรามีโอกาสได้หยุดทุกอย่างไว้สักพัก แล้วหันหน้ากลับไปหาความเงียบสงบ และใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติที่งดงาม มันก็คงจะดีไม่น้อย เป็นการเติมพลังให้กับชีวิต ปล่อยอิริยาบถตามใจตัวเอง ไม่ต้องรีบเร่ง สถานที่แบบนี้ยังมีอยู่มากมาย หากคุณลองเปิดโลกกว้างแล้วเดินทางไปสัมผัสกับหมู่บ้านเล็กๆที่เงียบสงบและรอบล้อมไปด้วยทิวทัศน์ที่สวยงาม กับ 12 หมู่บ้าน มีเสน่ห์ราวกับเทพนิยาย ที่คุณต้องไปเยี่ยมเยือนให้ได้สักครั้ง

12. Reine, Norway

Renie หมู่บ้านเล็กๆ ที่มีการดำเนินชีวิตแบบวิถีชาวประมง มีเนื้อที่ 0.33 ตารางกิโลเมตร เป็นส่วนหนึ่งของเกาะ lofoten ในเขตการปกครอง Moskenes เทศมณฑล Nordland ทางตอนเหนือของประเทศ Norway ห่างจากเมือง tromso ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 300 กิโลเมตร

หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะ Moskensoya บริเวณนอกชายฝั่งของนอเวย์ ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศ เพราะตั้งอยู่ไม่ไกลจากถนนสาย European route E 10 ทำให้สามารถเดินทางไปถึงได้อย่างสะดวก

เมื่อปี 1970 หมู่บ้านแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นหมู่บ้านที่งดงามที่สุดของประเทศนอเวย์ จาก "Allers" ซึ่งเป็นนิตยาสารสัปดาห์ที่ยอดขายสูงสุดของปะเทศ

11. Murren, Switzerland

Murren หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอลป์ ด้วยความสูง 1650 เมตร จากระดับน้ำทะเล อยู่ในเขต Bernese Oberland รัฐ Bern ทางตอนกลางของประเทศ Switzerland

ที่นี้ไม่สามารถเดินทางเข้ามาทางถนนต้องเดินทางโดยกระเช้าไฟฟ้า แต่กับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของประเทศ เพราะตั้งอยู่ท่ามกลางทิวทัศน์ของยอดเขาที่งดงามมากมาย เช่น Eiger Monch ช่วงหน้าหนาวที่แห่งนี้จะเป็นสถานที่เล่นสกีที่สำคัญ พอเข้าสู่หน้าร้อนจะกลายเป็นสถานที่พักผ่อนและเล่นกอล์ฟ

หากคุณต้องการเดินทางมาสัมผัสกับเสนืห์ของหมู่บ้านแห่งรี้ สามารถมาได้โดยกระเช้าสาย Bergbahn Lauterbrunnen-Murren ที่เชื่อมต่อมาจาก Lauterbrunnen, Gimmelwald และ Stechelberg

10. Ainokura, Japan

Ainokura หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในหุบเขา ภายใต้เขตการปกครอง Gokayama จังหวัด Toyama ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศญี่ปุ่น

ภายในหมู่บ้านยังคงความเป็นวิถีชีวิตชนบท เพราะได้รับการพัฒนาน้อย บรรยากาศจึงเงียบสงบ เพราะนักท่องเที่ยวก็น้อยกว่าหมู่บ้านอื่น และธรรมชาติยังคงความสวยงามและอุดมสมบูรณ์

ที่นี้มีบ้านแบบกัสโชซูคุริเกือบ 20 หลัง ส่วนหนึ่งเป็นที่อยู่อาศัยส่วนตัว บางหลังก็ดัดแปลงให้เป็นร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ และที่พักสไตล์ญี่ปุ่น (minshuku) และถูกประกาศให้เป็นมรดกโลก UNESCO ในปี 1995 นอกจากนี้ยังมีวัฒนธรรมดั้งเดิมที่รักษาไว้ เช่น การเต้นรำและดนตรีพื้นบ้าน กระดาษวาชิ

9. Kulusuk, Greenland

Kulusuk หรือ Qulusuk ชุมชนริมชายฝั่งทะเลทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะที่มีชื่อเดียวกัน ตั้งอยู่ภายใต้การปกครองของ Sermersooq ทางตะวันออกเฉียงใตของ Geenland

ที่นี้เป็นหนึ่งในสองชุมชนทางฝั่งตะวันออกของกรีนแลนด์ที่มีสนามบิน นั้นก็คือสนามบิน Kulusuk จึงเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเยี่ยมเยือน

ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของบ้านไม้สีสันสะดุดตา ตัดกับหิมะสีขาวโผล่ที่ปกคุมไปทั่ว ทำให้ทัศนียภาพยิ่งดูสวยงามน่าหลงใหล อีกทั้งยังมีการล่องเรือตกปลา หรือจะเดินทางไปชมสัตว์ป่าที่หาดูได้ยาก ซึ่งที่นี้มีโรงแรมเปิดให้บริการที่เดียว คือ Hotel Kulusuk ไว้ค่อยรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือน

8. Hallstatt, Austria

Hallstatt หมู๋บ้านท่องเที่ยวชื่อก้องโลก อยู่ทางตอนกลางของในประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่บนืี่ราบแคบๆ ริมฝั่งทะเลสาบ Hallstatter see ด้านหลังของหมู่บ้านเป็นภูเขาสูง

บรรยากาศที่เงียบสงบของหมู่บ้าน ผสานกับสวยงามของทัศนียภาพที่ตระการตา โดดเด่นด้วยบ้านไม้แบบอัลไพน์ ทำให้มีนักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างต้องการที่จะมีเยือนที่นี้ให้ได้สักครั้ง มนต์เสนห่ห์ที่น่าหลงใหลและความสวยงามของทะเลสาบเบื้องหน้าจึงทำให้ Hallstatt ไม่รับการยกย่องให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของโลกจากยูเนสโก้

การเดินทางสามารถมาได้จากหลายเมือง ถ้ามาจากเมือง Salzburg ใช้รถบัสไปที่เมือง Bad Ischl ต่อรถไฟลงที่สถานี Hallstatt แล้วข้ามเรืออีกต่อหนึ่ง หรือจะใช้รถไฟไปยังเมือง Attnang-Puchheim ต่อรถไฟและข้ามเรือก็ได้ แต่หากมาจากกรุง Vienna จะต้องเปลี่ยนรถไฟที่เมือง Attnang-Puchheim ปล้วข้ามเรืออีกต่อหนึ่งเหมือนกัน

7. Giethoorn, Netherlands

Giethoorn เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ทางตอนกลางของเนเธอร์แลนด์ หมู่บ้านนี้อยู่ติดกับทะเลสาบ การเดินทางก็จะใช้เรือกันกันเป็นหลัก เนื่องจากบรรยายภายในเมืองเต็มไปด้วยบ้านริมคลอง จึงได้รับขนานนามว่าเป็น " Venice of The North"

แต่ก่อนในเขตเมืองทั้งหมดจะปราศจากถนนและใช้รถยนต์ แต่ปัจจุบันมีการอนุโลมให้สร้างทางจักรยาน และถนนเส้นเล็กๆสำหรับให้รถยนต์เข้าออก เพื่อใช้ในการเดินทาางทางบก

ตอนนี้ที่นี่ได้กลายเป็นสถานที่ยอดนิยมมาขึ้นเรื่อยๆ ที่นักท่องเที่ยวอยากจะมาเยือน และสัมผัสกับวิถีชีวิตเรียบง่ายของคนในหมู่บ้านแห่งนี้

6. ฺBibury, England

Bibury หมู่บ้านสไตล์ชนบทอังกฤษตั้งอยู่ขนาบริมฝั่งแม่น้ำ Coln ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ หมู่บ้านแห่งนี้ Mr.William Morris ศิลปิน นักเขียน และนักออกแบบชื่อดังของอังกฤษขนามนามไว้ว่าเป็นหมู่บ้านที่สวยงามที่สุดในอังกฤษ

ที่นี้โดดเด่นด้วยทัศนียภาพที่งดงามของบ้านที่เป็นกระท่อมเก่าแก่สร้างมาเป็นเวลานาน เรียกว่าเป็นแบบฉบับบ้านเมืองของอังกฤษของแท้ยุคศตวรรษที่ 17 - 18 ที่ยังคงรักษาสภาพในอดีตไว้เป็นอย่างดี

กระท่อมหินรายกันยาวไปเป็นแถว มีชื่อว่า Arlington Row กระท่อมเหล่านี้เคยเป็นที่พักของคนที่ทำอาชีพทอขนแกะในศตวรรษที่ 17 นะคะ ปัจจุบันก็ยังมีผู้คนอาศัยอยุ่ตามปกติ และสถานที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของผู้ที่มาเยือนในเขต Cotswold

5. Crested Butte, U.S.A

Crested Butte ชุมชนเมืองขนาดย่อม ขตการปกครอง Gunnsion แห่งรัฐ Colorado ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศสหรัฐอเมริกา ในอดีตที่นี้เคยเป็นเมืองศูนย์กลางของการทำเหมืองแร่ในรัฐนี้

ในปัจจุบันเมือง Crested Butte ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมทั้งช่วงหน้าร้อนและหน้าหนาว เนื่องจากทำเลที่ตั้งที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2708 เมตร ทำให้มีการพัฒนาเป็นสถานที่เล่นสกีและกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในรัฐ Colorado

โดยในช่วงหน้าร้อนจะมีอากาศเย็นกำลังดี ทิวทัศน์ที่สวยงาม ทำให้มีการจัดกิจกรรมปั่นจักรยานขึ้นทุกปี เป็นสถานที่ยอดนิยมในการปั่นจักรยานจากนักปั่นนานาชาติ ส่วนหน้าหนาวจะมีหิมะปกคลุมทั่วเมืองและภูเขาเหมาะสำหรับมาเล่นสกีโดยเฉพาะ

4. Gasadalur, Faroe Islands

Gasadalur หมู่บ้านเล็กๆ แห่งเกาะ Vagar ตั้งอยู่ทางตะวันตกของ Faroe Islands ในเขตการปกครองของราชอาณาจักรเดนมาร์ก

หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกสุดของเกาะ โดดเด่นด้วยทัศนียภาพที่งดงามของธรรมชาติ มีเทือกเขาสูงเบื้องหลังคือ Arnafjall เทือกเขาสูงที่สุดบนเกาะ ทางด้านตะวันออกก็มีเทือกเขา Eysturtindur ตั้งตะหง่า รวมไปถึงลำธารสายหลักที่ไหลผ่านหม่บ้านลงสู่หน้าผาด้านล่าง

ลักษณะของบ้านไม้ที่ปลูกหลังคาหรือหญ้าสีเขียวจัดกับสีของตัวบ้านที่สดใสเป็นเสน่ห์ที่น่ามอง

หลังจากที่ได้มีการพัฒนาการเดินทางด้วยการเจาะอุโมงค์เข้าถึงตัวหมู่บ้านเมื่อปี 2004 จึงได้มีผู้ที่ย้ายเข้ามาอาศัยทำมาหากินในหมู่บ้านมากขึ้น จากในอดีตที่มีประชากรน้อยมาก รวมไปถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาสัมผัสความสวยงามของที่นี้ก็มากขึ้นเช่นกัน

3. Semur-en-Auxois, France

Semur-en-Auxois ชุมชนที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัด Cote-d’Or แคว้น Burgundy ทางภาคกลางของประเทศฝรั่งเศสชุมชนแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินหน้าผาหินแกรนิตสีชมพู

บ้านเรือนส่วนมากสร้างขึ้นในสมัยช่วงยุคกลาง ยังรักษาคงบรรยากาศในอดีตไว้อย่างครบถ้วน สถานที่สำคัญในชุมชน ได้แก่ La Collegiale Notre-Dame วิหารขนาดใหญาใหญ่สไตล์โกธิค ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1225 และแนวกำแพงเมืองโบราณทั้ง 4 ด้าน ได้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13

ที่นี้ยังเป็นสถานที่สำคัญหนึ่งในเส้นทางของการแข่งขันปั่นจักรยานทางไกลชื่อก้องโลก ที่เรารู้กันเป็นอย่างดีในชื่อ "Tour de France" อีกด้วย

2. Vik i Myrdal, Iceland

Vik i Myrdal หรือ Vik หมู่บ้านขนาดเล็กตั้งอยู่บนถนนสายหลักเชื่อรอบเกาะ Ring Road ทางตอนใต้ของประเทศ Iceland นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปประเทศนี้ต้องไม่พลาดที่จะไปเยือนที่นี้

หมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ มีประชาการราวๆ 300 คน อยู่ห่างจากกรุง Reykjavik ประมาณ 180 กิโลเมตร มีชื่อเสียงจากการเป็นจุดพักชมวิวสำคัญในเส้นทางการขับรถชมทัศนียภาพรอบเกาะ Iceland

จุดเด่นของที่นี่ก็คือทุ่งดอก Lupine พืชดอกสกุลพินนัสที่มีสีสันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสีเหลือง ชมพู แดง ม่วง น้ำเงิน ม่วงแดง และขาว เป็นที่ปลูกกันแพร่หลายทั่วทั้งหมู่บ้าน ซึ่งจะบานพร้อมกันในช่วงฤดูใบไม้ผลิของทุกปี ทำให้หมู่บ้านดูมีสีสันและมีชีวิตชีวา

1. Xitang, China

Xitang หรือ ซีถัง เมืองโบราณเก่าแก่ตั้งอยู่ในเขต Jiashan แคว้น Zhejiang ทางตะวันออกของประเทศจีน หมู่บ้านแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์

ที่นี้ตั้งอยู่บนแนวฝั่งแม่น้ำทั้งหมด 9 สาย ซึ่งไหลผ่านตัดกันไปมา ทำให้การสัญจรหลักภายในเขตเมืองต้องใช้เรือในการเดินทาง

เมืองเล็กๆ แห่งนี้ โดดเด่นด้วยทัศนียภาพของบ้านแบบจีนโบราณที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโดยมีสะพานหินเชื่อมถึงกัน ทีีนี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจีนและได้มีบทบาทสำคัญในฉากการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Mission: Impossible 3

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ความสวยงามของธรรมชาติ และวิถีการดำรงชีวิตที่สงบ เรียบง่าย ของ 12 หมู่บ้านเหล่านี้ น่าจะเป็นสถานที่ที่ตอบโจทย์ของหลายๆคนที่ต้องการได้สัมผัสกับมุมมองใหม่ๆ ที่หลีกหนีจากความวุ่นวาย พักผ่อนชาร์ตแบตให้กับชีวิตบ้าง หากคุณยังคิดไม่ออกว่าจะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ไหน ลองให้โอกาส 12 หมู่บ้านแห่งนี้เป็นตัวเลือก รับรองคุณจะมีความสุข เหมือนได้อยู่ในเมืองแห่งเทพนิยาย

หากคุณมีโอกาสได้ไปเที่ยวพักผ่อนสักครั้งนึง คุณจะเลือกไปในสถานที่แบบไหน

Preload

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg cea22c3d de63 4075 839f 7def68e7c0b7

Midly Lin