Ploynil Chitima 2560/01/30 17:22
Thumb lg sakura

หยุดสงกรานต์ไม่รู้จะไปไหน?! แนะนำ 7 จุดชมซากุระจาก 7 เมืองสวยในญี่ปุ่น!

4222 Spice

ช่างไม่เป็นใจเอาเสียเลย เมื่อช่วงวันหยุดสงกรานต์มักเป็นช่วงที่ซากุระโรยหมดต้น ทำให้เราพลาดโอกาสชมความงาม แต่รู้หรือไม่ มีอีกหลายเมืองที่ซากุระยังบานสวยรอให้ไปชม

travel japan sakura Cherry Blossom

ตามการคาดการณ์ซากุระบานของประเทศญี่ปุ่นในปีนี้ และที่ผ่านมาทุกๆ ปี ช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ของไทย มักเป็นช่วงที่ดอกซากุระซึ่งจะผลิบานเพียงปีละ 1 ครั้งนั้น โรยจนหมดต้นแล้วอย่างน่าเสียดาย หลายคนพลาดโอกาสที่จะได้ชมความงามปีแล้วปีเล่า โดยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วยังมีอีกหลายสถานที่จากหลากหลายเมืองที่ซากุระยังคงผลิบานคงความสวยรอคอยให้นักท่องเที่ยวไปชม

และ 7 สถานที่ 7 เมืองเหล่านี้ คือ จุดหมายปลายทางที่ยังคงมีซากุระรอให้พวกเราได้ไปชมความงาม มาดูกันดีกว่าว่ามีที่ไหนบ้าง

ลิงค์สำหรับติดตามการคาดการณ์ซากุระบานของญี่ปุ่นประจำปี 2017

http://sakura.weathermap.jp/

7. Fuji Five Lakes (ทะเลสาบทั้ง 5 รอบภูเขาไฟฟูจิ)

ตำแหน่งที่ตั้ง : เมือง Fujiyoshida จังหวัด Yamanashi

จุดชมซากุระบาน : บริเวณทะเลสาบทั้ง 5 โดยรอบของภูเขาไฟฟูจิ

จำนวนต้นซากุระ : 300 ต้น

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชม : ช่วงกลางเดือนเม.ย. (ตามสถิติช่วงเวลาชมในปี 2016 คือตั้งแต่วันที่ 10-18 เม.ย.2559)

ช่วงเวลาเปิดปิด : 9.00-17.00 น.

ค่าใช้จ่าย: ฟรี

วิธีเดินทาง : จากสถานี Shinjuku โดยสารรถไฟสาย JR Limited Express Kaiji มาลงที่สถานี Otsuki และต่อรถไฟเอกชนสาย Fujikyu มาลงที่สถานี Shimoyoshida ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง

Kawaguchi-ko ทะเลสาบที่สามารถชมความงามของภูเขาไฟฟูจิได้ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ซึ่งช่วงที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุดคือช่วงเช้า (ประมาณก่อน 9 โมงเช้า) ยกเว้นในช่วงฤดูร้อน และช่วงที่มีหมอกลง นอกจากนี้บริเวณรอบๆ ทะเลสาบยังมีบ่อน้ำพุร้อน , พิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ รวมไปถึงสวนสนุกฟูจิคิว จุดล่องเรือ และกระเช้าสำหรับขึ้นไปยังจุดชมวิว

Yamanaka-ko ทะเลสาบอันเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับกิจกรรมล่องเรือ , ตกปลา , สกีน้ำ , สกีลม และกีฬาทางน้ำต่างๆ อีกทั้งยังมีการตั้งแคมป์ การแข่งขันเทนนิส และกิจกรรมมากมาย โดยบริเวณริมชายฝั่งทะเลสาบมีค่ายกีฬามากมายอีกด้วย

Saiko ทะเลสาบเล็กๆ ซึ่งบริเวณทะเลสาบทางตะวันตกจะสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิในจุดที่สวยงามได้ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการตั้งแคมป์ ล่องเรือ ตกปลา และกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ รวมไปถึงมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างถ้ำน้ำแข็ง ถ้ำเขาวงกต และถ้ำพวกค้างคาวด้วย

Shōji-ko เป็นทะเลสาบซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรมบางแห่งที่มีจุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิ นอกจากนี้ก็เป็นสถานที่สำหรับทำกิจกรรมกลางแจ้ง อาทิ เดินเขา ตั้งแคมป์ ตกปลา รวมไปถึงกีฬาทางน้ำอย่างสกีน้ำ เจ็ทสกี และล่องเรือเช่นกัน

และ Motosu-ko ทะเลสาบที่ปรากฎอยู่บนแบงค์ 1000 เยน และ 5000 เยน โดยเป็นทะเลสาบที่ค่อนข้างลำบากในการเดินทาง เนื่องจากบริการขนส่งสาธารณะยังเข้าไม่ค่อยถึง ถึงอย่างนั้นก็ยังมีการตั้งแคมป์รอบๆ ชายฝั่ง พร้อมกิจกรรมกลางแจ้ง อาทิ เดินป่า , ตกปลา , ล่องเรือ และกีฬาทางน้ำรอบๆ ทะเลสาบ

6. Yoshino Mountain (ภูเขาโยชิโนะ)

ตำแหน่งที่ตั้ง : เมือง Yoshino จังหวัด Nara

จุดชมซากุระบาน : ภูเขาโยชิโนะ

จำนวนต้นซากุระ : 30,000 ต้น

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชม : ช่วงกลางเดือนเม.ย. (ตามสถิติช่วงเวลาชมในปี 2016 คือตั้งแต่วันที่ 4-14 เม.ย.2559)

ช่วงเวลาเปิดปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (มีการจัดไฟประดับตอนกลางคืน)

ค่าใช้จ่าย: ฟรี

วิธีเดินทาง : จากสถานี Kintetsu Nara โดยสารรถไฟ Kintetsu สาย Yoshino ขบวน Limited Express มาลงที่สถานี Yoshino ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที แล้วให้ขึ้นโรปเวย์ขึ้นไปยังภูเขาอีก 3 นาที โดยระหว่างช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนพฤษภาคม จะมีรถรับส่งระหว่างสถานีโยชิโนะ (Yoshino Station) และสถานีนากะ (Naka Senbon) ประมาณ 2-4 คันต่อชั่วโมง ในราคาประมาณ 360 บาทต่อเที่ยว

มีความเชื่อกันว่าต้นซากุระต้นแรกบริเวณเชิงเขาแห่งนี้ ได้รับการปลูกเมื่อ 3,000 ปีก่อน โดยต้นซากุระของที่นี่ส่วนใหญ่เป็นพันธ์ยามาซาคุระ (Yamazakura) นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยว อาทิ ศาลเจ้าและวัดซึ่งสามารถเข้าไปเที่ยวชมดอกซากุระที่ผลิบานได้เช่นเดียวกัน

5. Kenrokuen Garden (สวนเคนโระคุเอ็น)

ตำแหน่งที่ตั้ง : เมือง Kanazawa จังหวัด Ishikawa

จุดชมซากุระบาน : สวนเค็นโรคุเอ็น ปราสาทคานาซาว่า

จำนวนต้นซากุระ : 420 ต้น

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชม : ช่วงกลางเดือนเม.ย. (ตามสถิติช่วงเวลาชมในปี 2016 คือตั้งแต่วันที่ 3-13 เม.ย.2559)

ช่วงเวลาเปิดปิด : 7.00-18.00 น. (จะมีประดับไฟตอนกลางคืนถึงเวลา 21.30 น.)

ค่าใช้จ่าย: ผู้ใหญ่ 310 เยน เด็ก 100 เยน

วิธีเดินทาง : จากโตเกียวขึ้นรถไฟสาย Hokuriku Shinkansen ไปยังสถานี Kanazawa ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง และขึ้นรถบัสมาลงที่ด้านหน้าสวน ใช้เวลาประมาณ 15 นาที (มีบัตร One Day จำหน่ายที่สถานีรถไฟคานาซาว่า โดยสามารถขึ้นรถบัสได้ที่ด้านหน้าสถานีฝั่งที่มีซุ้มประตูใหญ่)

สวนเค็นโรคุเอ็น (Kenrokuen Garden)ได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 3 ของสวนที่สวยงามที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม้ร่วง หรือฤดูหนาว ก็ล้วนมีความสวยงามแตกต่างกันไปตามแต่ละฤดูกาล

4. Takayama (ทาคายามะ)

ตำแหน่งที่ตั้ง : เมือง Takayama จังหวัด Gifu

จุดชมซากุระบาน : เมืองทะคะยะมะ

จำนวนต้นซากุระ : ไม่มีการระบุจำนวน

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชม : ช่วงกลางเดือนเม.ย. (ตามสถิติช่วงเวลาชมในปี 2016 คือตั้งแต่วันที่ 12-20 เม.ย.2559)

ช่วงเวลาเปิดปิด : สามารถเดินชมได้ตลอดวัน โดยจะมีงานเทศกาลในวันที่ 14-15 เม.ย. ของทุกปี

ค่าใช้จ่าย: ไม่มีค่าใช้จ่าย

วิธีเดินทาง : จากสถานี Nagoya โดยสารรถไฟสาย JR Hida Wide View ขบวน Limited Express (เป็นขบวนที่มีหน้าต่างขนาดกว้างพิเศษ สำหรับชมวิวและเก็บภาพโดยเฉพาะ) ลงที่สถานี Takayama ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง หรือจะโดยสารรถบัส Meitetsu จากสถานี Nagoya ก็ได้เช่นกัน

เทศกาลทาคายาม่ามัตสุริ (Takayama Matsuri) เป็น 1 ใน 3 เทศกาลที่ได้ชื่อว่างดงามที่สุดของประเทศญี่ปุ่น (ร่วมกับเทศกาลกิออนมัตสุริ (Gion Matsuri) ที่เกียวโต และเทศกาลชิชิบุโยมัตสุริ (Chichibu Yomatsuri) ที่ไซตามะ) โดยจะจัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง ช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงในเขตเมืองเก่าทาคายาม่า

เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ (วันที่ 14-15 เมษายน เวลา 9.30-16.00 น. ของทุกปี) เป็นเทศกาลประจำปีของศาลเจ้าฮิเอะ (Hie Shrine หรือ Sanno-sama) ทางทิศใต้ของเขตเมืองเก่าทาคายาม่า โดยเทศกาลนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า เทศกาลซังโนะ (Sanno Festival)

เทศกาลฤดูใบไม้ร่วง (วันที่ 9-10 ตุลาคม เวลา 9.00 - 16.00 น. ของทุกปี) เป็นเทศกาลประจำปีของศาลเจ้าฮาจิมัง (Hachiman Shrine) ทางทิศเหนือของเขตเมืองเก่าทาคายาม่า และเทศกาลนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า เทศกาลฮาจิมัง (Hachiman Festival)

เทศกาลทั้งสองนั้นจัดขึ้นในสถานที่เดียวกัน ลำดับพิธีคล้ายคลึงกัน ซึ่งแต่ละเทศกาลจะมีเกี้ยวสำหรับพิธียาไต (yatai) ของตนเอง โดยเกี้ยวที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามจะมีการเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ยาไตไคคัง (Yatai Kaikan) ขณะที่อุปกรณ์อื่นๆ จะถูกเก็บไว้ในคลังทั่วเมืองเก่าทาคายาม่า ส่วนเกี้ยวจำลองจะมีการจัดแสดงไว้ให้ประชาชนได้เข้าชมที่พิพิธภัณฑ์เทศกาลมัตสุริโนโมริ (Matsuri no Mori festival Museum)

ภายในงานเทศกาลเกี้ยวยาไตจะถูกแห่ไปตามถนนของเมืองทาคายาม่าตั้งแต่ช่วงเช้าถึงบ่าย แต่หากปีไหนอากาศไม่ดีจะมีการเปิดคลังเก็บเกี้ยวให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมแทน

การแสดงคาราคุริ (Karakuri Performance) หรือคาราคุรินิงโย (Karakuri ningyo) เป็นตุ๊กตายนต์คาราคุริที่สามารถเคลื่อนไหวและเต้นรำได้ โดยจะจัดมีการจัดแสดงทั้ง 2 วันในช่วงเทศกาล คือ
วันที่ 14 เมษายน เวลา 11.00-15.00 น. วันที่ 15 เมษายน 10.00-14.00 น.
วันที่ 9 ตุลาคม 12.00-15.00 น. วันที่ 10 ตุลาคม 11.00-13.00 น.

ขบวนมิโคชิ (Mikoshi Procession) เป็นขบวนศาลเจ้าเล็กๆ (mikoshi) ซึ่งจะถูกแห่แหนไปรอบๆ เมืองในช่วงเทศกาลตลอด 2 วัน และกลับไปยังศาลเจ้าในวันถัดไป
วันที่ 14 เมษายน ออกจากศาลเจ้าเวลา 13.00 น. วันที่ 15 เมษายน กลับศาลเจ้าเวลา 16.00 น.
วันที่ 9 ตุลาคม ออกจากศาลเจ้าเวลา 13.00 น. วันที่ 10 ตุลาคม กลับศาลเจ้าเวลา 16.00 น.

เทศกาลช่วงกลางคืน จะเริ่มต้นขึ้นในช่วงเย็นวันแรกของงานเทศกาล เป็นไฮไลท์ของเทศกาลที่ดึงดูดผู้เข้าชมเป็นจำนวนมาก แต่หากสภาพอากาศเลวร้ายอาจจะมีการยกเลิกงาน
วันที่ 14 เมษายน ประมาณ 18.30-21.00 น.
วันที่ 9 ตุลาคม ประมาณ 18.00-21.00 น.

3. Matsumoto castle (ปราสาทมัตสึโมโตะ)

ตำแหน่งที่ตั้ง : เมือง Matsumoto จังหวัด Nagano

จุดชมซากุระบาน : ปราสาทมัตสึโมโตะ

จำนวนต้นซากุระ : 300 ต้น

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชม : ช่วงกลางเดือนเม.ย. (ตามสถิติช่วงเวลาชมในปี 2016 คือตั้งแต่วันที่ 5-15 เม.ย.2559)

ช่วงเวลาเปิดปิด : สวนรอบปราสาทเปิดตลอด 24 ชั่วโมง

ค่าใช้จ่าย: ไม่เสียค่าเข้าชม

วิธีเดินทาง : จาก Tokyo โดยสารรถไฟชินคันเซ็น มาลงที่สถานี Nagano และต่อขบวนรถไฟสาย LTD. EXP (Wide View) Shinano มาลงที่สถานี Matsumoto รวมเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาที จากนั้นให้เดินต่อไปอีกประมาณ 15 นาที หรือนั่งรถบัส Town Sneaker Northern course bus loop line ไปอีกประมาณ 5 นาที

ปราสาทมัตสึโมโตะ (Matsumoto Castle) จัดเป็น 1 ใน 12 ปราสาทดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่ยังคงสภาพสมบูรณ์และสวยงามไว้ได้อย่างดีเยี่ยม (สร้างขึ้นในปี 1592-1614) มีเอกลักษณ์ตรงหอคอยและป้อมปืนที่เชื่อมต่อกับโครงสร้างอาคารหลัก โทนสีของปราสาททำให้ได้รับฉายาว่าปราสาทอีกา (Fugashi-Jo) โดยภายในปราสาทได้รับการตกแต่งด้วยไม้ และมีจุดที่น่าสนใจ ได้แก่ บันไดไม้สูงชัน ช่องเก็บหินสำหรับโจมตีศัตรู ช่องสำหรับธนู และหอสังเกตการณ์บนชั้น 6

2. Funaoka Castle Ruin Park (สวนในอาณาบริเวณรอบซากปราสาทฟุนาโอกะ)

ตำแหน่งที่ตั้ง : เมือง Sendai จังหวัด Miyagi

จุดชมซากุระบาน : สวนรอบซากปราสาทฟุนาโอกะ

จำนวนต้นซากุระ : 1,000 ต้น

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชม : ช่วงกลางเดือนเม.ย. (ตามสถิติช่วงเวลาชมในปี 2016 คือตั้งแต่วันที่ 6-14 เม.ย.2559)

ช่วงเวลาเปิดปิด : 9.00-17.00 น.

ค่าใช้จ่าย: ไม่เสียค่าเข้าชม

วิธีเดินทาง : จาก Tokyo โดยสารรถไฟชินคันเซ็น มาลงที่สถานี Sendai และต่อรถไฟสาย Tohoku มาลงที่สถานี Funaoka อีกครั้ง ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาที

สวนในอารณาบริเวณซากปราสาทฟุนะโอกะ (Funaoka Castle Ruin Park) เป็นสถานที่ที่ได้รับการโหวตให้เป็น 1 ใน 100 จุดชมซากุระที่สวยที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยในอดีตบริเวณนี้เป็นที่ตั้งของตัวปราสาทฟุนาโอกะ แต่ได้ถูกทำลายลงในช่วงสงครามปี ค.ศ. 1671 ปัจจุบันได้มีการปรับปรุงให้กลายเป็นสวนซากุระและพันธุ์ไม้ดอกไม้อื่นๆ

กิจกรรมสำคัญที่ต้องไปทำในช่วงซากุระบาน นั่นก็คือ การนั่งรถรางสโลปคาร์ (Solpe car) ลอดผ่านอุโมงค์ซากุระเป็นระยะทางประมาณ 300 เมตร เพื่อขึ้นไปนมัสการรูปปั้นพระแม่กวนอิมองค์ใหญ่ความสูง 24 เมตรบนยอดเขา นอกจากนี้บนนั้นยังนับเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นตัวเมืองชิบะตะ แม่น้ำซิโรอิชิงะวะ ซึ่งมีต้นซากุระเรียงรายไปตลอดสองฝั่งแม่น้ำกว่า 1,000 ต้นได้อีกด้วย

1. Osaka Mint Bureau (โรงกษาปณ์โอซาก้า)

ตำแหน่งที่ตั้ง : จังหวัด Osaka

จุดชมซากุระบาน : โรงกษาปณ์ Mint Bureau Osaka

จำนวนต้นซากุระ : 350 ต้น

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชม : ช่วงกลางเดือนเม.ย. (ตามสถิติช่วงเวลาชมในปี 2016 คือตั้งแต่วันที่ 8-14 เม.ย.2559)

ช่วงเวลาเปิดปิด : 10.00-21.00 น. (วันธรรมดา) และ 9.00-21.00 น. (สุดสัปดาห์)

ค่าใช้จ่าย: เข้าชมฟรี

วิธีเดินทาง : โดยสารรถไฟใต้ดินสาย Tanimachi หรือ Keihan สาย Main มาลงที่สถานี Temmabashi และเดินต่อไปอีกประมาณ 15 นาที หรือโดยสารรถไฟ JR สาย Tozai มาลงที่สถานี Osaka Temmangu ออกประตูทางออกที่ 2 และเดินต่อไปอีกประมาณ 15 นาที

โรงกษาปณ์โอซาก้า (Osaka Mint Bureau) เป็นอาคารรูปทรงคลาสสิกตั้งอยู่ริมแม่นํ้าโยโด (Old Yodo) มีหน้าที่ดูแลเรื่องการผลิตเหรียญและเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยด้านในมีพิพิธภัณฑ์เหรียญตราต่างๆ ซึ่งมีการเปิดให้เข้าชมฟรี แต่หากต้องการทัวร์ชมการผลิตเหรียญ จะต้องจองก่อนล่วงหน้า และจัดให้เข้าชมเป็นรอบๆ ต่อวัน ส่วนสวนด้านนอกอาคาร จะมีต้นซากุระกว่า 350 ต้น กว่า 131 พันธุ์ ซึ่งแต่ละพันธ์ุล้วนหาชมได้ยากทั้งสิ้น

รู้แบบนี้แล้ว ไม่ต้องนั่งเสียดายอีกต่อไป รีบวางแผนการเดินทางช่วงสงกรานต์ เพื่อไปชมความงามของดอกซากุระกันได้เลย

เพื่อนๆ มีแผนจะไปชมซากุระบานกันหรือยังเอ่ย?

Preload

Author

Thumb lg 0c1d5d79 0482 479f b136 d0fdd48d4e23

Ploynil Chitima

นักเขียนตัวเล็กๆ

โพสคอมเม้นต์

Bt delete image

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!