!!เทวดาตกสวรรค"ก่อนอื่นขอสารภาพตามตรงนะครับว่าก่อนที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช จะยอมขายวิญญาณให้ปีศาจแดง ผมไม่ค่อยได้สนใจเรื่องราวของดาวเตะผู้นี้สักเท่าไหร่ 22 Spice

ก่อนอื่นขอสารภาพตามตรงนะครับว่าก่อนที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช จะยอมขายวิญญาณให้ปีศาจแดง ผมไม่ค่อยได้สนใจเรื่องราวของดาวเตะผู้นี้สักเท่าไหร่

สาเหตุสำคัญเพราะพี่แกไม่เคยค้าแข้งในเมืองหลวงลูกหนังมาก่อนนั่นแหละ ชีวิตในการฟาดแข้งส่วนใหญ่หมดไปบนเวที กัลโช่ เซเรีย อา ของอิตาลี ซึ่งเรียนตามตรงว่าผมไม่ได้ติดตามความเป็นไปในสมรภูมิแข้งแห่งนี้เลย

พุทโธ่...ลำพังแค่พรีเมียร์ลีกเพียงสมรภูมิแข้งเดียวก็ตามดูแทบไม่ทันแล้วครับคุณ

ถ้าจะเห็นอิทธิเดชของ "อิบรา" ก็ต้องจากเวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึงเกมของทีมชาติในบางนัด

ที่จัดอยู่ในความทรงจำมิอาจลืม คือจังหวะที่พี่แกกระโดดตีลังกากลับหลังฟาดลูกจากนอกกรอบเขตโทษข้ามหัวนายทวารทีมสิงโตคำรามเข้าประตูในเกมที่ สวีเดน เอาชนะ อังกฤษ เมื่อหลายปีก่อน

แน่นอนว่าได้ยินกิตติศัพท์ว่าเป็นกองหน้าที่เก่งกาจมากมานาน นอกจากฝีเท้าจะฉกาจแล้ว จุดเด่นอีกอย่างที่ทำให้เขาเป็นผู้เล่นที่มีความอุโฆษบันลือคือบุคลิกแบบ "ติสต์แดก" นั่นแหละ เฉพาะอย่างยิ่งการหล่นวาทะที่ยียวนกวนประสาท แต่คมคาย แถมเพียบไปด้วยลูกเล่นจนอ่านแล้วอดอมยิ้มไม่ได้

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ได้รับการยกย่องประมาณว่าเป็นดาวเตะที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในโลกนี้ที่ไม่เคยสัมผัสรางวัล "บัลลงดอร์"

สถิติการเล่นก็ยอดเยี่ยมเหลือเกิน-อยู่ที่ไหนไม่เคยพลาดความสำเร็จ กระหน่ำประตูถล่มทลาย ประกอบกับความเป็น "ศิลปิน" ทำให้ดาวเตะสวีดิชผู้นี้ได้รับการยกย่อง สรรเสริญ เชิดชู ประหนึ่ง "บร๊ะเจ้า" ที่มีศักดิ์สูงกว่า "พระเจ้า"

"บร๊ะเจ้า" ที่สามารถสั่ง "บิ๊คแม็ค" ในร้าน "เบอร์เก้อร์คิง" มากินได้อย่างไม่ขัดเขิน

หรือเรื่องเล่าเอาฮาประเภทตอนลืมตามาดูโลก เขานี่แหละที่เป็นคนขับรถพาแม่ตัวเองไปทำคลอดที่โรงพยาบาล แถมยังช่วยคุณหมอทำคลอดอีกต่างหาก

หรือก่อนที่โลกนี้จะมี "เฟซบุ๊ก" พี่แกก็ได้รับ "คำร้องขอเป็นเพื่อน" จากเจ้าของเฟซบุ๊กอย่าง มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ล่วงหน้าแล้ว

ใครๆ ก็ทราบดีนะครับว่ามันเป็นเรื่องที่อำกันเล่นๆ ขำๆ แต่อย่างที่ผมเคยบอกเป็นประจำว่าคนเราถ้าได้ทำอะไรเหมือนเดิมทุกวัน หรือได้ยินอะไรที่มันซ้ำๆ กันทุกวัน นานเข้าและนานเข้ามันจะถูกสิ่งนั้นเข้าครอบงำ

ยกตัวอย่างแม่ค้าขายปลาทูที่ตลาดสดแถวบ้านผม

ป้าแกขายปลาทูมานานกว่า 30 ปี ทุกวันนั้นหน้าแกเลยเหมือนปลาทูแบบสุดฤทธิ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าตอนสาวๆ หน้าของป้าแกคงไม่ได้เหมือนปลาทู

แต่เพราะการคลุกคลีอยู่กับปลาทูทุกวันเป็นเวลานานก็เลยถูกปลาทูครอบงำชีวิต

เรื่องเหนือมนุษย์ของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ก็เช่นกัน

หลังจากเสพบ่อยๆ ทั้งก่อนและหลังการย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ใหม่ๆ ชาวบ้านเลยมองภาพลักษณ์ของเขาว่าเป็นดาวเตะระดับเทพและเทวาที่ "แตะต้องไม่ได้"

แน่นอนว่าอยู่เหนือการวิพากษ์-วิจารณ์ใดๆ ทั้งสิ้น!

ผู้จัดการทีมปีศาจแดงคนปัจจุบันอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ เคยร่วมงานกับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช มาก่อนที่ อินเตอร์ มิลาน เป็นระยะเวลาสั้นๆ เพียงแค่ 1 ฤดูกาล ก่อนจะขายให้ บาร์เซโลน่า ในราคา 59 ล้านปอนด์ บวกกับ ซามูเอล เอโต้

อันที่จริงในเครื่องแบบสีเลือดหมู-น้ำเงินน่าจะช่วยให้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เฉิดฉายและมีความเป็น "พระเจ้า" มากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เนื่องเพราะรายล้อมด้วยดาวดังระดับ "มหาดารา"

ที่ไหนได้นะครับ คุณพี่เขากลับล้มเหลวไม่เป็นท่า ด้วยข้อหาเล่นไม่เข้าระบบ แถมยังไม่เข้าพวกอีกต่างหาก

ระยะเวลาแค่ฤดูกาลเดียวที่อยู่กับ บาร์เซโลน่า "อิบรา" ได้ลงเล่นในศึก ลา ลีกา ทั้งหมด 29 นัด ทำได้ 16 ประตู

การยิง 16 ประตูจากการลงสนาม 29 นัด ถือว่าไม่น่าเกลียดอะไรนะครับ คือยิงเฉลี่ย 1 ประตูในทุกๆ 2 นัด แต่สำหรับดาวถล่มประตูระดับ "บร๊ะเจ้า" ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานอย่างแรง

ในที่สุดก็ถูก เป๊ป กวาร์ดิโอล่า หมางเมินจนต้องซมซานกลับไปที่ กัลโช่ เซเรีย อา อีกครั้ง ก่อนที่ฟอร์มการเล่นของเขาจะกระฉูดแตกแบบเกินห้ามใจตอนย้ายจาก เอซี มิลาน ไปอยู่กับ เปแอสเช ใน ลีก เอิง

ที่นั่นทำให้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กลายเป็น "บร๊ะเจ้า" อีกครั้ง เมื่อบรรจงกดตาข่ายแบบไม่เหลือซากพลางเสกให้ เปแอสเช เป็นแชมป์ลีกสูงสุดของฝรั่งเศส 4 สมัยติดต่อกัน โดยกระหน่ำไปทั้งหมด 156 ประตู (ทุกรายการ)

เฉพาะอย่างยิ่งฤดูกาลสุดท้ายก่อนหมดสัญญา (ฤดูกาลที่แล้วนั่นแหละ) พี่แกกระทุ้งไป 50 ประตูจากการลงเล่น 51 นัดในทุกรายการ

เยสตาม่อน!...นี่มันดาวเตะระดับบร๊ะเจ้าชัดๆ

ต่อเมื่อ โชเซ่ มูรินโญ่ ยอมรับตำแหน่งพ่อใหญ่แห่ง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เจ้าของสมญา "เดอะ สเปเชียล วัน" ก็ไปชักชวนลูกน้องเก่าอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช มาร่วมงานกันใหม่อีกครั้งบนเวทีพรีเมียร์ลีก

นี่คือครั้งแรกที่ "เฮียหลา" มาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก - สมรภูมิแข้งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเมืองมนุษย์

คำถามตามมาโดยพลันว่าเขาจะเอาตัวรอดในสมรภูมิแข้งที่อุดมด้วยความฮาร์ดคอร์แบบนี้ได้หรือเปล่า เพราะกว่าจะเดินทางมาถึงที่นี่ก็อยู่บนวัย 34 ปลายๆ เข้าให้แล้ว?

ฤดูกาลที่แล้ว หลังจากที่มีข่าวลือว่าดาวเตะผู้นี้จะยอมขายวิญญาณให้ปีศาจแดง ผมเลยตั้งใจดูฟอร์มการเล่นของเขากับ เปแอสเช ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นพิเศษ ก่อนจะเข้าใจว่าทำไมกองหน้าวัยดึกอย่าง "อิบรา" ถึงยังยืนระยะอยู่ในฟอร์มกระฉูดได้นานกว่ากองหน้าคนอื่นๆ

สิ่งที่ค้นพบคือเขาเป็นผู้เล่นที่ใช้สมองมากกว่าใช้แรง

คือไม่จำเป็นต้องวิ่งมาก อาศัยการอ่านเกมอันชาญฉลาดพลางรอจังหวะอย่างอดทน โดยการเคลื่อนตัวของเขามีความหมายและมีจุดประสงค์ชัดเจน เรียกว่าไม่มีการวิ่งพล่านแบบพร่ำเพรื่อให้สิ้นเปลืองพลังงาน ซึ่งจุดนี้ตรงกันข้ามกับวิธีการเล่นของ เวย์น รูนี่ย์ แบบสิ้นเชิง!

ร่างกายยังแข็งแกร่ง และไม่สึกหรอมาก นั่นคือเหตุผลที่บอกว่าทำไม ซลาตัน อิบราฮิโมวิช บนวัยใบไม้ล่วงกาลเวลาถึงยังดูไม่โรยรา

อย่างไรก็ตาม

ปัจจุบัน "เฮียหลา" อายุ 35 แล้วนะครับ แถมดันมาอายุ 35 ในสมรภูมิแข้งที่อุดมด้วยความรวดเร็วและหนักหน่วงมากที่สุดในโลกนี้อย่างพรีเมียร์ลีก ซึ่งต่อให้ "เหนือดุจเทวดา" ขนาดไหน มันก็ต้องมียุบกันบ้างแหละ

แล้วความจริงก็ปรากฏ

หลังจากลงเล่นอย่างต่อเนื่องให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มาตลอดนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล - ระยะหลังๆ ชาวบ้านเริ่มสังเกตเห็นความผิดพลาดจากดาวเตะผู้นี้มากขึ้นเรื่อยๆ

หลายจังหวะที่พลาดแบบไม่น่าพลาดทั้งยิงและจ่าย โดยเฉพาะจังหวะกะซวกตาข่ายที่สถิติบอกว่าเขาคือผู้เล่นที่เอาโอกาสทองไปโยนทิ้งลงโถส้วมมากที่สุดของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

ยิ่งอายุมาก การเคลื่อนที่ยิ่งน้อยลงไป สงสัยอยากสับตีนบนฟลอร์หญ้านานๆ แต่นั่นยิ่งทำให้พบความยากลำบากมากกว่าเดิม เพราะฟุตบอลสไตล์บริติช บูลล์ด๊อก คู่แข่งจะพุ่งเข้าถึงตัวคุณอย่างรวดเร็วกว่าลีกอื่นๆ ที่คุณพี่เขาเคยประกาศศักดา

อีกประการหนึ่งคือ "แท็คติก" ของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ดูจะไม่เอื้ออำนวยสักเท่าไหร่

"มูมู่" เน้นเกมรับรัดกุมอยู่แล้ว ขณะที่ในเกมรุกก็ยังไม่ค่อยมีทีมเวิร์คสักเท่าไหร่ ภาระหนักจึงตกไปอยู่กับศูนย์หน้าตัวเป้าอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่ไม่ใช่ผู้เล่นวัยคะนองเหมือนแต่ก่อน

บอลส่วนใหญ่จะพุ่งเข้ามาหาตัวเขาอย่างเร็ว-แรงแบบตรงๆ จากทางด้านข้างบ้าง จากทางแนวลึกบ้าง แล้วไหนจะการเข้าถึงอย่างเฉียบพลันของคู่แข่ง พี่แกจึงจำเป็นต้องใช้ทักษะความสามารถเฉพาะตัว รวมถึงพละกำลังที่มากกว่าเดิมเพื่อเอาตัวรอด

ตอนนี้พี่แกคงจะรู้ซึ้งถึงรสพระธรรมแล้วนะครับว่า ลีก เอิง กับ พรีเมียร์ลีก นั้นแตกต่างกันมากขนาดไหน

ที่แน่ๆ คือมันคงไม่ง่ายเหมือนตอนค้าแข้งในสมรภูมิแข้งที่คุณภาพต่ำกว่าอย่าง ลีก เอิง มิหนำทีมที่เคยสังกัดในตอนนั้นอย่าง เปแอสเช ยังอยู่เหนือสุดของบ่วงโซ่อาหารอีกต่างหาก

แต่เพราะภาพลักษณ์ระดับ "บร๊ะเจ้า" ที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมานี่แหละครับที่ทำให้กุนซือจอมโอหังอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ยังต้องเกรงใจด้วยการส่งลงเล่นเป็นตัวจริงทุกนัดและไม่เคยถูกเปลี่ยนตัวออก

มิเช่นนั้น "บร๊ะเจ้า" อาจจะพิโรธกระโดดเตะหน้า

อายุก็มากแล้วสำหรับกองหน้า แถมอยู่ในสมรภูมิแข้งที่ระห่ำโคตรโหดไม่ปรานีใครแบบนี้อีก ขอบอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด คงจะหวังให้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช อยู่ในฟอร์มการเล่นอันเปล่งปลั่งอย่างน่าสยดสยองไปตลอดทั้งฤดูกาลไม่ได้หรอกครับ

ถ้าคิดจะประสบความสำเร็จ โชเซ่ มูรินโญ่ ต้องเลิกยึดติดกับกองหน้าผู้นี้แล้วสลับให้ผู้เล่นคนอื่นๆ อย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด หรือ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และโดยไม่เว้นแม้แต่ เวย์น รูนี่ย์ ลงไปสวมบทหัวหอกตัวเป้าไล่ล่าประตูดูบ้าง

พูดง่ายๆ ว่าต้องใช้ให้เป็น ไม่ใช่ตะบี้ตะบันใช้มันลงทุกนัดอย่างต่อเนื่อง เพราะอย่าลืมว่าบร๊ะเจ้าก็หมดสภาพได้เหมือนกันนะโว้ยยยย!!!

แมนฯ ยูไนเต็ด มีนโยบายต่อสัญญากับผู้เล่นที่อายุมากแบบปีต่อปีนะครับ

บางทีนี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไม่ได้แชมป์ลีกสูงสุดนับตั้งแต่ย้ายออกมาจาก มัลโม่ ก่อนจะแยกทางกันไปตามวิถีแห่งลูกหนังกลายเป็นเทวดาตกสวรรค์ที่พรีเมียร์ลีก...ก็...เป็น...ได้!

บอ.บู๋
Bbmeetyou@yahoo.com



Author

Thumb lg 5a9416dc fc83 478e b80a 0e392521dd02

Prasong Ph

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


Hot boards


ทรงผมหลากหลายรูปแบบ ที่ทำแล้วดู 'เรีย...
ALL BLACK แบบสุภาพ